ไทยลีก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ไทยพรีเมียร์ลีก)
สำหรับลีกกีฬาอื่นที่ชื่อ พรีเมียร์ลีก ดูที่ พรีเมียร์ลีก (แก้ความกำกวม)
ไทยลีก
Toyota Thai League Logo.png
ประเทศ ไทย ประเทศไทย
สมาพันธ์ เอเอฟซี
ก่อตั้ง พ.ศ. 2539
จำนวนทีม 18
ตกชั้นสู่ ไทยลีกดิวิชั่น 1
ระดับในพีระมิด 1
ถ้วยภายในประเทศ เอฟเอคัพ
ลีกคัพ
ถ้วยพระราชทาน ก
ถ้วยระดับนานาชาติ เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก
แม่โขงคลับแชมเปียนชิพ
ทีมชนะเลิศปัจจุบัน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ชนะเลิศมากที่สุด สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (5 สมัย)
หุ้นส่วนโทรทัศน์ ทรูวิชั่นส์
เว็บไซต์ www.thaileague.co.th
Soccerball current event.svg ฤดูกาล 2559

ไทยลีก (อังกฤษ: Thai League; ชื่อเดิม: ไทยพรีเมียร์ลีก, ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก, ไทยแลนด์ซอกเกอร์ลีก) เป็นการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ระดับสูงสุดของประเทศไทย บริหารงานโดย บริษัท พรีเมียร์ลีกไทยแลนด์ จำกัดซึ่งถือหุ้นโดยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสโมสรฟุตบอลที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 18 ทีม ตามปกติจะดำเนินการจัดแข่งขัน ระหว่างเดือนมีนาคมถึงตุลาคมของทุกปี โดยแต่ละทีมจะแข่งขันแบบพบกันหมด สองนัดเหย้าเยือนรวม 34 นัดต่อทีมต่อฤดูกาล รวมทั้งหมด 306 นัดต่อฤดูกาล ซึ่งการแข่งขันส่วนมาก จะมีขึ้นในวันเสาร์และวันอาทิตย์ แต่บางนัดอาจแข่งขันในวันอังคารหรือวันพุธ ทั้งนี้ ในฤดูกาลปัจจุบัน (พ.ศ. 2559) เป็นการแข่งขันครั้งที่ 20 และมีผู้สนับสนุนหลักคือบริษัท โตโยต้ามอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงมีชื่อเรียกว่า โตโยต้าไทยลีก

โดยนับตั้งแต่จัดตั้งลีกขึ้นมา มีทั้งหมด 41 สโมสรที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน และมี 10 สโมสรที่ได้แชมป์ไทยลีก คือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (5) (โดยนับรวมสมัยลงแข่งขันในนามสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ บุรีรัมย์ พีอีเอ), เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (3), บีอีซี เทโรศาสน, สโมสรทหารอากาศ และ ธนาคารกรุงไทย (2), ธนาคารกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, สโมสรสินธนา, ชลบุรี เอฟซี, และ สโมสรพนักงานยาสูบ (1)

