โรงเรียนหอพระ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนหอพระ
ตราประโรงเรียนหอพระ
ล้ำเลิศคุณธรรม หนุนนำสังคม อุดมความรอบรู้ กอบกู้สิ่งแวดล้อม
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Horpra School
อักษรย่อ ห.พ.
ประเภท รัฐบาล
ก่อตั้ง 16 สิงหาคม 2484
ผู้ก่อตั้ง เทศบาลนครเชียงใหม่
ผู้อำนวยการ นายณรงค์ มงคล
เพลง มาร์ชหอพระ
สังกัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
เว็บไซต์

โรงเรียนหอพระ ตั้งอยู่ที่ 16 ถนนสิงหราช ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่โดยมี นายณรงค์ มงคล เป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาคนปัจจุบัน เป็นโรงเรียนสังกัดรัฐบาลที่มีการพัฒนาตามลำดับจนถึงปัจจุบัน

ประวัติ[แก้]

เดิมเป็นโรงเรียนประถมศึกษาของเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้เปิดทำการสอนครั้งแรกใน วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2484 เทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นผู้ริเริ่มก่อสร้าง ณ บริเวณที่ดินซึ่งเป็นวัดร้าง 2 วัด คือ วัดหอพระ และ วัดพันแจ่ม กับที่ดิน ของทางเทศบาลนครเชียงใหม่อีกส่วนหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนอง ความต้องการด้านการศึกษา แก่ชุมชนในตำบลศรีภูมิ และบริเวณใกล้เคียง ให้ชื่อว่า "โรงเรียนเทศบาล 11 (หอพระ)" โดยมี นายอุ่นเรือน เลปนานนท์ ทำหน้าที่เป็นครูคนแรก

  • พ.ศ. 2496 กระทรวงศึกษาธิการได้รับโอนโรงเรียนหอพระเข้าสังกัดในกรมสามัญศึกษา
  • พ.ศ. 2500 ขณะที่นายยุทธ เดชคำรณ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่ว่า “โรงเรียนเมืองเชียงใหม่” สังกัดกองการศึกษาพิเศษ
  • จนถึงสมัย นายเวทย์กาวิล ครูใหญ่ในระยะต่อมาได้พิจารณาเห็นว่าชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเปิดสอนอยู่ กำลังจะเปลี่ยนเป็นชั้นประถมศึกษาตอนปลาย (ป. 5-7 ) ตามหลักสูตรที่เปลี่ยนไป จึงขออนุญาตกรมสามัญศึกษา เปลี่ยนชื่อเป็น “ โรงเรียนหอพระ ”
  • พ.ศ. 2504 โรงเรียนหอพระได้พัฒนาโดยลำดับและหลังสุดเปิดทำการสอน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดกองการมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521
  • พ.ศ. 2523 กรมวิชาการได้พิจารณาได้พิจารณาคัดเลือกโรงเรียนหอพระ ให้เข้าโครงการโรงเรียนผู้นำ การใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น พ.ศ. 2521
  • พ.ศ. 2533 ให้ตั้งโครงการโรงเรียนพัฒนาการใช้หลักสูตรเพื่อใช้หลักสูตรฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533
  • พ.ศ. 2536 โรงเรียนหอพระได้เปิดทำการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นปีแรก โดยรับนักเรียนเดิมเป็นส่วนใหญ่
  • พ.ศ. 2543 โรงเรียนได้ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ และการใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอน โดยเฉพาะการสอนคอมพิวเตอร์นักเรียนทุกคนนักเรียนต้องมีความรู้ สามารถนำมาใช้งานได้ โรงเรียนได้รับเลือกเป็น โรงเรียนในการปรับเปลี่ยน ระบบบริหารงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน (Performance Based Budgeting)

สัญลักษณ์โรงเรียน[แก้]

