ประเทศเช็กเกีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พิกัดภูมิศาสตร์: 49°45′N 15°30′E / 49.750°N 15.500°E / 49.750; 15.500

สาธารณรัฐเช็ก

Česká republika (เช็ก)
ที่ตั้งของ ประเทศเช็กเกีย  (เขียวเข้ม) – ในทวีปยุโรป  (เขียว & เทาเข้ม) – ในสหภาพยุโรป  (เขียว)  —  [คำอธิบายสัญลักษณ์]
ที่ตั้งของ ประเทศเช็กเกีย  (เขียวเข้ม)

– ในทวีปยุโรป  (เขียว & เทาเข้ม)
– ในสหภาพยุโรป  (เขียว)  —  [คำอธิบายสัญลักษณ์]

เมืองหลวง
และเมืองใหญ่สุด
ปราก
50°05′N 14°28′E / 50.083°N 14.467°E / 50.083; 14.467
ภาษาราชการเช็ก[1]
ภาษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
กลุ่มชาติพันธุ์
(ค.ศ. 2011[2])
ศาสนา
(ค.ศ. 2011)[2]
เดมะนิมชาวเช็ก
การปกครองรัฐเดี่ยว สาธารณรัฐระบบรัฐสภา
ไมลอส ซีแมน
อันเดรจ บาบิส
สภานิติบัญญัติรัฐสภา
วุฒิสภา
สภาผู้แทนราษฎร
ประวัติ
ป. ค.ศ. 870
ค.ศ. 1198
28 ตุลาคม ค.ศ. 1918
1 มกราคม ค.ศ. 1993
พื้นที่
• รวม
78,871 ตารางกิโลเมตร (30,452 ตารางไมล์) (อันดับที่ 115)
2.12 (ใน ค.ศ. 2020)[3]
ประชากร
• ค.ศ. 2021 ประมาณ
ลดลงเป็นกลาง 10,701,777[4] (อันดับที่ 86)
• สำมะโนประชากร ค.ศ. 2011
10,436,560[2]
136 ต่อตารางกิโลเมตร (352.2 ต่อตารางไมล์) (อันดับที่ 62)
จีดีพี (อำนาจซื้อ)ค.ศ. 2020 (ประมาณ)
• รวม
เพิ่มขึ้น 432.346 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[5] (อันดับที่ 36)
เพิ่มขึ้น 40,585 ดอลลาร์สหรัฐ[5] (อันดับที่ 34)
จีดีพี (ราคาตลาด)ค.ศ. 2020 (ประมาณ)
• รวม
เพิ่มขึ้น 261.732 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[5] (อันดับที่ 36)
เพิ่มขึ้น 24,569 ดอลลาร์สหรัฐ[5] (อันดับที่ 37)
จีนี (ค.ศ. 2019)Steady 24.0[6]
ต่ำ · อันดับที่ 5
เอชดีไอ (ค.ศ. 2019)เพิ่มขึ้น 0.900[7]
สูงมาก · อันดับที่ 27
สกุลเงินโครูนาเช็ก (CZK)
เขตเวลาUTC+1 (เวลายุโรปกลาง)
• ฤดูร้อน (เวลาออมแสง)
UTC+2 (เวลาออมแสงยุโรปกลาง)
ขับรถด้านขวา
รหัสโทรศัพท์+420b
รหัส ISO 3166CZ
โดเมนบนสุด.czc
  1. แปลว่า "บ้านของฉันนั้นคือที่ใด" ซึ่งเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ มีความหมายว่า "สถานที่ที่บ้านเกิดของข้าตั้งอยู่"
  2. ใช้รหัส 42 ร่วมกับสโลวาเกียจนถึง ค.ศ. 1997
  3. ใช้โดเมน .eu ซึ่งเป็นโดเมนที่ใช้ในรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป

สาธารณรัฐเช็ก (อังกฤษ: Czech Republic; เช็ก: Česká republika)[8] หรือที่รู้จักกันในชื่อทั่วไปว่า เช็กเกีย (อังกฤษ: Czechia; เช็ก: Česko, ออกเสียง: [ˈtʃɛsko] ( ฟังเสียง))[9] ในอดีตมีชื่อว่า โบฮีเมีย (Bohemia)[10] เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล อยู่ในภูมิภาคยุโรปกลาง โดยมีพรมแดนทางตอนเหนือจรดประเทศโปแลนด์ ทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือจรดเยอรมนี ทางใต้จรดออสเตรีย และทางตะวันออกจรดสโลวาเกีย [11] เช็กเกียมีภูมิประเทศเป็นเนินเขาที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 78,871 ตารางกิโลเมตร (30,452 ตารางไมล์) โดยมีภูมิอากาศแบบภาคพื้นทวีปและภาคพื้นสมุทร