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

เมื่อปี พ.ศ. 2539 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปรับปรุงระบบการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ จากวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นเลิศ มาเป็นรูปแบบอาชีพ โดยเริ่มก่อตั้งฟุตบอลลีกสูงสุดขึ้น ซึ่งมีสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขัน เริ่มแรกที่ 10 ทีม ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 12 ทีมในเวลาต่อมา โดยในปี พ.ศ. 2550 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ การยุบโปรวินเชียลลีก โดยให้สโมสร 4 อันดับแรก เข้าแข่งขันในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกแทน รวมจำนวนสโมสรในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกเป็น 16 ทีม พร้อมทั้งเพิ่มเงื่อนไขให้สโมสรซึ่งอยู่ใน 3 อันดับสุดท้ายเมื่อจบฤดูกาล ต้องตกชั้นไปสู่ไทยลีกดิวิชัน 1 โดยมีทีมชนะเลิศ กับอันดับ 2 และ 3 ของไทยลีกดิวิชัน 1 ขึ้นชั้นมาสู่ไทยพรีเมียร์ลีกเป็นการทดแทน ทั้งนี้ชลบุรี เอฟซี กลายเป็นทีมแรกซึ่งเพิ่งเข้ามาจากโปรวินเชียลลีก แล้วชนะเลิศไทยพรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลเดียวกัน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ออกระเบียบว่าด้วยความเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นผลให้สมาคมฯ ต้องดำเนินการจัดตั้ง บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 เพื่อเข้าจัดการแข่งขัน ฟุตบอลลีกภายในประเทศ อย่างเป็นอาชีพที่แท้จริง โดยมีวิชิต แย้มบุญเรือง อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นประธานกรรมการคนแรก และออกระเบียบให้ผู้บริหารสโมสรฟุตบอลอาชีพ ต้องจัดตั้งในรูปนิติบุคคล (บริษัท) เพื่อดำเนินการบริหารสโมสร ส่งผลให้มีการแข่งขันเชิงรูปแบบ การบริหารจัดการให้เป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น รวมทั้งแพร่หลายออกไปยังส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ จากเดิมที่สโมสรฟุตบอลต่างๆ จะกระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น จึงกลับมาเป็นที่นิยมของแฟนฟุตบอลไทยอีกครั้ง โดยในฤดูกาล 2554 สมาคมฯ ประกาศเพิ่มจำนวนสโมสรที่ได้สิทธิ เลื่อนชั้นขึ้นจากลีกดิวิชัน 1 เป็นผลให้ไทยพรีเมียร์ลีก มีสโมสรที่เข้าแข่งขันรวมเป็น 18 ทีม

สืบเนื่องจากกรณีที่ สโมสรฟุตบอลอีสานยูไนเต็ด ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณาว่า สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ มีสิทธิทำการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2556 หรือไม่ หลังจากแข่งขันผ่านไปได้ 3 นัด ซึ่งระหว่างการพิจารณา ศาลปกครองมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราว เป็นผลให้ บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก ต้องลงมติให้พักการแข่งขันของสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าว โดยเมื่อศาลปกครองวินิจฉัยให้สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ มีสิทธิทำการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกได้ต่อไป สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงประชุมร่วมกับ บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ และสโมสรสมาชิกทั้งหมด โดยที่ประชุมลงมติให้การแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก 2557 เพิ่มสมาชิกเป็น 20 สโมสร ด้วยการให้สโมสรอันดับที่ 17 ลงไปแข่งขันในไทยลีกดิวิชัน 1 เพียงทีมเดียว[1] และเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลดังกล่าว ก็ให้สโมสรที่ลงไปแข่งขันไทยลีกดิวิชัน 1 ต้องมีถึง 5 ทีมคือ อันดับที่ 16-20 (ขณะเดียวกัน ทั้งสองฤดูกาลดังกล่าว ยังคงให้สโมสรชนะเลิศ, อันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 ของไทยลีกดิวิชัน 1 ขึ้นมาแข่งขันในไทยพรีเมียร์ลีกตามเดิม) เพื่อทำให้สโมสรสมาชิก คงเหลือเพียง 18 ทีมเท่าเดิม[2]

ภายหลังจากการเลือกตั้งนายก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 ซั่งพลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่ได้รับเลือกจากสโมสรสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมคนใหม่ได้ประกาศว่าได้ทำการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ขั้นมาทำหน้าที่แทนบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด (TPL) เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยใช้ชื่อว่า บริษัท พรีเมียร์ลีกไทยแลนด์ จำกัด (PLT)

บิ๊กทรีและบิ๊กโฟร์[แก้]

บิ๊กทรีหมายถึง ทีมขนาดใหญ่ทั้งหมด 3 ทีมที่ถูกมองว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะชนะเลิศรายการนี้ ประกอบไปด้วยบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และชลบุรี เอฟซี[3]

บิ๊กโฟร์หมายถึง ทีมขนาดใหญ่ทั้งหมด 4 ทีมที่ถูกมองว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะชนะเลิศรายการนี้ โดยได้มีการเปลี่ยนแปลงตามปีดังนี้

รูปแบบการแข่งขัน[แก้]

