สำนักพระราชวัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำนักพระราชวัง
ราชอาณาจักรไทย
สำนักพระราชวัง.jpg
ตราพระมหามงกุฎ
Lanchakon - 022.jpg
ตราพระมหาเทพทรงพระนนทิการ
(สมัยเป็นกระทรวงวัง)
ที่ทำการ
ไทย
พระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2485
งบประมาณ 2,794.957 ล้านบาท (พ.ศ. 2555)[1]
ผู้บริหาร ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ผู้บังคับบัญชา
แก้วขวัญ วัชโรทัย, เลขาธิการพระราชวัง
ขวัญแก้ว วัชโรทัย, รองเลขาธิการ
ณรงค์ฤทธิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, รองเลขาธิการ
จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา, รองเลขาธิการ
จินตนา ชื่นศิริ, รองเลขาธิการ
ลูกสังกัด ดูในบทความ
เว็บไซต์
www.brh.thaigov.net

สำนักพระราชวัง (อังกฤษ: Bureau of the Royal Household; BRH) เป็นหน่วยงานของทางราชการมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลและรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชวัง ตลอดจนดูแลรักษาทรัพย์สินและผลประโยชน์ในองค์พระมหากษัตริย์ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาสำนักพระราชวัง และเลขาธิการพระราชวังเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารราชกิจราชการ

ประวัติ[แก้]

สมัยกรุงศรีอยุธยา[แก้]

สำนักพระราชวังเป็นส่วนราชการที่สืบเนื่องมาจากส่วนราชการสำคัญของบ้านเมืองมาแต่โบราณกาล มีหลักฐานที่อาจทบทวนย้อนไปได้ถึงพุทธศักราช 1893 ในปีนั้นสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ได้ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นราชธานี ได้ทรงจัดระเบียบการปกครองในราชธานีเป็นสี่กรม หรือที่เรียกว่าจตุสดมภ์ ได้แก่

  1. กรมเมือง (หรือเวียง) มีหน้าที่ปกครองท้องที่ดูแลสันติสุขของประชาราษฎร
  2. กรมวัง มีหน้าที่ดูแลฝ่ายพระราชสำนัก รวมทั้งพิพากษาถ้อยความของราษฎรเป็นการแบ่งเบาพระราชภาระของประมุขในหน้าที่พระราชทานความยุติธรรมไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน
  3. กรมคลัง มีหน้าที่ดูแลรับจ่ายผลประโยชน์ของแผ่นดิน
  4. กรมนา มีหน้าที่ดูแลการทำไร่ทำนา รักษาเสบียงอาหารสำหรับพระนคร

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[แก้]

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2438 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิรูปการปกครองราชอาณาจักร แบ่งส่วนราชการระดับกระทรวงให้เป็นไปตามความจำเป็น และเหมาะสมแก่การปกครองประเทศยิ่งขึ้น กระทรวงเดิมในแบบจตุสดมภ์ทั้ง 6 ก็ให้คงอยู่ เพิ่มกระทรวงในหน้าที่ที่สมควรใหม่อีก 4 กระทรวง รวมเป็น 12 กระทรวงแต่ละกระทรวงมีเสนาบดีเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารราชการ

จากการปฏิรูปการปกครองในประเทศในครั้งนี้เอง โปรดเกล้าฯ ให้ส่วนราชการที่มีหน้าที่ปฏิบัติราชการในพระราชสำนัก ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่า กรมวัง หรือ จตุสดมภ์กรมวัง เป็นกระทรวงมีชื่อว่า กระทรวงวัง แต่โปรดเกล้าฯ ให้โอนงานที่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีไปขึ้นอยู่กับกระทรวงยุติธรรมที่เพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่ ดังนั้นส่วนราชการในจตุสดมภ์กรมวังที่มีชื่อว่า กรมพระตำรวจหลวงว่าความฎีกา อันเป็นกรมหนึ่ง ซึ่งสมัยก่อนๆ ถือว่าเป็นส่วนราชการที่มีความสำคัญมากถึงกับในบางรัชกาลต้องโปรดเกล้าฯ ให้พระราชโอรสที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัยที่สุดไปทรงกำกับราชการอยู่ เช่น ในรัชกาลที่ 2 โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอฯ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ไปทรงกำกับราชการอยู่นั้น จึงสูญไปจากทำเนียบราชการแต่นั้นมา

