ลำดับเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สอง (1939)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

นี่คือ ลำดับเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 1939 ถึง 31 ธันวาคม 1939

ลำดับเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สอง
เรียงตามลำดับเวลา
1939
1940
1941
1942
1943
1944
1945
เพิ่มเติม

แนวรบด้านตะวันออก
โครงการแมนฮัตตัน

เดือนกันยายน[แก้]

  • 1: การบุกครองโปแลนด์โดยนาซีเยอรมนี เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 4.45 น. ลุฟท์วัฟเฟอโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในโปแลนด์ ลุฟท์วัฟเฟอเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อการ์กุฟ วูชและกรุงวอร์ซอ ภายในห้านาทีของการโจมตี กองทัพเรือเยอรมัน (ครีกซมารีเนอ) สั่งการให้เรือประจัญบานชเลซวิก-โฮลสไทน์อันเก่าแก่เปิดฉากยิงคลังพัสดุขนส่งทางทหารของโปแลนด์ที่เวสเทอร์เพลท (Westerplatte) ในนครเสรีดันซิก แต่การเข้าตีนี้ถูกขับกลับไป เมื่อถึงเวลา 8.00 น. กองทัพบกเยอรมัน (เวร์มัคท์เฮร์) เปิดฉากโจมตีใกล้กับเมืองม็อกรา (Mokra) ของโปแลนด์ ขณะที่ยังไม่มีการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ
  • 1: เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์และฟินแลนด์ประกาศวางตัวเป็นกลางในสงคราม
  • 1: รัฐบาลอังกฤษประกาศระดมพล และเริ่มแผนอพยพเตรียมรับมือการเข้าตีทางอากาศของเยอรมนี
  • 2: สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสยื่นคำขาดร่วมต่อเยอรมนี ให้ส่งทหารกลับจากดินแดนโปแลนด์; ผู้เผด็จการอิตาลี เบนิโต มุสโสลินีประกาศว่าวางตัวเป็นกลาง ฝ่ายสาธารณรัฐไอร์แลนด์ก็ประกาศว่าตนเป็นกลางเช่นกัน; รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ประกาศระดมพล
  • 2: นครเสรีดันซิกถูกผนวกรวมกับเยอรมนี
  • 2: พระราชบัญญัติรับราชการทหาร ค.ศ. 1939 มีผลใช้บังคับทันที และเกณฑ์ชายทุกคนซึ่งมีอายุระหว่าง 18-41 ปี และพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักร
  • 3: เมื่อเวลา 11.15 น. ตามเวลามาตรฐานอังกฤษ เนวิลล์ เชมเบอร์แลนด์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศทางสถานีวิทยุบีบีซีว่าเส้นตายที่กำหนดให้เยอรมนีถอนตัวออกจากโปแลนด์ได้สิ้นสุดลงเมื่อ 11.00 น. และกล่าวว่า "เพราะฉะนั้น ชาตินี้จึงอยู่ในภาวะสงครามกับเยอรมนี" ออสเตรเลีย อินเดียและนิวซีแลนด์ก็ประกาศสงครามกับเยอรมนีในไม่กี่ชั่วโมงหลังการประกาศสงครามของอังกฤษ