ไทยพรีเมียร์ลีก มีสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งหมด 18 ทีม ตามปกติจะดำเนินการจัดแข่งขัน ระหว่างเดือนมีนาคมถึงตุลาคมของทุกปี โดยแต่ละสโมสรจะแข่งขันแบบพบกันหมด สองนัดเหย้าเยือนรวม 34 นัดต่อสโมสรต่อฤดูกาล ซึ่งในแต่ละนัด ผู้ชนะจะได้ 3 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน แพ้ไม่ได้คะแนน ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล สโมสรที่ได้คะแนนรวมสูงสุด จะได้รับรางวัลชนะเลิศ และได้สิทธิไปแข่งขันรายการเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติ ส่วนทีมที่ได้รางวัลรองชนะเลิศจะได้ไปแข่งในรายการเอเฟซีแชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือก รอบสอง (กรณีสโมสรที่ชนะเลิศหรือรองชนะเลิศไทยพรีเมียร์ลีก และสโมสรที่ชนะเลิศไทยเอฟเอคัพในฤดูกาลเดียวกัน เป็นสโมสรเดียวกัน สิทธิแข่งขันเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกรอบคัดเลือก รอบสอง ซึ่งปกติเป็นของสโมสรชนะเลิศไทยเอฟเอคัพ จะตกเป็นของสโมสรที่ได้คะแนนอันดับที่ 3 ของไทยพรีเมียร์ลีกแทน) ส่วนทีมที่ได้คะแนนรองลงมา จะเรียงอันดับลดหลั่นกันตามคะแนนรวมที่ได้ โดยสามอันดับสุดท้าย จะตกชั้นสู่ไทยลีกดิวิชัน 1 และสามอันดับแรก จากไทยดิวิชัน 1 จะขึ้นชั้นมาแทน

ในกรณีที่มีทีมมากกว่า 1 ทีมขึ้นไป ได้คะแนนรวมเท่ากันเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล ให้ใช้เกณฑ์พิจารณาเรียงลำดับดังนี้

  1. พิจารณาจากผลการแข่งขันของทีมที่มีคะแนนเท่ากันที่เคยแข่งกันมาในฤดูกาลที่เพิ่งจบการแข่งขัน (Head To Head)
  2. พิจารณาจากจำนวนครั้งที่ชนะ (Number of Wins) ของแต่ละทีมที่คะแนนเท่ากัน
  3. พิจารณาจากผลต่างของประตูได้ และประตูเสีย (Goals Difference)
  4. พิจารณาเฉพาะประตูได้ (Goals For)
  5. แข่งขันกันใหม่ 1 นัด เพื่อหาทีมชนะ หากผลการแข่งขันเสมอกันในเวลาปกติให้ตัดสินด้วยการเตะลูกโทษ ณ จุดเตะโทษ
  6. ในกรณีที่พิจารณาตามเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นตามลำดับแล้วและได้เกณฑ์ตัดสินตามข้อหนึ่งข้อใดแล้วให้ยุติการพิจารณาข้อต่อไป

ในการจัดอันดับระหว่างการแข่งขัน เพื่อแสดงลำดับในตารางคะแนนระหว่างฤดูกาล ให้ใช้เกณฑ์พิจารณาดังต่อไปนี้

  1. พิจารณาจากคะแนนรวมสูงสุด
  2. ถ้าคะแนนรวมเท่ากันให้พิจารณาจากผลต่างของประตูได้ ประตูเสีย
  3. ถ้ายังเท่ากันอีกให้ดูเฉพาะประตูได้
  4. ถ้ายังเท่ากันอีกให้ทำการจับฉลาก

สโมสร[แก้]

มีทั้งหมด 41 สโมสรที่เข้าร่วมแข่งขันในไทยลีกนับตั้งแต่ ฤดูกาล 2539 จนถึงฤดูกาลล่าสุด (2559)

ทำเนียบแชมป์[แก้]

# ปี แชมป์ รองแชมป์
1 2539 ธนาคารกรุงเทพ ตลาดหลักทรัพย์ฯ
2 2540 ทหารอากาศ สินธนา
3 2541 สินธนา ทหารอากาศ
4 2542 ทหารอากาศ การท่าเรือฯ
5 2543 บีอีซี เทโรศาสน ทหารอากาศ
6 2544/45 บีอีซี เทโรศาสน โอสถสภา
7 2545/46 ธนาคารกรุงไทย บีอีซี เทโรศาสน
8 2546/47 ธนาคารกรุงไทย บีอีซี เทโรศาสน
9 2547/48 พนักงานยาสูบ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
10 2549 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โอสถสภา เอ็ม-150
11 2550 ชลบุรี เอฟซี ธนาคารกรุงไทย
12 2551 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ชลบุรี เอฟซี
13 2552 เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด ชลบุรี เอฟซี
14 2553 เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด บุรีรัมย์ พีอีเอ
15 2554 บุรีรัมย์ พีอีเอ ชลบุรี เอฟซี
16 2555 เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ชลบุรี เอฟซี
17 2556 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
18 2557 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชลบุรี เอฟซี
19 2558 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
20 2559

