การปกครอง
บทความนี้ต้องการการจัดหน้า จัดหมวดหมู่ ใส่ลิงก์ภายใน หรือเก็บกวาดเนื้อหา ให้มีคุณภาพดีขึ้น คุณสามารถปรับปรุงแก้ไขบทความนี้ได้ และนำป้ายออก พิจารณาใช้ป้ายข้อความอื่นเพื่อชี้ชัดข้อบกพร่อง |
บทความนี้อาจต้องการตรวจสอบต้นฉบับ ในด้านไวยากรณ์ รูปแบบการเขียน การเรียบเรียง คุณภาพ หรือการสะกด คุณสามารถช่วยพัฒนาบทความได้ |
บทความนี้ ต้องการตรวจสอบความถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ โปรดเพิ่มพารามิเตอร์ reason หรือ talk ลงในแม่แบบนี้เพื่ออธิบายปัญหาของบทความ |
| ส่วนหนึ่งของชุดการเมือง |
| ระบอบการปกครอง พื้นฐาน |
|---|
| รายการระบอบการปกครอง |
| สถานีย่อย:การเมือง |
การปกครอง (อังกฤษ: governance) คือ การวางระเบียบกฎเกณฑ์และการใช้อำนาจอธิปไตยตามกฎหมายในการบริหารประเทศ การปกครองมีหลายรูปแบบ เช่น การปกครองแบบประชาธิปไตย หรือการปกครองแบบเผด็จการ เป็นต้น นอกจากนี้การปกครองยังแบ่งได้หลายระดับ เช่น การปกครองส่วนกลาง การปกครองส่วนภูมิภาค และ การปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น
ระบบการเมืองในปัจจุบันแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ ระบอบประชาธิปไตย ระบอบเผด็จการ และระบอบลูกผสม มีระบบการจำแนกสมัยใหม่อีกระบบ 1 คือ สถาบันกษัตริย์ในฐานะองค์กรเดี่ยว (Standalone entity) หรือระบบลูกผสมของ 3 ระบอบหลัก นักวิชาการโดยทั่วไปกล่าวถึงอำนาจนิยมว่าเป็นรูปแบบของอำนาจนิยมหรือเผด็จการเบ็ดเสร็จ[1][2]
ระบอบการปกครอง
ระบอบการปกครอง (อังกฤษ: Form of government) หมายถึง โครงสร้างและกลไกทางการเมืองที่รัฐหนึ่งใช้ในการจัดระเบียบการใช้อำนาจอธิปไตย นิยามนี้ครอบคลุมถึงกฎเกณฑ์ กระบวนการตัดสินใจ และความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทางการเมืองต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงสถานะของรัฐที่มีเสถียรภาพไปจนถึงรัฐที่มีสภาวะการใช้อำนาจปกครองที่ไร้ประสิทธิภาพ
บ่อเกิดแห่งอำนาจ
[แก้]ประชาธิปไตย (Democracy)
[แก้]เป็นระบอบการปกครองซึ่งพลเมืองเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและเลือกผู้ปกครองซึ่งทำหน้าที่ออกกฎหมาย โดยพลเมืองอาจใช้อำนาจของตนด้วยตนเองหรือผ่านผู้แทนที่เลือกไปใช้อำนาจแทนก็ได้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
- ประชาธิปไตยทางตรง (Direct Democracy) หรือประชาธิปไตยบริสุทธิ์ (Pure Democracy) คือ รูปแบบของรัฐที่ให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองได้โดยตรง รวมไปถึงการร่างกฎหมายและนโยบายของรัฐบาล
- ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน (Representative Democracy) หรือประชาธิปไตยทางอ้อม (Indirect Democracy) คือ การปกครองที่ประชาชนจะเลือกผู้แทนไปทำหน้าที่แทนตนในการร่วมตัดสินใจทางการเมือง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน
- ระบบรัฐสภา (Parliamentary Democracy) คือ รูปแบบการปกครองที่รัฐบาลได้รับการเลือกเข้ามาจากความเห็นชอบของรัฐสภา โดยประมุขแห่งรัฐอาจเป็นกษัตริย์หรือประธานาธิบดีก็ได้ แต่ประมุขฝ่ายบริหาร คือ นายกรัฐมนตรี
- ระบบประธานาธิบดี (Presidential system) คือ รูปแบบการปกครองที่อำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารแยกออกจากกัน โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ และได้รับการเลือกตั้งเข้ามาโดยตรงจากประชาชน
- ระบบกึ่งประธานาธิบดี (Semi-presidential system) คือ รูปแบบการปกครองที่ผสมผสานระหว่างระบบรัฐสภาและระบบประธานาธิบดี โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเข้ามาโดยตรงจากประชาชน และมีการแต่งตั้งคณะรัฐบาลขึ้นมาเพื่อใช้อำนาจบริหาร
- ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม (Participatory democracy) คือ รูปแบบการปกครองที่เกี่ยวข้องกับการยินยอมและความเป็นเอกฉันท์ โดยเป็นแนวคิดที่นำเสนอมุมมองทางการเมืองที่ดีกว่า โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากกว่าเพียงการเลือกตั้ง เหมือนกับประชาธิปไตยแบบมีผู้แทนเท่านั้น
- ประชาธิปไตยแบบผสม (Hybrid Democracy) คือ ระบอบการปกครองที่ผสมผสานลักษณะของประชาธิปไตยเข้ากับอำนาจนิยม โดยมักมีการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แต่ขาดความยุติธรรม ฝ่ายค้านถูกจำกัด บทบาทสื่อถูกควบคุม หรือใช้กลไกกฎหมายจัดการคู่แข่ง ส่งผลให้ไม่ใช่ประชาธิปไตยเต็มใบ
- ประชาธิปไตยเสรีนิยม (Liberal Democracy) คือ ระบอบการปกครองที่ผสมผสานหลักประชาธิปไตยเข้ากับหลักเสรีนิยม เน้นคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน เสรีภาพพลเมือง และความเสมอภาคสำหรับทุกคน โดยมีรัฐบาลที่จำกัดอำนาจตนเองภายใต้กฎหมาย
