แม่นางเทพสุดาสร้อยดาว
| นางเทพสุดาสร้อยดาว | |
|---|---|
| พระอัครมเหสีแห่งเมาะตะมะ | |
| ดำรงพระยศ | 30 มกราคม พ.ศ. 1830 – ป. 14 มกราคม พ.ศ 1850 |
| ราชาภิเษก | 5 เมษายน พ.ศ. 1830 |
| ก่อนหน้า | ปฐมอัครมเหสี |
| ประสูติ | ป. พ.ศ. 1790s อาณาจักรสุโขทัย |
| สวรรคต | เมาะตะมะ อาณาจักรมอญ |
| คู่อภิเษก | พระเจ้าฟ้ารั่ว |
| พระราชบุตร | แม่นางสินทยา |
| ราชวงศ์ | พระร่วง |
| พระราชบิดา | พ่อขุนรามคำแหงมหาราช |
| พระราชมารดา | ไม่ทราบ |
| ศาสนา | พุทธ นิกายเถรวาท |
แม่นางสร้อยดาว, เมนางซัวดา[1] (มอญ: မေဏင်သောဲဍာ; พม่า: မေနှင်းသွယ်တာ, ออกเสียง: [mè n̥ɪ́ɰ̃ θwɛ̀.dà] เมนี่น-ตแวดา; หรือ မည်နှင်းသွယ်ဒါ, มีนี่น-ตแวดา) ในวรรณคดีเรื่อง "ราชาธิราช" เรียกว่า นางเทพสุดาสร้อยดาว[2] ส่วนคำให้การชาวกรุงเก่าเรียก นางสุวรรณเทวี[3] เป็นพระราชธิดาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งกรุงสุโขทัย ต่อมาได้เป็นสมเด็จพระอัครมเหสีในพระเจ้าฟ้ารั่ว ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองเมาะตมะ
ในระหว่างที่พระเจ้าฟ้ารั่ว (พระนามเดิม มะกะโท) รับราชการเป็นขุนวังที่สุโขทัย พระองค์ได้พาแม่นางเทพสุดาสร้อยดาวหนีออกจากสุโขทัย[4]ไปยังเมาะตะมะ เมื่อมะกะโทสามารถสังหารอลิมามาง เจ้าเมืองเมาะตะ พร้อมกับสถาปนาตนเป็นพระเจ้าฟ้ารั่ว ได้ตั้งนางเทพสุดาสร้อยดาวขึ้นเป็นพระอัครมเหสี และได้ประกาศอิรภาพจากอาณาจักรพุกามของชาวพม่า โดยได้รับการสนับสนุนจากพ่อขุนรามคำแหง[5] การปฏิวัติประสบความสำเร็จ พระเจ้าฟ้ารั่วสามารถรวบรวมดินแดนของผู้ที่พูดภาษามอญและตั้งเป็นอาณาจักรหงสาวดี เมื่อประมาณ พ.ศ. 1830[6]
พระเจ้าฟ้ารั่วและแม่นางสร้อยดาวมีพระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวคือแม่นางสินทยา ซึ่งต่อมาได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าตราพระยาแห่งหงสาวดี[7]
ในวัฒนธรรมร่วมสมัย
[แก้]แม่นางเทพสุดาสร้อยดาวในละครโทรทัศน์ไทยเรื่อง อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง พ.ศ. 2551 ในชื่อ พระธิดากาบแก้ว รับบทโดย อุษามณี ไวทยานนท์
พงศาวลี
[แก้]| พงศาวลีของแม่นางเทพสุดาสร้อยดาว | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
อ้างอิง
[แก้]- เชิงอรรถ
- ↑ บรรจบ พันธุเมธา (2521). อันเนื่องด้วยชื่อ ชื่อพม่ารามัญ. กรุงเทพฯ: รุ่งเรื่องสาส์นการพิมพ์. p. 21.
- ↑ ราชาธิราช, หน้า 21
- ↑ คำให้การชาวกรุงเก่า, พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) และเอกสารอื่น. นนทบุรี : ศรีปัญญา, 2553, หน้า 475
- ↑ ราชาธิราช, หน้า 22
- ↑ Pan Hla 2005: 24–25
- ↑ Pan Hla 2005: 33–34
- ↑ ราชาธิราช, หน้า 38
- บรรณานุกรม
- เจ้าพระยาพระคลัง (หน). วรรณกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ หมวดบันเทิงคดี เรื่อง ราชาธิราช. กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์, 2546. 500 หน้า. หน้า 21-38.
- Pan Hla, Nai (1968). Razadarit Ayedawbon (ภาษาพม่า) (8th printing, 2005 ed.). Yangon: Armanthit Sarpay.