สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บีอีซี เทโรศาสน
180px-BEC-Tero Sasana svg.png
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน
BEC Tero Sanana Football Club
ฉายา มังกรไฟ
Fire Dragons
ก่อตั้ง พ.ศ. 2535
Stadium สนามบุณยะจินดา
เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
Stadium
capacity
3,500 ที่นั่ง
ประธาน พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา
ไบรอัน แอล. มาคาร์
ลีก ไทยลีก
2559 ไทยลีก, อันดับที่ 9
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม
ฤดูกาลปัจจุบัน

สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน เป็นสโมสร ฟุตบอล ใน ประเทศไทย โดยปัจจุบันลงทำการแข่งขันอยู่ใน ไทยลีก

ประวัติสโมสร[แก้]

เริ่มตัน[แก้]

สโมสร โรงเรียนศาสนวิทยา ถ้วยพระราชทาน ก ปี พ.ศ. 2538

สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสนเริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2535 โดย นายวรวีร์ มะกูดี ในชื่อ โรงเรียนศาสนวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียน ในเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร และได้ส่งเข้าแข่งขัน ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ง ซึ่งสโมสรทำผลงานได้ดี จนเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นใน ถ้วยพระราชทาน ค ในปี พ.ศ. 2536 และ ถ้วยพระราชทาน ข ในปี พ.ศ. 2537 ในปี พ.ศ. 2538 สโมสรฯ สร้างสีสรรในฟุตบอลไทย โดยหลังจากที่ได้เลื่อนชั้นมาเล่นใน ถ้วยพระราชทาน ก สโมสรฯ ได้ย้ายที่ตั้งสโมสรมาที่ จังหวัดสุราษฏร์ธานี[1] และ เริ่มมีนักฟุตบอลต่างประเทศมาเล่นในไทย เช่น อุสมัน ไนยี, จอร์จี้ คริสเตียน, และ ลอเรนโซ่ ยูจิน ลอเรนท์ โดยมีนักฟุตบอลชาวไทยที่เป็นตัวหลักในขณะนั้นอย่าง ดุสิต เฉลิมแสน, รุ่งเพชร เจริญวงศ์, ณรงค์ พรไพบูลย์ เป็นต้น

สโมสร สิงห์ เทโรศาสน ไทยลีก 2539/40
2539-40: ชุดแข่งในยุคแรกของสโมสรฯ ในระบบฟุตบอลลีก

ต่อมา ในปี พ.ศ. 2539 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้จัดลีกฟุตบอลอาชีพขึ้นในนาม ไทยลีก ทางสโมสรฯ ได้รับเงินสนับสนุนจาก บริษัท บุญรอด บริวเวอรี จำกัด และ บริษัท เทโร เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด จึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น สิงห์-เทโรศาสน และได้มีการเปลื่ยนสีเสื้อมาเป็นสีเหลือง รวมไปถึงมีการจ้างผู้ฝึกสอนเป็นชาวต่างชาติ และใช้สนามเหย้าคือ สนามกีฬาสิรินธร ใน โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา และเริ่มเสริมทีมด้วยนักฟุตบอลไทยที่มีชื่อเสียงเช่น วัชรพงษ์ สมจิตร และ ยังได้ วรวุฒิ ศรีมะฆะ, สะสม พบประเสริฐ และ สิงห์ โตทวี ของธนาคารกสิกรไทย ในเลกที่สองฤดูกาลนั้น [1] ซึ่งทำให้สโมสรฯ ได้รับสมญานามว่า ทีมเจ้าบุญทุ่มเมืองไทย แต่อย่างไรก็ดี สโมสรฯกลับทำผลงาน ต่ำกว่าเป้าหมาย โดยจบฤดูกาล 2539-2540 ด้วยอันดับที่ 12 ของลีก

สโมสร เทโรศาสน ไทยลีก 2540

ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 ทาง เบียร์สิงห์ ยกเลิกการสนับสนุนทีม ทำให้สโมสรเปลื่ยนชื่อมาเป็น เทโรศาสน และได้เปลื่ยนแปลงผู้ฝึกสอน มาเป็น พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ และได้นักฟุตบอลจาก องค์การโทรศัพท์ฯ อย่าง อนุรักษ์ ศรีเกิด, จตุพงษ์ ทองสุข, ทิวากร สุขสด เป็นต้น[1] ซึ่งสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 แต่ว่าได้สิทธิเป็นตัวแทนประเทศไทย ลงแข่งขันใน เอเชียนคลับแชมเปียนชิพ และนักเตะของสโมสรอย่าง วรวุฒิ ศรีมะฆะ ยังเป็นดาวซัลโวของลีกอีกด้วยการยิงไป 17 ประตู

