อำเภอมหาชนะชัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอมหาชนะชัย
แผนที่จังหวัดยโสธร เน้นอำเภอมหาชนะชัย
มหาชนะชัย พระเรืองไชยลือเลื่อง เมืองแห่งดอกจาน นมัสการพระพุทธบาท ธรรมชาติลำน้ำชี ประเพณีแห่มาลัย
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอมหาชนะชัย
อักษรโรมัน Amphoe Maha Chana Chai
จังหวัด ยโสธร
รหัสทางภูมิศาสตร์ 3506
รหัสไปรษณีย์ 35130
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 455.27 ตร.กม.
ประชากร 58,170 คน (พ.ศ. 2552)
ความหนาแน่น 127.77 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอมหาชนะชัย หมู่ที่ 2 ถนนเรืองแสนกรรฐ์ ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร 35130
พิกัด 15°31′54″N 104°14′30″E / 15.53167°N 104.24167°E / 15.53167; 104.24167
หมายเลขโทรศัพท์ 0 4579 9092, 0 4579 9021
หมายเลขโทรสาร 0 4579 9092

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอมหาชนะชัย เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดยโสธร

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอมหาชนะชัยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 41 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ประวัติ[แก้]

ช่วงปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองอุบลราชธานีมีพระบรมราชนุวงศา (ท้าวกุทอง) เป็นเจ้าเมือง ท่านมีบุตรหลายคนที่มีความสามารถเป็นเจ้าเมืองอุปฮาด (อุปราช) ประกอบกับในระยะนั้น บริเวณที่ตั้งอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดศรีสะเกษในปัจจุบัน มีโจรผู้ร้ายชุกชุม ยากแก่การปกครองและปราบปราม ท่านจึงให้ท้าวปุตะ คำพูน (คำพูน สุวรรณกูฎ) ซึ่งเป็นบุตรออกไปสำรวจพื้นที่เพื่อจัดตั้งเมืองใหม่ ท้าวคำพูนได้ออกสำรวจพื้นที่และได้พิจารณาเห็นว่า "บ้านเวินชัย" (ปัจจุบันเป็นหมู่ที่ 5 บ้านผือฮี) มีทำเลเหมาะสม และมีลำชี (แม่น้ำชี) ไหลผ่านสะดวกแก่การคมนาคมทางเรือ จึงได้ทำรายงานให้พระพรหมวงศาขอจัดตั้งเมืองขึ้นที่บ้านเวินชัย โดยให้เป็นแขวงเมืองขึ้นต่อเมืองอุบลราชธานี

ต่อมาวันแรม 11 ค่ำ เดือน 12 ปีกุน เบญจศก จ.ศ. 1225 (ตรงกับ พ.ศ. 2406) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง เมืองมหาชนะชัย ขึ้นที่บ้านเวินชัย และได้ทรงแต่งตั้งท้าวคำพูนเป็นเจ้าเมืองมหาชนะชัย และพระราชทานนามท้าวคำพูนว่า "พระเรืองชัยชนะ" และแต่งตั้งท้าวโพธิราช (ผา) เป็นอุปฮาด ท้าววรกิตติกา (ไชย) เป็นราชวงศ์ และท้าวอุเทน (หอย) เป็นราชบุตร

พระเรืองชัยชนะได้ปกครองเมืองที่บ้านเวินชัยประมาณเดือนเศษก็พบว่า บริเวณดังกล่าวมีสภาพภูมิประเทศคับแคบ ขยายตัวเมืองได้ยาก ประกอบกับเป็นคุ้งน้ำเซาะดินพังอยู่เสมอ ดังนั้นจึงได้ย้ายเมืองใหม่มาตั้งที่บ้านฟ้าหยาดในปัจจุบัน

พระเรืองชัยชนะปกครองเมืองมหาชนะชัยจนถึงแก่กรรม พระสิกธิจางวางได้เป็นเจ้าเมืองสืบต่อมาอีก 15 ปี ก็ถึงแก่กรรมอีก ทางราชการจึงได้ยุบเมืองมหาชนะชัยเป็น อำเภอมหาชนะชัย ขึ้นตรงต่อเมืองอุบลราชธานี พร้อมกับแต่งตั้งท้าวสุริยนต์ บุตรพระสิกธิจางวาง เป็นนายอำเภอมหาชนะชัยคนแรก (สันนิษฐานว่าเป็นคนเดียวกับหลวงวัฒนวงศ์โทนุบล)

เนื่องจากอำเภอมหาชนะชัยตั้งอยู่บ้านฟ้าหยาด ตำบลฟ้าหยาด กระทรวงมหาดไทยจึงได้เปลี่ยนชื่ออำเภอมหาชนะชัยเป็น อำเภอฟ้าหยาด ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2460 จนกระทั่งถึงวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2482 กระทรวงมหาดไทยจึงได้เปลี่ยนชื่อจากอำเภอฟ้าหยาดเป็น "อำเภอมหาชนะชัย" อีกครั้งหนึ่ง และเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2515 อำเภอมหาชนะชัยจึงได้ย้ายไปขึ้นกับจังหวัดยโสธรจนถึงปัจจุบัน

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอมหาชนะชัยแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 10 ตำบล 103 หมู่บ้าน ได้แก่

