เฮลซิงกิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
เฮลซิงกิ
Helsinki – Helsingfors
City
Helsingin kaupunki
Helsingfors stad
City of Helsinki
Clockwise from top: Helsinki Cathedral, view of central Helsinki, Sanoma building and Kiasma, Helsinki city centre at night, beaches at Aurinkolahti, Parliament House and Suomenlinna.
Clockwise from top: Helsinki Cathedral, view of central Helsinki, Sanoma building and Kiasma, Helsinki city centre at night, beaches at Aurinkolahti, Parliament House and Suomenlinna.
ตราราชการของเฮลซิงกิ
ตราอาร์ม
สมญา: Stadi, Hesa[1]
Location in the Uusimaa region and the Helsinki sub-region
Location in the Uusimaa region and the Helsinki sub-region
ประเทศ ฟินแลนด์
ภูมิภาค Uusimaa.vaakuna.svg Uusimaa
อนุภูมิภาค Helsinki
Charter 1550
Capital city 1812
การปกครอง
 • Lord Mayor Jussi Pajunen
 • Mayor To be elected in 2017
พื้นที่
 • เขตเมือง 672.08 ตร.กม. (259.49 ตร.ไมล์)
 • เขตมหานคร 3,697.52 ตร.กม. (1,427.62 ตร.ไมล์)
ประชากร
 • เขตเมือง 1,231,595
 • ความหนาแน่นเขตเมือง 1,800 คน/ตร.กม. (4,700 คน/ตร.ไมล์)
 • เขตมหานคร 1,431,641
 • ความหนาแน่นเขตมหานคร 387.2 คน/ตร.กม. (1,003 คน/ตร.ไมล์)
เดมะนิม helsinkiläinen (Finnish)
helsingforsare (Swedish)
Helsinkian (English)
เขตเวลา EET (UTC+2)
 • ฤดูร้อน
(เวลาออมแสง)
EEST (UTC+3)
รหัสพื้นที่ +358-9
Climate Dfb
เว็บไซต์ www.hel.fi

เฮลซิงกิ(เกี่ยวกับเสียงนี้ listen ;ฟินแลนด์: Helsinki) (เกี่ยวกับเสียงนี้ listen ; สวีเดน: Helsingfors) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศฟินแลนด์ ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ ริมชายฝั่งอ่าวฟินแลนด์ ตัวเมืองมีประชากรประมาณ 600,000 คน เฮลซิงกิอยู่ติดกับเมืองวันตาและเอสโปซึ่งรวมตั้งเป็นเขตเมืองหลวงหรือมหานครเฮลซิงกิ มีประชากรเกือบหนึ่งล้านคน และถ้านับเขตที่อยู่อาศัยในปริมณฑลด้วยจะมีประชากรมากกว่า 1.2 ล้านคน

เฮลซิงฟอร์สเป็นชื่อเมืองดั้งเดิม และยังคงเป็นชื่อเมืองในภาษาสวีเดนในปัจจุบัน ในอดีตเป็นชื่อที่ใช้ในระดับนานาชาติด้วย

ประวัติ[แก้]

ในปีพ.ศ. 2093 พระเจ้ากุสตาฟที่ 1 แห่งสวีเดน ทรงก่อตั้งเมืองเฮลซิงกิขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการค้า แข่งกับเมืองทาลลินน์ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวฟินแลนด์ จากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางการทหาร เฮลซิงกิจึงตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำวันตา ได้รับการปกป้องจากบรรดาเกาะเล็กๆทั้งหลาย[5] ในช่วงแรกเฮลซิงกิไม่ประสบความสำเร็จมากนัก 90 ปีต่อมา สมเด็จพระราชินีคริสตินา ทรงดำริให้ย้ายเมืองไปทางใต้ 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบันของเมือง เฮลซิงกิได้รับสถานะเป็นเมืองสำคัญ สามารถทำการค้าขายกับต่างประเทศได้ แต่ในเวลานี้สวีเดนได้ครอบครองทางใต้ของอ่าวฟินแลนด์แล้ว เฮลซิงกิจึงไม่มีความสำคัญมากนัก และยังคงเป็นเมืองเล็กๆอยู่[6]

ในปีพ.ศ. 2291 เริ่มมีการสร้างฐานทัพ Suomenlinna บนหมู่เกาะบริเวณปากอ่าวของเฮลซิงกิ การก่อสร้างนี้ส่งผลต่อเฮลซิงกิจากการที่คนงานนับพันคนเข้ามาทำให้การค้าเจริญเติบโตขึ้น รวมถึงทหารประจำการที่มาพร้อมกับครอบครัวและวัฒนธรรมแบบชาวสวีเดนชั้นสูง[7]