  • ตราประจำโรงเรียน
ประกอบด้วยหอพระไตรปิฏก เป็นสัญลักษณ์ของความสว่างทางปัญญา อยู่ในวงกลมของลายกนก
  • สีประจำโรงเรียน
สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ ความซื่อสัตย์ ในจิตใจของเยาวชน
สีเหลือง หมายถึง ความสรัทธา ความเชื่อถือ อันเป็นเครื่องชี้ให้เยาวชนไปสู้ความสำเร็จ
  • ปรัชญา
(สุขา สสงฺฆสฺส สามัคคี) ความสามัคคี นำมาซึ่งความสุข
  • คำขวัญ
ล้ำเลิศคุณธรรม หนุนนำสังคม อุดมความรอบรู้ กอบกู้สิ่งแวดล้อม
  • วิสัยทัศน์
พัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีความรู้ ความสามารถ มีคุณลักษณะความเป็นไทย และมีทักษะด้านวิชาการตามมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ
  • เอกลักษณ์
โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ
  • อัตลักษณ์
สืบทอดความเป็นไทย ใส่ใจสุขภาพ
  • พระพุทธรูป
พระพุทธมงคล

กิจกรรม[แก้]

  • พระพุทธรูปประจำสถาบัน
ความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธรูปประจำสถาบัน ที่ชื่อว่า "พระพุทธมงคล" ลูกขาว-เหลือง ซึ่งอาจมีมูลนกบ้างถือว่าเป็นสิ่งมงคล จะไม่มีการล้างหรือทำความสะอาดองค์พระพุทธรูปแต่อย่างไร และเป็นธรรมเนียมต่อๆมาจากรุ่นสู่รุ่น
  • อ่อนน้อมถ่อมตน
ลูกขาว-เหลือง ยึดเป็นธรรมเนียมมารยาทก่อนเข้าโรงเรียน คือ ต้องไหว้พระก่อนเข้าโรงเรียนเสมอ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและการเรียนจะได้ราบรื่น ส่วนนักเรียนที่เข้าทางประตูข้างโรงเรียน ก็จะไหว้ศาลปู่ขาว ที่ช่วยคุ้มครองลูกขาว-เหลือง ด้วยเช่นกัน แม้ขนาดโรงเรียนที่แคบไม่ว่าจะเจอคุณครูกี่ครั้งลูกขาว-เหลือง ก็จะหยุดไหว้ทำความเคารพและให้ครูเดินผ่านไปก่อนเสมอ
  • แสดงตนเป็นพุทธมามกะ
โรงเรียนหอพระได้รับการยกย่องให้เป็นโรงเรียนดีวิถีพุทธ การเริ่มต้นปีการศึกษาทางโรงเรียนจะจัดให้นักเรียนทุกระดับชั้น เข้าค่ายพุทธบุตร เพื่อชำระจิตใจให้สะอาด มีสมาธิในการเรียน และเป็นศาสนิกชนที่ดี

เรื่องเล่า[แก้]