เสนาบดีกระทรวงวังตามแผนปฏิรูปการปกครองใหม่ในครั้งนั้น ตัวเสนาบดีมิใช่สามัญชน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ครั้งยังดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งดำรงตำแหน่งเสนาบดีจตุสดมภ์กรมวังอยู่ก่อนแล้ว เป็นเสนาบดีกระทรวงวังตามระบบการปกครองที่ปฏิรูปใหม่ จึงนับได้ว่าทรงเป็น "เสนาบดีกระทรวงวังพระองค์แรก"

การตั้งเสนาบดีกระทรวงในรัชกาลที่ 5 นั้น จะเห็นได้ว่าทรงพระราชดำริว่ากระทรวงวังนั้นสำคัญและปฏิบัติงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทมาก จึงทรงเลือกสรรพระราชวงศ์ขึ้นดำรงตำแหน่งเสนาบดีสืบต่อกันมาหลายพระองค์

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว[แก้]

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปรับปรุงส่วนราชการต่างๆ ในกระทรวงวัง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมแก่ราชการในพระองค์หลายประการ เช่น โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะกรมมหาดเล็กหลวง ในกระทรวงวังขึ้นเป็นกรมอิสระ ขึ้นตรงต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีผู้สำเร็จราชการมหาดเล็ก (เจ้าพระยารามราฆพ) เป็นผู้บังคับบัญชา มีกรมต่างๆ ที่หัวหน้ากรมเป็นข้าราชการขั้นอธิบดีขึ้นอยู่ 13 กรม ได้แก่

  1. กรมบัญชาการกลางมหาดเล็ก
  2. กรมชาวที่
  3. กรมมหรสพ
  4. กรมเรือยนต์หลวง
  5. กรมรถยนต์หลวง
  6. กรมพระอัศวราช
  7. กรมแพทย์หลวง
  1. กรมโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์
  2. กรมตรวจมหาดเล็ก
  3. กรมมหาดเล็ก
  4. กรมช่างมหาดเล็ก
  5. กรมโขนหลวง
  6. กรมพิณพาทย์กลาง


ส่วนทางกระทรวงวังก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีกรมขึ้น 20 กรม ได้แก่

  1. กรมบัญชาการ
  2. กรมสารวัตรในพระราชสำนัก
  3. กรมทะเบียน
  4. กรมปลัดบัญชี
  5. กรมคลังราชการ
  6. กรมพระราชพิธี
  7. กรมภูษามาลา
  8. กรมสนมพลเรือน
  9. กรมวัง
  10. กรมรองาน
  1. กรมช้างต้น
  2. กรมพระตำรวจหลวงรักษาพระองค์
  3. กรมทหารรักษาวัง
  4. กรมพระนิติศาสตร์
  5. กรมศิลปากร
  6. กรมธรรมการ
  7. กรมสังฆการี
  8. กรมกัลปนา
  9. กรมราชบัณฑิต
  10. กรมวังในพระราชสำนักพระพันปีหลวง

กรมในกระทรวงวังก็ดี กรมในมหาดเล็กก็ดี แม้หัวหน้ากรมจะมีฐานะเป็นอธิบดี แต่ก็มีหลายกรมเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น เช่น

  • กรมบัญชาการกลางมหาดเล็ก (หัวหน้ากรมมีตำแหน่งเป็นปลัดบัญชาการ)
  • กรมอื่นๆ ในสังกัดกรมมหาดเล็ก (หัวหน้ากรมมีตำแหน่งเป็นจางวาง ต่อท้ายตำแหน่งด้วยนามกรม) เช่น "กรมชาวที่" เรียกว่า จางวางกรมชาวที่ ยกเว้น "กรมโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์" เรียกตำแหน่งหัวหน้ากรมว่า ผู้บัญชาการโรงเรียนในกรมพระบรมราชูปถัมภ์

