เจ้านายฝ่ายเหนือ
เจ้านายฝ่ายเหนือ หมายถึง เจ้านายในพระราชวงศ์ที่ปกครองหัวเมืองเหนือของอาณาจักรรัตนโกสินทร์ ได้แก่ ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ อันประกอบด้วยสกุล ณ เชียงใหม่ ณ ลำปาง ณ ลำพูน ปัจจุบันเจ้านายฝ่ายเหนือ ยังคงมีการสืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น และยังมีการรวมกลุ่มดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อปี พ.ศ. 2501[1] ในนาม มูลนิธินวราชดำริอนุรักษ์ฝ่ายเหนือ[2]
เนื้อหา |
ฐานันดรศักดิ์ [แก้]
เจ้านายฝ่ายเหนือ มีการกำหนดฐานันดรศักดิ์เป็น 17 ชั้น โดยมีฐานันดรศักดิ์หลัก 5 ชั้น ที่เรียกว่า "เจ้าห้าขัน" หรือ "เจ้าขันห้าใบ"
เจ้าห้าขัน [แก้]
ฐานันดรศักดิ์ 5 ชั้น ที่เรียกว่า เจ้าห้าขัน หรือ เจ้าขันห้าใบ ประกอบด้วย
- เจ้าหลวง เป็นฐานันดรศักดิ์ของเจ้าผู้ครองนคร
- เจ้าอุปราช เป็นฐานันดรศักดิ์ของเจ้าผู้เป็นโอรส หรือเป็นพระอนุชาของเจ้าหลวง ในลักษณะคล้ายคลึงกับพระอิสริยศ "มกุฎราชกุมาร" เมื่อคราวที่ตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครว่างลง ราชสำนักกรุงเทพฯ ก็จะมีการสถาปนาเจ้าอุปราช ขึ้นครองนครเป็นเจ้าหลวงแทน เช่น เจ้าอุปราช (แก้ว ณ เชียงใหม่) ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นเจ้าแก้วนวรัฐ ครองนครเชียงใหม่
- เจ้าราชวงศ์ เป็นฐานันดรศักดิ์ลำดับที่ 3
- เจ้าบุรีรัตน์ เป็นฐานันดรศักดิ์ลำดับที่ 4
- เจ้าราชบุตร เป็นฐานันดรศักดิ์ลำดับที่ 5 อาทิ เจ้าราชบุตร (วงศ์ตวัน ณ เชียงใหม่)
ในกรณีที่เจ้าห้าขัน ได้อภิเษกสมรสกับเจ้า หรือกับสามัญชน เมื่อมีโอรส หรือธิดา ก็จะมีฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้าสืบต่อไป
เจ้าทั่วไป [แก้]
นอกเหนือจากฐานันดรศักดิ์เจ้าห้าขันแล้ว ยังมีการสถาปนาฐานันดรศักดิ์อื่น อีก 12 ฐานันดรศักดิ์ ได้แก่
- สถาปนาในรัชสมัยของเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์
- เจ้าราชภาคินัย
- เจ้าอุตรการโกศล อาทิ เจ้าอุตรการโกศล (ศุขเกษม ณ เชียงใหม่)
- เจ้าไชยสงคราม อาทิ เจ้าไชยสงคราม (สมพมิตร ณ เชียงใหม่)
- สถาปนาในรัชสมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์
- เจ้าราชภาติกวงษ์
- เจ้าราชสัมพันธวงศ์
- เจ้าสุริยวงศ์
- เจ้าทักษิณนิเกตน์
- เจ้านิเวศอุดร
- เจ้าประพันธพงศ์
- เจ้าวรญาติ
- เจ้าราชญาติ
- เจ้าไชยวรเชฐ อาทิ เจ้าไชยวรเชฐ (มงคล ณ เชียงใหม่) ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร พ.ศ. 2451[3]
ในการสถาปนาฐานันดรศักดิ์ เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์แห่งสยามประเทศ ที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรให้แก่เจ้านายฝ่ายเหนือ
ศักดินา [แก้]
ราชสำนักสยาม ได้มีการกำหนดศักดินาแก่เจ้านาย พระยา ท้าวแสน หัวเมืองประเทศราช ดังนี้[4]
- เจ้าหลวง
- "พระเจ้าประเทศราช" ถือศักดินา 15,000
- "เจ้าประเทศราช" ถือศักดินา 10,000
- เจ้าอุปราช ถือศักดินา 5,000
- เจ้าราชวงศ์ ถือศักดินา 3,000
- เจ้าบุรีรัตน์ ถือศักดินา 2,400
- เจ้าราชบุตร ถือศักดินา 2,400
- เจ้าราชภาคินัย ถือศักดินา 2,000
- เจ้าอุตรการโกศล ถือศักดินา 1,600
- เจ้าไชยสงคราม ถือศักดินา 1,600
- เจ้าราชภาติกวงษ์ ถือศักดินา 2,000
- เจ้าราชสัมพันธวงศ์ ถือศักดินา 2,000
- เจ้าสุริยวงศ์ ถือศักดินา 2,000
- เจ้าทักษิณนิเกตน์ ถือศักดินา 1,600
- เจ้านิเวศอุดร ถือศักดินา 1,600
บทบาทของตระกูลเจ้านายฝ่ายเหนือ [แก้]