ดัชชีโบฮีเมียถูกก่อตั้งขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 9 ภายใต้ดินแดนของมาราเวียใหญ่ ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นรัฐของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ใน ค.ศ. 1002 และได้กลายเป็นราชอาณาจักรใน ค.ศ. 1198[12][13] ภายหลังยุทธการโมฮาชใน ค.ศ. 1526 ดินแดนของราชบังลังก์โบฮีเมียทั้งหมดก็ค่อย ๆ รวมเข้ากับราชาธิปไตยฮาพส์บวร์ค กบฎของชาวโบฮีเมียที่นับถือนิกายโปรเตสแตนด์ ก็นำไปสู่สงครามสามสิบปี หลังยุทธการไวท์เมาท์เทน ราชาธิปไตยฮาพส์บวร์คก็ได้รวมการปกครองของโบฮีเมีย ด้วยการยุบจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ใน ค.ศ. 1806 ดินแดนราชบัลลังก์โบฮีเมียก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออสเตรีย

ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ดินแดนของเช็กเกียก็ได้กลายเป็นดินแดนที่มีความเป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น และใน ค.ศ. 1918 ดินแดนส่วนใหญ่ของเช็กเกียก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐเชโกสโลวักที่หนึ่ง ภายหลังการล่มสลายของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง[14] เชโกสลาวาเกียเป็นประเทศเดียวในยุโรปกลางและตะวันออกที่ใช้การปกครองแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาตลอดสมัยระหว่างสงคราม[15] ภายหลังข้อตกลงมิวนิกใน ค.ศ. 1938 นาซีเยอรมนีก็เข้าไปควบคุมดินแดนเช็กเกียอย่างเป็นระบบ เชโกสโวาเกียได้รับการฟื้นฟูใน ค.ศ. 1945 และได้กลายเป็นรัฐคอมมิวนิสต์ในกลุ่มตะวันออก ภายหลังการรัฐประหารเมื่อ ค.ศ. 1948 ความพยายามที่จะเปิดนโยบายเสรีของรัฐบาลและเศรษฐกิจ ถูกปราบปรามโดยการรุกรานประเทศที่นำโดยสหภาพโซเวียต ในช่วงปรากสปริงใน ค.ศ. 1968 ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1989 การปฏิวัติกำมะหยี่ได้ยุติการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ภายในประเทศเชโกสลาวาเกีย และในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1993 เชโกสโวาเกียถูกยุบเลิก โดยรัฐองค์ประกอบของเชโกสโลวาเกียได้กลายเป็นรัฐเอกราชเช็กเกียและสโลวาเกีย

เช็กเกียเป็นสาธารณรัฐแบบรัฐสภารัฐเดี่ยว และถือเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่มีตลาดทางเศรษฐกิจเพื่อสังคมที่ก้าวหน้าและมีรายได้สูง เป็นรัฐสวัสดิการที่มีแบบอย่างทางสังคมของยุโรป การดูแลสุขภาพแบบถ้วนหน้า และการศึกษาในมหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน โดยอยู่ในอันดับที่ 12 ของดัชนีการพัฒนามนุษย์ซึ่งปรับตัวเลขความไม่เท่าเทียมกันในสังคมแล้วของสหประชาชาติ และอยู่ในอันดับที่ 14 ของดัชนีทุนของมนุษย์โดยธนาคารโลก นำหน้าประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่ปลอดภัยและสงบสุขที่สุดเป็นอันดับที่ 11 และอยู่ในอันดับที่ 31 ของดัชนีการปกครองแบบประชาธิปไตย เช็กเกียเป็นสมาชิกของเนโท, สหภาพยุโรป, องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ, องค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป และสภายุโรป

ภูมิศาสตร์[แก้]

เช็กเกียเป็นดินแดนที่ประกอบด้วย ที่ราบสูง พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าน้ำทะเล 200 เมตร นอกจากนั้นยังประกอบด้วย เนินเขา แม่น้ำรวมถึงทะเลสาบขนาดเล็ก ๆ อยู่ทั่วไป เช็กเกียเช็กเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชหลายชนิด เพราะมีดินที่อุดมสมบูรณ์ มีอากาศแบบอบอุ่นภาคพื้นทวีป มีแร่ธาตุหลายชนิด แร่ที่สำคัญได้แก่ ถ่านหินและยูเรเนียม