กรมในสังกัดกระทรวงวัง

  • กรมบัญชาการ (หัวหน้ากรมมีตำแหน่งเป็นปลัดบัญชาการ)
  • กรมวัง กรมพระราชพิธี กรมตำรวจรักษาพระองค์ กรมพระนิติศาสตร์ (หัวหน้ากรมมีตำแหน่งเป็นสมุห) โดยเรียกกันดังนี้
    • สมุหพระราชมณเฑียร คือ อธิบดีกรมวัง
    • สมุหพระตำรวจหลวง รักษาพระองค์ คือ อธิบดีกรม พระตำรวจหลวงรักษาพระองค์
    • สมุหพระราชพิธี คือ อธิบดีกรมพระราชพิธี
    • สมุหพระนิติศาสตร์ คือ อธิบดีกรมพระนิติศาสตร์
    • สมุหบัญชีใหม่ คือ อธิบดีกรมปลัดบัญชี

กรมอื่นนอกจากนี้

  • กรมใหญ่เรียกหัวหน้ากรมว่า อธิบดี
  • กรมเล็กเรียกหัวหน้ากรมว่า เจ้ากรม

แต่ที่เรียกว่าผู้อำนวยการกรมก็มี นอกจากนั้นยังพระราชทานเกียรติยศแก่ กรมตำรวจหลวงรักษาพระองค์ กรมทหารรักษาพระองค์และกรมทหารรักษาวัง โดยทรงรับเข้าดำรงตำแหน่ง "สมเด็จพระตำรวจ" ในกรมพระตำรวจหลวงรักษาพระองค์ และตำแหน่ง "ผู้บังคับการพิเศษ" ในกรมทหารรักษาวังด้วย

สำหรับตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงวังนั้น ก็ยังคงใช้ราชทินนามบุคคลผู้เป็นเจ้ากระทรวงว่า "ธรรมธิกรณาธิบดี" อันเป็นราชทินนามที่สืบเนื่องมาแต่ "ธรรมาธิการ" ครั้งยังเป็นจตุสดมภ์อยู่ แม้ว่าจะได้แยกหน้าที่การพิจารณาพิพากษาอรรถคดี อันเป็นหน้าที่เดิมของจตุสดมภ์กรมวังไปเป็นหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมดังกล่าวมาแล้วก็ตาม

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว[แก้]

ครั้นถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดกล้าฯ ให้โอนกรมธรรมการ กรมสังฆการี กรมราชบัณฑิต กรมกัลปนา และกรมศิลปากร ไปสังกัดกระทรวงธรรมการ และยุบฐานะกรมมหาดเล็กหลวงซึ่งแยกไปเป็นกรมพิเศษในรัชกาลที่ 6 ลงเป็นกรมสามัญสังกัดกระทรวงวังตามเดิม

ต่อมาเมื่อประเทศสยามได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแล้ว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงประกาศพระบรมราชโองการ ณ วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 ให้เปลี่ยนชื่อ "กระทรวงวัง" เป็น "ศาลาว่าการพระราชวัง" แต่ครั้งถึงวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2476 ก็กลับมามีฐานะเป็นกระทรวงขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม พุทธศักราช 2476 และมี "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัง" เป็นเจ้ากระทรวง ซึ่งในพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมฉบับดังกล่าวนี้ ได้ตัดทอนส่วนราชการในกระทรวงวังออกเหลือ 7 กรม ได้แก่

  1. สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี
  2. สำนักงานปลัดกระทรวง
  3. กรมทหารรักษาวัง
  4. กรมพระคลังข้างที่
  5. กรมมหาดเล็กหลวง
  6. กรมราชเลขานุการในพระองค์
  7. กรมวัง

สำนักพระราชวัง[แก้]

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2478 ได้มีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2478 โดยพระราชบัญญัติฉบับนี้เอง ได้เปลี่ยนฐานะของกระทรวงวังลงเป็นทบวง มีฐานะเป็นกรม เทียบเท่าทบวง มีชื่อว่า "สำนักพระราชวัง" และให้อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีโดยตรง มีเลขาธิการพระราชวัง (ระดับ 11 เทียบเท่าปลัดกระทรวง) รับผิดชอบในการบริหารราชการ สำหรับกรมในสังกัดก็ยุบลงเป็นกองบ้าง แผนกบ้าง เว้นบางกรมไปสังกัดกระทรวงอื่น เช่น