- สังคมนิยมประชาธิปไตย (Democratic Socialism) คือ อุดมการณ์ทางการเมืองฝ่ายซ้ายที่มุ่งสร้างความเสมอภาคทางเศรษฐกิจผ่านกระบวนการประชาธิปไตย โดยสนับสนุนการกระจายอำนาจ การจัดการตนเองของคนงาน และมักมุ่งหมายยกเลิกทุนนิยม (ในรูปแบบสุดโต่ง) แต่ยังคงรักษาเสรีภาพทางการเมืองและการเลือกตั้ง ซึ่งต่างจากคอมมิวนิสต์ที่ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ
คณาธิปไตย (Oligarchy)
[แก้]เป็นระบอบการปกครองที่อำนาจปกครองอยู่ที่กลุ่มบุคคลส่วนน้อย เป็นคำที่ราชบัณฑิตยสถานได้ให้ควาหมายไว้ว่า "ระบอบการปกครองแบบหนึ่ง ซึ่งปกครองโดยคณะบุคคลจํานวนน้อยของสังคม มักได้แก่ กลุ่มผู้อาวุโส กลุ่มทหาร หรือกลุ่มปฏิวัติ"[3]
- การปกครองโดยเสียงข้างน้อย (Minoritarianism[4]) คือ รูปแบบการปกครองที่อำนาจสูงสุดตกอยู่ในมือของคนกลุ่มน้อยเพียงกลุ่มเดียว โดยกลุ่มนี้อาจเป็นชนชั้นสูง เศรษฐี ผู้มีอิทธิพล หรือกลุ่มผู้นำทหาร ที่ใช้อำนาจเพื่อรักษาผลประโยชน์ของพวกพ้องและควบคุมรัฐบาลโดยไม่ยึดโยงกับเสียงข้างมากของประชาชนส่วนใหญ่
- คณาธิปัตย์ทางธุรกิจ (Business oligarchies[5]) คือ รูปแบบที่กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่หรือกลุ่มทุนมหาเศรษฐีมีอิทธิพลในการชี้นำนโยบายของรัฐบาล จนมีลักษณะเสมือนเป็นกลุ่มคณาธิปไตยที่ใช้อำนาจผ่านกลไกทางเศรษฐกิจมากกว่าตำแหน่งทางการเมืองโดยตรง
- คณาธิปไตยทางปัญญา (Intellectual oligarchies) คือ รูปแบบการปกครองที่อำนาจการตัดสินใจจำกัดอยู่เพียงกลุ่มคนที่มีระดับการศึกษาสูง หรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยเชื่อว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการรัฐได้ดีกว่ามวลชนทั่วไป
- กึ่งประชาธิปไตย (Semi-democracy) คือ รูปแบบการปกครองที่ผสมผสานลักษณะประชาธิปไตยและอำนาจนิยมไว้ด้วยกัน ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งและมีฝ่ายค้าน แต่กลไกการแก้ไขปัญหาของรัฐยังไม่สมบูรณ์และมักมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพอยู่บ้าง
- อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คือ ระบอบการปกครองที่อำนาจสูงสุดอยู่ในมือของชนชั้นปกครองกลุ่มน้อย ผู้มีอภิสิทธิ์ หรือมีความสามารถสูง โดยเชื่อว่าผู้นำเหล่านี้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษกว่าคนทั่วไป มักถูกใช้เปรียบเทียบว่าเป็นขั้วตรงข้ามกับการปกครองโดยเสียงข้างมากหรือประชาธิปไตย
- เศรษฐยาธิปไตย (plutocracy) คือ ระบอบการปกครองที่คนมีเงินเป็นผู้ถือครองอำนาจทางการเมือง โดยเป็นรูปแบบหนึ่งของคณาธิปไตย และสามารถนิยามด้วยว่า เป็นสังคมที่ปกครองหรือควบคุมโดยประชาชนที่มั่งคั่งที่สุดส่วนน้อย เป็นการเมืองเพื่ออำนาจ เพื่อผลประโยชน์ และสิทธิพิเศษ ของกลุ่มคนที่มีอำนาจทางการเมือง โดยต้องใช้เงินเป็นองค์ประกอบหลัก
- เสนาธิปไตย (Stratocracy) คือ ระบอบการปกครองที่มีทหารเป็นผู้นำ อำนาจรัฐแต่ละฝ่าย (บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ) อยู่ภายใต้การควบคุมโดยกำลังทหารโดยชอบด้วยกฎหมาย
- เทวาธิปไตย (Theocracy) คือ ระบอบการปกครองที่มีพระเจ้าหรือเทพเป็นประมุข หรือในความหมายกว้าง ๆ คือระบอบการปกครองที่รัฐปกครองโดยอำนาจจากเทพ (divine guidance) หรือโดยผู้ที่ถือกันว่าได้รับอำนาจหรือการดลใจโดยตรงจากเทพ
อัตตาธิปไตย (Autocracy)
[แก้]เป็นระบอบการปกครองซึ่งอำนาจสูงสุดรวมศูนย์อยู่ที่บุคคลเพียงคนเดียว ผู้นำสามารถใช้อำนาจตัดสินใจในกิจการของรัฐได้อย่างไม่จำกัดโดยตัวบทกฎหมายหรือกลไกการควบคุมที่ประชาชนจัดตั้งขึ้น (เว้นแต่ในกรณีที่ถูกคุกคามโดยปริยายจากการรัฐประหารหรือการก่อการกำเริบของมวลชน) ราชบัณฑิตยสภา ได้ให้นิยามไว้ว่า "ระบอบการปกครองที่ผู้นำมีอำนาจเด็ดขาดและไม่จำกัด"
- ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute Monarchy) คือ กษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจเด็ดขาด
- ระบอบเผด็จการ (Dictatorship) คือ ผู้นำหรือกลุ่มผู้นำใช้อำนาจเบ็ดเสร็จโดยไม่ได้สืบทอดตามสายโลหิต
- เผด็จการเบ็ดเสร็จ (Totalitarianism) คือ ระบอบการปกครองที่รัฐบาลหรือผู้นำสูงสุดใช้อำนาจเด็ดขาดควบคุมทุกแง่มุมของสังคมอย่างสมบูรณ์ ทั้งชีวิตสาธารณะและส่วนตัว โดยห้ามการต่อต้านอย่างสิ้นเชิง ใช้อุดมการณ์ชุดเดียวโฆษณาชวนเชื่อ และใช้ความหวาดกลัวผ่านตำรวจลับเพื่อบังคับให้ประชาชนเชื่อฟังอย่างไม่มีเงื่อนไข