พ.ศ. 2351-52 เกิดสงครามระหว่างรัสเซียและสวีเดน ดินแดนฟินแลนด์ตกเป็นส่วนหนึ่งของสวีเดนในฐานะราชรัฐปกครองตนเองฟินแลนด์ ชาวฟินแลนด์บางส่วนเริ่มสนับสนุนความคิดการตั้งเฮลซิงกิเป็นเมืองหลวงของราชรัฐ ความคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากฝั่งรัสเซียเช่นกัน เนื่องจากเฮลซิงกิอยู่ใกล้กับเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กมากกว่า และมีอิทธิพลของสวีเดนน้อยกว่าตุรกุซึ่งเป็นเมืองหลวงเดิม ซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 จึงตั้งเฮลซิงกิเป็นเมืองหลวงของฟินแลนด์แทนที่ตุรกุในปีพ.ศ. 2355[8] จากการที่เฮลซิงกิถูกทำลายด้วยไฟในปี 2351 ทำให้ซาร์วางแผนที่จะสร้างเมืองขึ้นใหม่ ได้มีการแต่งตั้งวิศวกรชาวฟินแลนด์ให้ออกแบบเมืองใหม่ และเชิญสถาปนิกชาวเยอรมันมาร่วมงาน มีการสร้างอาคารใหม่จำนวนมาก รวมถึงการย้ายมหาวิทยาลัยมาจากตุรกุด้วย สถาปัตยกรรมที่สร้างใหม่นี้มีรูปแบบนีโอคลาสสิกตามแบบเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เฮลซิงกิได้กลายมาเป็นศูนย์กลางทางการปกครองและวัฒนธรรม

ในช่วงสงครามกลางเมืองฟินแลนด์ พ.ศ. 2461 เฮลซิงกิถูกยึดโดยฝ่ายแดงในเดือนมกราคม วุฒิสภาย้ายไปประจำการที่เมืองวาซา กองทัพฝ่ายขาว ร่วมกับทหารเยอรมันสามารถยึดเฮลซิงกิกลับมาได้ในเดือนเมษายน เฮลซิงกิได้รับความเสียหายไม่มากนัก ในช่วงสงครามฤดูหนาวและสงครามต่อเนื่อง (ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง) เฮลซิงกิถูกโจมตีทางอากาศจากสหภาพโซเวียต อย่างไรก็ตาม เฮลซิงกิได้รับความเสียหายไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับเมืองสำคัญอื่นๆในยุโรป เฮลซิงกิยังเป็นหนึ่งในสามเมืองหลวงของประเทศในทวีปยุโรปที่เข้าร่วมสงครามที่ไม่ถูกยึดครองโดยฝ่ายศัตรู (อีกสองเมืองคือลอนดอนและมอสโก)

สถาปัตยกรรม[แก้]

มหาวิหารของเฮลซิงกิ เป็นที่หมายตาของกรุงเฮลซิงกิ

หลังจากเฮลซิงกิถูกตั้งเป็นเมืองหลวง เฮลซิงกิก็ถูกแปรสภาพจากเมืองเล็กๆที่มีประชากรเพียง 4,000 คนเป็นศูนย์กลางการปกครองของฟินแลนด์ สถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ได้รับอิทธิพลจากจักรวรรดิรัสเซีย โดยเฉพาะรูปแบบนีโอคลาสสิกตามแบบเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก คาร์ล ลุดวิก เองเกล ชาวเยอรมัน ทำหน้าที่เป็นสถาปนิกใหญ่ในโครงการสร้างเมืองใหม่นี้ ศูนย์กลางของแผนอยู่ที่จัตุรัสวุฒิสภา (Senaatintori; Senatstorgot) ซึ่งมีขนาดใหญ่รองรับคนได้หลายหมื่นคน สิ่งก่อสร้างสำคัญบริเวณจัตุรัสนี้คือมหาวิหาร (ในอดีตเรียกโบสถ์นิโคลัส) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจัตุรัส ทางทิศตะวันออกและตะวันตกเป็นทำเนียบรัฐบาลและอาคารหลักของมหาวิทยาลัยตามลำดับ อาคารสองหลังนี้มีขนาดใกล้เคียงกัน ทำเนียบรัฐบาลมีเสาหินแบบคอรินเธียน ในขณะที่อาคารมหาวิทยาลัยเป็นแบบไอออนิก[9] สิ่งก่อสร้างทั้งสามนี้เป็นผลงานของเองเกล เช่นเดียวกับสิ่งก่อสร้างอีกหลายแห่ง อาคารที่มีชื่อเสียงของเองเกลอีกแห่งหนึ่งคือห้องสมุดมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับการยกย่องในเรื่องความงดงาม อิทธิพลของรัสเซียอีกอย่างหนึ่งคือโบสถ์ออร์โธดอกซ์ ซึ่งแห่งที่สำคัญของเฮลซิงกิคือมหาวิหารอุสเปนสกี ก่อสร้างในช่วงปีพ.ศ. 2405-2411[10]

เฮลซิงกิยังมีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตนูโว (Jugenstil) โดยมีสถาปนิกคนสำคัญคือเอเลียล ซาริเนน ในช่วงแรกซาริเนนร่วมงานกับสถาปนิกอีกสองคนในบริษัท Gesellius, Lindgren & Saarinen ผลงานที่สำคัญในเฮลซิงกิคือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ออกแบบในปีพ.ศ. 2445 ผลงานสำคัญของซาริเนนอีกอย่างหนึ่งคือสถานีรถไฟกลางเฮลซิงกิ

อาคารรัฐสภา (Eduskuntatalo) เป็นผลงานนีโอคลาสสิกชิ้นสำคัญของฟินแลนด์ยุคหลังประกาศเอกราช ออกแบบโดยโยฮัน ซิกฟริด ซิเรน ในปีพ.ศ. 2467 และสร้างเสร็จในปีพ.ศ. 2474 ภายหน้าอาคารเป็นเสาหินแบบคอรินเธียน 14 ต้น[11]

สถาปัตยกรรมแบบประโยชน์นิยม (อังกฤษ: functionalism) ได้รับความนิยมในฟินแลนด์ยุคใหม่ อัลวาร์ อาลโต เป็นสถาปนิกชาวฟินแลนด์ที่มีชื่อเสียงในด้านนี้ โดยมีสิ่งก่อสร้างในเฮลซิงกิคือหอฟินแลนเดีย

ศิลปะและวัฒนธรรม[แก้]

ที่เซนาทสแคว์เมื่อเดือนกันยายน/ตุลาคม 2010 งานนิทรรศการศิลปะกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในฟินแลนด์: มีผู้เข้าชมงานนิทรรศการสากล United Buddy Bears ประมาณ 1.4 ล้านคน

อ้างอิง[แก้]

  1. Ainiala, Terhi (2009). "Place Names in the Construction of Social Identities: The Uses of Names of Helsinki". Research Institute for the Languages of Finland. http://yorkspace.library.yorku.ca/xmlui/handle/10315/2924. เรียกข้อมูลเมื่อ 22 September 2011. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 "Area by municipality as of 1 มกราคม 2011" (ในภาษาFinnish, Swedish) (PDF). Land Survey of Finland. http://www.maanmittauslaitos.fi/sites/default/files/pinta-alat_2011_kunnannimenmukaan.xls. เรียกข้อมูลเมื่อ 9 มีนาคม 2011. 
  3. 3.0 3.1 3.2 "VÄESTÖTIETOJÄRJESTELMÄ REKISTERITILANNE 30.06.2015" (ในภาษาFinnish, Swedish). Population Register Center of Finland. http://vrk.fi/default.aspx?docid=8843&site=3&id=0. เรียกข้อมูลเมื่อ 17 July 2015. 
  4. 4.0 4.1 "List of municipal and parish tax rates in 2011". Tax Administration of Finland. 29 พฤศจิกายน 2010. http://www.vero.fi/nc/doc/download.asp?id=7996;193801. เรียกข้อมูลเมื่อ 13 มีนาคม 2011. 
  5. Bell & Hietala p.19
  6. Bell & Hietala p.20
  7. Bell & Hietala p.21
  8. Bell & Hietala p.22
  9. Roininen p.18
  10. Roininen p.44-47
  11. Finland & Morris p.66

บรรณานุกรม[แก้]

  • Bell, M., & Hietala, M. (2002). Helsinki: the innovative city ; historical perspectives. Helsinki: Suomalaisen Kirjallisuuden Seura [u.a.]. ISBN 951-746-359-6 (อังกฤษ)
  • Roininen, V., Ekbom, M., & Miller, E. (2003). Vanha, kaunis Helsinki = Det gamla, vackra Helsingfors = Beautiful old Helsinki. Jyväskylä: Atena. ISBN 951-796-309-2 (ฟินแลนด์ สวีเดน อังกฤษ)
  • Finland, & Morris, D. (2000). The Finnish parliament. Helsinki: Finnish Parliament : Edita. ISBN 951-37-3228-2(อังกฤษ)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]