  • กรมทหารรักษาวัง โอนไปสังกัด กระทรวงกลาโหม
  • กรมราชเลขานุการในพระองค์ แยกไปตั้งเป็นทบวงการเมืองอิสระมีฐานะเทียบกรมเรียกว่า "สำนักราชเลขานุการในพระองค์" ต่อมาเปลี่ยนนามเป็น "สำนักราชเลขาธิการ"'

นอกจากนี้ยังได้โอนราชการในหน้าที่ต่างๆ อีกหลายหน้าที่ไปสังกัดกรมอื่น เช่น โอนงานในหน้าที่การช่างที่เรียกว่า "กรมวังนอก" ตลอดจนงานที่เกี่ยวกับนาฎศิลป์และดุริยางคศิลป์ อันได้แก่กอง พิณพาทย์หลวง กองดุริยางค์หลวง โขนหลวงและละครหลวง ไปสังกัดกรมศิลปากร กระทรวงธรรมการ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงศึกษาธิการ)

เมื่อได้ยุบกระทรวงวังเป็นสำนักพระราชวังแล้ว ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการตามความจำเป็นและเหมาะสมแก่การปฏิบัติภารกิจหลายครั้ง ในช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 ยังทรงพระเยาว์และประทับอยู่ในต่างประเทศ ได้มีการพิจารณาเห็นว่าภารกิจของสำนักพระราชวังมีน้อย ก็ปรับปรุงหนักไปทางตัดทอน ครั้นต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทรงบรรลุพระราชนิติภาวะ และเสด็จฯ นิวัติมาประทับในราชอาณาจักร ได้ทรงบริหารราชการในฐานะพระประมุขแล้ว รัฐบาลก็เห็นความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มทั้งปริมาณและคุณภาพให้มากขึ้น เพื่อเพียงพอที่จะสนองรองรับพระราชกรณียกิจได้

ตามพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการในสำนักพระราชวังและสำนักราชเลขานุการในพระองค์ พุทธศักราช 2478 ฉบับลงวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2478 ได้กำหนดให้มีกองในสังกัด 4 กอง ได้แก่ 1. สำนักงานเลขานุการ (4 แผนก)

  • แผนกสารบรรณ
  • แผนกหมายและทะเบียน
  • แผนกคลัง
  • แผนกพัสดุ

2. กองมหาดเล็ก (3 แผนก)

  • แผนกกลาง
  • แผนกรับใช้
  • แผนกชาวที่

3. กองวังและพระราชพิธี (3 แผนก)

  • แผนกตำรวจวัง
  • แผนกพระราชพิธี
  • แผนกพระราชพาหนะ

4. สำนักงานพระคลังข้างที่ (ไม่มีการแบ่งหน่วยงานในสังกัด)

การจัดแบ่งหน่วยงานภายในและฝ่ายธุรกรรมต่างๆ[แก้]

สำนักพระราชวัง ปัจจุบันแบ่งหน่วยงานออกเป็น 14 กอง ประกอบด้วย[2]

