แถบ นีละนิธิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศาสตราจารย์ดร. แถบ นีละนิธิ
อดีตนายกสภา,อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้บุกเบิกวิชาเคมีของประเทศไทย
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2450
ประเทศไทย
เสียชีวิต 10 สิงหาคม พ.ศ. 2523 สิริรวมอายุ 73 ปี
ศาสนา พุทธ

ศาสตราจารย์ ดร. แถบ นีละนิธิ (1 กรกฎาคม 2450 - 10 สิงหาคม 2523) อดีตราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถาน, อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, อดีตคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ และอดีตคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


เนื้อหา

ประวัติ [แก้]

ศ.ดร. แถบ นีละนิธิ เกิดเมื่อ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2450 เป็นบุตรของ พระราชสุภาวดี (สิน นีละนิธิ) กับ นางราชสุภาวดี (นวล นีละนิธิ)

การศึกษา [แก้]

เข้าเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดสุทัศน์ และชั้นมัธยมศึกษา (ม.8) ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ เมื่ออายุ 17 ปี ได้เข้าสอบชิงทุนเล่าเรียนหลวงของกระทรวงธรรมการเพื่อไปศึกษาต่อที่ วิทยาลัยของเทศบาลนครปอร์ตสมิธ (Portsmouth Municipal College) ประเทศอังกฤษ สาขาวิทยาศาสตร์ 2 ปี หลังจากนั้น จึงได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล เป็นเวลา 3 ปี จนได้รับปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเคมีมาตรฐานชั้นสูง เมื่อปี พ.ศ. 2472 และเข้าศึกษาต่ออีก 1 ปี ขั้น Honours School จนได้รับปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาวิชาเคมี จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน เมื่อปี พ.ศ. 2473 ซึ่งนับเป็นคนไทยคนแรกที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และสามารถจบด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 ในสาขาเคมี

หลังจากนั้น ได้รับทุนจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา โดยสำเร็จปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเคมี เมื่อปี พ.ศ. 2474 และใช้เวลาต่อมาอีกเพียง 2 ปี ก็สำเร็จปริญญาเอก (Ph.D.) สาขาอินทรีย์เคมี จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน เมื่อปี พ.ศ. 2476

การทำงาน [แก้]

หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์แล้ว ศ.ดร. แถบ ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย และเข้ารับราชการเป็นอาจารย์สอนวิชาเคมีที่คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับตำแหน่งหัวหน้าแผนกวิชาเคมี เมื่อ 13 กันยายน พ.ศ. 2479

เมื่อ 15 เมษายน พ.ศ. 2492 ท่านได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ และวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ศ.ดร. แถบ ได้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ หลังจากนั้น เมื่อ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2500 และได้รับตำแหน่งรองอธิการบดีด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง

ต่อมา พ.ศ. 2506 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ขยายระดับการศึกษาโดยจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยขึ้น ท่านได้รับตำแหน่งคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเป็นคนแรกด้วย

บั้นปลาย [แก้]

หลังจากเกษียณอายุราชการ ท่านยังคงดำรงตำแหน่งรักษาการอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นท่านที่ 8 เมื่อ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2512 โดยท่านดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้น ยังได้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยติดต่อกัน 3 วาระ รวมเป็นเวลา 6 ปี

ท่านถึงแก่อนิจกรรม เมื่อ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2523

ผลงานและเกียรติประวัติ [แก้]

เมื่อเริ่มเข้ารับราชการ ท่านเป็นผู้จัดทำหลักสูตรปริญญาบัณฑิตทางเคมี และเป็นผู้สอนเอง นับว่าเป็นอาจารย์ต้นตำรับการผลิตวิทยาศาสตร์บัณฑิตคนแรกของประเทศ

ขณะดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ท่านได้ริเริ่มขยายหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต เพื่อให้สอดคล้องกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยการเปิดวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาธรณีเคมีเทคนิค

ขณะดำรงตำแหน่งคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ท่านได้ร่วมกำหนดมาตรฐานและระเบียบต่างๆขึ้น รวมถึงจัดตั้งคณะบัณฑิตวิทยาลัยขั้นจัดการ และจัดตั้งหน่วยคอมพิวเตอร์ขึ้น ซึ่งหน่วยงานนี้เป็นผู้บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นทางการแห่งแรกของประเทศไทย

ผลงานหน้าที่อื่นๆ เช่น

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ [แก้]

อ้างอิง [แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]