สภาพอากาศ[แก้]

สภาพอากาศของเช็กเกีย มีอากาศหนาวอยู่ในเขตอบอุ่น หน้าร้อนจะอบอุ่น หน้าหนาวจะหนาว (ยุโรปอยู่ระหว่าง 35 องศาเหนือ - 71 องศาเหนือ)

ประวัติศาสตร์[แก้]

ดูบทความหลักที่: ประวัติศาสตร์เช็กเกีย

กลุ่มรัฐสลาฟ[แก้]

ดินแดนของเช็กเกียในปัจจุบัน มีประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปราว 2,000 ปี นับตั้งแต่เมื่อชนเผ่าสลาวอนิก (Slavonic Tribes) หรือชนเผ่าสลาฟ ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานแคว้นโบฮีเมียได้พัฒนาเป็นรัฐอิสระเป็นครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 9 แต่ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ชนเผ่าเยอรมันได้อพยพเข้ามายึดดินแดนเช็กในปัจจุบันเป็นอาณานิคม ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างวัฒนธรรมเช็กให้มีทั้งลักษณะของชนเผ่าเยอรมันและชนเผ่าสลาฟ กรุงปรากจึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันหลากหลาย อาทิ โรมาเนสก์ กอทิก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา บาโรก รวมทั้งศิลปะรูปแบบต่าง ๆ ทำให้กรุงปรากเป็นเมืองที่แสดงให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาของเช็กเกียได้อย่างดี ตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมัน จนกระทั่งถึงสมัยราชวงศ์ฮับสบูร์ก (ราวศตวรรษที่ 15-18) และองค์การยูเนสโก ได้เลือกให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม นอกจากนี้ เช็กยังมีชื่อเสียงและประวัติศาสตร์อันยาวนานด้านการผลิตเบียร์ โดยเฉพาะที่เมืองเปิลเซน (Plzen)

กรุงปรากเป็นเมืองที่สำคัญในยุโรปตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมันและยุคกลางของยุโรป จักรพรรดิคาร์ลที่ 4แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยชาลส์ (Charles University) ขึ้นที่กรุงปรากซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปตะวันออก ในช่วงยุคกลาง เช็กเกียอยู่ภายใต้การปกครองของคริสตจักรเช่นเดียวกับดินแดนอื่น ๆ ในยุโรป จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1526 เช็กเกียจึงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของราชวงศ์ฮับสบูร์ก ในศตวรรษที่ 19 เริ่มมีการฟื้นฟูความตระหนักถึงชนชาติ ซึ่งถึงจุดสูงสุดในปี ค.ศ. 1848 เมื่อกรุงปรากเป็นเมืองแรกในอาณาจักรฮับสบูร์กที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูป และต้องการแยกตัวเป็นรัฐอิสระ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1

คริสต์ศตวรรษที่ 20[แก้]

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง ฝ่ายพันธมิตรได้สนับสนุนให้ชาวเช็กและชาวสโลวักสร้างสหพันธรัฐประชาธิปไตยเชโกสโลวาเกียขึ้น ในปี ค.ศ. 1918 เนื่องจากชาวเช็กและชาวสโลวักมีภาษาคล้ายคลึงกัน แต่แยกจากกันทางการเมือง เนื่องจากสโลวาเกียเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรฮังการี ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เชโกสโลวาเกียเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมมีความก้าวหน้าที่สุดจนติดอันดับหนึ่งในสิบของโลก อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัญหาทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากชาวสโลวักต้องการแยกตัวออกเป็นรัฐอิสระจากชาวเช็กซึ่งมีบทบาทเหนือกว่า

ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1939 กองทัพเยอรมนีนาซีได้รุกรานแคว้นโบฮีเมียและมอเรเวีย ทำให้เชโกสโลวาเกียสูญเสียความเป็นรัฐเอกราช จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1945 กองทัพโซเวียตได้ปลดปล่อยดินแดนของเชโกสโลวาเกียจากการปกครองของนาซี ทำให้สหภาพโซเวียตมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการทางการเมืองของเชโกสโลวาเกียในเวลาต่อมา และในปี ค.ศ. 1948 พรรคคอมมิวนิสต์ได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจไว้

หลังสงคราม[แก้]