  • สำนักงานเลขานุการกรม รับผิดชอบงานบริหารทั่วไป งานสารบรรณ งานประชาสัมพันธ์ งานกฎหมาย งานห้องสมุด จัดทำและรักษาทะเบียนพระบรมวงศานุวงศ์ ทะเบียนผู้ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในการต่างๆ และงานอื่นๆ
  • กองการเจ้าหน้าที่ รับผิดชอบการบริหารงานบุคคล
  • กองคลัง รับผิดชอบการบริหารการคลัง
  • กองงานส่วนพระองค์ รับผิดชอบในการปฏิบัติงานเฉพาะกิจตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มอบหมาย และดำเนินการเกี่ยวกับการถวายความสะดวกในเขตพระราชฐานที่ประทับ บันทึกภาพนิ่ง ภาพยนตร์เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ และวีดิทัศน์ส่วนพระองค์ จัดทำรายการวิทยุของสถานีวิทยุ อ.ส. พระราชวังดุสิต แบ่งออกเป็น 5 ฝ่าย คือ
    • ฝ่ายธุรการ
    • ฝ่ายสถานีวิทยุ อ.ส. พระราชวังดุสิต
    • ฝ่ายช่างภาพส่วนพระองค์
    • ฝ่ายภาพยนตร์ส่วนพระองค์
    • ฝ่ายไฟฟ้าและน้ำประปา สวนจิตรลดา
  • กองกิจการในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รับผิดชอบงานส่วนพระองค์ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทั้งงานฝ่ายพระราชวัง และงานฝ่ายราชเลขานุการ
  • กองมหาดเล็ก รับผิดชอบด้านการรับใช้ในกิจการส่วนพระองค์ต่างๆ ทุกประเภท ทั้งในพระราชฐานที่ประทับ และในสถานที่ที่เสด็จฯ ทุกแห่ง ดูแลรักษาสิ่งของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ ดำเนินการประกอบเครื่องเสวยจัดโต๊ะเสวย จัดอาหารและปฏิบัติในการพระราชทานเลี้ยง แบ่งออกเป็น 6 ฝ่าย คือ
    • งานธุรการ
    • ฝ่ายในพระองค์
    • ฝ่ายมหาดเล็ก
    • ฝ่ายวรภาชน์
    • ฝ่ายมหาดเล็กพิธี
    • ฝ่ายห้องเครื่อง
  • กองวัง รับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการถวายอารักขา แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ และรักษาความเรียบร้อย ความสงบ และความปลอดภัยสถานที่ทั้งในพระราชฐานและในส่วนของที่ประทับ รวมทั้งในการเสด็จฯ ณ สถานที่อื่นๆ, ตระเตรียมการพร้อมรับเสด็จและรับรองพระบรมวงศานุวงศ์ ราชอาคันตุกะ แขกผู้มีเกียรติชาวต่างประเทศ และผู้ที่ได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสโปรดให้เข้าเฝ้าฯ, รองรับนำชมพระบรมมหาราชวัง, การประดิษฐ์ดอกไม้ เย็บปักถักร้อย และการประกอบอาหารสำหรับถวายทรงนมัสการ ทรงใช้ และใช้ราชการในงานพระราชพิธี พระราชกุศลและงานอื่นๆ แบ่งออกเป็น 6 ฝ่าย คือ
    • งานธุรการ
    • ฝ่ายตำรวจวัง
    • ฝ่ายรับรองพระบรมมหาราชวัง
    • ฝ่ายพระราชฐานชั้นใน
    • ฝ่ายกรมวังประจำที่ประทับ
    • ฝ่ายตำรวจหลวงรักษาพระองค์
  • กองพระราชพิธี รับผิดชอบการจัดงานพระราชพิธี งานพระราชกุศล งานรัฐพิธีและงานพิธีต่างๆ ให้ถูกต้องตามราชประเพณี ดูแลรักษาเครื่องราชกกุธภัณฑ์ และปูชนียวัตถุสำคัญต่างๆ
    • งานธุรการ
    • ฝ่ายราชูปโภค
    • ฝ่ายพิธีการ
    • ฝ่ายศุภรัต
    • ฝ่ายสนมพลเรือน
    • ฝ่ายบูรณะราชภัณฑ์
  • กองชาวที่ รับผิดชอบดูแลบำรุงรักษาตกแต่ง ทำความสะอาดพระที่นั่ง พระตำหนัก ตลอดจนสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในเขตพระราชฐาน และพระราชฐานที่ประทับ รวมถึงพระบรมมหาราชวัง
    • งานธุรการ
    • ฝ่ายพระราชฐานที่ประทับ
    • ฝ่ายพระบรมมหาราชวัง
    • ฝ่ายราชพัสดุชาวที่
    • ฝ่ายพระราชฐานต่างจังหวัด
  • กองธุรการที่ประทับ รับผิดชอบในงานธุรการของส่วนราชการทางฝ่ายที่ประทับ ควบคุมดูแลการเบิกจ่ายเงินใช้สอยประจำวัน และค่าใช้จ่ายในการพระราชกุศลส่วนพระองค์ งานวางผังออกแบบควบคุมการก่อสร้างและงานช่างบำรุงรักษาซ่อมแซมอาคารสถานที่ต่างๆ งานช่างบำรุงรักษาซ่อมและงานโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา โครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
  • กองบำรุงรักษาราชอุทยาน รับผิดชอบการตัดตกแต่งต้นไม้ภายในเขตพระราชฐานและสถานที่ที่อยู่ภายในการรับผิดชอบของสำนักพระราชวัง ดูแลระบบสุขาภิบาล ระบบกำจัดน้ำเสีย ดูแลรักษาเครื่องจักรกลทางการเกษตร วิจัย พัฒนาและขยายพันธุ์พืช
  • กองพระราชพาหนะ รับผิดชอบรถยนต์หลวงและเรือยนต์หลวง ที่ใช้ในงานต่างๆ ดูแลรักษารับผิดชอบ รถยนต์พระที่นั่ง เรือยนต์พระที่นั่ง รถยนต์พระประเทียบ เรือยนต์พระประเทียบ ขบวนรถยนต์หลวง และพาหนะใช้สอยต่างๆ
  • กองแพทย์หลวง รับผิดชอบงานด้านการสาธารณสุข ควบคุม ดูแล จัดเตรียมเวชภัณฑ์ต่าง ตลอดจนพาหนะที่ใช้ในการสาธารณสุข วิเคราะห์และวิจัยโรคต่างๆ ดูแลรักษาผู้ที่มารับการตรวจ จัดเตรียมแพทย์และเวชภัณฑ์เพื่อตามเสด็จในพื้นที่ต่างๆ และจัดเตรียมยาพระราชทานตามที่มีบุคคลขอมา
  • สำนักงานพระคลังข้างที่ รับผิดชอบด้านพระราชทรัพย์ของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ บัญชีรายรับ-รายจ่ายของเขตพระราชฐาน ดูแลมูลนิธิอานันทมหิดล กองทุน เงินบริจาคที่ได้รับจากส่วนต่างๆ ดูแลรักษาเครื่องใช้และอาคารสถานที่ภายในเขตพระราชฐาน รับผิดชอบการจัดแสดงของใช้ส่วนพระองค์และงานศิลปาชีพในพิพิธภัณฑ์