- เผด็จการทหาร (Military Dictatorship) คือ ระบอบการปกครองที่อำนาจสูงสุดเบ็ดเสร็จอยู่ในมือของกองทัพ โดยมักได้อำนาจมาผ่านการ รัฐประหาร โค่นล้มรัฐบาลเดิม ปกครองโดยคณะนายทหารระดับสูง ใช้กฎอัยการศึกหรือรัฐธรรมนูญชั่วคราวเป็นเครื่องมือจำกัดสิทธิเสรีภาพ ปราบปรามฝ่ายตรงข้าม และมักจำกัดการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
อนาธิปไตย (Anarchy)
[แก้]สภาวะของสังคมที่ปราศจากผู้ปกครองหรืออำนาจรัฐส่วนกลางในการบังคับบัญชา แม้ในทางภาษาทั่วไปมักถูกใช้เพื่อสื่อถึงสภาวะความวุ่นวายไร้ระเบียบ แต่ในทางรัฐศาสตร์และปรัชญาการเมือง อนาธิปไตยหมายถึงรูปแบบความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนการร่วมมืออย่างอิสระของปัจเจกบุคคลโดยปราศจากลำดับชั้นทางอำนาจ
รูปแบบของรัฐจำแนกตามประมุขแห่งรัฐ
[แก้]ระบอบราชาธิปไตย
[แก้]เป็นรูปแบบการปกครองที่ตำแหน่งประมุขแห่งรัฐโดยปกติถืออยู่กระทั่งสวรรคตหรือสละราชสมบัติ โดยมากมักได้อำนาจมาโดยการสืบราชสมบัติในราชวงศ์เดียวกัน แต่ก็มีพระมหากษัตริย์ที่มาจากการเลือกตั้งหรือตั้งตนเป็นเจ้าด้วยเช่นกัน
- จำแนกตามขอบเขตอำนาจ
- สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute monarchy) คือ ระบอบการปกครองซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ ทรงมีพระราชอำนาจสูงสุดเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการบริหารประเทศ นิติบัญญัติ และตุลาการแต่เพียงพระองค์เดียว โดยมิได้ถูกจำกัดอำนาจโดยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย
- ปรมิตตาญาสิทธิราชย์ (Limited Monarchy) คือ รูปแบบการปกครองซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐโดยพระราชอำนาจถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือจารีตประเพณีทางการเมือง ตรงข้ามกับระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
- ราชาธิปไตยกึ่งรัฐธรรมนูญ (Semi-constitutional monarchy) คือ รูปแบบการปกครองซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐภายใต้ขอบเขตของรัฐธรรมนูญ แต่ยังคงมีพระราชอำนาจทางการเมืองสูงกว่าราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยกษัตริย์มักมีพระราชอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ยุบสภา หรือถอดถอนรัฐบาลได้ตามพระราชอัธยาศัยในบางกรณี ตัวอย่าวประเทศ เช่น โมร็อกโก โมนาโก ฯลฯ
- ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional monarchy) คือ รูปแบบการปกครองซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐโดยไม่ทรงมีบทบาททางการเมืองและทรงอยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญไม่ว่าเป็นหรือไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ตัวอย่างประเทศ เช่น ไทย ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ฯลฯ
- ราชาธิปไตยเชิงบริหาร (Executive monarchy) คือ เป็นรูปแบบซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐและมีพระราชอำนาจสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดินด้วยพระองค์เอง หรือทรงใช้อำนาจผ่านคณะรัฐมนตรีที่ทรงแต่งตั้ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีมักรายงานตรงต่อพระองค์มากกว่ารัฐสภา ตัวอย่างประเทศ เช่น จอร์แดน คูเวต ฯลฯ
- จำแนกตามที่มาของตำแหน่ง
- ราชาธิปไตยแบบสืบสันตติวงศ์ (Hereditary Monarchy) คือ การสืบทอดอำนาจซึ่งราชบังลังก์จะถูกส่งมอบผ่านจากสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลผู้ปกครองไปยังสมาชิกอีกคนหนึ่งในตระกูลเดียวกัน หนึ่งในผู้ปกครองมาจากตระกูลเดียวกันที่ประกอบกันเป็นราชวงศ์
- ราชาธิปไตยโดยเลือกตั้ง (Elective monarchy) คือ รูปแบบหนึ่งของระบอบราชาธิปไตยที่พระมหากษัตริย์มาจากการเลือกสรรโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งแตกต่างจากราชาธิปไตยโดยสืบราชสันตติวงศ์ที่พระราชอิสริยยศจะถูกส่งต่อภายในราชวงศ์โดยอัตโนมัติ ในปัจจุบันระบอบนี้อาจมีเงื่อนไขการเลือกตั้งที่แตกต่างกันไป เช่น การเลือกจากบุคคลภายในราชวงศ์เท่านั้น หรือการเลือกจากบรรดาผู้ปกครองรัฐย่อย ซึ่งระบอบราชาธิปไตยโดยเลือกตั้งมักจะพัฒนาเป็นแบบสืบราชสันตติวงศ์ในภายหลัง และระบอบราชาธิปไตยโดยสืบราชสันตติวงศ์ก็อาจมีการเลือกพระมหากษัตริย์เกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราว [6]
- ราชาธิปไตยโดยสถาปนาตนเอง (Self-proclaimed monarchy) คือ รูปแบบการปกครองที่บุคคลหนึ่งทำการประกาศจัดตั้งระบอบราชาธิปไตยและสถาปนาตนเองขึ้นเป็นประมุข (พระมหากษัตริย์) โดยมักไม่ได้เป็นการสืบราชสันตติวงศ์ตามประเพณีหรือสายโลหิตจากกษัตริย์องค์ก่อน บุคคลเหล่านี้อาจเป็นผู้นำทางทหาร นักการเมือง หรือผู้มีอิทธิพลที่อาศัยสภาวะสุญญากาศทางการเมืองหรือการทำรัฐประหารเพื่อสร้างฐานอำนาจใหม่ ตัวอย่างที่ชัดเจนในประวัติศาสตร์ อาทิ นโปเลียน โบนาปาร์ต ที่ปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งฝรั่งเศส หรือ ฌ็อง-เบแดล บอกาซา แห่งจักรวรรดิแอฟริกากลาง [7]