จำนวนครั้งที่ได้แชมป์[แก้]

ลำดับ สโมสร ครั้ง ปีที่ได้
1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
5
2551, 2554, 2556, 2557, 2558
2 เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
3
2552, 2553, 2555
3 ทหารอากาศ
2
2540, 2542
บีอีซี เทโรศาสน 2543, 2544/45
ธนาคารกรุงไทย 2544/45, 2545/46
6 ธนาคารกรุงเทพ
1
2539
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 2549
สินธนา 2541
ชลบุรี เอฟซี 2550
พนักงานยาสูบ 2547/48

ฤดูกาลล่าสุด (ฤดูกาล 2559)[แก้]

สโมสร จังหวัด สนาม ความจุ
ชลบุรี ชลบุรี ชลบุรีสเตเดียม 8,500
ชัยนาท ฮอร์นบิล ชัยนาท สนามกีฬาเขาพลอง 12,000
เชียงราย ยูไนเต็ด เชียงราย ยูไนเต็ดสเตเดียม 15,000
นครราชสีมา มาสด้า นครราชสีมา สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 25,000
บางกอกกล๊าส ปทุมธานี ลีโอสเตเดียม 13,000
บีบีซียู นนทบุรี สนามกีฬาเทศบาลนนทบุรี 6,000
บีอีซี เทโรศาสน กรุงเทพมหานคร สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 10,000
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุรีรัมย์ นิวไอโมบายสเตเดียม 32,600
แบงค็อก ยูไนเต็ด ปทุมธานี สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ รังสิต 25,000
พัทยา ยูไนเต็ด ชลบุรี สนามกีฬาหนองปรือ 5,000
ราชนาวี ชลบุรี สนามกีฬากองทัพเรือ กม. 5 12,500
ราชบุรี มิตรผล ราชบุรี มิตรผลสเตเดียม 12,000
ศรีสะเกษ ศรีสะเกษ สนามศรีนครลำดวน 10,000
สุโขทัย สุโขทัย ทะเลหลวงสเตเดียม 8,000
สุพรรณบุรี สุพรรณบุรี สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี 25,000
อาร์มี่ ยูไนเต็ด กรุงเทพมหานคร สนามกีฬากองทัพบก 20,000
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด นนทบุรี เอสซีจีสเตเดียม 17,000
ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ สมุทรปราการ เอ็มพาวเวอร์สเตเดียม 4,100
สโมสรฟุตบอลในกรุงเทพฯและปริมณฑล

สนามที่ใช้แข่งขัน (ฤดูกาลปัจจุบัน 2559)[แก้]

อาร์มี่ ยูไนเต็ด บางกอกกล๊าส แบงค็อกยูไนเต็ด บีอีซี เทโรศาสน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชัยนาท ฮอร์นบิล
สนามกีฬากองทัพบก ลีโอ สเตเดียม สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ รังสิต สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ไอ-โมบาย สเตเดียม เขาพลอง สเตเดียม
ความจุของสนาม: 20,000 ความจุของสนาม: 13,000 ความจุของสนาม: 20,000 ความจุของสนาม: 10,000 ความจุของสนาม: 32,600 ความจุของสนาม: 12,000
Thai Army Sports Stadium.jpg LEO Stadium new.jpg Thammasat Stadium1.jpg Stadium of Chaloermprakiat 72 punsa.jpg I-mobile Stadium2.jpg Khaopong Stadium.jpg
เชียงราย ยูไนเต็ด ชลบุรี เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด นครราชสีมา มาสด้า ราชนาวี ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ
ยูไนเต็ด สเตเดียม ชลบุรีสเตเดียม เอสซีจี สเตเดียม สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สนามกีฬากองทัพเรือ กม. 5 เอ็มพาวเวอร์สเตเดียม
ความจุของสนาม: 15,000 ความจุของสนาม: 8,500 ความจุของสนาม: 17,500 ความจุของสนาม: 25,000 ความจุของสนาม: 12,500 ความจุของสนาม: 5,000
Chiangrai Stadium.jpg Chonburi Stadium.jpg ScG Stadium.jpg Korat v Thailand XI.JPG NavyStadium.jpg M power stadium.jpg
บีบีซียู ราชบุรี พัทยา ศรีสะเกษ สุพรรณบุรี สุโขทัย
สนามกีฬาเทศบาลนนทบุรี มิตรผลสเตเดียม สนามกีฬาหนองปรือ สนามศรีนครลำดวน สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี สนามทุ่งทะเลหลวง
ความจุของสนาม: 6,000 ความจุของสนาม: 12,000 ความจุของสนาม: 5,000 ความจุของสนาม: 17,000 ความจุของสนาม: 25,000 ความจุของสนาม: 8,000
NonthaburiYouthCentreStadium.jpg Mitr phol Stadium.jpg Pattaya United Stadium.JPG Siasaket stadium.jpg FC Suphamburi Stadium.jpg Thung Thalay Luang Stadium.jpg

