หม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หม่อมเจียงคำ
หม่อมเจียงคำ.jpg
เกิด 4 ธันวาคม พ.ศ. 2422
เสียชีวิต 20 ตุลาคม พ.ศ. 2481 (&&&&&&&&&&&&&058.&&&&&058 ปี &&&&&&&&&&&&0320.&&&&&0320 วัน)
คู่สมรส พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์
บุตร หม่อมเจ้าอุปลีสาณ ชุมพล
หม่อมเจ้ากมลีสาณ ชุมพล
บิดามารดา ท้าวสุรินทรชมภู (หมั้น บุตโรบล)
อัญญาแม่ดวงจันทร์ บุตโรบล

หม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา (ท.จ.) (4 ธันวาคม พ.ศ. 2422 - 20 ตุลาคม พ.ศ. 2481 ) นามเดิม อัญญานางเจียงคำ บุตโรบล เป็นเจ้านายสตรีของเมืองอุบลราชธานี ที่ถวายตัวเป็นหม่อมใน พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ พระราชโอรสองค์ที่ 11 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์ที่ 3 ใน เจ้าจอมมารดาพึ่ง[1] เพื่อเป็นการกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างราชสำนักสยาม กับเจ้านายพื้นถิ่นเมืองอุบลให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในช่วงที่มีนโยบายปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน สมัยรัชกาลที่ 5

ชาติกำเนิด[แก้]

หม่อมเจียงคำ เกิดเมื่อ วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2422 ที่เมืองอุบลราชธานี เป็นธิดาคนสุดท้อง ของท้าวสุรินทรชมภู (หมั้น บุตโรบล) กับอัญญาแม่ดวงจันทร์ บุตโรบล มีศักดิ์เป็นหลานของเจ้าราชบุตร (สุ่ย บุตโรบล) บรรดาศักดิ์เดิมที่ ท้าวสุริยะ กับอัญญาแม่ทอง บุตโรบล ตระกูลเจ้านายเมืองอุบลราชธานีสายเจ้าราชบุตร (สุ่ย บุตโรบล) นี้สืบเชื้อสายมาจากท้าวสีหาราช (พูลสุข หรือพลสุข) กรมการเมืองชั้นผู้ใหญ่ กับอัญญาแม่สุภา ดังนั้น ตระกูลบุตโรบลจึงถือว่าเป็นตระกูลที่สืบเชื้อสายจากเจ้าพระวรราชปิตา (เจ้าพระตา) และเจ้าพระวรราชภักดี (เจ้าพระวอ) เจ้าผู้ครองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน (เมืองหนองบัวลุ่มภู หรือเมืองกมุทาสัย)

หม่อมเจียงคำ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ดังนี้[2]

  1. อัญญานางก้อนคำ สมรสกับพระอุบลการประชานิตย์ (บุญชู พรหมวงศานนท์) บรรดาศักดิ์เดิมที่ ท้าวสุทธิสาร ผู้ช่วยราชการคณะอัญญาสี่
  2. อัญญานางอบมา สมรสกับ ท้าววรกิติกา (คูณ)
  3. อัญญานางเหมือนตา
  4. อัญญานางบุญอ้ม สมรสกับ ท้าวอักษรสุวรรณ
  5. อัญญานางหล้า
  6. อัญญานางดวงคำ สมรสกับ รองอำมาตย์ตรี ขุนราชพิตรพิทักษ์ (ทองดี หิรัญภัทร์)
  7. อัญญาท่านคำม้าว โกณฺฑญฺโญ (อดีตเจ้าอาวาสวัดสารพัฒนึกรูปแรก)
  8. อัญญานางเจียงคำ หรือหม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา

การถวายตัว[แก้]

พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ เมื่อเสด็จมาปรับปรุงและจัดระบบราชการที่เมืองอุบลราชธานี ได้ทรงพอพระทัยต่ออัญญานางเจียงคำ ซึ่งเป็นธิดาของท้าวสุรินทรชมภู (หมั้น) จึงได้ทรงขออัญญานางเจียงคำ ต่อเจ้านายผู้ใหญ่ในเมืองอุบล คือ พระอุบลศักดิ์ประชาบาล (กุคำ สุวรรณกูฏ) พระอุบลการประชานิตย์ (บุญชู พรหมวงศานนท์)ได้เข้าพิธีบายศรีสู่ขวัญตามจารีตประเพณีของบ้านเมืองดั้งเดิม ถวายตัวเป็นหม่อมห้ามใน พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ พระราชโอรสองค์ที่ 11 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์ที่ 3 ใน เจ้าจอมมารดาพึ่ง เมื่อเดือนมีนาคม ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) ต่อมาได้ให้กำเนิดโอรส 2 พระองค์ คือ

การถวายตัวเป็นหม่อมห้ามของเสด็จในกรมนั้น เท่ากับเป็นการสร้างการยอมรับอำนาจการปกครองจากส่วนกลางในหมู่เจ้านายเมืองอุบลมากขึ้น และยังทำให้เจ้านายพื้นเมืองบางส่วนขยับฐานะตนเองจากการเป็นเจ้านายสายล้านช้าง มาเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวงศ์จักรี [3] โดยระหว่างที่เสด็จในกรมทรงประทับอยู่ที่เมืองอุบลราชธานีนั้น ได้ทรงสร้างตำหนักชื่อว่า"วังสงัด" ขึ้นบนที่ดินของท้าวสุรินทรชมภู (หมั้น บุตโรบล)เมื่อ ร.ศ.112 และทรงประทับอยู่กับหม่อมเจียงคำเป็นเวลา 17 ปี ก่อนที่จะนิวัติคืนสู่กรุงเทพมหานคร จนกระทั่งสิ้นพระชนม์[4]

การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์[แก้]

หลังการสิ้นพระชนม์ของพลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ หม่อมเจียงคำและหม่อมเจ้าชายทั้ง 2 พระองค์ ผู้เป็นบุตร ได้อุทิศที่ดินจำนวน 27 ไร่ ที่เป็นที่ดินอันเป็นมรดกตกทอดและของญาติ ๆ ให้เป็นสาธารณประโยชน์แก่แผ่นดิน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2474 ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการที่สำคัญในจังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี, เทศบาลนครอุบลราชธานี, ทุ่งศรีเมือง, โรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานี, ศาลจังหวัดอุบลราชธานี, ที่ว่าการอำเภอเมืองอุบลราชธานี, ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี และโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ [1]

อนิจกรรม[แก้]

หม่อมเจียงคำ ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2481 สิริอายุ 59 ปี[5] ณ โฮงพระวิภาคพจนกิจ (เล็ก สิงหัษฐิต)เลขานุการในพระองค์กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ถนนพิชิตรังสรรค์[6] จังหวัดอุบลราธานี ปัจจุบันอัฐิของท่านบรรจุไว้ที่บริเวณหน้าพระอุโบสถ วัดสุทัศนาราม จ.อุบลราชธานี

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 ที่ระลึกครบรอบ 150 ปี พลตรี กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์
  2. เติม วิภาคย์พจนกิจ. ประวัติศาสตร์อีสาน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์, 2542.
  3. เอี่ยมกมล จันทะประเทศ. สถานภาพเจ้านายพื้นเมืองอุบลราชธานี ระหว่างพ.ศ. 2425-2476. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 2538
  4. http://guideubon.com/news/view.php?t=14&s_id=14&d_id=14
  5. http://guideubon.com/news/view.php?t=14&s_id=10&d_id=10
  6. สัมภาษณ์นางผลา ณ อุบล หลานพระวิภาคพจนกิจ บ้านเลขที่ 114 ถนนพิชิตรังสรรค์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี วันที่16 เมษายน 2555, วิศปัตย์ ชัยช่วย และคำล่า มุสิกา, ผู้สัมภาษณ์