1. ฟ้าหยาด (Fa Yat) 6. ม่วง (Muang)
2. หัวเมือง (Hua Mueang) 7. โนนทราย (Non Sai)
3. คูเมือง (Khu Mueang) 8. บึงแก (Bueng Kae)
4. ผือฮี (Phue Hi) 9. พระเสาร์ (Phra Sao)
5. บากเรือ (Bak Ruea) 10. สงยาง (Song Yang)

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอมหาชนะชัยประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลฟ้าหยาด ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลฟ้าหยาด
  • องค์การบริหารส่วนตำบลฟ้าหยาด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลฟ้าหยาด (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลฟ้าหยาด)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหัวเมือง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหัวเมืองทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคูเมือง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคูเมืองทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลผือฮี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลผือฮีทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบากเรือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบากเรือทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลม่วง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลม่วงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโนนทราย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนทรายทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบึงแก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบึงแกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลพระเสาร์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพระเสาร์ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสงยาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสงยางทั้งตำบล

การคมนาคม[แก้]

อำเภอมหาชนะชัยมีทางหลวงแผ่นดินตัดผ่านจำนวน 2 สาย คือ

  • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2083 แยกทางหลวงหมายเลข 226 (ส้มป่อยน้อย)-บรรจบทางหลวงหมายเลข 23 (คำเขื่อนแก้ว)
  • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2227 พนมไพร-บรรจบทางหลวงหมายเลข 2083 (มหาชนะชัย)

ทำเนียบนายอำเภอ[แก้]

ผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอมหาชนะชัย นับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีทั้งสิ้น 36 ท่าน ดังนี้

  1. หลวงวัฒนวงศ์ โทนุบล (โทน สุวรรณกูฎ)
  2. ขุนกันทรารักษ์ (บุญเย็น พิลานุช)
  3. หลวงวิจารย์ ภักดี (เลื่อน โอวาทสาร)
  4. หลวงศักดิ์ รัตนเขตต์ (เฉ่ง นิยมวัน)
  5. ขุนศรีศักดิ์ บริบาล (นาม อุ่นทำนัก)
  6. หลวงพิศิษฐ์ สุรินทร์รัฐ (พานเมือง อัมรนิมิ)
  7. ขุนอาจ เอาธุระ (เลื่อม วงศ์กมลาไสย)
  8. นายนารถ มนตะเสวี
  9. นายเลื่อน ปทุมรัตน์
  10. นายรง ทัศนาญชาบี
  11. นายสุวรรณ สุกะโตษะ
  12. นายเกื้อ ชูทิม
  13. นายไสว เจริญยุทธ
  14. ม.ล. ภักศุก กำภู
  15. นายประสิทธิ์ โกมลมาลย์
  16. นายพิสุทธิ์ ฟังเสนาะ
  17. นายเจริญ ลีละทีป
  18. นายบัญชา ช่างกล
  19. นายวิศิษฐ์ บุญศิลป์
  20. นายบำรุง วัฒนรัตน์
  21. นายไพโรจน์ ทองใบ
  22. ร.ต. สำราญ นิรัติศัย
  23. นายเจริญ เกิดศิริ
  24. ร.ต. อนิวรรตน์ พะโยมเยี่ยม
  25. นายธีระ กลิ่นลำดวน
  26. นายเทียม ศิวะสุข
  27. นายธนู สุขฉายา
  28. นายถาวร ภู่เจริญ
  29. นายวิโรจน์ สุนทราวงศ์
  30. นายเฉลิมศักดิ์ วงศ์ศิริวัฒน์
  31. นายเฉลิมวงศ์ สรรพศิริ
  32. นายสมบัติ กนกอนันทกุล
  33. ว่าที่ ร.ต. ประเสริฐชัย สามกษัตริย์
  34. นายนฤมิต หลิ่มวิรัติ
  35. นายสมยศ ศิลปิโยดม
  36. นายสุวัฒน์ เข็มเพชร

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

  • รอยพระพุทธบาทจำลอง

ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหนองยาง ตำบลหัวเมือง ห่างจากที่ว่าการอำเภอไปทางทิศ ตะวันตก 6 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 2083 พื้นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเป็นเนินทราย ขาวสูงงอกขึ้น กลางพื้นที่ลุ่มน้ำชีนับเป็นโบราณวัตถุอันล้ำค่าของจังหวัด บริเวณเดียวกันนี้ยังมีโบราณวัตถุ อีกชิ้นหนึ่ง ได้แก่ พระพุทธรูปปางนาคปรก (ศิลาแลง) 1 องค์ ขนาดหน้าตักกว้าง 1 ศอก และหลักศิลา จารึกทำด้วยศิลาแลง 1 หลัก สูงประมาณ 1 เมตร กว้าง 50 เซนติเมตร มีตัวหนังสือโบราณบันทึกไว้ว่า โบราณวัตถุทั้ง 3 อย่างนี้ พระมหาอุตตปัญญาและสิทธิวิหาริก ได้นำมาจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ. 1378 นอกจากนั้นก็เขียนบอกคำนมัสการพระพุทธบาทไว้ บางตัวก็อ่านไม่ออกเพราะเลือนลาง มาก ในระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปี จะมีประชาชนจากอำเภอและตำบลใกล้เคียง ไปนมัสการเป็นจำนวนมาก[1]

  • พระธาตุบุญตา
  • วัดหอก่อง
  • สวนรุกขชาติอมเกล้า

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]