ระบอบสาธารณรัฐ
[แก้]เป็นรูปแบบการปกครองที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน โดยมีประมุขแห่งรัฐซึ่งมักเรียกว่า ประธานาธิบดี ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม และมีวาระการดำรงตำแหน่งที่แน่นอน ราชบัณฑิตยสภาได้ให้ความหมายของระบอบนี้ไว้ว่า "ระบอบการปกครองที่ไม่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยมีประธานาธิบดีซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นประมุขของประเทศ"
ลักษณะสำคัญของสาธารณรัฐคือการที่ตำแหน่งประมุขไม่ใช่สมบัติส่วนบุคคลหรือสืบทอดตามสายโลหิต แต่เป็นตำแหน่งสาธารณะที่มาจากการมอบหมายของประชาชนหรือตัวแทนประชาชนตามรัฐธรรมนูญ [8]
- สาธารณรัฐระบบรัฐสภา (Parliamentary Republic) คือ รูปแบบที่อำนาจบริหารมีความยึดโยงอย่างใกล้ชิดกับอำนาจนิติบัญญัติ โดยประมุขแห่งรัฐ (ประธานาธิบดี) มักจะมีบทบาทในเชิงพิธีการและสัญลักษณ์ (แต่ไม่มีอำนาจในการบริหารนโยบายโดยตรง อำนาจบริหารที่แท้จริงจะตกเป็นของนายกรัฐมนตรี ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลและต้องได้รับความไว้วางใจจากเสียงข้างมากในรัฐสภา ตัวอย่างประเทศ เช่น เยอรมนี อิตาลี อินเดีย สิงคโปร์ ฯลฯ
- สาธารณรัฐระบบประธานาธิบดี (Presidential Republic) คือ การที่ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งทั้งประมุขแห่งรัฐและหัวหน้ารัฐบาล ในบุคคลเดียวกัน โดยมีการแยกอำนาจบริหารออกจากอำนาจนิติบัญญัติอย่างชัดเจน ประธานาธิบดีมักมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนหรือผ่านคณะผู้เลือกตั้ง และมีวาระการดำรงตำแหน่งที่แน่นอน รัฐสภาไม่สามารถลงมติไม่ไว้วางใจเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีได้โดยง่าย เว้นแต่กรณีที่มีความผิดร้ายแรงตามกระบวนการถอดถอน ตัวอย่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา บราซิล อินโดนีเซีย ฯลฯ
- สาธารณรัฐระบบกึ่งประธานาธิบดี (Semi-presidential Republic) คือ ระบบที่ผสมผสานลักษณะของระบบประธานาธิบดีและระบบรัฐสภาเข้าด้วยกัน โดยจะมีทั้งประธานาธิบดีที่เป็นประมุขแห่งรัฐ (มักมาจากการเลือกตั้งโดยตรง) และนายกรัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ทั้ง 2 ฝ่ายจะแบ่งส่วนรับผิดชอบในการบริหารประเทศร่วมกัน เช่น ประธานาธิบดีดูแลด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง ขณะที่นายกรัฐมนตรีดูแลด้านกิจการภายในและการบริหารราชการทั่วไป ตัวอย่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส อียิปต์ ยูเครน ฯลฯ
- สหพันธ์สาธารณรัฐ (Federal Republic) คือ สาธารณรัฐที่มีการรวมตัวกันของรัฐย่อยหรือมณฑลต่าง ๆ โดยมีการแบ่งสรรอำนาจหน้าที่ระหว่าง รัฐบาลกลาง และ รัฐบาลท้องถิ่น อย่างชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ รัฐย่อยเหล่านี้มักมีสิทธิในการปกครองตนเองในบางมิติ เช่น กฎหมายท้องถิ่น การศึกษา ฯลฯ แต่ยังอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันในมิติของความมั่นคงและการต่างประเทศ ตัวอย่างประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย เม็กซิโก ฯลฯ
- สาธารณรัฐพรรคการเมืองเดียว (Single-party Republic) คือ สาธารณรัฐที่มีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวมีอำนาจในการบริหารประเทศ แม้จะมีตำแหน่งประธานาธิบดีและสถาบันทางการเมืองอื่นตามรูปแบบสาธารณรัฐ แต่ในทางปฏิบัติ อำนาจการตัดสินใจสูงสุดมักผูกขาดอยู่ที่คณะกรรมการกลางของพรรค ตัวอย่างประเทศ เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เวียดนาม คิวบา ฯลฯ
รูปแบบของรัฐ
[แก้]รัฐเดี่ยว/เอกรัฐ (Unitary State)
[แก้]รูปแบบของรัฐที่มีศูนย์กลางอำนาจอธิปไตยในการบริหารปกครองประเทศ การตรากฎหมาย และการกำหนดนโยบายเพียงแห่งเดียว โดยรัฐบาลกลางที่เมืองหลวงจะเป็นผู้ถืออำนาจสูงสุดและมีอำนาจเบ็ดเสร็จทั่วทั้งดินแดน[9][10]
รัฐรวม (Federal State)
[แก้]รูปแบบการปกครองที่ประกอบด้วยรัฐตั้งแต่ 2 รัฐขึ้นไปมารวมตัวกัน โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ สหพันธรัฐ และสมาพันธรัฐ
- สหพันธรัฐ (Federation) คือ รูปแบบการปกครองที่รัฐย่อย ๆ หรือมลรัฐ (States/Provinces) หลายรัฐมารวมตัวกันเป็นรัฐอธิปไตยเดียว โดยแบ่งอำนาจการปกครองเป็น 2 ระดับ คือรัฐบาลกลาง (ดูแลกิจการส่วนรวม เช่น ป้องกันประเทศ ตุลาการ การเงิน ฯลฯ ) และรัฐบาลท้องถิ่นหรือมลรัฐ (ดูแลกฎหมายภายใน) ซึ่งมีรัฐธรรมนูญเป็นหลักประกันอำนาจ
