สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โปลิศ เทโร
ไฟล์:Police tero football club logo, 3 Feb 2017.jpg
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลโปลิศ เทโร
Police Tero Football Club
ฉายา มังกรไฟ
Fire Dragons
ก่อตั้ง พ.ศ. 2535
สนาม สนามบุณยะจินดา
เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
(ความจุ:3,500 ที่นั่ง)
ประธาน พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา
ไบรอัน แอล. มาคาร์
ผู้จัดการทีม ธัญญะ วงศ์นาค
ผู้ฝึกสอน อุทัย บุญเหมาะ
ลีก ไทยลีก
2559 ไทยลีก, อันดับที่ 9
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่ 3
{{#2560| [[2560|Current season]]}}

สโมสรฟุตบอลโปลิศ เทโร เป็นสโมสร ฟุตบอล ใน ประเทศไทย โดยปัจจุบันลงทำการแข่งขันอยู่ใน ไทยลีก

ประวัติสโมสร[แก้]

สโมสรบีอีซี เทโรศาสนเริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2535 โดย นายวรวีร์ มะกูดี ในชื่อ โรงเรียนศาสนวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียน ในเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร และได้เริ่มเข้าแข่งขันใน ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ง ทำผลงานได้ดี จนเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นใน ถ้วย ก

ต่อมา ไทยลีก ได้มีการเปิดตัวขึ้น ทางสโมสรก็ได้รับเงินสนับสนุนจาก บริษัท บุญรอด บริวเวอรี จำกัด ผู้ผลิตเบียร์สิงห์ และ บริษัท เทโร เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (บจก.เทโร) จึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น สิงห์-เทโรศาสน ในช่วงปี พ.ศ. 2538

ในปี พ.ศ. 2539 สโมสรได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นใน ไทยลีก ฤดูกาล 2539-2540 ซึ่งจบแค่อันดับที่ 12 ของลีก ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อกิจการของ บจก.เทโร และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท บีอีซี เทโร เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) จึงเปลี่ยนชื่อสโมสรใหม่อีกครั้งเป็น บีอีซี เทโรศาสน โดยสโมสรสามารถจบอันดับที่ 5 ของลีกแล้วยังได้สิทธิซึ่งเป็นตัวแทนจากประเทศไทยไปเล่น เอเอฟซีแชมเปียนส์คัพ และนักเตะของสโมสรอย่าง วรวุฒิ ศรีมะฆะ ยังเป็นดาวซัลโวของลีกอีกด้วยการยิงไป 17 ประตู

หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2541 และ พ.ศ. 2542 จบอันดับที่ 3 ของลีกทั้งสองปีและผลงานใน ไทยเอฟเอคัพ ก็ไปถึงแค่รอบแปดทีมสุดท้ายและทำผลงานในระดับทวีปเอเชียได้ไม่สมบูรณ์เท่าไรโดยนัดแรกเอาชนะ ทรีสตาร์คลับ ของเนปาลไป 6-1 แต่นัดที่สองแพ้ให้กับ ต้าเลียน วันด้า ไป 3-1 จึงต้องตกรอบ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 สโมสรสร้างเกียรติประวัติที่สูงสุดได้สำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก ได้เป็นสมัยแรกของสโมสร และนักเตะของสโมสรอย่าง อนุรักษ์ ศรีเกิด ก็ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของไทยพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

พ.ศ. 2544 สโมสรสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก 2544/2545 ทำให้เป็นแชมป์ 2 สมัยซ้อนของสโมสร

ในปี พ.ศ. 2546 สโมสรสามารถสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยในการแข่งขันฟุตบอลสโมสรเอเชียหรือเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก หลังจากการเปลี่ยนคุณสมบัติของรายการด้วยการเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศกับสโมสร อัล ไอน์ ตัวแทนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งแข่งแบบเหย้า-เยือน โดยนัดแรกสโมสรบุกไปเหยือนแล้วแพ้ไป 2-0 แต่นัดสองได้เล่นเป็นทีมเหย้าโดยแข่งที่ ราชมังคลากีฬาสถาน สโมสรเอาชนะไปได้ 1-0 จากการยิงลูกโทษของ เทิดศักดิ์ ใจมั่น แต่ก็แพ้ไปด้วยสกอร์รวม 2-1 ทำให้ได้แค่รองแชมป์แต่ก็เป็นประวัติศาสตร์ครั้งที่ใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลไทยในการไปแข่งขันในฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย ซึ่งในขณะนั้นมีนักเตะที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศมากมายเช่น วรวุฒิ ศรีมะฆะ, ดุสิต เฉลิมแสน, ขวัญชัย เฟื่องประกอบ, เทิดศักดิ์ ใจมั่น, ปณัย คงประพันธ์, จตุพงษ์ ทองสุข, ดัสกร ทองเหลา ซึ่งมีผู้ฝึกสอนชาวไทยที่มีชื่อเสียงอย่าง อรรถพล บุษปาคม เป็นผู้ฝึกสอนอยู่ขณะนั้น