ณ เชียงใหม่ [แก้]
บทบาทของตระกูล ณ เชียงใหม่ มีบทบาทที่ชัดเจนแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วง คือ ช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 และช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475[5]
บทบาทก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 [แก้]
ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน) เป็นวงศ์ตระกูลในชนชั้นปกครองมาตั้งแต่ยุคของหนานทิพย์ช้าง องค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน ต่อมาพระราชโอรส และพระราชนัดดา ได้แยกย้ายกันไปปกครองหัวเมืองประเทศราช อันได้แก่ นครเชียงใหม่ นครลำปาง และนครลำพูน กลุ่มพระประยูรญาติก็ดำรงตนอยู่ในสถานะชนชั้นปกครองตลอดมา จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2442 รัฐบาลสยามได้เข้ามาแทรกแซงกิจการในนครเชียงใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยดำเนินนโยบายผนวกดินแดนและปฏิรูปการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล เจ้านายฝ่ายเหนือจึงดำรงสถานะเป็นเพียงข้าราชการที่มีเงินประจำตำแหน่งเท่านั้น[5]
เมื่อหลังปี พ.ศ. 2442 เจ้านายฝ่ายเหนือ ได้มีการปรับตัวในด้านต่างๆ จากชนชั้นผู้ปกครองไปเป็นข้าราชการ และเป็นผู้รับสัมปทานกิจการของรัฐ อาทิ กิจการป่าไม้ กิจการเหมืองฝาย กิจการโรงบ่มยาสูบ และกิจการร้านค้าห้องแถว เป็นต้น แต่รัฐบาลสยามยังคงให้ความสำคัญในสถานะเจ้านายฝ่ายเหนือ จนกระทั่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และยกเลิกระบบเจ้า
บทบาทหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 [แก้]
ตระกูลการเมือง [แก้]
ตระกูล ณ เชียงใหม่ เดิมเป็นตระกูลที่มีบทบาทเป็นเจ้าผู้ปกครองนครเชียงใหม่ ต่อมาหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ตระกูล ณ เชียงใหม่ ได้มีการปรับเปลี่ยนบทบาทตามสถานการณ์บ้านเมือง ยังคงรักษาสถานภาพทางการปกครองโดยใช้ช่องทางการเมือง โดยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงการเมืองในท้องถิ่น[5] ซึ่งส่งผลให้ตระกูล ณ เชียงใหม่ เป็นตระกูลที่มีบทบาททางการเมืองของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่[6] มีนักการเมืองจำนวนหลายคนที่มาจากตระกูล ณ เชียงใหม่ อาทิ เจ้าบุญเลิศ ณ เชียงใหม่ เจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนายธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง อดีตแกนนำพรรคความหวังใหม่ และร้อยเอกหญิง ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่
ด้านสังคม [แก้]
ตระกูล ณ เชียงใหม่ เป็นตระกูลที่บทบาททางสังคมและทางวัฒนธรรม ในฐานะชนชั้นนำ[5] อาทิ การสืบสานศิลปวัฒนธรรมฝ่ายเหนือในนามของมูลนิธินวราชดำริอนุรักษ์ฝ่ายเหนือ[7] และการเข้าร่วมกิจกรรมกับจังหวัดเชียงใหม่ และองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน[8] รวมถึงงานรัฐพิธี ราชพิธีต่างๆ ด้วย[9] และบทบาทในสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีเจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ เป็นประธานสภาวัฒนธรรม
นอกจากบทบาททางสังคมในเมืองเชียงใหม่ ยังมีบทบาทในสังคมชั้นนำซึ่งมีสมาชิกตระกูล ณ เชียงใหม่ หลายคนที่เข้าไปมีบทบาทในวงธุรกิจ และวงสังคมชนชั้นนำในระดับชาติ อาทิ เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่
