ลุฟท์วัฟเฟอ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ลุฟท์วัฟเฟอ
COA Luftwaffe eagle gold (looking left).svg
อินทรีลุฟท์วัฟเฟอ
ประเทศ  ไรช์เยอรมัน
รูปแบบ กองทัพอากาศ
กำลังรบ อากาศยาน 119,871[1] (การผลิตรวมทั้งหมด) ; กำลังพล 3,400,000 (ทั้งหมดที่เคยรับราชการระหว่างปี 1,939-45)[2]
ปฏิบัติการ
สำคัญ
สงครามกลางเมืองสเปน
สงครามโลกครั้งที่สอง
ผู้บังคับบัญชา
ผบ.สำคัญ จอมพลไรช์ แฮร์มันน์ เกอริง (1933–45)
จอมพลอากาศ ฟอน ไกรม์ (1945)
เครื่องหมายหน่วย
บัลเคนครอยซ์ (ถังเชื้อเพลิง/ใต้ปีก)[3] Balkenkreuz fuselage underwing.svg
บัลเคนครอยซ์ (บนปีก)[4] Regulation WW II Upperwing Balkenkreuz.png
ฮันเคินครอยซ์ (สวัสดิกะ) (ครีบหาง 1939–1945)[5] Luftwaffe swastika.svg

ลุฟท์วัฟเฟอ (เยอรมัน: Luftwaffe) เป็นเหล่าทัพสงครามทางอากาศของแวร์มัคท์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เหล่าทัพนี้จัดตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1935 นับเป็นกองทัพอากาศแรกของเยอรมนีในรอบ 15 ปีนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เนื่องจากสนธิสัญญาแวร์ซายได้ห้ามเยอรมนีมีกองกำลังทางอากาศใดๆ

ในช่วงสมัยระหว่างสงคราม นักบินเยอรมันได้รับการฝึกฝนกันอย่างลับๆโดยละเมิดสนธิสัญญาที่ฐานทัพอากาศลีแพ็ส (Lipetsk) การก้าวขึ้นสู่อำนาจของพรรคนาซีและละเลยสนธิสัญญาแวร์ซาย ลุฟท์วัฟเฟอได้ถูกก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1935, หน่วยทหารนกแร้ง หน่วยกองกำลังย่อยของลุฟท์วัฟเฟอซึ่งได้ถูกส่งออกไปเพื่อช่วยเหลือกองกำลังฝ่ายชาตินิยมในสงครามกลางเมืองสเปน ได้มีข้อกำหนดบังคับกับการทดสอบที่มีประโยชน์สำหรับกฏเกณฑ์ใหม่และเครื่องบินรบ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์การสู้รบครั้งนี้ ลุฟท์วัฟเฟอได้กลายเป็นหนึ่งในกองทัพอากาศที่มีความซับซ้อน เทคโนโลยีชั้นสูง และมีประสบการณ์การสู้รบมากที่สุดในโลกเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองได้อุบัติขึ้นในปี ค.ศ. 1939 ในช่วงฤดูร้อนของปี ค.ศ. 1939 ลุฟท์วัฟเฟอได้มีอยู่ทั้งหมด 28 เกสวาเดอร์ (Geschwader) (ปีก) ลุฟท์วัฟเฟอยังได้มีหน่วยทหารโดดร่มฟัลเชียร์มเยเกอร์

ลุฟท์วัฟเฟอได้แสดงพิสูจน์ให้เห็นถึงชัยชนะเหนือโปแลนด์และยุโรปตะวันตกในปี ค.ศ. 1939 และ ค.ศ. 1940 ในช่วงยุทธการที่บริเตน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะได้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร (RAF) และในช่วงภายหลังเดอะบลิตซ์ ได้ทำลายล้างเมืองอังกฤษหลายแห่ง กองทัพอากาศเยอรมันได้ล้มเหลวในการรบเร้าอังกฤษเพื่อที่จะให้ยอมจำนนแต่โดยดี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1942 การทัพทางอากาศเพื่อทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรได้ค่อยๆทำลายเครื่องบินรบขับไล่ของลุฟท์วัฟเฟอ ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1942 ลุฟท์วัฟเฟอได้ใช้กองกำลังทางภาคพื้นดินที่มีเหลือ หน่วยสนับสนุนและบุคลากรอื่นๆเพื่อจัดตั้งกองพลสนามลุฟท์วัฟเฟอ (Luftwaffe Field Division)