  • วัดหอพระ
เอกสารทางประวัติศาสตร์บันทึกว่า วัดที่มีอยู่แต่เดิมคือ วัดพันแจ่ม แต่วัดหอพระ มีมาแต่ครั้งหลัง ด้วยเหตุการณ์ที่ว่า มีการเทศนาธรรมของพระสงฆ์ในเมืองเชียงใหม่ต่อหน้าพญาเจ้าเมืองเชียงใหม่ ครั้นเมื่อฟังเทศน์จบพญาเจ้าเมืองก็ได้สนทนากับสามเณรรูปหนึ่ง และพระองค์ได้ท้าให้สามเณรมาเทศนาธรรมในวันรุ่งขึ้น โดยพญาเจ้าเมืองจะมีข้อความบังคับ (Key words) ของการเทศน์ หากสามเณรเทศน์ได้ พระองค์จะสร้างกุฏิให้ (ภาษาเหนือเรียกว่า หอ) สามเณรรับปากกับพญาเจ้าเมือง แล้วมาเทศน์ในวันรุ่งขึ้น เมื่อเทศน์เสร็จพญาเจ้าเมืองก็ชื่นชมว่าสามเณรมีความสามารถและพระองค์จะทำตามที่ทรงรับปากไว้ โดยรับสั่งให้สร้างกุฏิบริเวณที่ว่างใกล้วัดพันแจ่ม ด้วยชื่อเสียงที่ได้รับการชื่นชมจากพญาเจ้าเมืองอาจทำให้มีอุบาสกอุบาสิกาเดินทางมาสักการะ จากกุฏิอาจพัฒนาขึ้นในรูปแบบของวัดอีกวัดใกล้กับวัดพันแจ่มก็เป็นได้ ซึ่งวัดหอพระนั้น มีที่มาจาก คำว่า "หอ" (มาจากการเรียก กุฏิ แบบภาษาเหนือ) ส่วนคำว่า "พระ" (มาจากการเรียก สามเณร แบบภาษาเหนือ คือ พระน๊อย ส่วนพระภิกษุ จะเรียกว่า พระ หรือตุ๊ลุง) รวมกันเป็น "วัดหอพระ"
  • บ่อน้ำแห่งปัญญา
คำบอกเล่ากล่าวว่า ในบริเวณวัดพันแจ่ม (โรงเรียนหอพระ) ในอดีต มีบ่อน้ำซึ่งชาวบ้านเชื่อว่ามีฤทธิ์เดชทำให้ผู้ที่เขลากลับมีปัญญาเพิ่มขึ้น ชาวบ้านในบริเวณรอบวัดพันแจ่ม และชาวบ้านที่ได้ยินคำล่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของบ่อน้ำแห่งนี้ จึงได้พาลูกหลานมาตักน้ำในบ่อดื่ม เพื่อหวังว่าลูกหลานของตนจะมีปัญญาที่เฉียบแหลมหรือฉลาดหลักแหลม ผู้ใหญ่ที่พาลูกหลานมาตักน้ำบ่อดื่ม มักจะบอกลูกตัวเองเสมอว่าขอให้ฉลาดอย่างเร็วไว (ในภาษาเหนือ คือ "ฮื้อปันหล๊วกปันแหลม") ต่อมาชาวบ้านมักเรียกชื่อบ่อน้ำแห่งนี้โดยย่นย่อคำเหลือเพียงว่า "บ่อปันแหลม" (เขียนเป็นภาษาไทยกลาง คือ พลันแหลม) ซึ่งในยุคหลังวัดพันแจ่มร้าง แล้วจึงมีการใช้ประโยชน์จากที่ดินสร้างอาคารเรียน(โรงเรียนหอพระ) คณะสงฆ์ คณะครู และชาวบ้านจึงเห็นสมควรตั้งเป็นชื่ออาคารเพื่อคงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์และให้เกียรติสถานที่ ปัจจุบันใช้เป็นชื่ออาคาร "อาคาร 6 พลันแหลม"
  • พระปฏิมาในบ่อน้ำ
คำบอกเล่ากล่าวว่า ในสมัยอดีตมีโจรขโมยพระพุทธรูป จากวัดใดไม่ทราบแน่ชัด (เป็นเส้นทางแถบบริเวณ วัดควรค่าม้า วัดหม้อคำตวง วัดมณเฑียร วัดป่าพร้าวใน ฯ แถบๆนี้) เพราะในอดีตตัวเมืองเชียงใหม่มีวัดอยู่มากหลายสิบแห่ง โจรอาศัยความมืดในตอนกลางคืนขโมยพระพุทธรูปแต่ชาวบ้านจับได้ โจรได้วิ่งมาทางวัดพันแจ่ม (โรงเรียนหอพระ) ด้วยความกลัวต่อโทษและอับจนหนทาง โจรเลยตัดสินใจทิ้งพระพุทธรูปในบ่อน้ำของวัดพันแจ่ม แล้วหนีหายไป ซึ่ง ณ ปัจจุบันยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีพระพุทธรูปอยู่จริงหรือไม่เพราะบ่อน้ำได้ถูกถมลบตำแหน่งไปหมดแล้ว อนึ่งก็ยังไม่ทราบอีกเหมือนกันว่าเป็นบ่อน้ำเดียวกับ บ่อน้ำแห่งปัญญา หรือไม่