ตระกูล ณ เชียงใหม่ ได้รับการยกย่องจากระบบราชการส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการต้อนรับอาคันตุกะ ตลอดจนการรับเสด็จเพื่อแสดงความจงรักภักดี ครั้งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จไปเสวยพระกายาหารที่คุ้มวงศ์ตวัน และฉายพระรูปร่วมกับสมาชิกตระกูล ณ เชียงใหม่[10]
ด้านเศรษฐกิจ [แก้]
ตระกูล ณ เชียงใหม่ เป็นตระกูลผู้ริเริ่มธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่หลายประเภท อาทิ ธุรกิจโรงแรมแห่งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ ธุรกิจโรงภาพยนตร์แห่งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ ของเจ้าไชยสุริวงศ์ ณ เชียงใหม่[11] รวมถึงเจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่ เจ้าของธุรกิจร้านอาหารใจกลางกรุงเทพมหานคร
ณ ลำพูน [แก้]
ณ ลำปาง [แก้]
เจ้านายฝ่ายเหนือที่ยังมีชีวิตอยู่ [แก้]
รายพระนาม และรายนามเจ้านายฝ่ายเหนือที่ยังมีชีวิตอยู่ และมีบทบาททางสังคม[12]
สายเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ [แก้]
- เจ้าวงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่
- คุณหญิง เจ้าระวีพันธุ์ สุจริตกุล (ณ เชียงใหม่)
- เจ้าวิไล ณ เชียงใหม่
- เจ้าธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่
- เจ้าพิมผะกา ณ เชียงใหม่
- คุณหญิง เจ้าเดือนฉาย บูรณศิลปิน (ณ เชียงใหม่)
- เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่
- เจ้าสุพัตรา อังกะสิทธิ์ (ณ เชียงใหม่)
- เจ้าวราภรณ์ กลันทะกะสุวรรณ
สายเจ้าผู้ครองนครลำพูน [แก้]
- พลอากาศตรี เจ้าวัฒนัน ณ ลำพูน
- คุณ เจ้าดารารัตน์ ณ ลำพูน
- เจ้าวรศ์จักร ณ ลำพูน
- เจ้าพัฒนพงศ์ ณ ลำพูน
- เจ้าศักดิ์ขจร ณ ลำพูน
- เจ้าสุไร ศุกระจันทร์ (ณ ลำพูน)
สายเจ้าผู้ครองนครลำปาง [แก้]
สายเจ้าผู้ครองนครน่าน [แก้]
สายเจ้าผู้ครองนครเชียงตุง [แก้]
อ้างอิง [แก้]
- ^ สัมพันธ์ล้านนา-สยามในนาม “มูลนิธินวราชดำริอนุรักษ์ฝ่ายเหนือ
- ^ ประกาศนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง จดทะเบียนจัดตั้ง "มูลนิธินวราชดำริอนุรักษ์ฝ่ายเหนือ"
- ^ พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง (นายร้อยตรี นายน้อยมงคล เป็นเจ้าไชยวรเชฐ, หลวงราชพลีรักษ์ เป็นพระราชพลีรักษ์)
- ^ พระราชบัญญัติศักดินาเจ้านาย พระยาท้าวแสนเมืองประเทศราช
- ^ 5.0 5.1 5.2 5.3 เบญจวรรณ บุญโทแสง. พัฒนาการการปรับตัวทางการเมืองของกลุ่มอำนาจท้องถิ่นภายหลังการผนวกดินแดนของสยาม (พ.ศ. 2442-2547): กรณีศึกษาตระกูล ณ เชียงใหม่. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2550
- ^ เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ขออาสา-ดูแลเมืองเชียงใหม่
- ^ สัมพันธ์ล้านนา-สยามในนาม “มูลนิธินวราชดำริอนุรักษ์ฝ่ายเหนือ
- ^ ต้นตระกูล ณ เชียงใหม่ร่วมจุฬาฯ ทำบุญคล้ายวันประสูติ "พระราชชายาเจ้าดารารัศมี" เสวนา-ฟ้อนเล็บยิ่งใหญ่
- ^ ชาวเชียงใหม่แห่ร่วมถวายดอกไม้จันทน์ “เจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ”
- ^ หนังสือประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 61 พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลตรีเจ้าราชบุตร (วงศ์ตวัน ณ เชียงใหม่) ณ เมรุวัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่
- ^ เจ้าไชยสุริวงศ์ในสายตระกูลเจ้าเจ็ดตน
- ^ เจ้านายฝ่ายเหนือ. ทำเนียบส่วนราชการของจังหวัดเชียงใหม่สืบค้นวันที่ 21 มิถุนายน 2555