แม่นางสินทยา
| แม่นางสินทยา | |
|---|---|
| พระมเหสีแห่งพะโค | |
| ดำรงพระยศ | ป. ค.ศ. 1293 – ป. 1296 |
| ก่อนหน้า | ไม่ทราบ |
| ถัดไป | ว่าง |
| ประสูติ | ป. ค.ศ. 1281 Tagaw Wun อาณาจักรพุกาม |
| สวรรคต | ? เมาะตะมะ? อาณาจักรเมาะตะมะ |
| คู่อภิเษก | พระเจ้าตราพระยาแห่งหงสาวดี |
| พระราชบุตร | ชินจี ชินเง |
| ราชวงศ์ | ฟ้ารั่ว |
| พระราชบิดา | พระเจ้าฟ้ารั่ว |
| พระราชมารดา | แม่นางเทพสุดาสร้อยดาว |
| ศาสนา | พุทธเถรวาท |
พระนางสินทยา, เมนางสินทยา[1] (พม่า: မေနှင်းသိန်ဒျာ, เสียงอ่านภาษาพม่า: [mè n̥ɪ́ɴ θèiɴdjà]) หรือในพงศาวดารมอญเรียก พระนางเมนินเธียนดยา เป็นพระมเหสีในพระเจ้าตราพระยาแห่งหงสาวดีแห่งหงสาวดี ป. ค.ศ. 1293 ถึง 1296 พระนางเป็นพระราชธิดาพระองค์เดียวในพระเจ้าฟ้ารั่ว ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรหงสาวดีที่ประสูติแต่แม่นางเทพสุดาสร้อยดาว และอาจมีศักดิ์เป็นพระราชนัดดาในพ่อขุนรามคำแหงมหาราช กษัตริย์พระองค์ที่ 3 แห่งอาณาจักรสุโขทัย
พระนางสินทยาต้องเลือกระหว่างพระสวามีกับพระราชบิดา ซึ่งเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งในพม่าตอนล่างในปัจจุบัน พระนางเป็นผู้บอกแผนการลอบปลงพระชนม์ของพระเจ้าตราพระยาแก่พระราชบิดา ป. ใน ค.ศ. 1296 แต่เมื่อพระราชบิดาสั่งให้ประหารชีวิตพระเจ้าตราพระยา พระนางไม่สามารถช่วยชีวิตพระสวามีได้
พระชนม์ชีพช่วงต้น
[แก้]แม่นางสินทยาประสูติ ป. ค.ศ. 1281 จากแม่นางเทพสุดาสร้อยดาวแห่งสุโขทัยกับสามัญชนนามมะกะโทจากTagaw Wun ตอนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรพุกาม ตามพงศาวดารมอญ พระราชมารดาเป็นพระราชธิดาในพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย ผู้หลบหนีอย่างลับ ๆ กับมะกะโทผู้เป็นนายทหารช้างหลวงซึ่งเกิดต่างประเทศในพระราชวังสุโขทัย[2] (อย่างไรก็ตาม เรื่องราวนี้อาจเป็นตำนาน[3] หรือ "สำนวน" ที่เชื่อมโยงกษัตริย์ยุคแรกของเมาะตะมะกับกษัตริย์สยาม และอาจไม่เป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์[4])
พระมเหสีแห่งพะโค
[แก้]ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
ปัจฉิมบท
[แก้]แม่นางสินทยาได้รับการกล่าวถึงครั้งสุดท้ายในพงศาวดารราชาธิราช ซึ่งระบุว่าพระเจ้าฟ้ารั่วทรงเลี้ยงดูชินจีและชินเง พระราชโอรสสองพระองค์ในพระเจ้าตราพระยากับพระนาง แต่ทั้งสองกลับแค้นใจต่อพระอัยกาของตนจากการทำให้พระราชบิดาสวรรคต ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1307 ทั้งสองแทงพระอัยกาของตนจนสวรรคตโดยไม่ทันรู้ตัว พระราชโอรสทั้งสองถูกจับและประหารชีวิต[5][6]
พงศาวลี
[แก้]| พงศาวลีของแม่นางสินทยา | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
อ้างอิง
[แก้]บรรณานุกรม
[แก้]- Aung-Thwin, Michael A. (2017). Myanmar in the Fifteenth Century. Honolulu: University of Hawai'i Press. ISBN 978-0-8248-6783-6.
- Coedès, George (1968). Walter F. Vella (บ.ก.). The Indianized States of Southeast Asia. trans.Susan Brown Cowing. University of Hawaii Press. ISBN 978-0-8248-0368-1.
- Harvey, G. E. (1925). History of Burma: From the Earliest Times to 10 March 1824. London: Frank Cass & Co. Ltd.
- Pan Hla, Nai (1968). ราชาธิราช (ภาษาพม่า) (8th printing, 2005 ed.). Yangon: Armanthit Sarpay.
- Phayre, Lt. Gen. Sir Arthur P. (1883). History of Burma (1967 ed.). London: Susil Gupta.