พรรคคอมมิวนิสต์มีอิทธิพลในเชโกสโลวาเกียมาโดยตลอด จนกระทั่งในช่วงปลายทศวรรษที่ 60 ได้เริ่มมีการเคลื่อนไหวเพื่อการปฏิรูป ที่เรียกว่า ช่วงฤดูใบไม้ผลิแห่งกรุงปราก (Prague Spring) ภายใต้การนำของนายอาเลกซันแดร์ ดุปเชก (Alexander Dubček) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ สหภาพโซเวียต และประเทศอื่นในกลุ่มกติกาสนธิสัญญาวอร์ซอ (Warsaw Pact) เกรงว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นภัยคุกคามต่อระบบคอมมิวนิสต์ จึงได้ยกกองกำลังเข้าไปในเชโกสโลวาเกียเมื่อปี ค.ศ. 1968 และจัดตั้งระบบคอมมิวนิสต์ที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีแนวคิดต่อต้านระบบคอมมิวนิสต์ในเชโกสโลวาเกีย

หลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลายลง เชโกสโลวาเกียได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างสันติ โดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า การปฏิวัติกำมะหยี่ (Velvet Revolution) และนายวาตสลัฟ ฮาเวล (Václav Havel) ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านระบบคอมมิวนิสต์ ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีเชโกสโลวาเกียในปี ค.ศ. 1989

รัฐบาลเชโกสโลวาเกียได้มีมติเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2536 ให้สลายประเทศเชโกสโลวาเกีย และแบ่งออกเป็นสาธารณรัฐเช็ก (เช็กเกีย) และสาธารณรัฐสโลวัก (สโลวาเกีย) ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกว่า Velvet Divorce ต่อมา นายวาตสลัฟ ฮาเวลได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรกของเช็กเกียในปี ค.ศ. 1993 และได้รับเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1998 จนกระทั่งหมดวาระ (วาระละ 5 ปี) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003 และนายวาตสลัฟ เกลาส์ (Vaclav Klaus) ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสืบต่อ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003

การเมืองการปกครอง[แก้]

เช็กเกียปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบมีประธานาธิบดีเป็นประมุข

นิติบัญญัติ[แก้]

ดูบทความหลักที่: รัฐสภาเช็กเกีย

ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งเป็นระบบสองสภา (Bicameral Parliament) คือ สภาสูง (Senate) มี 81 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งโดย popular vote มีวาระ 6 ปี โดยจะมีการเลือก 1 ใน 3 ทุก 2 ปี

ตุลาการ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กฎหมายเช็กเกีย

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

เช็กเกียประกอบด้วย 13 เขต (regions - kraje) กับ 1 นครหลวง (capital city - hlavní město) (มีเครื่องหมายดอกจันกำกับ)

แผนที่เขตการปกครองของสาธาณรัฐเช็ก


เขต เมืองหลวง สี
ปราก* (ปราฮา)  
เขตเซ็นทรัลโบฮีเมีย มีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงปราก (ปราฮา)
เขตเซาท์โบฮีเมีย เชสเกบุดเยยอวีตเซ
เขตเปิลเซน เปิลเซน
เขตคาร์ลสแบด คาร์ลอวีวารี (คาร์ลสแบด)
เขตอูสตีนาดลาเบม อูสตีนาดลาเบม
เขตลีเบเรซ ลีเบเรซ
เขตฮราเดตส์กราลอเว ฮราเดตส์กราลอเว
เขตปาร์ดูบีตเซ ปาร์ดูบีตเซ
เขตออลอโมตซ์ ออลอโมตส์
เขตมอเรเวีย-ไซลีเชีย ออสตราวา
เขตเซาท์มอเรเวีย เบอร์โน
เขตซลีน ซลีน
เขตวีซอชีนา ยีห์ลาวา



นโยบายต่างประเทศ[แก้]

ความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป[แก้]

  1. บทบาทของเช็กเกียในสหภาพยุโรปและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ
  2. การทูตพหุภาคีและการให้ความสนับสนุนบทบาทของสหประชาชาติ
  3. การต่อต้านการก่อการร้าย การป้องกันการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงและการต่อต้านอาชญากรรมระหว่างประเทศ
  4. การดำเนินความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
  5. บทบาทของสาธารณรัฐเช็กในกองกำลังรักษาสันติภาพในคอซอวอ อิรัก และอัฟกานิสถาน
  6. การดำเนินความสัมพันธ์ต่อประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะต่อสโลวาเกีย
  7. การดำเนินความสัมพันธ์กับรัสเซีย โดยเฉพาะในกรอบระหว่างสหภาพยุโรปกับรัสเซีย
  8. ความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคเอเชีย ลาตินอเมริกา และแอฟริกา
  9. ประเด็นระหว่างประเทศต่าง ๆ ได้แก่ การต่อสู้กับความยากจน การแพร่กระจายของโรคระบาด การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะที่เป็นผลจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติในเอเชียและแอฟริกา

