เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น
| เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น |
|
|---|---|
![]() |
|
| พระนามาภิไธย | เจ้ามหาสุภัทรราชะ |
| พระอิสริยยศ | เจ้านครลำพูน เจ้านครเชียงใหม่ |
| ราชวงศ์ | ราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน (ทิพย์จักราธิวงศ์) |
| ครองราชย์ | พ.ศ. 2357 - พ.ศ. 2358 พ.ศ. 2365 - พ.ศ. 2368 |
| ระยะครองราชย์ | 1 ปี / 2 ปี |
| รัชกาลก่อนหน้า | พระเจ้าช้างเผือกธรรมลังกา (เชียงใหม่) |
| รัชกาลถัดไป | พระเจ้าบุญมาเมือง (ลำพูน) เจ้าหลวงพุทธวงศ์ (เชียงใหม่) |
| ข้อมูลส่วนพระองค์ | |
| ราชสมภพ | พ.ศ. 2299 |
| พิราลัย | 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2368 (69 พรรษา) |
| พระบิดา | เจ้าฟ้าชายแก้ว สิงหราชธานี |
| พระมารดา | แม่เจ้าจันทาราชเทวี |
| พระมเหสี | แม่เจ้าเนตรนารีไวยมหาเทวี แม่เจ้าคำแปงราชเทวี |
| พระโอรส/ธิดา | 44 พระองค์ |
เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น หรือพระนามเต็มว่า "เจ้ามหาสุภัทรราชะ"[1] ทรงเป็นเจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ 1 [2] ระหว่างปี พ.ศ. 2357 - พ.ศ. 2358 และเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 3 ระหว่างปี พ.ศ. 2365 - พ.ศ. 2368 แห่ง "ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน)"
เนื้อหา |
พระราชประวัติ[แก้]
เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น ทรงเป็นราชโอรสลำดับที่ 8 ในเจ้าฟ้าชายแก้ว สิงหราชธานี เจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ 2 กับ แม่เจ้าจันทาราชเทวี และทรงเป็นราชนัดดา (หลานปู่) ในพระเจ้าทิพย์จักรสุละวะฤๅไชยสงคราม (พระญาสุละวะฤๅไชยสงคราม) กับ แม่เจ้าพิมพาราชเทวี ซึ่งเป็นองค์ปฐมวงศ์ "ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน) "
เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น เป็นพระอนุชาของพระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ มีพระเชษฏา พระอนุชาและพระขนิษฐา รวม 10 พระองค์ (หญิง 3 ชาย 7) (เจ้าชายทั้ง 7 พระองค์ได้ทรงช่วยกันต่อสู้อริราชศัตรูขยายขอบขัณฑสีมาล้านนาออกไปอย่างเกรียงไกร เป็นเหตุให้มีพระสมัญญาว่า "เจ้าเจ็ดตน") มีพระนามตามลำดับ ดังนี้
- พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 1 (นับเป็น "พระเจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ 3" ใน "ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน)")
- พระเจ้าคำโสม พระเจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ 4
- พระเจ้าช้างเผือกธรรมลังกา พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 2
- พระเจ้าดวงทิพย์ พระเจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ 5
- พระอัครชายาเธอ เจ้าครอกฟ้าศรีอโนชาในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท
- เจ้าหญิงสรีวัณณา (ถึงแก่พิราลัยแต่เยาว์)
- เจ้าอุปราชหมูหล้า พระราชมหาอุปราชานราธิบดีศรีสุวรรณฝ่ายหน้าหอคำนครลำปาง
- เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 3 และ เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ 1
- เจ้าหญิงสรีบุญทัน (พิราลัยแต่เยาว์)
- พระเจ้าบุญมาเมือง พระเจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ 2
เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น ทรงเษกสมรสกับ แม่เจ้าตาเวยราชเทวี ราชธิดาในเจ้าฟ้าเมืองยางแดง (หรือ เมืองกันตะระวดี) อันเป็นดินแดนกะเหรี่ยงที่รุ่งเรืองและร่ำรวยมากไปด้วยไม้ขอนสักอันล้ำค่า ต่อมา "แม่เจ้าตาเวยราชเทวี" ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระราชทานพระนามอันเป็นมงคลยิ่งว่า "แม่เจ้าเนตรนารีไวยมหาเทวี" แม่เจ้าตาเวยราชเทวี ได้รับมรดกส่วนพระองค์ ในฐานะราชธิดาเจ้าฟ้าเมืองยางแดง เป็นที่ดินป่าไม้ขุนยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 400,000 กว่าไร่ ซึ่งปัจจุบันที่ดินดังกล่าวราชสำนักสยามได้ตัดสินให้เป็นป่าไม้ชั้น 2
เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น ถึงแก่พิราลัยเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2368
ราชโอรส ราชธิดา[แก้]
เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น มีราชโอรสและราชธิดา รวม 44 พระองค์ อยู่ในราชตระกูล ณ เชียงใหม่ และ ณ ลำพูน มีพระนามตามลำดับ ดังนี้[3]
แม่เจ้าคำแปง[แก้]
แม่เจ้าตาเวย[แก้]
หม่อมตาคำ[แก้]
หม่อมคำชัง[แก้]
หม่อมแก้วพา[แก้]
หม่อมคำหล้า[แก้]
|
หม่อมคำเอ้ย[แก้]
หม่อมขาว[แก้]
หม่อมคำแสน[แก้]
หม่อมอุ่นเรือน[แก้]
หม่อมเรือน[แก้]
หม่อมคำแลบ[แก้]
หม่อมคำไฝ[แก้]
หม่อมคำตุ้ย[แก้]
หม่อมใจคำ[แก้]
หม่อมคำเอ้ย[แก้]
|
การครองนครเชียงใหม่[แก้]
เมื่อเจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น ครองเมืองเชียงใหม่ ได้เกิดการทะเลาะวิวาทกับเจ้าราชวงศ์สุวัณคำมูน ทำให้บรรดาขุนนางได้ไปเชิญเจ้าดวงทิพย์ และเจ้าบุญมา มาประนีประนอมการวิวาทครั้งนี้ โดยแนะนำให้เจ้าหลวงคำฝั้น เสด็จออกผนวชวัดเชียงมั่น แล้วไปจำพรรษาที่วัดสวนดอก จากนั้นได้มีการปล่อยรถม้าเสี่ยงทายหาเจ้าหลวงองค์ใหม่ แต่รถม้าดังกล่าวกลับมาหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าวัดสวนดอก ซึ่งเป็นที่ประทับของเจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น เหลาบรรดาเจ้านาย และขุนนางจึงได้อัญเชิญเจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น ให้ลาสิขาบทกลับมาเป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่อีกครั้ง[1]
ในช่วงรัชกาลของเจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น เป็นช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จสวรรคต และกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ได้ขึ้นครองราชสมบัติเป็นรัชกาลที่ 3 แห่งราชวศ์จักรี ทรงพระนามว่า "พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว" ใน พ.ศ. 2367 และเจ้าหลวงฯ ประชวรในขณะที่ส่งเจ้าอุปราชพุทธวงศ์และเจ้านายบางส่วนไปเฝ้ารัชกาลที่ 3 เมื่อล้นเกล้ารัชกาลที่ 3 ทรงทราบถึงอาการเจ็บป่วย จึงได้จัดส่งแพทย์หลวงมารักษาแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น จนถึงวันอาทิตย์ เดือนห้า แรม 11 ค่ำ ในเวลาบ่าย เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้นก็ถึงแก่พิราลัย ในจุลศักราช 1186 (ตรงกับวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2368) สิริอายุรวม 69 ปี และเจ้าอุปราชพุทธวงศ์ ขึ้นเป็นเจ้าหลวงองค์ที่ 4 โดยมีเจ้าหนานมหาวงศ์ บุตรพระเจ้าช้างเผือกธรรมลังกาเป็นเจ้าอุปราช และเจ้าน้อยมหาพรหม บุตรเจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น เป็นพระยาราชวงศ์เชียงใหม่สืบไป[1]
อ้างอิง[แก้]
- ↑ 1.0 1.1 1.2 พระญาคำฝั้น เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 3
- ↑ http://hrilamphun.com/lam_4.htm
- ↑ วรเทวี (ณ ลำพูน) ชลวณิช. เจ้าหลวงลำพูน กรุงเทพฯ : อัมรันทร์พริ้นติ้ง. 2552
- ↑ พิเชษ ตันตินามชัย. "เจ้าหญิงเชียงใหม่" ศิลปวัฒนธรรม 26 : 2 ธันวาคม 2547.
- ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง. เพ็ชร์ล้านนา. (ครั้งที่ 2) เชียงใหม่ :ผู้จัดการ ศูนย์ภาคเหนือ, 2538.
- สมหมาย เปรมจิตต์, สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ตำนานสิบห้าราชวงศ์ (ฉบับสอบชำระ) . เชียงใหม่: มิ่งเมือง, 2540.
- เจ้าวงศ์สัก ณ เชียงใหม่, คณะทายาทสายสกุล ณ เชียงใหม่. เจ้าหลวงเชียงใหม่. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2539.
- คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์, นาวาอากาศเอก. เจ้านายฝ่ายเหนือ. [1]
| สมัยก่อนหน้า | เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น | สมัยถัดไป
|
||
|---|---|---|---|---|
| - | เจ้าผู้ครองนครลำพูน (พ.ศ. 2357 - พ.ศ. 2358) |
พระเจ้าบุญมาเมือง | ||
| พระเจ้าช้างเผือกธรรมลังกา | เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ (5 พฤษภาคม พ.ศ. 2365 - 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2368) |
เจ้าหลวงพุทธวงศ์ |
|
|||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