ผู้บริหาร[แก้]

เสนาบดี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัง[แก้]

ลำดับที่ ภาพ รายนาม ปีที่ดำรงตำแหน่ง
1 Prince Prachaksinlapakhom.jpg พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ไม่ปรากฏ
2 พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช.jpg พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ไม่ปรากฏ
3 เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (หม่อมราชวงศ์ปุ้ม มาลากุล).jpg เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (หม่อมราชวงศ์ปุ้ม มาลากุล) พ.ศ. 2456-2468 (เสนาบดีกระทรวงวัง)
4 เจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์.jpg เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ (หม่อมราชวงศ์เย็น อิศรเสนา) พ.ศ. 2468-2475 (เสนาบดีกระทรวงวัง)
พ.ศ. 2476-2477 (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัง)

เลขาธิการพระราชวัง[แก้]

หลังจากการปรับปรุงฐานะเป็นสำนักพระราชวัง เมื่อ พ.ศ. 2478 ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพระราชวัง ได้แก่

ลำดับที่ รายนาม ปีที่ดำรงตำแหน่ง
1 พระยาชาติเดชอุดม (ม.ร.ว.โป๊ะ มาลากุล) 1 เมษายน 2478 - 31 มกราคม 2490
2 พลตรี หม่อมทวีวงศ์ถวัลยศักดิ์ (หม่อมราชวงศ์เฉลิมลาภ ทวีวงศ์) 1 กุมภาพันธ์ 2490 - 6 สิงหาคม 2509
3 ดร.กัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา 7 สิงหาคม 2509 - 23 พฤศจิกายน 2521
4 พูนเพิ่ม ไกรฤกษ์ 24 พฤศจิกายน 2521 - 27 กรกฎาคม 2530
5 แก้วขวัญ วัชโรทัย 28 กรกฎาคม 2530 - ปัจจุบัน

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนที่ 15ก วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555
  2. http://www.palaces.thai.net/new/brh/about/brh_statement_web/001.htm พระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการสำนักพระราชวัง พ.ศ. 2541

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]