ผู้สนับสนุน[แก้]

ช่วงเวลา ผู้สนับสนุน ชื่อรายการแข่งขัน
2539-2540 จอห์นนีวอล์กเกอร์ จอห์นนีวอล์กเกอร์ไทยแลนด์ซอกเกอร์ลีก
2541–2543 คาลเท็กซ์ คาลเท็กซ์พรีเมียร์ลีก
2544–2546 จีเอสเอ็ม จีเอสเอ็มไทยลีก
2547–2548 ไม่มีผู้สนับสนุน ไทยลีก
2549–2551 ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก
2552 ไทยพรีเมียร์ลีก
2553–2555 สปอนเซอร์ สปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก
2556-2558 โตโยต้า โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก[7]
2559-ปัจจุบัน โตโยต้าไทยลีก

เครือข่ายถ่ายทอดโทรทัศน์[แก้]

ผู้เล่น[แก้]

ผู้ทำประตูสูงสุด[แก้]

ไทยลีก
อันดับ ผู้เล่น ปี ประตู ลงเล่น
1 บราซิล คลีตัน ซิลวา 2010–2014, 2015– 114 179
2 ไทย ศรายุทธ ชัยคำดี 2001–2004, 2007–2012, 2013–2014 101 233
3 ไทย ธีรศิลป์ แดงดา 2009–2014, 2015– 97 214
4 ไทย พิภพ อ่อนโม้ 2006– 88 264
5 โกตดิวัวร์ โคเน โมฮาเหม็ด 2003–2007, 2009, 2010–2014 87 177
6 ไทย อานนท์ สังข์สระน้อย 2006– 79 177
7 มาซิโดเนีย มารีโอ ยูโรฟสกี 2012– 71 148
8 ไทย ธีรเทพ วิโนทัย 2006–2008, 2009–2014, 2016– 65 230
ประเทศติมอร์-เลสเต เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส 2014–2016 65 90
10 ไทย วรวุฒิ ศรีมะฆะ 1996–2004, 2007–2009 59 157

ผู้เล่นที่ยังลงเล่นอยู่ (ตัวหนา)

ผู้ลงเล่นสูงสุด[แก้]

อันดับ ผู้เล่น ตำแหน่ง ลงเล่น ประตู
1 ไทย รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค MF 376 43
2 ไทย สินทวีชัย หทัยรัตนกุล GK 351 1
3 ไทย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน GK 335 0
4 ไทย ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ DF 333 19
5 ไทย พิชิตพงษ์ เฉยฉิว MF 322 62
6 ไทย นริศ ทวีกุล GK 313 1
7 ไทย พิภพ อ่อนโม้ FW 265 88
8 ไทย อภิเชษฐ์ พุฒตาล DF 261 7
9 ไทย กิตติศักดิ์ ระวังป่า GK 254 0
10 ไทย เจษฎา จิตสวัสดิ์ DF 253 4

ผู้เล่นที่ยังเล่นอยู่ (ตัวหนา)


สถิติผู้เล่น[แก้]

รางวัล[แก้]

เงินรางวัล[แก้]