นอกเหนือจากได้ทำหน้าที่ในด้านตะวันตก ลุฟท์วัฟเฟอได้ออกปฏิบัติการตั้งแต่สหภาพโซเวียต แอฟริกาเหนือ และยุโรปทางตอนใต้ แม้ว่าจะมีความล่าช้าในการใช้เทอร์โบเจ็ทขั้นสูงและเครื่องบินรบขับเคลื่อนไอพ่นเพื่อทำลายฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร ลุฟท์วัฟเฟอต้องพบความพ่ายแพ่โดยจำนวนที่เหนือกว่าของฝ่ายสัมพันธมิตร และกลยุทธ์ที่ดีขึ้น และขาดแคลนการฝึกนักบินและเชื้อเพลิงเครื่องบิน ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1945 ในช่วงการปิดฉากของยุทธการตอกลิ่ม ลุฟท์วัฟเฟอได้พยายามเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อที่จะเอาชนะทางอากาศที่เหนือกว่าและต้องพบกับความล้มเหลว ด้วยทรัพยากรที่เหลือได้หมดลงอย่างรวดเร็วของเชื้อเพลิงปิโตเลียม น้ำมัน และน้ำมันหล่อลื่นภายหลังการทัพครั้งนี้ และเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังที่มีเหลือทั้งหมดของแวร์มัคท์ ลุฟท์วัฟเฟอได้สิ้นสุดของการเป็นกองกำลังสู้รบที่มีประสิทธิภาพ หลังความปราชัยของเยอรมนี ลุฟท์วัฟเฟอได้ถูกยุบในปี ค.ศ. 1946 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นักบินเยอรมันได้กล่าวอ้างว่าได้รับชัยชนะทางอากาศมาประมาณ 70,000 ครั้ง ในขณะที่เครื่องบินรบของลุฟท์วัฟเฟอทั้งหมด 75,000 ลำได้ถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในส่วนนี้, จำนวนเกือบ 40,000 นายได้สูญหายไปทั้งหมด ลุฟท์วัฟเฟอได้มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเพียงสองคนในประวัติศาตร์ตลอดกาล: แฮร์มันน์ เกอริง และ คนสุดท้าย จอมพลไรช์ โรแบร์ท ริทเทอร์ ฟอน ไกรม์ กองบัญชาการใหญ่กองทัพอากาศเยอรมัน (Oberkommando der Luftwaffe-OKL) ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทดลองมนุษย์ของนาซี และทหารทางภาคพื้นดินของลุฟท์วัฟเฟอได้ทำการสังหารหมู่ในอิตาลี กรีซ และโปแลนด์

ประวัติ[แก้]

โครงสร้าง[แก้]

ยุทธภัณฑ์[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

Citations[แก้]

  1. Tom Philo. "WWII production figures". Taphilo.com. สืบค้นเมื่อ April 26, 2014.
  2. Jason Pipes (2008). "Statistics and Numbers". Feldgrau.com. สืบค้นเมื่อ April 26, 2014.
  3. Hartmann, Bert. "Luftarchiv.de - Kennzeichen - Allgemein, Abb.4 - Balkenkreuz auf Flügelunterseite und Rumpf". Luftarchiv.de. สืบค้นเมื่อ April 15, 2018.
  4. Hartmann, Bert. "Luftarchiv.de - Kennzeichen - Allgemein, Abb.4 - Balkenkreuz auf Flügeloberseite". Luftarchiv.de. สืบค้นเมื่อ April 15, 2018.
  5. Hartmann, Bert. "Luftarchiv.de - Kennzeichen - Varianten des Hakenkreuzes, Abb.2". Luftarchiv.de. สืบค้นเมื่อ April 14, 2018.

