อลงกรณ์ พลบุตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อลงกรณ์ พลบุตร
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
ดำรงตำแหน่ง
20 ธันวาคม พ.ศ. 2551 – 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554
นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
สมัยก่อนหน้า บรรยิน ตั้งภากรณ์
สงคราม กิจเลิศไพโรจน์
สมัยถัดไป ภูมิ สาระผล
ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 27 ธันวาคม พ.ศ. 2499 (57 ปี)
จังหวัดเพชรบุรี
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
คู่สมรส คมคาย พลบุตร
ศาสนา พุทธ

นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้ง ครม.เงา ขึ้นเป็นครั้งแรก นายอลงกรณ์ พลบุตร ได้รับเลือกจากที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ให้ทำหน้าที่ รองนายกรัฐมนตรีเงา ดูแลตรวจสอบ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงพลังงาน[1]

ประวัติ[แก้]

นายอลงกรณ์ เกิดวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2499 ที่จังหวัดเพชรบุรี[2] มีชื่อเล่นว่า " จ้อน " เป็นบุตรของ นายเพิ่มพล พลบุตร อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเพชรบุรี ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับนางคมคาย พลบุตร (นามสกุลเดิม "เฟื่องประยูร" อดีต ส.ส.จันทบุรี พรรคชาติพัฒนา บุตรีของ “สนิท เฟื่องประยูร” นักการเมืองดังแห่ง จ.จันทบุรี) เมื่อปี พ.ศ. 2538 กล่าวกันว่า นายอลงกรณ์ ได้รับความอิจฉาจาก ส.ส.หนุ่มจำนวนมากในขณะนั้น เนื่องจาก ส.ส.คมคาย เฟื่องประยูร ผู้เป็นเจ้าสาว เป็น ส.ส.หญิงที่อายุน้อยที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการหมายปองจาก ส.ส.หนุ่มโดยทั่วไป

นายอลงกรณ์ มีบุตร-ธิดารวม 3 คน คือ สภาวรรณ พลบุตร ธัชธรรม พลบุตร และพิมพ์สภา พลบุตร

ประวัติการศึกษา[แก้]

  • จบ ม.ศ.5 จากโรงเรียนอรุณประดิษฐ จ.เพชรบุรี
  • ปริญญาตรี รัฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ประกาศนียบัตรผู้นำนักศึกษานานาชาติ กรุงมนิลา ฟิลิปปินส์ / ฮ่องกง
  • ประกาศนียบัตรชั้นสูงด้านสื่อมวลชน สหรัฐอเมริกา
  • ประกาศนียบัตรชั้นสูงด้านสื่อมวลชน ญี่ปุ่น
  • ประกาศนียบัตรพัฒนาผู้นำแรงงานของสหพันธ์แรงงานระหว่างประเทศมาเลเซีย
  • ประกาศนียบัตรพัฒนาผู้นำการเมือง โปรตุเกส
  • กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก

ประวัติการทำงาน[แก้]

หลังจากเรียนจบปริญญาตรี นายอลงกรณ์เข้าป่าไปทำงานเหมืองของครอบครัว 1 ปี จึงเข้ากรุงเทพฯ เพราะพ่อแม่ และเพื่อนฝูง ต้องการให้นำวิชาที่เรียนไปใช้ประโยชน์ โดยเมื่อเข้ากรุงเทพฯ นายอลงกรณ์ได้เข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์เสียงปวงชนซึ่งขณะนั้นมี นายกำแหง ภริตานนท์ เป็นผู้ควบคุม จากนั้นย้ายไปทำงานที่หนังสือพิมพ์บ้านเมืองและหนังสือพิมพ์แนวหน้าตามลำดับ

เมื่อเข้าทำงานที่แนวหน้า นายอลงกรณ์เป็นคนแรกที่เปิดหน้าเศรษฐกิจภาคภาษาไทย เมื่อปี 2526 ทำหน้าที่หัวหน้าข่าวเศรษฐกิจ และ บก.ข่าวในประเทศ มีบทบาทเป็นตัวตั้งตัวตีในการต่อสู้เพื่อปลดแอกสื่อ 2 เรื่อง คือต่อสู้เพื่อปลดโซ่ตรวนหนังสือพิมพ์ คือ ปร.42 และพยายามปลดแอกอาชีพหนังสือพิมพ์ นายอลงกรณ์เป็นผู้ร่วมก่อตั้งสหภาพแรงงานนักหนังสือพิมพ์เพื่อปกป้องคนหนังสือพิมพ์ และเป็นเลขาธิการสหภาพคนแรก ระหว่างอยู่ที่แนวหน้านายอลงกรณ์รับเป็นอาจารย์พิเศษของหลายมหาวิทยาลัย อาทิ ม.ธรรมศาสตร์ ม.จุฬาลงกรณ์ ม.กรุงเทพ และ ม.หอการค้า เป็นต้น

ต่อมานายอลงกรณ์เดินทางไปอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา 2 ปี โดยทำงานด้าน อิมพอร์ตเอกซ์พอร์ตสิ่งทอ และกลับมาจัดตั้งบริษัท เทเลเพรส เพื่อผลิตรายการข่าวโทรทัศน์ให้กับช่อง 5 ถือเป็นผู้ผลิตข่าวโทรทัศน์รุ่นที่ 2 ต่อจาก บริษัทแปซิฟิค ของ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล และขณะเดียวกันนายอลงกรณ์รับเป็นรองผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ข่าวสด อีกด้วย