  • 3: เมื่อเวลา 12.30 น. ตามเวลามาตรฐานอังกฤษ รัฐบาลฝรั่งเศสยื่นคำขาดสุดท้ายคล้ายกัน ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อเวลา 15.00 น. ตามเวลามาตรฐานอังกฤษ
  • 3: เรือเดินสมุทร แอดเบนเนีย (Atbenia) ถูกเรือดำน้ำ อู-30 ของเยอรมนีจม เพราะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเรือช่วยตรวจการของอังกฤษ มีผู้เสียชีวิต 112 ราย
  • 4: เมื่อเวลา 8.00 น. ตามเวลามาตรฐานนิวฟันด์แลนด์ ประเทศในเครือจักรภพนิวฟันแลนด์ (Dominion of Newfoundland) ประกาศสงครามกับเยอรมนี
  • 4: ในการปฏิบัติเชิงรุกครั้งแรกของอังกฤษในสงคราม กองทัพอากาศเปิดฉากตีโฉบฉวยกองเรือเยอรมันในอ่าวเฮลิโกแลนด์ โดยมุ่งเป้าไปยังเรือประจัญบานขนาดเล็ก (pocket-battleship) อัดมีรัลเชร์ ที่ทอดสมออยู่นอกวิลเฮล์มชาเวนที่ตะวันตกสุดของคลองคีล อากาศยานหลายลำสูญหายไปในการเข้าตีนี้ และ แม้เรือจะถูกยิงสามครั้ง แต่ระเบิดทุกลูกไม่ระเบิด
  • 4: ญี่ปุ่นประกาศวางตัวเป็นกลางต่อสถานการณ์ในทวีปยุโรป ฝ่ายกระทรวงกองทัพเรืออังกฤษประกาศเริ่มต้นการปิดล้อมทางทะเลต่อเยอรมนี เป็นหนึ่งในหลายมาตรการที่อังกฤษดำเนินการสงครามเศรษฐกิจต่อฝ่ายอักษะ
  • 4: สหรัฐอเมริกาเริ่มการลาดตระเวนความเป็นกลาง
  • 5: นายกรัฐมนตรีแอฟริกาใต้ แบร์รี่ เฮอร์ซอก ล้มเหลวในการหาเสียงสนับสุนในการประกาศวางตัวเป็นกลาง และถูกปลดโดยการประชุมลับของพรรคการเมือง และแทนที่ด้วยรองนายกรัฐมนตรีแจน สมุทส์
  • 5: สหรัฐอเมริกาประกาศวางตัวเป็นกลางต่อสาธารณะ
  • 6: แอฟริกาใต้ประกาศสงครามกับเยอรมนี
  • 6: กองทัพเยอรมนียึดเมืองการ์กุฟ ทางตอนใต้ของโปแลนด์ กองทัพโปแลนด์ล่าถอยครั้งใหญ่
  • 7: ฝรั่งเศสเริ่มการรุกพอเป็นพิธี โดยเคลื่อนเข้าไปในดินแดนของเยอรมนีใกล้กับซาร์บรือเคน
  • 7: สหราชอาณาจักรผ่านพระราชบัญญัติว่าด้วยการขึ้นทะเบียนแห่งชาติ เริ่มใช้บัตรประชาชน รัฐบาลมีอำนาจในการควบคุมแรงงาน
  • 8: สหราชอาณาจักรนำระบบขบวนเรือในความคุ้มกัน (convoy) กลับมาใช้ใหม่กับเรือพาณิชย์ และปิดล้อมการเดินเรือของเยอรมนีเต็มขั้น
  • 8: รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศระบบคุ้มกันเรือพาณิชย์อีกครั้ง และกีดกันเรือสินค้าของเยอรมนีอย่างเต็มที่
