พระเจ้าจั่นซิตา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก พระเจ้าจานสิตา)
จั่นซิตา
ကျန်စစ်သား
Statue of Kyan Sit Thar.JPG
พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าจั่นซิตาภายในอานันทาพญา
พระเจ้ากรุงพุกาม
ครองราชย์ 21 เมษายน ค.ศ. 1084[1] – 1112/13
รัชกาลก่อน พระเจ้าซอลู
รัชกาลถัดไป พระเจ้าอลองสิธู
อัครมเหสี พระนางอะแป่รัตนา
พระนางตั่นบู่ละ
พระนางขิ่นตั่น
พระนางมณิจันทา
พระราชบุตร เจ้าหญิงเฉว่เอ่งแต่
พระราชกุมาร
พระนามเต็ม
ศรีตรีภูวนาทิตยธรรมราชา
ราชวงศ์ ราชวงศ์อโนรธา
พระราชบิดา พระเจ้าอโนรธามังช่อ
พระราชมารดา พระนางปัญจกัลยาณี
พระราชสมภพ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1030
สะกาย
สวรรคต ค.ศ. 1112/13 (ประมาณ 82 พรรษา)
พุกาม
ศาสนา พุทธเถรวาท

จั่นซิตา (อังกฤษ: Kyanzittha, พม่า: ကျန်စစ်သား; พ.ศ. 1627 - 1656) เป็นพระเจ้ากรุงพุกาม และถือเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์พม่าไม่แพ้พระเจ้าอโนรธามังช่อ เนื่องด้วยพระองค์ทรงเป็นธรรมกษัตริย์ที่ทำนุบำรุงศาสนาพุทธจนเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด จนเป็นที่ยอมรับทั้งจากชาวพม่าและชาวมอญ

พระเจ้าจั่นซิตาเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งในรัชสมัยพระเจ้าอโนรธา เมื่อพระเจ้าซอลูพระราชโอรสของพระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ พระองค์มิได้ประกอบภารกิจอันใดด้วยความสามารถพระองค์เอง แต่จะทรงใช้และปรึกษาเหล่าเสนาอำมาตย์อยู่บ่อย ๆ ในปลายรัชสมัยพระเจ้าซอลู งะรมัน เจ้าเมืองพะโค ซึ่งเป็นชาวมอญได้ก่อกบฏขึ้นจับตัวพระเจ้าซอลูเป็นตัวประกัน จั่นซิตาซึ่งครองเมืองถิเลงอยู่ ไม่สามารถยกทัพกลับมาช่วยพระองค์ได้ทัน งะรมันได้สังหารพระเจ้าซอลูที่เมืองพวาสอ และพยายามเข้ายึดครองอาณาจักรพุกามแต่จั่นซิตาได้เข้าขัดขวาง เหล่าเสนาอำมาตย์ และพระธัมมทัสสีมหาเถระที่ปรึกษาองค์สำคัญของพระเจ้าอโนรธา จึงได้อัญเชิญจั่นซิตาขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์

เมื่อขึ้นครองราชย์ จั่นซิตามีพระนามว่า ศรีตรีภูวนาทิตยธัมมมราชา[2] ในภาษาสันสกฤต ในจารึกพม่าเรียกพระองค์ว่า "ถิลุงมัง" (T’iluin Man) แปลว่า "กษัตริย์แห่งถิเลง" แต่เนื่องจากจั่นซิตามิได้มีเชื้อสายของกษัตริย์ พระองค์จึงอ้างสิทธิธรรมในการครองราชสมบัติว่าพระองค์ทรงเป็นภาคหนึ่งของพระโพธิสัตว์ และเป็นองค์อวตารของพระวิษณุของชาวปยูอีกด้วย สมัยนี้จึงถือเป็นรัชสมัยที่ศิลปศาสตร์แบบมอญเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดในพุกาม

ในรัชสมัยของพระเจ้าจั่นซิตา ทรงติดต่อกับต่างประเทศเป็นอย่างมาก ในปี พ.ศ. 1638 พระองค์ทรงส่งคณะทูตและช่างฝีมือเดินทางไปพุทธคยา เพื่อไปซ่อมแซมวัดศรีพัชรัส หรือ วัดวัสชราสนะ ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้ที่ใต้ต้นมหาโพธิ์ พระเจ้าจั่นซิตาทรงซื้อที่ดินกัลปนาให้แก่วัด ขุดอ่างเก็บน้ำ สร้างเขื่อน เพื่อประโยชน์ในการปลูกข้าว ถวายตะเกียงเทียนจำนวนมาก และทรงกัลปนาข้าทาสให้กับวัดอีกด้วย ซึ่งได้ปรากฏความตอนนี้และปรากฏนามของพระองค์ในจารึกซ่อมแซ่มพุทธคยาด้วย

นอกจากนี้แล้วมีภิกษุมหายานจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดียหลบหนีอิทธิพลของศาสนาอิสลาม เพื่อมาขอความช่วยเหลือจากพระองค์ พระองค์ทรงให้ความช่วยเหลือพระสงฆ์เหล่านี้ โดยการสร้างวัดเล็ก ๆ ถวายเป็นที่พำนัก อยู่ระหว่างเจดีย์ชเวซีโกนกับหมู่บ้านมินดาตุ

ด้านความสัมพันธ์กับประเทศจีน ในปี พ.ศ. 1649 ทรงส่งคณะทูตไปยังเมืองไคเฟิง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจีนสมัยราชวงศ์ซ่ง จักรพรรดิจีนทรงให้การต้อนรับคณะทูตจากอาณาจักรพุกามเทียบเท่ากับทูตของอาณาจักรเจนละ

ในรัชสมัยนี้จึงถือได้ว่าประสบความสำเร็จที่ทำให้พุกามเป็นที่รู้จักของดินแดนต่าง ๆ

พระเจ้าจั่นซิตาถึงแก่สวรรคตในปี พ.ศ. 1656 ผู้ที่ได้ครองราชย์เป็นลำดับถัดไปคือพระเจ้าอลองสิธูซึ่งเป็นพระราชนัดดา (หลานตา) ของพระองค์

ในกลางปี พ.ศ. 2551 ทางพม่าได้มีการสร้างภาพยนตร์ชีวประวัติของพระองค์ ในชื่อเรื่อง "Kyansit Min" นับเป็นภาพยนตร์ในแบบสากลเรื่องแรกของพม่าอีกด้วย

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. (Yazawin Thit Vol. 1 2012: 111, footnote 2): Full moon of 446 ME = 21 aPRIL 1084
  2. Taw, Blagden 1911: 216
บรรณานุกรม
ก่อนหน้า พระเจ้าจั่นซิตา ถัดไป
พระเจ้าซอลู 2leftarrow.png พระเจ้ากรุงพุกาม
(อาณาจักรพม่ายุคที่ 1)

(พ.ศ. 1627 - 1656)
2rightarrow.png พระเจ้าอลองสิธู