- สมาพันธรัฐ (Confederation) คือ การรวมกันของหน่วยการเมืองเป็นการถาวรเพื่อให้มีการเคลื่อนไหวร่วมกันตามหน่วยอื่น สมาพันธรัฐตามปกติก่อตั้งขึ้นโดยสนธิสัญญา แต่ภายหลังมักก่อตั้งขึ้นจากการเห็นชอบรัฐธรรมนูญร่วมกัน สมาพันธรัฐมีแนวโน้มสถาปนาขึ้นเพื่อจัดการกับปัญหาร้ายแรง
รูปแบบอื่น ๆ
[แก้]จักรวรรดิ (Empire)
[แก้]กลุ่มของรัฐหรือดินแดนที่รวมตัวกันภายใต้อำนาจอธิปไตยของประมุขเพียงพระองค์เดียว (จักรพรรดิ) หรือรัฐบาลเดียว มักมีลักษณะของการขยายอำนาจและการปกครองเหนือดินแดนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม โดยมีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่ "รัฐมหาอำนาจ" (Metropole) ที่ปกครองดินแดนส่วนปลาย (Peripheries)
ราชรัฐ (Principality)
[แก้]รัฐหรือดินแดนที่มีเจ้าชายหรือเจ้าหญิงเป็นประมุขแห่งรัฐ ในทางรัฐศาสตร์ปัจจุบัน มักหมายถึงประเทศขนาดเล็กที่มีอธิปไตยเป็นของตนเอง เช่น โมนาโก หรือลิกเตนสไตน์ ซึ่งมีโครงสร้างการบริหารแบบรัฐเดี่ยวที่มีขนาดกะทัดรัด
นครรัฐ (City-State)
[แก้]รัฐหรือประเทศอิสระที่มีอธิปไตยในตัวเอง ประกอบด้วยเมืองเพียงเมืองเดียวหรือศูนย์กลางเมืองหลักร่วมกับดินแดนชนบทบริวารขนาดเล็กโดยรอบ ปกครองตนเองโดยไม่ขึ้นกับรัฐอื่น มักเป็นศูนย์กลางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม
รัฐร่วมประมุข (Personal Union)
[แก้]การที่รัฐอิสระตั้งแต่สองรัฐขึ้นไป ตกลงใช้ประมุขแห่งรัฐ (เช่น พระมหากษัตริย์) องค์เดียวกัน โดยที่แต่ละรัฐยังคงรักษาอธิปไตย พรมแดน และรัฐบาลของตนเองไว้ ไม่ได้รวมเป็นประเทศเดียวกัน
อุดมการณ์ทางการเมือง
[แก้]ระบบความคิด ความเชื่อ และคุณค่าที่มีแบบแผนแน่นอนเกี่ยวกับระบอบการเมือง การปกครอง และสังคม ซึ่งถูกใช้เป็นแนวทางในการกำหนดเป้าหมาย วางแผนการปฏิบัติ และจัดสรรทรัพยากร ทั้งยังทำหน้าที่ยึดโยงผู้คนในสังคมให้ยึดมั่นในวิถีเดียวกัน เช่น ประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์ อนุรักษนิยม ฯลฯ [11]
อุดมการณ์ทางสังคมการเมือง (Socio-Political Ideology)
[แก้]กษัตริย์นิยม (Royalism)
[แก้]เป็นลัทธิที่สนับสนุนราชอาณาจักร พระมหากษัตริย์ หรือราชวงศ์ใดโดยเฉพาะ เพื่อเป็นประมุขแห่งรัฐ (แนวคิดดังกล่าวมีความแตกต่างจาก ราชาธิปไตยนิยม)
- สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute monarchy) คือ ระบอบการปกครองซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ ทรงมีพระราชอำนาจสูงสุดเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการบริหารประเทศ นิติบัญญัติ และตุลาการแต่เพียงพระองค์เดียว โดยมิได้ถูกจำกัดอำนาจโดยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย
- ปรมิตตาญาสิทธิราชย์ (Constitutional monarchy) หรือที่รู้จักในชื่อ “ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ” คือ ระบอบการปกครองซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐโดยไม่ทรงมีบทบาททางการเมืองและทรงอยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญไม่ว่าเป็นหรือไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
- ระบบคณะกรรมการ (Committee System) คือ การบริหารปกครองที่อำนาจสูงสุดไม่ได้อยู่ที่บุคคลเดียว (เช่น ประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรี) แต่อยู่ที่คณะกรรมการหรือคณะบุคคลที่ได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งขึ้น
- นิตินิยม (Legalism) คือ การที่ผู้ปกครองใช้วิธีการรวบอำนาจผ่านการสร้างกฎหมาย รัฐธรรมนูญ หรือกฎระเบียบที่ดูเหมือนเป็นทางการและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อทำลายคู่แข่งทางการเมืองและคงอำนาจของตนเองไว้
สาธารณรัฐนิยม (Republicanism)
[แก้]เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ความเป็นพลเมืองในรัฐที่ปกครองแบบสาธารณรัฐ ซึ่งอาจเป็นระบอบคณาธิปไตยไปจนถึงอำนาจอธิปไตยของปวงชน
- สาธารณรัฐระบบรัฐสภา (Parliamentary Republic) คือ รูปแบบที่อำนาจบริหารมีความยึดโยงอย่างใกล้ชิดกับอำนาจนิติบัญญัติ โดยประมุขแห่งรัฐ (ประธานาธิบดี) มักจะมีบทบาทในเชิงพิธีการและสัญลักษณ์ (แต่ไม่มีอำนาจในการบริหารนโยบายโดยตรง อำนาจบริหารที่แท้จริงจะตกเป็นของนายกรัฐมนตรี ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลและต้องได้รับความไว้วางใจจากเสียงข้างมากในรัฐสภา ตัวอย่างประเทศ เช่น เยอรมนี อิตาลี อินเดีย สิงคโปร์ ฯลฯ