  • 8: กองพลที่ 10 แห่งเยอรมนี ภายใต้การนำของนายพลวอลเทอร์ วอน ไรเชนนาว รุกคืบถึงขอบกรุงวอร์ซอว์ของโปแลนด์ กองพลที่ 14 โดยนายพลวิลเฮล์ม ลิสท์รุกถึงแม่น้ำซาน และกองพันแพนเซอร์ของนายพลไฮนส์ กูเดอเรี่ยน รุกถึงแม่น้ำบั๊ก ทางตะวันออกของกรุงวอร์ซอว์
  • 9: การรุกซาร์ลันด์ของฝรั่งเศสหยุดชะงักที่ป่าวาร์นดท์ที่มีการวางทุ่นระเบิดหนาแน่น หลังรุกเข้าไปในดินแดนเยอรมนีที่มีการป้องกันเบาบาง 8 ไมล์
  • 10: แคนาดาประกาศสงครามกับเยอรมนี
  • 10: กองทัพหลักของอังกฤษยกพลขึ้นบกที่ฝรั่งเศสเพื่อช่วยรบต่อต้านเยอรมนี นำโดย นายพล ลอร์ด โกร์ท มีจำนวนทหาร 160,000 นาย พร้อมยานพาหนะ 24,000 คัน
  • 11: ผู้สำเร็จราชการอินเดีย ลอร์ดลินลิธโกว์ ประกาศต่อสภานิติบัญญัติทั้งสองของอินเดีย (สภาแห่งรัฐและสภานิติบัญญัติ) ว่าเนื่องจากการเข้าร่วมสงคราม การวางแผนการจัดตั้งสหพันธรัฐอินเดียจึงถูกเลื่อนออกไป
  • 12: พลเอกเกมลินสั่งหยุดการรุกเข้าไปในเยอรมนี
  • 15: กองทัพโปแลนด์ได้รับคำสั่งให้ต้านทานที่พรมแดนโรมาเนียกระทั่งฝ่ายสัมพันธมิตรมาถึง
  • 16: กองทัพเยอรมนีล้อมกรุงวอร์ซอ เมืองหลวงของโปแลนด์ สมบูรณ์
  • 16: ฝรั่งเศสเสร็จสิ้นการร่นถอยออกจากเยอรมนี สิ้นสุดการรุกซาร์
  • 17: สหภาพโซเวียตบุกครองโปแลนด์จากทิศตะวันออก ยึดครองดินแดนทางตะวันออกของแนวคูร์ซอน เช่นเดียวกับเบียลีสตอกและกาลีเซียตะวันออก
  • 17: เรือบรรทุกเครื่องบิน เรือหลวง คะเรเจิส ถูกเรืออู-29 จมระหว่างการลาดตระเวนนอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของไอร์แลนด์
  • 17: กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นเปิดฉากโจมตีนครฉางชาของจีน เมื่อกำลังญี่ปุ่นทางเหนือของมณฑลเจียงซีเข้าตีไปทางตะวันตกสู่มณฑลเหอหนาน
  • 18: ประธานาธิบดีโปแลนด์ Ignacy Mościcki และผู้บัญชาการทหาร Edward Rydz-Śmigły หลบหนีจากโปแลนด์ไปยังโรมาเนีย ที่ซึ่งถูกกักตัวทั้งคู่ กำลังรัสเซียไปถึงวิลนีอุสและเบรสต์-ลีตอฟสค์ เรือดำน้ำโปแลนด์หลบหนีจากกรุงทาลลินน์ ทำให้ความเป็นกลางของเอสโตเนียถูกสหภาพโซเวียตและเยอรมนีตั้งคำถาม
  • 19: กองทัพเยอรมนีและโซเวียตบรรจบกันใกล้เมืองเบรสต์-ลีตอฟสค์
  • 19: กองทัพโซเวียตปิดล้อมท่าทาลลินน์ เมืองหลวงของเอสโตเนีย