กองทัพ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กองทัพสาธารณรัฐเช็ก

กองกำลังกึ่งทหาร[แก้]

เศรษฐกิจ[แก้]

สถานการณ์เศรษฐกิจเช็กเกีย ภายหลังจาก Velvet Reform ในปี ค.ศ. 1989 เชโกสโลวาเกียเริ่มดำเนินการปฏิรูปทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ในขณะที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์ยังคงดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างระแวดระวัง การปฏิรูปทางเศรษฐกิจดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว โดยปล่อยให้ราคาสินค้าเคลื่อนไหวอย่างเสรี การคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่เจ้าของเดิมในช่วงปี ค.ศ. 1948 และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ต่อมา ภายหลังจาก Velvet Divorce ซึ่งแยกเชโกสโลวาเกียเป็นเช็กเกียและสโลวาเกีย ในปี ค.ศ. 2003 เช็กเกียมีการพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าอย่างมาก โดยมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่รวดเร็ว มีอัตราการว่างงานต่ำ และไม่มีอัตราเงินเฟ้อที่สูงเกินไป

รัฐบาลเช็กเกียประสบความสำเร็จในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ อาทิ บริษัทโตโยตามอเตอร์ และบริษัทเปอร์โยต์ ซีตรอง โดยได้ก่อตั้งหน่วยงานส่งเสริมการลงทุน ชื่อว่า Czech Invest เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับสูง ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่าจะสามารถดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศได้เพิ่มขึ้นจาก 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี ค.ศ. 2005-2007 ส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงสูงอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 3.7 ในปี ค.ศ. 2003 เป็นร้อยละ 3.8 ในปี ค.ศ. 2004 และคาดว่าจะสูงถึงร้อยละ 4.4 ในปี ค.ศ. 2005 ทำให้ค่าจ้างแรงงานมีการปรับตัวสูงขึ้นและมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ช่วยกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อได้ลดลงเป็นลำดับ

รัฐบาลเช็กเกียยังคงให้ความสำคัญกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยได้ดำเนินการไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ และยังคงมีอีกประมาณ 167 บริษัทที่อยู่ระหว่างรอดำเนินการ ได้แก่ Czech Telecom CEZ Power Utility เป็นต้น อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังคงมีปัญหาการขาดดุลงบประมาณซึ่งสูงถึงร้อยละ 7 ของ GDP ในปี ค.ศ. 2003 รัฐบาลจึงตั้งเป้าที่จะลดการขาดดุลให้เหลือเพียงร้อยละ 4 ในปี ค.ศ. 2006 ซึ่งเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่สหภาพยุโรปเรียกร้องเพื่อรับเช็กเกียเข้าเป็นสมาชิก นอกจากนี้ รัฐบาลเช็กเกียคงจะพยายามผลักดันเพื่อให้สามารถใช้เงินสกุลยูโรได้ภายในปี ค.ศ. 2009-2010 นอกจากนี้ รัฐบาลเช็กเกียจะยังคงมุ่งมั่นปฏิรูประบบกฎหมาย กฎหมายการล้มละลาย และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

การท่องเที่ยว[แก้]

ดูบทความหลักที่: การท่องเที่ยวในเช็กเกีย

โครงสร้างพื้นฐาน[แก้]

คมนาคมและโทรคมนาคม[แก้]

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี[แก้]

การศึกษา[แก้]

ดูบทความหลักที่: การศึกษาในเช็กเกีย

สาธารณสุข[แก้]

ประชากร[แก้]

เชื้อชาติ[แก้]