ในปี พ.ศ. 2553 บีอีซี เทโรศาสน ย้ายสนามเหย้าแข่งขันจากสนามหนองจอก มาปักหลักที่สนามเทพหัสดิน เนื่องจากสนามหนองจอกนั่นไม่ได้มาตรฐานจากไทยพรีเมียร์ลีก และเดินทางยากลำบาก สนามเทพหัสดินนั่นถึงได้ว่าเป็นสนามที่เดินทางสะดวกสบาย สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติได้

ในปี พ.ศ. 2554 บีอีซี เทโรศาสน ได้ลงนามในสัญญา ร่วมกับ สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล ใน พรีเมียร์ลีก ก่อตั้งบริษัทที่ทำธุรกิจด้านฟุตบอลโดยเฉพาะขึ้นมา ซึ่งมี ร้านขายของที่ระลึก ที่ เซ็นทรัลเวิลด์

วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555 บีอีซี เทโรศาสน เปิดตัว สเวน โกรัน อีริคส์สัน ชาวสวีดิช อดีตกุนซือทีมสิงโตคำราม ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งตกลงเข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค (Technical Director) ของทีม มังกรไฟ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความพยายามของสโมสรที่จะทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่สโมสรให้ได้อีกครั้ง โดยกุญซือชาวสวีดิช พาทีมมังกรไฟจบอันดับ 3 ของไทยพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้น สเวนคุมทีมทั้งสิ้นจำนวน 12 นัด

ในปี พ.ศ. 2556 บีอีซี เทโรศาสน ย้ายสนามเหย้าแข่งขันจากสนามเทพหัสดิน โยกไปปักหลักย่านเดิมแถวชานเมืองกรุงเทพตะวันออก ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตมีนบุรี เนื่องจากสนามเทพหัสดินที่ใช้ในฤดูกาลที่ผ่านมาไม่พร้อมที่จะใช้งาน มีหลายเกมที่บีอีซี เทโรศาสนเป็นเจ้าบ้านแต่สนามใช้การไม่ได้เพราะกรมพลศึกษาเป็นเจ้าของสนามที่แท้จริงจึงต้องย้ายไปใช้สนามอื่นแทน ทำให้เป็นจุดเสียเปรียบ และตั้งใจที่จะมาตั้งถิ่นฐานและสร้างฐานแฟนบอลในย่านมีนบุรี หนองจอก ให้มาเป็นแฟนคลับของบีอีซี เทโรศาสนเหมือนเดิม

ในปี พ.ศ. 2557 บีอีซี เทโรศาสน ได้สร้างประวัติศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ถ้วยแรกในรอบ 12 ปี ในรายการ โตโยต้าลีกคัพ 2014 ภายใต้การคุมทีมของ โจเซ่ อัลเวส บอจีส กุนซือชาวบราซิลเลี่ยน โดยรอบ 64 ทีมเอาชนะสโมสรเพชรบุรี 2-0 รอบ 32 ทีมเอาชนะสโมสรอุบล ยูเอ็มที 4-1 รอบ 16 ทีมเอาชนะสโมสรพัทยา ยูไนเต็ด 2-0 รอบ 8 ทีมเอาชนะสโมสรบางกอกกล๊าส ผลรวม 2 นัดไปได้ 1-0 รอบรองชนะเลิศเอาชนะสโมสรนครราชสีมา มาสด้า ผลรวม 2 นัด 5-1 นัดชิงชนะเลิศสโมสรบีอีซี เทโรศาสนสามารถเอาชนะสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าไปได้ 2-0 จากการทำประตูจาก ไดกิ อิวามาสะ และจอร์จี้ เวลคัม โดย ชนาธิป สรงกระสินธ์ คว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าอีกด้วย[1]