  • 19: สหภาพโซเวียตและมองโกเลีย พันธมิตร ชนะยุทธการคาลคินโกล เหนือญี่ปุ่น ยุติสงครามชายแดนโซเวียต-ญี่ปุ่น
  • 19: กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นเข้าตีกองทัพปฏิวัติแห่งชาติจีนตามแม่น้ำซินเชียงโดยใช้แก๊สพิษระหว่างยุทธการฉางชา
  • 20: เรือดำน้ำ อู-27 ของเยอรมนี ถูกจมโดยระเบิดน้ำลึกจากเรือประจัญบานอังกฤษ
  • 21: นายกรัฐมนตรีโรมาเนีย Armand Calinescu ถูกพวกคลั่งชาติในพื้นที่นาม "ผู้พิทักษ์เหล็ก" (Iron Guard) ลอบสังหาร
  • 24: กองทัพอากาศโซเวียตละเมิดน่านฟ้าของเอสโตเนีย ผู้แทนเอสโตเนียเดินทางไปเจรจากับโมโลตอฟที่กรุงมอสโก โมโลตอฟขู่ว่าสหภาพโซเวียตจะดำเนินการอย่างรุนแรงหากเอสโตเนียไม่ยอมให้มีการตั้งฐานทัพโซเวียตในดินแดนเอสโตเนีย
  • 25: ประเทศเยอรมนีเริ่มการปันส่วนอาหาร
  • 25: สหภาพโซเวียตได้เตรียมกำลังพล 160,000นาย รถถัง 600 คัน และเครื่องบินรบ600ลำ ตามแนวชายแดนเอสโตเนีย
  • 26: หลังจากการระดมยิงปืนใหญ่ ทหารเยอรมนีเข้าตีกรุงวอร์ซอว์
  • 26: เครื่องบินทิ้งระเบิดของโซเวียตบินเหนือน่านฟ้าเมืองทาลลินน์
  • 27: ปืนใหญ่แห่งแนวซิกฟรีดเปิดฉากระดมยิงหมู่บ้านในประเทศฝรั่งเศสเบื้องหลังแนวมากิโนต์
  • 28: กองทัพส่วนที่เหลือและทหารชาวบ้านของโปแลนด์ยอมแพ้ที่กรุงวอร์ซอว์
  • 28: กองทัพโซเวียตประชิดชายแดนลัตเวีย น่านฟ้าลัตเวียถูกละเมิด
  • 28: สนธิสัญญามิตรภาพและพรมแดนระหว่างเยอรมนี-โซเวียตได้รับการลงนามโดยโมโลตอฟและริบเบนทรอพ โดยมีภาคผนวกลับที่เปลี่ยนแปลงการปักปันดินแดนที่เคยตกลงกันไว้ในสนธิสัญญาโมโลตอฟ-ริบเบนทรอพ โดยยกลิทัวเนียให้แก่สหภาพโซเวียต แต่เยอรมนีจะได้รับดินแดนในโปแลนด์มากขึ้น
  • 29: เอสโตเนียยอมเซ็นสัญญาความช่วยเหลือร่วมกันกับสหภาพโซเวียตเป็นเวลา 10 ปี ซึ่งอนุญาตให้มีทหารโซเวียตประจำในแลตเวียจำนวน 30,000 นาย ซึ่งเป็นของตอบแทนสตาลินที่ให้คำมั่นว่าจะธำรงเอกราชของเอสโตเนีย
  • 29: โซเวียตเริ่มแผ่กำลังเข้าควบคุมคาบสมุทรบอลติกเพื่อระวังการรุกรานของนาซี
  • 30: ราชนาวีเยอรมีนจมเรือพาณิชย์อังกฤษนอกชายฝั่งของประเทศบราซิล

เดือนตุลาคม[แก้]

  • 2: ผู้แทนจากแลตเวียเจรจากับสตาลินและโมโลตอฟ สหภาพโซเวียตขู่ว่าจะใช้กำลังคุกคามถ้าหากไม่ได้ตั้งฐานทัพในลัตเวีย
  • 2: อเมริกาเห็นด้วยกับคำแถลงการณ์ที่ปานามา การกระทำทางสงครามจะต้องไม่เกิดขึ้นบริเวณผิวน้ำรอบทวีปอเมริกา อาณาเขตเป็นกลางกว้างประมาณ 300 ไมล์จะมีกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาลาดตระเวน
  • 3: กองทัพอังกฤษเคลื่อนทัพสู่ชายแดนเบลเยี่ยม เพื่อป้องกันการรุกรานมาทางทิศตะวันตกของเยอรมัน
  • 3: ผู้แทนลิธัวเนียพบสตาลินและเมโลตอฟในกรุงมอสโก สตาลินเสนอจะให้เมืองวิลนิอัสของโปแลนด์แก่ลิธัวเนียถ้าหากยอมรับข้อตกลง ผู้แทนต้องยอมรับข้อเสนออย่างเสียไม่ได้
  • 5: ลัตวียเซ็นสัญญาความร่วมมือร่วมกันกับสหภาพโซเวียตเป็นเวลา 10 ปี ซึ่งอนุญาตให้มีทหารโซเวียตกว่า 25,000 นายประจำในลัตเวีย สตาลินให้คำมั่นว่าจะเคารพเอกราชของแลตเวีย
  • 6: กองทัพจีนมีชัยเหนือกองทัพญี่ปุ่นในการต่อสู้ที่ฉางชา
  • 6: การต่อต้านของชาวโปแลนด์สิ้นสุดลง ฮิตเลอร์กล่าวปราศรัยต่อหน้าสภาไรซ์ตาร์กว่าตนจะปรึกษาการฟื้นฟูสันติภาพกับอังกฤษและฝรั่งเศส
  • 7: ผุ้แทนลิทัวเนียมายังกรุงมอสโก โซเวียตยังต้องการที่จะสร้างฐานทัพในลิทัวเนีย
  • 9: ฮิตเลอร์ประกาศคำสั่งเตรียมบุกเบลเยียม ฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์
  • 10: กองทัพโปแลนด์กองสุดท้ายยอมจำนนต่อกองทัพเยอรมัน
  • 10: เชมเบอร์แลนด์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ปฏิเสธข้อเสนอของฮิตเลอร์
  • 10: ลิทัวเนียเซ็นสัญญาความร่วมมือร่วมกันกับสหภาพโซเวียตเป็นเวลา 15 ปี ซึ่งอนุญาตให้มีทหารโซเวียตกว่า 20,000 นายประจำการในลิทัวเนีย
  • 11: ทหารอังกฤษประมาณ 158,000 นายอยู่ในฝรั่งเศส
  • 12: ผู้นำฝรั่งเศสปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพของฮิตเลอร์
  • 12: ผู้แทนจากฟินแลนด์เข้าพบสตาลินและโมโลทอฟที่กรุงมอสโก สหภาพโซเวียตต้องการให้ฟินแลนด์ถอนฐานทัพใกล้กับเมืองเฮลซิงกิ และปรึกษากันเพื่อปกป้องเลนินกราดจากสหราชอาณาจักรหรือการรุกรานจากเยอรมนีในอนาคต
  • 14: ผู้แทนจากฟินแลนด์เข้าพบสตาลินอีกครั้ง สตาลินขู่ว่าหากการเจรจายืดเยื้อ อาจมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นระหว่างกองทหารโซเวียตและฟินแลนด์ได้
  • 14: เรืออู-47 ฝ่าแนวป้องกันของอังกฤษที่อ็อร์คนีย์ ซึ่งกองเรืออังกฤษเทียบท่าอยู่ ส่งผลให้เรือหลวง รอแยล โอ็ค จมมีกะลาสีเสียชีวิต 786 นาย
  • 16: การโจมตีทางอากาศครั้งแรกในสหราชอาณาจักร
  • 18: กองทัพชุดแรกของสหภาพโซเวียตเข้ามายังเอสโตเนีย
  • 19: เกตโตหรือสลัมสำหรับชาวยิว ได้ก่อสร้างขึ้นในเมือง Lublin