  • ชนะเลิศ: 10,000,000 บาท
  • รองชนะเลิศ: 2,000,000 บาท
  • อันดับสาม: 1,500,000 บาท
  • อันดับสี่: 800,000 บาท

โดยทาง การกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัล สำหรับสโมสรฟุตบอลซึ่งได้คะแนนรวมในอันดับต่างๆ เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล

นอกจากนี้ ยังมีเงินบำรุงสโมสรที่เข้าร่วมแข่งขัน สโมสรละ 1,000,000 บาท โล่พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท สำหรับผู้จัดการทีม/หัวหน้าผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม และผู้ทำประตูสูงสุด, โล่พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท สำหรับสโมสรที่มีมารยาทยอดเยี่ยม, นักฟุตบอลเยาวชนผู้มีผลงานโดดเด่น และผู้เล่นยอดเยี่ยมตำแหน่งต่างๆ คือผู้รักษาประตู, กองหลัง, กองกลาง และกองหน้า[8]

ถ้วยรางวัล[แก้]

ถ้วยพระราชทานประเภท ก. ซึ่งในปัจจุบันได้พระราชทานให้กับแชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก
ถ้วยไทยพรีเมียร์ลีก ใช้นับตั้งแต่ฤดูกาล 2554 ถึง 2558
ถ้วยไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก ใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อฤดูกาล 2553
  • 2554 – 2558 ในปี 2010 ทาง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ได้จัดทำถ้วยไทยพรีเมียร์ลีกขึ้นใหม่ โดยถ้วยนั้นออกแบบโดย กลูครีเอทีฟ จากประเทศอังกฤษ และผลิตที่เมือง เชฟฟีลด์ ตัวถ้วยมีความสูง 75 เซนติเมตร หนักมากกว่า 30 กิโลกรัม
  • 2559 – ปัจจุบัน หลังจากที่ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ชนะการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในเดือน กุมภาพันธ์ 2559 สมาคมฯได้อัญเชิญ ถ้วยพระราชทานประเภท ก เป็นถ้วยรางวัลชนะเลิศสำหรับแชมป์ไทยลีก[9] หลังจากที่ถ้วยนี้ได้ใช้เป็นถ้วยชนะเลิศ ตั้งแต่ปี 2459 ถึง 2538


ผู้ทำประตูสูงสุดของฤดูกาล[แก้]

ปี ผู้เล่น สโมสร ประตู
2558 บราซิล ดิโอโก หลุยส์ ซานโต บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 33
2557 บราซิล เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 26
2556 สเปน คาร์เมโล กอนซาเลซ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 23
2555 ไทย ธีรศิลป์ แดงดา
บราซิล คลีตัน ซิลวา
เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
บีอีซี เทโรศาสน
24
2554 แคเมอรูน แฟรงค์ โอฮานด์ซา บุรีรัมย์ พีอีเอ 19
2553 แคเมอรูน ลูโดวิด ทาคาม พัทยา ยูไนเต็ด 17
2552 ไทย อานนท์ สังข์สระน้อย บีอีซี เทโรศาสน 18
2551 ไทย อานนท์ สังข์สระน้อย บีอีซี เทโรศาสน 20
2550 บราซิล เนย์ ฟาเบียโน พนักงานยาสูบ 18
2549 ไทย พิพัฒน์ ต้นกันยา บีอีซี เทโรศาสน 12
2547/48 ไทย ศุภกิจ จินะใจ
ไทย ศรายุทธ ชัยคำดี
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
การท่าเรือฯ
10
2546/47 ไทย วิมล จันทร์คำ โอสถสภา 14
2545/46 ไทย ศรายุทธ ชัยคำดี การท่าเรือฯ 12
2544/45 ไทย วรวุฒิ ศรีมะฆะ
ไทย ปิติพงษ์ กุลดิลก
บีอีซี เทโรศาสน
การท่าเรือฯ
12
2543 ไทย สุธี สุขสมกิจ ธ.กสิกรไทย 16
2542 ไทย สุธี สุขสมกิจ ธ.กสิกรไทย 13
2541 ไทย รณชัย สยมชัย การท่าเรือฯ 23
2540 ไทย วรวุฒิ ศรีมะฆะ บีอีซี เทโรศาสน 17
2539 ไทย อัมพร อำพันสุวรรณ องค์การโทรศัพท์ 21

ผู้จัดการทีม/หัวหน้าผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม[แก้]