ในปี พ.ศ. 2558 บีอีซี เทโรศาสน ได้สร้างประวัติศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ถ้วยอีกหนึ่งรายการคือ โตโยต้า พรีเมียร์คัพ 2014 โดยสโมสรบีอีซี เทโรศาสน เอาชนะจุดโทษ สโมสรฟุตบอลซากัน โทสุ ตัวเทนจากเจลีก ประเทศญี่ปุ่นไปได้ 4-3 หลังจบการแข่งขันเสมอกันด้วยสกอร์ 0-0[2] แต่ในไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลในปลายปีเดียวกัน กลับปรากฏว่า บีอีซี เทโรศาสน ต้องตกชั้นลงไปเล่นในไทยลีกดิวิชัน 1 เนื่องจากเมื่อจบฤดูกาลมีคะแนนเพียง 35 คะแนนเท่านั้น แม้นัดสุดท้ายจะเป็นฝ่ายบุกไปเอาชนะ สโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ยูไนเต็ดสเตเดียม ไปได้ถึง 0-5 ก็ตาม [3] จากนั้นก็ปรากฏข่าวว่าอาจจะไม่ต้องตกชั้น เนื่องจากในไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าจะมีการปรับสโมสรที่ลงแข่งขันให้เป็น 20 ทีม

ต่อมาในวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559 นายไบรอัน แอล มาคาร์ ประธานสโมสรได้ให้สัมภาษณ์ว่าได้ขายสโมสรให้กับกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่งซึ่งคาดกันว่าน่าจะเป็นกลุ่ม สยามกีฬา ซึ่งเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปด้วยราคา 300 ล้านบาท จากราคาที่เคยตั้งไว้ 500 ล้านบาท พร้อมกันนั้นทางสโมสรยังได้ปล่อยให้นักเตะแกนหลักของทีม 3 คนคือ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ไปเล่นกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวเป็นเวลา 1 ปี

และในที่สุดในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน มีความชัดเจนว่า บีอีซี เทโรศาสน ต้องตกชั้นไปเล่นในไทยลีกดิวิชั่น 1 อย่างแน่นอน เมื่อบริษัท ไทย พรีเมียร์ ลีก จำกัด ได้ประชุมและมีมติให้ไทยพรีเมียร์ลีก 2559 ยังคงมี 18 ทีมเหมือนเดิม[4]

แต่ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 การเจรจาระหว่าง วีระพล อดิเรกสาร ประธานสโมสรสระบุรี เอฟซี กับ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักประสบความล้มเหลวทำให้วีระพลประกาศถอนทีมออกจาก ไทยพรีเมียร์ลีก ทำให้บอร์ดบริหารบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก มีมติให้ บีอีซี เทโรศาสน ได้ลงเล่นในศึกไทยพรีเมียร์ลีก 2559 แทนที่ สระบุรี เอฟซี[5]

ในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2559 ทางกลุ่มนายทุนจากจังหวัดอุดรธานีซึ่งเคยมีข่าวจะเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรพัทยายูไนเต็ดได้พยายามเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรด้วยงบประมาณ 60 ล้านบาทโดยจะย้ายไปเล่นที่จังหวัดขอนแก่นก่อนเนื่องจากสนามใหม่ที่กำลังก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จแต่คาดว่าจะแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2561 สุดท้ายการเจรจาไม่ลงตัวทำให้ดีลนี้ต้องล่มไป

แต่จากนั้นไม่นานได้มีกระแสข่าวออกมาว่ามีกลุ่มทุนอีกกลุ่มที่นำโดยบิ๊กตำรวจอักษรย่อ ป. ติดต่อเข้ามายังสโมสรเพื่อขอเทคโอเวอร์เป็นผลสำเร็จซึ่งบิ๊ก ป. ที่ว่าก็คือ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา หรือ บิ๊กแป๊ะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยบิ๊กแป๊ะจะนั่งแท่นเป็นประธานสโมสรเองและมีพี่น้องในวงการตำรวจเข้ามาช่วยบริหารพร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น สโมสรฟุตบอลโปลิศเทโร (Police Tero Football Club) และได้ย้ายสนามไปอยู่ที่ สนามบุณยะจินดา โดยได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวสโมสรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 [6] ทางด้านนายไบรอันได้เป็นประธานสโมสรร่วมกับพลตำรวจเอกจักรทิพย์

ตราสโมสร[แก้]

ผู้เล่น[แก้]

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560[7]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ไทย GK วิษณุศักดิ์ แก้วเรือง
2 ไทย DF ธฤติ โนนศรีชัย
3 ไทย DF สุพร ปีนะกาตาโพธิ์
4 ไทย MF วิชาญ นันทะศรี
5 ไทย DF ธนะศักดิ์ ศรีใส
6 สเปน DF มารีโอ อาบรันเต
7 ไทย MF ดัสกร ทองเหลา (กัปตันทีม)
8 ไทย DF อาทิตย์ ดาวสว่าง
9 ฝรั่งเศส FW มีชาเอล เอ็นดรี (ยืมตัวจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
10 เกาหลีใต้ FW คิม ดง-ชัน
13 ไทย GK อิทธิกร การสร้าง
14 ไทย MF จาตุรงณ์ พิมพ์คูณ
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
17 ไทย MF เสกสิทธิ์ ศรีใส
19 ไทย MF พิชิตพงษ์ เฉยฉิว
23 บราซิล MF ตาร์ตา
24 ไทย MF กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์
26 ไทย MF สิทธิโชค ทัศนัย
28 ไทย GK กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล
29 ไทย FW เจนรบ สำเภาดี
35 ไทย FW รณชัย พงพุทธา
ไทย GK ธีธัช อยู่เย็น
ญี่ปุ่น MF โชะ ชิโมะจิ