- สาธารณรัฐระบบประธานาธิบดี (Presidential Republic) คือ การที่ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งทั้งประมุขแห่งรัฐและหัวหน้ารัฐบาล ในบุคคลเดียวกัน โดยมีการแยกอำนาจบริหารออกจากอำนาจนิติบัญญัติอย่างชัดเจน ประธานาธิบดีมักมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนหรือผ่านคณะผู้เลือกตั้ง และมีวาระการดำรงตำแหน่งที่แน่นอน รัฐสภาไม่สามารถลงมติไม่ไว้วางใจเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีได้โดยง่าย เว้นแต่กรณีที่มีความผิดร้ายแรงตามกระบวนการถอดถอน ตัวอย่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา บราซิล อินโดนีเซีย ฯลฯ
- สาธารณรัฐระบบกึ่งประธานาธิบดี (Semi-presidential Republic) คือ ระบบที่ผสมผสานลักษณะของระบบประธานาธิบดีและระบบรัฐสภาเข้าด้วยกัน โดยจะมีทั้งประธานาธิบดีที่เป็นประมุขแห่งรัฐ (มักมาจากการเลือกตั้งโดยตรง) และนายกรัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ทั้ง 2 ฝ่ายจะแบ่งส่วนรับผิดชอบในการบริหารประเทศร่วมกัน เช่น ประธานาธิบดีดูแลด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง ขณะที่นายกรัฐมนตรีดูแลด้านกิจการภายในและการบริหารราชการทั่วไป ตัวอย่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส อียิปต์ ยูเครน ฯลฯ
- รัฐสังคมนิยม คือ ระบบการปกครองและเศรษฐกิจที่รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตหลักและวางแผนการจัดการเศรษฐกิจร่วมกัน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ มุ่งเน้นความเสมอภาค และการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมมากกว่าระบบทุนนิยม โดยรัฐมักจัดทำบริการสวัสดิการพื้นฐานแก่ประชาชนโดยตรง
อุดมการณ์ทางเศรษฐกิจสังคม (Socio-Economic Ideology)
[แก้]อำนาจนิยม (authoritarianism)
[แก้]เป็นรูปแบบการจัดระเบียบทางสังคมซึ่งมีลักษณะของการอ่อนน้อมต่ออำนาจหน้าที่
- ลัทธิคอมมิวนิสต์ (Communism) คือ อุดมการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ที่มุ่งสร้างสังคมที่ไร้ชนชั้น ไร้รัฐ และไม่มีการถือครองทรัพย์สินส่วนบุคคล โดยให้ปัจจัยการผลิตทั้งหมดเป็นของส่วนรวม เพื่อสร้างความเท่าเทียมกันอย่างสมบูรณ์ในสังคม
- ลัทธิฟาสซิสต์ (Fascism) คือ อุดมการณ์และระบอบการปกครองแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จฝ่ายขวาจัด ที่เน้นชาตินิยมสุดโต่ง เชิดชูผู้นำสูงสุดเพียงคนเดียว ปราบปรามฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง และควบคุมสังคม/เศรษฐกิจอย่างเข้มงวด ถือกำเนิดขึ้นในยุโรปช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยมีเบนิโต มุสโสลินี เป็นผู้นำคนสำคัญในอิตาลี
- ลัทธิอำนาจนิยม (Authoritarianism) คือ รูปแบบการจัดระเบียบสังคมหรือการปกครองที่มุ่งเน้นการเชื่อฟังผู้มีอำนาจและสถาบันหลัก โดยอำนาจมักกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนเล็ก ๆ หรือผู้นำเพียงคนเดียว จำกัดเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน เน้นการบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวด มักตรงข้ามกับประชาธิปไตยและปัจเจกนิยม
- ระบบใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ (Totlitarianism) คือ ระบอบการเมืองที่รัฐหรือผู้นำเพียงกลุ่มเดียวถืออำนาจเด็ดขาดสูงสุด โดยมุ่งควบคุมทุกแง่มุมของชีวิต ทั้งสาธารณะและส่วนตัวของประชาชนอย่างเข้มงวด ผ่านการใช้โฆษณาชวนเชื่อ การกดขี่ และอุดมการณ์รัฐที่ครอบงำ เพื่อให้สังคมเป็นไปตามรูปแบบที่ผู้นำต้องการ
อิสรนิยม (libertarianism หรือ libertarism)
[แก้]เดิมทีเป็นปรัชญาและขบวนการทางการเมืองซึ่งยึดถือเสรีภาพเป็นหลักศูนย์กลาง นักอิสรนิยมแสวงเสรีภาพทางการเมืองและอัตตาณัติสูงสุด เน้นย้ำปัจเจกนิยม เสรีภาพในการเลือก และการรวมกันเป็นสมาคมโดยสมัครใจ แต่ในปัจจุบัน อิสรนิยมหลายสำนักมีความเห็นต่างกันในเรื่องหน้าที่โดยชอบของรัฐและอำนาจของเอกชน [12]
อิสรนิยมฝ่ายขวา
[แก้]เน้นสิทธิในทรัพย์สินส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น สนับสนุนระบบตลาดเสรีทุนนิยม (Free-market capitalism) และต้องการจำกัดอำนาจรัฐ
- จุลรัฐนิยม (Minarchism) เชื่อว่ารัฐมีความจำเป็น แต่ต้องมีอำนาจจำกัดที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยทำหน้าที่เพียงคุ้มครองสิทธิทรัพย์สิน, ตำรวจ, ศาล และทหาร
- อนาธิปไตยทุนนิยม (Anarcho-capitalism) คือ ขั้นสุดกว่าจุลรัฐนิยม คือการเสนอให้ยกเลิก "รัฐ" โดยสิ้นเชิง และให้กลไกตลาดเสรี (เช่น บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน) ทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยแทนทั้งหมด