  • 20: "สงครามลวง" ทหารฝรั่งเศสตั้งมั่นตามแนวเมกิโนต์ ส่วนทหารอังกฤษสร้างแนวสนามเพลาะระหว่างแนวเมกิโนต์กับช่องแคบอังกฤษ
  • 27: เบลเยียมประกาศวางตัวเป็นกลาง
  • 30: สหราชอาณาจักรรายงานว่ามีค่ายกักกันสำหรับชาวยิวและผู้ที่ต่อต้านนาซีกำลังก่อสร้างในยุโรป
  • 31: นาซีเยอรมนีได้ทีแผนบุกฝรั่งเศส โดยพลโท เอริก ฟอน มันชสไตน์วางแผนที่จะโจมตีผ่าน Ardennes มากกว่าการบุกเบลเยี่ยม

เดือนพฤศจิกายน[แก้]

  • 1: ฉนวนโปแลนด์ถูกผนวกเข้ากับเยอรมนี ส่วนดินแดนทางตะวันออกของโปแลนด์ถูกผนวกรวมกับยูเครนและเบโลรุสเซียของสหภาพโซเวียต
  • 3: ฟินแลนด์และสหภาพโซเวียตเจรจาเกี่ยวกับแนวชายแดนอีกครั้ง ฟินแลนด์ไม่ไว้ใจเจตนาของสตาลินและไม่ยอมยกดินแดนที่เป็นแนวป้องกันประเทศให้
  • 4: ชาวยิวในกรุงวอร์ซอว์ประมาณ 400,000 คนได้รับคำสั่งให้ย้ายไปยังชุมชนชาวยิว
  • 4: สหรัฐอเมริกาผ่านร่างกฎหมายยอมให้มีการค้าขายอาวุธกับรัฐใดก็ตามที่มีเงินจ่าย ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้ประเทศฝั่งสัมพันธมิตร
  • 8: ฮิตเลอร์ได้กล่าวถึงการหนีในเหตุการณ์โรงเบียร์มิวนิคในปี 1923 ในวันนั้นกองทัพอากาศอังกฤษเข้าทิ้งระเบิดใส่เมืองมิวนิด
เครื่องบินโซเวียตทิ้งระเบิดกรุงเฮลซิงกิ ส่วนหนึ่งของสงครามฤดูหนาว - 30 พฤศจิกายน 1939
เรือรบเยอรมนี แอดมิรัล กราฟ สปีร์ ได้รับความเสียหายจากยุทธนาวีแม่น้ำปลาเต
  • 13: มีการระเบิดครั้งแรกในสหราชอาณาจักร บริเวณหมู่เกาะเชตแลนด์นอกชายฝั่งสกอตแลนด์ เกิดความเสียหายเล็กน้อย
  • 13: การเจรจาแนวชายแดนระหว่างฟินแลนด์และสหภาพโซเวียตล้มเหลว ฟินแลนด์สงสัยว่าฟินแลนด์อาจเป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงระหว่างเยอรมนี-สหภาพโซเวียต
  • 14: รัฐบาลพลัดถิ่นโปแลนด์หลบหนีไปยังกรุงลอนดอน
  • 16: กองทัพอากาศเยอรมันทิ้งระเบิดในเมือง Oakney ของสกอตแลนด์
  • 17: IRA ถูกกล่าวหาว่าก่อระเบิดขึ้นในลอนดอน
  • 20: กองทัพเยอรมันเริ่มต้นปฏิบัติการการทำเหมืองแร่ที่แม่น้ำเทมส์
  • 24: ญี่ปุ่นยึดเมืองหนานหนิงทางภาคใต้ของประเทศจีน
  • 26: สหภาพโซเวียตเริ่มเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนฟินแลนด์
  • 29: สหภาพโซเวียตยุติสัมพันธ์ทางการทูตกับฟินแลนด์
  • 30: "สงครามฤดูหนาว" สหภาพโซเวียตโจมตีฟินแลนด์

เดือนธันวาคม[แก้]