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว[แก้]

ทีมงานผู้ฝึกสอน[แก้]

Name Nat Role
ผู้อำนวยการสโมสร
ธัญญะ วงศ์นาค ไทย ไทย ผู้จัดการทีม
อุทัย บุญเหมาะ ไทย ไทย หัวหน้าโค้ช
ผู้ช่วยโค้ช
บุญคง อรรคบุตร  Thailand โค้ชผู้รักษาประตู
อานนท์ จันทา ไทย โค้ชฟิตเนส
ณัฐกรณ์ ทรงพรวาณิชย์ ไทย นักกายภาพบำบัด

อดีตผู้เล่นคนสำคัญ[แก้]

สปอนเซอร์และผู้ผลิตชุด[แก้]

1996—

# ปี เสื้อของ สปอนเซอร์
1 1996–97 - Singha
2 1997 แกรนด์สปอร์ตกรุ๊ป -
3 1998 Adidas Caltex
4 1999 Adidas Caltex
5 2000 Adidas Caltex
6 2001–02 Adidas Singha
7 2002–03 Adidas -
8 2003–04 Adidas -
9 2004–05 Adidas -
10 2006 Nike Fly Emirates
11 2007 Nike Fly Emirates
12 2008 Nike Fly Emirates
13 2009 Nike Fly Emirates
14 2010 Nike 3เคแบตเตอรี่
15 2011 FBT 3เคแบตเตอรี่
16 2012 FBT สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
17 2013 FBT เอฟบีแบตเตอรี่
18 2014 FBT เอฟบีแบตเตอรี่
19 2015 FBT เอฟบีแบตเตอรี่
20 2016 FBT เอฟบีแบตเตอรี่
21 2560 เอฟบีที ช้าง

ผลงาน[แก้]

ผลงานในไทยลีก[แก้]

  • 2539 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 12 (สิงห์เทโรศาสน)
  • 2540 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 5 (บีอีซี เทโรศาสน)
  • 2541 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2542 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2543 - THAILAND PREMIER LEAGUE - ชนะเลิศ
  • 2544/45 - THAILAND PREMIER LEAGUE - ชนะเลิศ
  • 2545/46 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 2
  • 2546/47 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 2
  • 2547/48 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 6
  • 2549 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2550 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2551 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2552 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 4
  • 2553 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 9
  • 2554 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 7
  • 2555 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2556 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 6
  • 2557 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2558 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 16(เป็นอันดับตกชั้นแต่ไม่ตกชั้นเนื่องจากทีมสระบุรีเอฟซีได้ถอนทีมออกจากไทยพรีเมียร์ลีกทำให้สโมสรได้อยู่ในไทยพรีเมียร์ลีกต่อไป)
  • 2559 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 9 (เป็นอันดับหลังสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศยุติการแข่งขันในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอลุยเดช)

ผลงานดีที่สุดในไทยเอฟเอคัพ[แก้]

  • 2552 - รองชนะเลิศ

ผลงานดีที่สุดในโตโยต้า ลีกคัพ[แก้]

  • 2557 - แชมป์

ผลงานที่ดีสุดในระดับเอเชีย[แก้]

สโมสรพันธมิตร[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. มังกรไฟคืนบัลลังก์!ทุบเซาะกราว2-0ซิวแชมป์ลีกคัพ จาก สยามกีฬารายวัน
  2. "มังกรไฟ" ดับโทษ "ซางัน" 4-3 คว้าแชมป์โตโยต้า พรีเมียร์คัพ จาก ไทยรัฐ
  3. หน้า 17 ต่อ 19 กีฬา, บีอีซีเก่งเมื่อสาย แม้ถล่มกว่างโซ้ง. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,168: วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 1 ปีมะแม
  4. ด่วน!! "ทีพีแอล" ปรับ "เทโร" ตกชั้น คง 18 ทีมตามเดิม จากผู้จัดการออนไลน์
  5. ด่วน!! “เทโร” ได้เล่นไทยลีกต่อแทนสิทธิ์ “สระบุรี” จากผู้จัดการออนไลน์
  6. ไบรอันยันเองจักรทิพย์ประธานใหม่เทโร สยามกีฬา 1 กุมภาพันธ์ 2560
  7. "PLAYER LIST". สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2560. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]