บรรณานุกรม[แก้]

  • Bekkerm Cajus. Angriffshohe 4000 (in German). Munich, Germany: Heyne, 1964.
  • Bergström, Christer, Barbarossa: The Air Battle: July–December 1941. London: Chevron/Ian Allan, 2007. ISBN 978-1-85780-270-2.
  • Bergstrom, Christer. Stalingrad: The Air Battle: November 1942 – February 1943. London: Chevron/Ian Allan, 2008. ISBN 978-1-85780-276-4.
  • Bergström, Christer, Kursk: The Air Battle: July 1943. London: Chevron/Ian Allan, 2008. ISBN 978-1-903223-88-8.
  • Bergström, Christer and Andrey Mikhailov. Black Cross/Red Star-Vol. 1, Operation Barbarossa 1941. London:

Classic Colours, 2003. ISBN 978-0-935553-48-2.

  • Bergström, Christer and Martin Pegg. Jagdwaffe: The War in Russia: January–October 1942. London: Classic Colours, 2003. ISBN 1-903223-23-7.
  • Bowmen, Martin and Theo Boiten. Battles with the Luftwaffe: The Air War Over Germany 1942–1945. London:

Collins, 2001. ISBN 978-0-00-711363-7.

  • Buckley, John. Air Power in the Age of Total War. West Midlands, UK: UCL Press,1999. ISBN 1-85728-589-1.
  • Bungay, Stephen. The Most Dangerous Enemy: A History of the Battle of Britain. London: Aurum Press, 2000.ISBN 1-85410-721-6.
  • Caldwell, Donald and Richard Muller. The Luftwaffe over Germany: Defense of the Reich. London: Greenhill Books, 2007. ISBN 978-1-85367-712-0.
  • Cockburn, Alexander and Jeffrey St. Clair. Whiteout: The CIA, Drugs, and the Press. Brooklyn, New York: Verso, 1999. ISBN 1-85984-139-2.
  • Cooper, Matthew. The German Air Force 1933–1945: An Anatomy of Failure. New York: Jane's Publishing Incorporated, 1981. ISBN 0-531-03733-9.
  • Corum, James. "The Luftwaffe's Army Support Doctrine, 1918–1941". The Journal of Military History, Vol. 59, No. 1, January 1995, pp. 53–76.
  • Corum, James. The Luftwaffe: Creating the Operational Air War, 1918–1940. Lawrence, Kansas: University Press of Kansas, 1997. ISBN 978-0-7006-0836-2.
  • Corum, James. The Roots of Blitzkrieg: Hans von Seeckt and German Military Reform. Modern War Studies. Lawrence: University Press of Kansas. 1992. ISBN 0-7006-0541-X.
  • Corum, James F. (Mueller, R. and H.E. Volkmann, eds.). "Staerken und Schwaechen der Luftwaffe". Die Wehrmacht: Mythos und Realitaet (in German). Munich, Germany: Oldenbourg Verlag, 1999.
  • Crawford, Steve. Eastern Front, Day by Day. London: Spellmount Publications, 2006. ISBN 1-86227-359-6.
  • de Zeng IV, Henry L. and Douglas G. Stankey. Bomber Units of the Luftwaffe 1933–1945: A Reference Source: Volume 1. London: Midland Publishing, 2007. ISBN 978-1-90653-708-1.
  • Drabkin, Artem.The Red Air Force at War: Barbarossa and the Retreat to Moscow: Recollections of Soviet Fighter Pilots on the Eastern Front. Barnsley, South Yorkshire, UK: Pen & Sword Books, 2007.ISBN 978-1-84415-563-7.
  • Dressel Joachim and Manfred Griehl. Bombers of the Luftwaffe. London: Arms and Armour:DAG Publications, 1994.ISBN 1-85409-140-9.
  • Dye, Peter J. "Logistics in the Battle of Britain". Air Force Journal of Logistics, Winter 2000.
  • Faber, Harold. Luftwaffe: An analysis by Former Luftwaffe Generals. London: Sidgwick & Jackson, 1979. ISBN 0-283-98516-X.
  • Goss, Chris. Dornier 17 (In Focus). Surrey, UK: Red Kite, 2005. ISBN 0-9546201-4-3.