- อิสรนิยมแบบอนุรักษ์ (Paleolibertarianism) คือ การผสมผสานแนวคิดอิสรนิยมแบบตลาดเสรีเข้ากับความอนุรักษ์นิยมทางวัฒนธรรม (Cultural Conservatism)
เน้นเสรีภาพส่วนบุคคลในสังคมควบคู่ไปกับความเท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ มักกังขาเรื่องการสะสมทรัพย์สินส่วนบุคคลในปัจจัยการผลิต
- สังคมนิยมแบบอิสรนิยม (Libertarian Socialism) คือ การต่อต้านทั้งอำนาจรัฐและทุนนิยมที่กดขี่ เชื่อในการจัดการโดยคนงานเอง (Workers' self-management) ผ่านสหกรณ์หรือสมาคม โดยปฏิเสธการรวมอำนาจไว้ที่รัฐ
- ลัทธิอนาธิปไตยสังคมนิยม (Socialist Anarchism) คือ การมุ่งยกเลิกทุนนิยมและการเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตส่วนบุคคล เพื่อสร้างสังคมที่เสรีและเสมอภาค
ทุนนิยม (capitalism)
[แก้]ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ให้เอกชนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต (ที่ดิน ทุน แรงงาน) โดยมุ่งแสวงหากำไรสูงสุดผ่านการแข่งขันเสรีในกลไกตลาด ผู้ผลิตผลิตสินค้าตามความต้องการของผู้บริโภค โดยมีรัฐแทรกแซงน้อยที่สุด เน้นการสะสมความมั่งคั่งและกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลเป็นหลัก
- ทุนนิยมแบบเสรีนิยม (Laissez-Faire Capitalism) คือ ระบบเศรษฐกิจที่ให้เอกชนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตและมีเสรีภาพเต็มที่ในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น การผลิต การบริโภค การแข่งขัน ฯลฯ โดยรัฐบาลแทรกแซงน้อยที่สุด ใช้กลไกราคาและตลาดเสรีในการจัดสรรทรัพยากร
- ทุนนิยมแบบตลาดเสรี (Free-Market Capitalism) คือ ระบบเศรษฐกิจที่ให้เอกชนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ทรัพย์สิน และมีเสรีภาพสูงสุดในการตัดสินใจทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น ผลิต ซื้อ หรือขาย ฯลฯ โดยใช้กลไกราคา (อุปสงค์-อุปทาน) เป็นตัวกำหนดราคาและปริมาณสินค้า โดยที่รัฐบาลแทบจะไม่เข้าไปแทรกแซงหรือควบคุม
- ทุนนิยมแบบสังคมนิยม (Social Market Economy/Welfare Capitalism) หรือมักเรียกว่า ระบบเศรษฐกิจแบบผสม (Mixed Economy) คือ ระบบที่ผสานกลไกตลาดเสรีของทุนนิยมที่ให้เอกชนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตและแสวงหาผลกำไร เข้ากับการแทรกแซงของรัฐบาลแบบสังคมนิยม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสวัสดิการ และควบคุมธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
อุดมการณ์ทางการเมือง
[แก้]อนุรักษนิยม (Conservationism)
[แก้]เป็นอุดมการณ์ที่มุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพ จารีตประเพณี สถาบันทางสังคมเดิม และคุณค่าทางจริยธรรมที่มีมาแต่เดิม [14]
- อนุรักษ์นิยมดั้งเดิม (Traditional Conservatism) คือ การเน้นการรักษาโครงสร้างสังคมแบบเก่า ลำดับชั้นทางสังคม (Social Hierarchy) และเชื่อในความสำคัญของสถาบันสถาบันหลัก เช่น ศาสนา ครอบครัว และชุมชน
- เสรีนิยมอนุรักษ์นิยม (Liberal Conservatism) คือ การผสมผสานหลักการอนุรักษ์นิยมทางสังคมเข้ากับหลักการเสรีนิยมทางเศรษฐกิจ (เช่น ตลาดเสรี ทรัพย์สินส่วนบุคคล) มักพบในกลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายขวาในหลายประเทศตะวันตก
- อนุรักษ์นิยมชาตินิยม (National Conservatism) คือ การเน้นการรักษารูปแบบวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของชาติ และมักต่อต้านการอพยพย้ายถิ่นฐานหรือการแทรกแซงจากต่างชาติ
เสรีนิยม (Liberalism/Progressivism)
[แก้]- เสรีนิยมดั้งเดิม (Classical Liberalism) คือปรัชญาการเมืองและเศรษฐกิจที่เน้นเสรีภาพของปัจเจกบุคคลเป็นหลัก (Individualism) โดยเชื่อในเหตุผลของมนุษย์ จำกัดอำนาจรัฐไม่ให้แทรกแซงสิทธิเสรีภาพ และส่งเสริมระบบเศรษฐกิจแบบปล่อยให้ทำไป (Laissez-faire) ให้กลไกตลาดเสรีทำงานโดยรัฐไม่เข้าแทรกแซง
- เสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism) คือแนวคิดทางเศรษฐกิจและการเมืองที่สนับสนุนระบบทุนนิยมตลาดเสรีอย่างสุดโต่ง เชื่อว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ดีที่สุดเมื่อรัฐบาลแทรกแซงน้อยที่สุด (Laisez-faire) โดยเน้นการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ลดกฎระเบียบ การค้าเสรี และเปิดเสรีการลงทุน
- เสรีนิยมสังคม (Social Liberalism) หรือบางครั้งเรียกว่า สังคมนิยมเสรี (Liberal Socialism) คือแนวคิดที่ผสานเสรีภาพส่วนบุคคลของเสรีนิยม เข้ากับความเท่าเทียมทางสังคมของสังคมนิยม โดยเชื่อว่ารัฐควรเข้ามามีบทบาทจัดการเศรษฐกิจเพื่อสร้างความเสมอภาคและรัฐสวัสดิการ แต่ยังคงปกป้องสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยไว้