ปี รายชื่อผู้ฝึกสอน สโมสร
2558 บราซิล อเล็กซานเดอร์ กามา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
2557 ญี่ปุ่น มะซะฮิโระ วะดะ ชลบุรี เอฟซี
2556 ไทย อรรถพล บุษปาคม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด,

บางกอกกล๊าส

2555 เซอร์เบีย สลาวีชา วอคานอวิช เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
2554 ไทย อรรถพล บุษปาคม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
2553 เบลเยียม เรอเน เดอซาแยร์ เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด
2552 ไทย อรรถพล บุษปาคม เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด
2551 ไทย ประพล พงษ์พานิช การไฟฟ้าฯ
2550 ไทย จเด็จ มีลาภ ชลบุรี เอฟซี
2549 ไทย สมชาย ทรัพย์เพิ่ม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
2547/48 บราซิล โชเซ่ อัลเวส เบอร์วิส พนักงานยาสูบ
2546/47 ไทย วรวุฒิ แดงเสมอ ธ.กรุงไทย
2545/46 ไทย ณรงค์ สุวรรณโชติ ธ.กรุงไทย
2544/45 ไทย อรรถพล บุษปาคม บีอีซี เทโรศาสน
2543 ไทย พิชัย ปิตุวงษ์ บีอีซี เทโรศาสน
2542 ไทย ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ทหารอากาศ
2541 ไทย การุณ นาคสวัสดิ์ สินธนา
2540 ไทย ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ทหารอากาศ
2539 ไทย วิทยา เลาหกุล ธ.กรุงเทพ

ผู้เล่นยอดเยี่ยม[แก้]

ปี ผู้เล่น สโมสร
2558 บราซิล ดิโอโก หลุยส์ ซานโต บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
2557 ไทย สุเชาว์ นุชนุ่ม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
2556 ไทย ธีราทร บุญมาทัน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
2555 ไทย ธีรศิลป์ แดงดา เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
2554 ไทย สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ชลบุรี เอฟซี
2553 ไทย ดัสกร ทองเหลา เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด
2552 ไทย เจษฎา จิตสวัสดิ์ (กองหลัง)
ไทย กิตติพล ปาภูงา (กองกลาง)
ไทย พิพัฒน์ ต้นกันยา (กองหน้า)
เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด
บีอีซี เทโรศาสน
การท่าเรือไทย
2551 ไทย ณรงค์ชัย วชิรบาล การไฟฟ้าฯ
2550 ไทย พิภพ อ่อนโม้ ชลบุรี เอฟซี
2549 ไทย ปุณณรัตน์ กลิ่นสุคนธ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
2547/48 บราซิล Jose Carlos Da Silva พนักงานยาสูบ
2546/47 ไทย พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ธ.กรุงไทย
2545/46 ไทย คัมภีร์ ปิ่นฑะกุล ธ.กรุงเทพ
2544/45 ไทย อภิชาติ ทวีเฉลิมดิษฐ์ ธ.กรุงเทพ
2543 ไทย อนุรักษ์ ศรีเกิด บีอีซี เทโรศาสน
2541 ไทย นิเวส ศิริวงศ์ สินธนา
2540 ไทย เศกสรรค์ ปิตุรัตน์ สินธนา
2539 ไทย อัมพร อำพันสุวรรณ องค์การโทรศัพท์ฯ

ความร่วมมือ[แก้]

สโมสรไทยจับมือเป็นพันธมิตรกับสโมสรญี่ปุ่น[แก้]

เมื่อปี พ.ศ. 2555 บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก ลงนามข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับเจลีกของญี่ปุ่น โดยมีเนื้อหาครอบคลุมดังต่อไปนี้