  • Goss, Chris. The Bombers' Battle: Personal Accounts of the Battle of Britain by Luftwaffe Bomber Crews July–October 1940. London: Crécy Publishing, 2000. ISBN 978-0-947554-82-8.
  • Griehl, Manfred and Joachim Dressel. Heinkel He 177 – 277 – 274. Shrewsbury, UK: Airlife Publishing, 1998. ISBN 1-85310-364-0.
  • Hayward, Joel S. Stopped At Stalingrad: The Luftwaffe and Hitler's Defeat in the East 1942–1943. Lawrence, Kansas: University Press of Kansas, 2001. ISBN 0-7006-1146-0.
  • Hall, Steve and Lionel Quinlan.KG55. Surrey, UK: Red Kite, 2000. ISBN 0-9538061-0-3.
  • Hess, William N. B-17 Flying Fortress: Combat and Development History. St. Paul, Minnesota: Motorbook International, 1994. ISBN 0-87938-881-1
  • Holmes, Tony. Spitfire vs Bf 109: Battle of Britain. Oxford, UK: Osprey Publishing, 2007. ISBN 978-1-84603-190-8.
  • Homze, Edward. Arming the Luftwaffe. Lincoln, Nebraska: University of Nebraska, 1976. ISBN 0-8032-0872-3.
  • Hooton, E.R. Phoenix Triumphant: The Rise and Rise of the Luftwaffe. London: Brockhampton Press, 1994. ISBN 1-86019-964-X.
  • Hooton, E.R. The Luftwaffe: A Study in Air Power, 1933–1945. London: Classic Publications, 2010. ISBN 978-1-906537-18-0.
  • Hooton, E.R. Luftwaffe at War: Gathering Storm 1933–39: Volume 1. London: Chevron/Ian Allan, 2007. ISBN 978-1-903223-71-0.
  • Hooton, E.R. Luftwaffe at War: Blitzkrieg in the West: Volume 2 . London: Chevron/Ian Allan, 2007. ISBN 978-1-85780-272-6.
  • Hooton, E.R. Eagle in Flames: The Fall of the Luftwaffe. London: Weidenfeld Military, 1997. ISBN 978-1-85409-343-1.
  • Irving, David. The Rise and Fall of the Luftwaffe: The Life of Field Marshal Erhard Milch. London: Little, Brown, 1974. ISBN 978-0-316-43238-2.
  • Just, Gunther. J. Stuka Pilot Hans Ulrich Rudel. Atglen, Pennsylvania: Schiffer Military History, 1986.ISBN 0-88740-252-6
  • Kaplan, Philip. Fighter Aces of the Luftwaffe in World War II. Barnsley, South Yorkshire, UK: Pen & Sword Books, 2007. ISBN 1-84415-460-2.
  • Ketley, Barry, and Mark Rolfe. Luftwaffe Fledglings 1935–1945: Luftwaffe Training Units and their Aircraft. Aldershot, GB: Hikoki Publications, 1996. ISBN 0-9519899-2-8.
  • Killen, John. The Luftwaffe: A History. Barnsley, South Yorkshire: Pen & Sword Books, 2003. ISBN 978-0-85052-925-8.
  • Manrho, John and Ron Putz. Bodenplatte: The Luftwaffe's Last Hope–The Attack on Allied Airfields, New Year's Day 1945. Aldershot, UK: Hikoki Publications, 2004. ISBN 1-902109-40-6.
  • Macksey, K. The Memoirs of Field-Marshal Kesselring. London: Greenhill Books, 2006. ISBN 978-1-85367-287-3.
  • Nowarra, Heinz. J. The Flying Pencil. Atglen, Pennsylvania: Schiffer Military History. 1990. ISBN 0-88740-236-4.
  • Neitzel, Söhnke. Der Einsatz der Deutschen Luftwaffe über der Nordsee und dem Atlantik: 1939–45 (in German). Bonn, Germany: Bernard & Graefe, 1995. ISBN 978-3-76375-938-5.
  • Neitzel, Söhnke and Harald Weltzer. Soldaten: On Fighting, Killing and Dying: The Secret Second World War Tapes of German POWs. New York: Simon & Schuster, 2012. ISBN 978-1-84983-948-8.
  • Pegg, M. Transporter Vol. 1: Luftwaffe Transport Units 1937–1943. London: Classic Publications, 2007. ISBN 978-1-90322-363-5.