  • 1: สหภาพโซเวียตทำสงครามกับฟินแลนด์ กรุงเฮลซิงกิถูกทิ้งระเบิดทางอากาศ ช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม ทหารฟินแลนด์ล่าถอยไปยังแนวแมนเนอร์ไฮม์ซึ่งเป็นแนวป้องกันเก่าบริเวณชายแดนภาคใต้ที่ติดกับสหภาพโซเวียต
  • 2: ฟินแลนด์ยื่นคำร้องต่อสันนิบาตชาติเพื่อให้ยุติสงครามฤดูหนาว ซึ่งสันนิบาตชาติเห็นด้วยที่จะให้โซเวียตถอนตัวแต่ถูกปฏิเสธ
  • 2: สหราชอาณาจักรกำหนดให้ชายอายุ 19 ถึง 41 ปี เข้าเกณฑ์ทหาร
  • 5: สหภาพโซเวียตโจมตีแนวแมนเนอร์เฮมรุนแรงขึ้น
  • 7: อิตาลีประกาศเป็นกลางอีกครั้ง นอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์กประกาศเป็นกลางในกรณีพิพาทระหว่างฟินแลนด์-โซเวียต
  • 7: กรมทหารที่ 163 ของโซเวียตเคลื่อนทัพถึงหมู่บ้าน Suomussali ทางตะวันออกของฟินแลนด์ และต้องหยุดทัพไว้เนื่องจากความหนาวเหน็บ และถูกโจมตีโดยกรมทหารที่ 9ของฟินแลนด์ที่พยายามรักษาเส้นทางลำเลียงเสบียง ด้านกรมทหารที่ 44 ของโซเวียตเองก็ถูกตรึงเอาไว้เช่นกัน กรมทหารทั้งสองของโซเวียตพยายามฝ่าแนวต้านทานไปจนกระทั่งปลายปี ก่อนจะยอมจำนน
  • 11: สหภาพโซเวียตประสบความพ่ายแพ้ทางยุทธวิธีหลายครั้ง
  • 12: เรืออังกฤษสองลำประทะกันนอกชายฝั่งของสกอตแลนด์
  • 13: ยุทธนาวีแม่น้ำปลาเต้ เรือลาดตระเวนหนักของอังกฤษ เอ๊กเตอร์ พร้อมด้วยเรือลาดตระเวนเบา อาเจ็กซ์ และ อาชิลลิสต์ เข้าปะทะกับเรือประจันบาน กราฟ สปีร์ ของเยอรมนี ณ ปากแม่น้ำปลาเต้ นอกชายฝังอุรุกวัย ไม่มีเรือลำใดจม กราฟ สปีร์ หนีไปได้
  • 14: สหภาพโซเวียตถูกถอดถอนจากการเป็นสมาชิกองค์กรสันนิบาตชาติ
  • 15: สหภาพโซเวียตปะทะกับฟินแลนด์ที่ Taipale
  • 16: กองพลที่ 7 ของโซเวียตเดินทางมาถึงแนวแมนเนอร์ไฮม์ และเริ่มปฏิบัติการเข้าตีครั้งใหญ่
  • 17: เรือกราฟสปีร์ของเยอรมันได้ออกจากมอนเตวิโอ ออกไปจากน่านน้ำอุรุกวัย พร้อมลูกเรืออีก 200 คน
  • 18: กองทัพแคนาดาหน่วยแรกเดินทางถึงยุโรป
  • 19: เยอรมันสามารถป้องกันการโจมตีทางอากาศของอังกฤษได้
  • 20: ฮันส์ แลงสตอร์ฟ ผู้บัญชาการเรือกราฟสปีร์ฆ่าตัวตาย
  • 23: กองทหารแคนนาดาจำนวน 7,500 นายเดินทางถึงอังกฤษ
  • 27: กองทัพอินเดียหน่วยแรกเดินทางถึงฝรั่งเศส
  • 28: สหราชอาณาจักรจำกัดปริมาณเนื้อสัตว์
  • 29: ฟินแลนด์ค่อนข้างประสบความสำเร็จในการทำลายกองทหารและยุทธโธปกรณ์ของฝ่ายโซเวียต