อุดมการณ์ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและศาสนา (Ideologies on State and Religion)
[แก้]ฆราวาสนิยม (Secularism)
[แก้]แนวปรัชญาที่ว่าสถาบันการปกครอง สถาบันการเมือง หรือสถาบันในรูปอื่นควรจะดำเนินการปกครองที่เป็นอิสระจากการอำนาจการควบคุมของสถาบันศาสนา และหรือความเชื่อทางศาสนา
รัฐโลกวิสัย (secular state)
[แก้]รัฐที่เป็นกลางทางศาสนา โดยแยกเรื่องศาสนาออกจากการบริหารประเทศอย่างชัดเจน ไม่สนับสนุนศาสนาใดเป็นพิเศษ
ศาสนาประจำชาติ (state religion)
[แก้]รัฐที่รับรองหรือสนับสนุนศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นศาสนาหลักของประเทศอย่างเป็นทางการ
สเปกตรัมการเมือง
[แก้]แบบจำลองจุดยืนอุดมการณ์ทางการเมือง พรรคการเมือง หรือบุคคลตามแกนซ้าย-ขวา เพื่อเปรียบเทียบมุมมองต่อสังคม เศรษฐกิจ และความเท่าเทียม
ฝ่ายซ้าย (Left-wing)
[แก้]สนับสนุนความเสมอภาคเท่าเทียมทางสังคมและเศรษฐกิจ ปฏิรูปสังคม เปิดรับสิ่งใหม่ๆ และมักสนับสนุนบทบาทรัฐในการจัดสรรทรัพยากร (เช่น สังคมนิยม คอมมิวนิสต์ เสรีนิยมทางสังคม ฯลฯ )
- ฝ่ายซ้ายกลาง (center-left) เน้นประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ลดความเหลื่อมล้ำผ่านนโยบายภาษี การศึกษา และสาธารณสุขฟรี
- ฝ่ายซ้ายจัด (far-left) ต้องการถอนโครงสร้างสังคมทุนนิยมเดิม เชื่อในความเสมอภาคระดับรากฐาน ผ่านการเปลี่ยนแปลงหรือปฏิวัติโครงสร้างอำนาจอย่างฉับพลัน
ฝ่ายขวา (Right-wing)
[แก้]สนับสนุนลำดับชั้นทางสังคม จารีตประเพณี ความมั่นคง อนุรักษ์นิยม และนิยมแนวคิดทุนนิยมเสรี (เช่น อนุรักษ์นิยม กษัตริย์นิยม ฟาสซิสต์ ฯลฯ )
- ฝ่ายขวาปฏิกิริยา (reactionary right) ที่ต้องการกลับคืนสู่อภิชนาธิปไตยและการมีศาสนาประจำชาติ
- ฝ่ายขวากลาง (moderate right) ที่ไม่เชื่อถือปัญญาชนและสนับสนุนให้รัฐบาลมีอำนาจน้อย
- ฝ่ายขวาจัด (radical right) ที่มีชาตินิยมแบบโรแมนติกและก้าวร้าว
- ฝ่ายขวาตกขอบ (extreme right) ที่สนับสนุนนโยบายต่อต้านการเข้าเมืองและแสดงออกแบบถือผิวอย่างเปิดเผย
- ฝ่ายขวาเสรีนิยมใหม่ (neo-liberal right) ที่ต้องการผสมผสานระบบเศรษฐกิจแบบตลาดและการผ่อนปรนกฎระเบียบทางเศรษฐกิจ กับความเชื่อฝ่ายขวาดั้งเดิมในเรื่องความรักประเทศชาติ การแบ่งชนชั้น ไปจนถีงกฎหมายและความสงบเรียบร้อย
สายกลาง (Centrism)
[แก้]เป็นมุมมองทางการเมืองหรือตำแหน่งเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการยอมรับหรือการสนับสนุนความสมดุลของระดับความเท่าเทียมกันทางสังคมและระดับการจัดช่วงชั้นทางสังคม ในขณะเดียวกันยังต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองซึ่งจะส่งผลให้สังคมเปลี่ยนไปทางซ้ายหรือทางขวาอย่างรุนแรง
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ Linz, Juan José (2000). Totalitarian and Authoritarian Regimes (ภาษาอังกฤษ). Lynne Rienner Publishers. ISBN 978-1-55587-890-0.
- ↑ Sondrol, Paul C. (1991). "Totalitarian and Authoritarian Dictators: A Comparison of Fidel Castro and Alfredo Stroessner". Journal of Latin American Studies. 23 (3): 599–620. ISSN 0022-216X.
- ↑ "คณาธิปไตย คืออะไร แปลว่าอะไร ตัวอย่างประโยค จากพจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถาน". sanook.com.
- ↑ "Minoritarianism", Wikipedia (ภาษาอังกฤษ), 2026-04-10, สืบค้นเมื่อ 2026-05-09
- ↑ "Business oligarch", Wikipedia (ภาษาอังกฤษ), 2025-11-25, สืบค้นเมื่อ 2026-05-09
- ↑ "ราชาธิปไตยโดยเลือกตั้ง", วิกิพีเดีย, 2025-05-14, สืบค้นเมื่อ 2026-05-09
- ↑ "Self-proclaimed monarchy", Wikipedia (ภาษาอังกฤษ), 2026-05-07, สืบค้นเมื่อ 2026-05-09
- ↑ ltd, Longdo com, metamedia technology co. "คำศัพท์ สาธารณรัฐ แปลว่าอะไร". พจนานุกรม Longdo Dictionary แปลภาษา คำศัพท์.
- ↑ "รัฐเดี่ยว", วิกิพีเดีย, 2026-01-05, สืบค้นเมื่อ 2026-05-09
- ↑ "ระบบรัฐเดี่ยว". ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า. 2011-07-27.
- ↑ "List of political ideologies", Wikipedia (ภาษาอังกฤษ), 2026-05-05, สืบค้นเมื่อ 2026-05-09
- ↑ OtoyaSmith (January 29, 2023). "อิสรนิยมที่แท้จริงคืออะไร? ขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพของมนุษย์". Right Shift.
- ↑ "สังคมนิยมแบบอิสรนิยม", วิกิพีเดีย, 2026-02-20, สืบค้นเมื่อ 2026-05-09
- ↑ Ruth, Michael (2024). "Conservatism | Religion and Philosophy | Research Starters | EBSCO Research". EBSCO (ภาษาอังกฤษ).