งานการเมือง[แก้]

การทำรัฐประหารของคณะ รสช. ในปี พ.ศ. 2534 เป็นจุดพลิกผันให้นายอลงกรณ์ตัดสินใจลงเล่นการเมือง โดยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรครั้งแรกแต่สอบตกได้คะแนน 4 หมื่นคะแนน

ในการลงสมัคร ส.ส. ครั้งที่ 2 นายอลงกรณ์ประสบความสำเร็จได้เป็น ส.ส.สมัยแรก ด้วยคะแนนเสียงกว่า 74,000 คะแนน ในการเลือกตั้ง ปี พ.ศ. 2535/2 และได้รับเลือกตั้งอีกครั้งปี พ.ศ. 2538 ด้วยคะแนนกว่า 1 แสนคะแนนเป็นที่หนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี

ต่อมาในการเลือกตั้ง ปี พ.ศ. 2539 นายอลงกรณ์สอบตกอีกครั้งแบบไม่คาดฝันแม้จะได้คะแนนกว่า 9 หมื่นคะแนน และในระหว่างนั้นนายชวน หลีกภัย ได้ให้นายอลงกรณ์ ดำรงตำแหน่ง เลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และเลขานุการนายกรัฐมนตรี

นายอลงกรณ์ เป็นนักการเมืองที่มีฐานเสียงในจังหวัดเพชรบุรี โดยมีพี่น้องทำงานการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี คือ นายอติพล พลบุตร (พี่ชาย) เคยดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี และ นายอิทธิพงษ์ พลบุตร (น้องชาย) อดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี นายอดุลย์ พลบุตร (พี่ชาย) เป็นนายอำเภออยู่ที่จังหวัดยโสธร

นายอลงกรณ์ พลบุตร ได้รับฉายาว่า "มิสเตอร์เอทานอล"[ต้องการอ้างอิง] จากการเป็นผู้ผลักดันให้โครงการเอทานอลเกิดขึ้นในประเทศไทยโดยผ่านความเห็นชอบตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2543 และส่งเสริมเอทานอลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นอลงกรณ์ ยังเป็นผู้รับผิดชอบ โครงการยุทธศาสตร์ประเทศไทย (Thailand Strategy Project , TSP)[3] ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลทางวิชาการใน 19 ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนานโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ และจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนทรรศนะกับชุมชนวิชาการ และประชาชนที่สนใจทั่วไป ผ่านทางเว็บไซต์ www.thailandstrategy.com และเอกสารเผยแพร่ของโครงการ

ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายอลงกรณ์มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบการทุจริตของรัฐบาลหลายอย่าง เช่น การตรวจสอบการทุจริตในโครงการเช่าซอฟต์แวร์ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ การทุจริตในสนามบินหนองงูเห่า เป็นต้นจนได้รับการคัดเลือกจากสื่อมวลชนประจำรัฐสภาให้เป็น"ดาวเด่นแห่งปีของรัฐสภา ประจำปี 2546"พร้อมกับได้รับฉายา"มือปราบรัฐสภา" แต่นายอลงกรณ์ก็ต้องเผชิญกับการถูกฟ้องและถูกแจ้งจับกว่า 20 คดีข้อหาหมิ่นประมาทจากคดีที่เขาเข้าไปตรวจสอบการทุจริตและโดนฟ้องทางแพ่งเกือบหมื่นล้านบาท

นายอลงกรณ์ พลบุตร ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ[4] ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีราชื่อ[5] และได้รับเลือกตั้งอีกสมัย

ลำดับการดำรงตำแหน่งทางการเมือง[แก้]

  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี พ.ศ. 2535/2, 2538, 2544 , 2548 , 2550
  • กรรมาธิการงบประมาณ ปี พ.ศ. 2537
  • กรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2538-2539
  • เลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ปี พ.ศ. 2540-2541
  • เลขานุการนายกรัฐมนตรี ปี พ.ศ. 2541-2544
  • ประธานคณะกรรมการโครงการผลิตแอลกอฮอล์จากมันสำปะหลังและพืชอื่นๆ (โครงการเอทานอล) ปี พ.ศ. 2543
  • กรรมการในคณะกรรมการเอทานอลแห่งชาติ กันยายน ปี พ.ศ. 2543
  • กรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ปี พ.ศ. 2544-2548
  • เลขาธิการสภาพรรคการเมืองเสรีประชาธิปไตยแห่งเอเชีย (CALD) ปี พ.ศ. 2546-2547
  • รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปี พ.ศ. 2548-2551
  • รองนายกรัฐมนตรีเงา
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ถึง 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การดำรงตำแหน่งอื่นๆ[แก้]

  • ที่ปรึกษาของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย 2 สมัย พ.ศ. 2540 – 2542, พ.ศ. 2542 – 2544
  • ประธานสโมสรเอทานอลแห่งประเทศไทย ปี 2544 - 2545
  • ประธานมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือก แห่งประเทศไทย ปี 2545 – ปัจจุบัน
  • ที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2546 – ปัจจุบัน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. เว็บไซต์ ครม.เงา พรรคประชาธิปัตย์
  2. ประวัติผู้สมัคร ส.ส.กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
  3. โครงการยุทธศาสตร์ประเทศไทย Thailand Strategy Project (TSP)
  4. พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี (รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)
  5. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคประชาธิปัตย์)
  6. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย
  7. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]