  • Price, Alfred. The Last Year of the Luftwaffe: May 1944 – May 1945. London: Greenhill Books, 2001. iSBN 978-1-85367-440-2.
  • Probert, H. A. The Rise and Fall of the German Air Force 1933–1945. Arms & Armour, 1987. ISBN 978-0-85368-560-9.
  • Ruffner, Kevin. Luftwaffe Field Divisions, 1941–45. Oxford, UK: Osprey, 1997. ISBN 1-85532-100-9
  • Scutts, Jerry. Mustang Aces of the Eighth Air Force. Oxford, UK: Osprey Publishing, 1994. ISBN 1-85532-447-4.
  • Scutts, Jerry. Bf 109 Aces of North Africa and the Mediterranean. Oxford, UK: Osprey Publishing, 1994. ISBN 1-85532-448-2.
  • Smith, Peter. Luftwaffe at War: Defeat in the West 1943–1945 (Luftwaffe at War, Vol. 6). London: Greenhill Books, 1998. ISBN 978-1-85367-318-4.
  • Smith, Peter. Luftwaffe at War: The Sea Eagles: The Luftwaffe's Maritime Operations. London: Greenhill Books, 2001. ISBN 978-1-85367-442-6.
  • Smith, Peter. Luftwaffe at War: Stukas Over Steppe, Blitzkrieg in the East 1941–1944 (Luftwaffe at War Series, Vol. 9). London: Greenhill Books, 1999. ISBN 978-1-85367-355-9.
  • Smith, Peter and E.J. Creek. Kampfflieger: Bombers of the Luftwaffe: 1942–1943. London: Classic Publications, 2004. ISBN 978-1-903223-49-9.
  • Stenman, K. Luftwaffe Over Finland (Luftwaffe at War Series, Vol. 18). London: Greenhill Books, 2002. ISBN 978-1-85367-469-3.
  • Surhone, Lambert M., Miriam T. Timpledon and Susan F. Marseken. Stalin's Missed Chance (based on * Mikhail Meltyukhov's study. Düsseldorf, Germany: VDM Publishing, 2010. ISBN 978-6-13041-822-9.
  • Taylor, A.J.P. and S.L. Mayer. History of World War II. London: Octopus Books, 1974. ISBN 978-0-7064-0399-2.
  • Tooze, Adam. The Wages of Destruction: The Making and Breaking of the Nazi Economy. London: Allen Lane, 2006. ISBN 0-7139-9566-1.
  • "US Strategic Bombing Survey". Maxwell Air Force Base, Alabama: Air University Press (US Air Force), 1987. (Reprint of the Summary Reports (Europe and the Pacific) of the strategic bombing surveys conducted near the close of World War II.)
  • van Creveld, M., S. Cranby and K. Brower. Airpower and Maneuver Warfare Air. Maxwell Air Force Base, Alabama: Air University Press (US Air Force), 1994.
  • Vasco, John. Zerstorer: Luftwaffe Fighter Bombers and Destroyers 1939–1945: Volume 1. London: Classic Publications, 2005. ISBN 978-1-903223-57-4.
  • Weal, John. Bf 109 Aces of the Russian Front. Oxford, UK: Osprey, 2003a. ISBN 1-84176-084-6.
  • Weal, John. Bf 109 Defence of the Reich Aces. Oxford, UK: Osprey, 2006. ISBN 1-84176-879-0.
  • Weal, John. Focke-Wulf Fw 190 Aces of the Russian Front. Oxford, UK: Osprey, 1998. ISBN 1-85532-518-7.
  • Weal, John. Junkers Ju 87 Stukageschwader of North Africa and the Mediterranean. Oxford, UK: Osprey, 2003b. ISBN 1-84176-538-4.
  • Weal, John. Junkers Ju 87 Stukageschwader 1937–41. Oxford, UK: Osprey, 1997. ISBN 1-85532-636-1.
  • Weal, John. Messerschmitt Bf 110 Zerstörer Aces World War Two. Oxford, UK: Osprey, 1998. ISBN 1-85532-753-8.
  • Weal, John. Jagdgeschwader 27 'Afrika'.Oxford, UK: Osprey, 2003. ISBN 1-84176-538-4.
  • Williamson, Murray. Strategy for Defeat: The Luftwaffe 1933–1945. Maxwell AFB, Alabama: Air University Press (US Air Force), 1983. ISBN 978-1-58566-010-0.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]