  • ประชากร 10.28 ล้านคน ประกอบด้วยชาวเช็ก (94.4%) ชาวมอเรเวีย (5%) ชาวสโลวัก (1.4%) ชาวโปแลนด์ (0.4%) ชาวฮังการี (0.2%)
  • อัตราการเพิ่มประชากร - 0.05 % (ปี ค.ศ. 2005)
  • กรุงปราก (Prague) มีประชากร 1.21 ล้านคน
  • Brno - เมืองศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมของแคว้นมอเรเวีย มีประชากรประมาณ 3.3 แสนคน
  • Ostrava - เมืองอุตสาหกรรม โดยเฉพาะทางด้านการถลุงเหล็ก อยู่ทางตะวันออกของประเทศ มีประชากรประมาณ 3.24 แสนคน
  • เมืองเปิลเซน (Plzeň) - เมืองอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล และเป็นเมืองที่กำเนิดของเบียร์สูตรที่เก่าแก่ที่สุดในโลก อยู่ทางเหนือของประเทศ มีประชากร 1.7 แสนคน
  • อัตราการรู้หนังสือของผู้ใหญ่ 99.9%
  • อายุเฉลี่ย ชาย : 71 / หญิง : 78

ศาสนา[แก้]

ดูบทความหลักที่: ศาสนาในเช็กเกีย

ไม่มีศาสนา 39.8% โรมันคาทอลิก 39.2% โปรเตสแตนต์ 6% ออร์ทอดอกซ์ 3% และอื่น ๆ 13.4%

ภาษา[แก้]

ดูบทความหลักที่: ภาษาในสาธารณรัฐเช็ก

กีฬา[แก้]

วัฒนธรรม[แก้]

ดูบทความหลักที่: วัฒนธรรมเช็ก

วรรณกรรม[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ศิลปะ[แก้]

ดนตรี[แก้]

อาหาร[แก้]

สื่อสารมวลชน[แก้]

ดูบทความหลักที่: สื่อสารมวลชนในเช็กเกีย

วันหยุด[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Czech language". Czech Republic – Official website. Ministry of Foreign Affairs of the Czech Republic. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 6 November 2011. สืบค้นเมื่อ 14 November 2011.
  2. 2.0 2.1 2.2 "Public database: Census 2011". Czech Statistical Office. สืบค้นเมื่อ 2 June 2021.
  3. "Public database: Land use (as at 31 December)". Czech Statistical Office. สืบค้นเมื่อ 2 June 2021.
  4. "Population of Municipalities – 1 January 2021". Czech Statistical Office. 30 April 2021.
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 "World Economic Outlook Database, October 2019". IMF.org. International Monetary Fund. สืบค้นเมื่อ 2 November 2019.
  6. "Gini coefficient of equivalised disposable income - EU-SILC survey". ec.europa.eu. Eurostat. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 March 2019. สืบค้นเมื่อ 3 July 2020.
  7. "Human Development Report 2020" (PDF) (ภาษาอังกฤษ). United Nations Development Programme. 10 December 2019. สืบค้นเมื่อ 10 December 2019.
  8. "Publications Office — Interinstitutional style guide — 7.1. Countries — 7.1.1. Designations and abbreviations to use". Publications Office. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 October 2007. สืบค้นเมื่อ 31 January 2019.
  9. "the Czech Republic". The United Nations Terminology Database. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 September 2016. สืบค้นเมื่อ 2 September 2016.
  10. Šitler, Jiří (12 July 2016). "From Bohemia to Czechia". Czech Radio. สืบค้นเมื่อ 1 June 2021.
  11. "Information about the Czech Republic". Czech Foreign Ministry. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 April 2016. สืบค้นเมื่อ 25 March 2016.
  12. Mlsna, Petr; Šlehofer, F.; Urban, D. (2010). "The Path of Czech Constitutionality" (PDF). 1st edition (ภาษาเช็ก และ อังกฤษ). Praha: Úřad Vlády České Republiky (The Office of the Government of the Czech Republic). pp. 10–11. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 16 January 2013. สืบค้นเมื่อ 31 October 2012.
  13. Čumlivski, Denko (2012). "800 let Zlaté buly sicilské" (ภาษาเช็ก). National Archives of the Czech Republic (Národní Archiv České Republiky). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 November 2012. สืบค้นเมื่อ 31 October 2012.
  14. Dijk, Ruud van; Gray, William Glenn; Savranskaya, Svetlana; Suri, Jeremi; Zhai, Qiang (2013). Encyclopedia of the Cold War (ภาษาอังกฤษ). Routledge. p. 76. ISBN 978-1135923112. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 November 2018. สืบค้นเมื่อ 13 December 2017.
  15. Timothy Garton Ash The Uses of Adversity Granta Books, 1991 ISBN 0-14-014038-7 p. 60

ข้อมูลทั่วไป[แก้]

อ่านเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]