  1. มีการแลกเปลียนข้อมูลที่จะนำไปพัฒนาการจัดการแข่งขันฟุตบอลในลีกของตัวเอง
  2. มีการแลกเปลียนองค์ความรู้ เป็นเจ้าภาพในการจัดฟุตบอลคลินิก ตลอดจนการอบรมสัมมนาให้ความรู้ เกี่ยวกับการบริหารจัดการของสโมสรในประเทศ
  3. มีการแลกเปลี่ยนการฝึกอบรมผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน นักกีฬา และบุคลากรทางการแพทย์ รวมไปถึงการจัดแข่งขันและสถาบันฝึกอบรม (Academy)
  4. มีการจัดแมตช์กระชับมิตรระหว่างสโมสรไทยและญี่ปุ่น
  5. เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน แมตช์อุ่นเครื่องกระชับมิตร และการเข้าแคมป์เพื่อฝึกซ้อมของนักกีฬาในแต่ละระดับชั้น
  6. ส่งเสริมให้นักกีฬาไทยมีโอกาสเข้าร่วมสโมสรในเจลีก
  7. ให้การสนับสนุนในด้านการตลาด
  8. ให้การสนับสนุนในการถ่ายทอดแมตช์การแข่งขันของแต่ละประเทศ
  9. ส่งเสริมความร่วมมือกับสโมสรในลีกอื่นๆ
  10. ร่วมกันจัดกิจกรรมช่วยเหลือสังคมภายในประเทศ

และส่งผลให้สโมสรไทยลีกและสโมสรเจลีก เริ่มจับมือเป็นพันธมิตรกัน ดังนี้

  • ชัยนาท ฮอร์นบิล กับ คาชิวา เรย์โซล
  • เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ จูบิโล่ อิวาตะ
  • บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ เซเรโซ่ โอซาก้า
  • ชลบุรี เอฟซี กับ วิสเซิ่ล โกเบ
  • บีอีซี เทโรศาสน กับ ชิมิสุ เอสพัลส์
  • ขอนแก่น เอฟซี กับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร
  • สุพรรณบุรี เอฟซี กับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส
  • เชียงรายยูไนเต็ด กับ กัมบะโอซาก้า

สถิติ 5 อันดับเกมฟุตบอลไทยลีกที่มีจำนวนผู้ชมมากที่สุด[แก้]

  1. นครราชสีมา มาสด้า พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (11 กรกฎาคม 2558) จำนวนผู้ชม 34,689 คน [10]
  2. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (11 พฤษภาคม 2557) จำนวนผู้ชม 33,325 คน
  3. นครราชสีมา มาสด้า พบกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (5 มีนาคม 2559) จำนวนผู้ชม 32,159 คน [11]
  4. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบกับ สิงห์ท่าเรือ (10 สิงหาคม 2557) จำนวนผู้ชม 31,189 คน
  5. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบกับ เพื่อนตำรวจ (2 พฤศจิกายน 2557) จำนวนผู้ชม 30,873 คน

ลีกเยาวชน[แก้]

ดูบทความหลักที่: ฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "ไทยลีกเพิ่ม 20 ทีมถาวร “กูปรี” รอด! ร่วงทีมเดียว". ผู้จัดการออนไลน์. 30 August 2016. สืบค้นเมื่อ 10 September 2016. 
  2. "ทีพีแอลได้ข้อสรุปไทยลีกตกชั้น5ทีม". สยามกีฬารายวัน. 31 January 2014. สืบค้นเมื่อ 10 September 2014. 
  3. ช้าหมด!ไอโมบายดึงบิ๊กทรีไทยลีกลงมือถือลิมิเต็ด1,000เครื่อง
  4. คลุกวงในบอลไทย โดย..ปูเป้ : ท็อปโฟร์ไทยลีก
  5. บิ๊กโฟร์ ไทยพรีเมียร์ลีก ..คำยกย่องจากTruevision..เพิ่งนึกได้..ขำเล็กๆ
  6. 'บิ๊กโฟร์ไทยลีก' พร้อมลดโควตาแข้งนอก แนะสมาคมฯแจ้งล่วงหน้า
  7. สปอนเซอร์เลิกหนุนไทยลีกโตโยต้าโดดเสียบแทน - สยามสปอร์ต
  8. ประกาศรางวัล และโล่ห์เกีรยติยศ ฟุตบอลสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก และลีกดิวิชั่น 1
  9. https://sports.kachon.com/18954 อัญเชิญถ้วย ก มอบแชมป์ไทยลีก
  10. สนามแตก! โคราช เจ๊า บุรีรัมย์ 1-1 จารึกประวัติศาสตร์ ยอดคนดูลีกสูงสุดเมืองไทย - สนุกดอตคอม
  11. สนามแตก!แฟนแห่ชมเกมโคราชฟัดกิเลนครองที่3ไทยลีก - สยามสปอร์ต

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]