ปฏิบัติการเข็มทิศ
| ปฏิบัติการเข็มทิศ | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ส่วนหนึ่งของ การทัพทะเลทรายตะวันตกในสงครามโลกครั้งที่สอง | |||||||
รถถังเบาวิกเกอส์ของอังกฤษระหว่างลาดตระเวนทะเลทราย | |||||||
| |||||||
| คู่สงคราม | |||||||
|
| |||||||
| ผู้บังคับบัญชาและผู้นำ | |||||||
|
|
| ||||||
| กำลัง | |||||||
|
ทหาร 36,000 นาย ปืนใหญ่ 120 กระบอก รถถัง 275 คัน อากาศยาน 142 ลำ |
ทหาร 150,000 นาย ปืนใหญ่ 1,600 กระบอก รถถัง 600 คัน อากาศยาน 331 ลำ | ||||||
| ความสูญเสีย | |||||||
|
เสียชีวิต 500 นาย สูญหาย 55 นาย บาดเจ็บ 1,373 นาย เครื่องบิน 15 ลำ |
เสียชีวิต 3,000 นาย เป็นเชลย 115,000 นาย รถถัง 400 คัน ปืนใหญ่ 1,292 กระบอก อากาศยาน 1,249 ลำ | ||||||
ปฏิบัติการเข็มทิศ (ยังเรียกอีกอย่างว่า la battaglia della Marmarica) เป็นปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ครั้งแรกของบริติชในการทัพทะเลทรายตะวันตก(ค.ศ. 1940-1943)ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพบริติช อินเดีย เครือจักรภพ และฝ่ายสัมพันธมิตรได้เข้าโจมตีต่อกองกำลังอิตาลีของกองทัพที่ 10 (จอมพล โรดอลโฟ กราซีอานี) ในอียิปต์ตะวันตกและไซเรไนกา จังหวัดทางตะวันออกของลิเบีย ตั้งแต่เดือนธันวาคม ค.ศ. 1940 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1941
กองกำลังทะเลทรายตะวันตก(WDF)(พลโท ริชาร์ด โอ คอนเนอร์) มีจำนวนประมาณ 36,000 นาย ได้รุกจากเมือง Mersa Matruh ในอียิปต์ ในการเข้าตีโฉบฉวยห้าวันปะทะกับตำแหน่งอิตาลีของกองทัพที่ 10 ซึ่งมีจำนวนประมาณ 150,000 นายในฐานที่มั่นป้อมปราการบริเวณรอบเมือง Sidi Barrani ในอียิปต์และในไซเรไนกา กองกำลังทะเลทรายตะวันตกได้เอาชนะอิตาลีอย่างรวดเร็วในฐานที่มั่นป้อมปราการของพวกเขาและที่เมือง Sidi Barrani และบริติชได้ใช้ประโยชน์จากความสำเร็จครั้งนี้ บีบบังคับให้ส่วนที่เหลือของกองทัพที่ 10 ออกไปจากอียิปต์และยึดท่าเรือตามชายฝั่งลิเบีย กองทัพที่ 10 ถูกตัดขาด ในขณะที่ล่าถอยกลับไปยังตริโปลิเตเนียและปราชัยที่ยุทธการที่ Beda Fomm ส่วนที่เหลือได้ถูกไล่ล่าไปยัง El Agheila ในอ่าว Sirte
บริติชได้จับกุมเชลยศึกชาวอิตาลีและลิเบียจำนวนกว่า 138,000 นาย รถถังจำนวนร้อยคัน และปืนจำนวนกว่า 1,000 กระบอก และเครื่องบินจำนวนมาก ส่วนกองกำลังทะเลทรายตะวันตกได้ประสบผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนกว่า 1,900 นาย ประมาณ 10 เปอร์เซ็นของทหารราบ กองกำลังทะเลทรายตะวันตกไม่สามารถดำเนินพ้นไปจาก El Agheila เนื่องจากยานพาหนะชำรุดและถูกเปลี่ยนหันเหในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1941 ของหน่วยกองกำลังที่มีอุปกรณ์ครบถ้วนในปฏิบัติการลัสเตอร์สำหรับยุทธการที่กรีซ กองกำลังเสริมของอิตาลีได้รีบมาถึงลิเบียเพื่อป้องกันตริโปลีโดยได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพน้อยแอฟริกาและลุฟท์วัฟเฟอ[1]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Churchill 1949, p.616
บรรณานุกรม
[แก้]- Churchill, Winston (1949). Volume 2: Their Finest Hour. The Second World War (พิมพ์ครั้งที่ 1st). Houghton Mifflin Company.