บีอีซี เทโรศาสน[แก้]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 กลุ่มบีอีซี เวิลด์ ได้เข้าซื้อกิจการของ บจก.เทโร และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท บีอีซี เทโร เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) จึงเปลี่ยนชื่อสโมสรใหม่อีกครั้งเป็น บีอีซี เทโรศาสน โดยสโมสรฯสามารถจบอันดับที่ 3 ใน ฤดูกาล 2541 แล้วยังได้สิทธิซึ่งเป็นตัวแทนจากประเทศไทยไปเล่น เอเอฟซีแชมเปียนส์คัพ ในฐานะสโมสรชนะเลิศ สิงห์ เอฟเอคัพ

หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2542 สโมสรฯ ได้ เจสัน วิธ ลูกชายของ ปีเตอร์ วิธ ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ในขณะนั้นมาร่วมทีม และได้ อเดบาโย่ กาเดโบ้ กองหลังชาวไนจีเรีย ที่มีดีกรีระดับทีมชาติไนจีเรีย ระดับเยาวชน รุ่นเดียวกับ เอ็นวานโก้ คานู, เจย์ เจย์ โอโคชา มาร่วมทีม ซึ่งสโมสรจบฤดูกาลที่อันดับที่ 3 ของลีก แต่ผลงานในบอลถ้วย กลับไม่ดีนัก โดยในการแข่งขัน สิงห์ เอฟเอคัพ ก็ตกรอบแปดทีมสุดท้าย ส่วนผลงานในฟุตบอลเอเซีย อย่าง เอเอฟซีแชมเปียนส์คัพ ก็ทำผลงานได้ไม่สมบูรณ์เท่าไรโดยนัดแรกเอาชนะ ทรีสตาร์คลับ ของเนปาลไป 6-1 แต่นัดที่สองแพ้ให้กับ ต้าเลียน วันด้า ไป 3-1 จึงต้องตกรอบ

สู่จุดสูงสุด[แก้]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 สโมสรฯสร้างเกียรติประวัติที่สูงสุดได้สำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ ไทยลีก ได้เป็นสมัยแรกของสโมสร และนักเตะของสโมสรอย่าง อนุรักษ์ ศรีเกิด ก็ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วย จากนั้น ในปี พ.ศ. 2544 สโมสรฯ เปลื่ยนแปลงผู้ฝึกสอนโดยมาเป็นคนไทย อย่าง พิชัย ปิตุวงศ์ ซึ่งในฤดูกาลนั้น ได้ตัว เทิดศักดิ์ ใจมั่น จาก กรุงเทพมหานคร และ แจ้งเกิดนักเตะดาวรุ่งในยุคนั้นอย่าง ดัสกร ทองเหลา ที่ ณ ขณะนั้นมีอายุเพียง 16 ปี เล่นในทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก[1] และสามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์ ไทยลีก 2544/2545 ได้สำเร็จ และทำให้เป็นแชมป์ไทยลีก 2 สมัยซ้อนเป็นครั้งแรก

สโมสรบีอีซี เทโรศาสน ไทยลีก 2544/45

ในปี พ.ศ. 2545 สโมสรฯ เปลื่ยนแปลงผู้ฝึกสอนจาก พิชัย ปิตุวงศ์ เป็น อรรถพล บุษปาคม ซึ่งสโมสรฯ สามารถสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยในการแข่งขัน เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก โดยเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศกับสโมสร อัล ไอน์ ตัวแทนจาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งแข่งแบบเหย้า-เยือน โดยนัดแรกสโมสรฯบุกไปเยือนแล้วแพ้ไป 2-0 แต่นัดสองได้เล่นเป็นทีมเหย้าโดยแข่งที่ ราชมังคลากีฬาสถาน สโมสรเอาชนะไปได้ 1-0 จากการยิงลูกโทษของ เทิดศักดิ์ ใจมั่น แต่ก็แพ้ไปด้วยสกอร์รวม 2-1 ได้แค่รองชนะเลิศ ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของสโมสรฟุตบอลที่มาจากประเทศไทยที่ทำได้ ใการแข่งขัน นับตั้งแต่การเปลี่ยนคุณสมบัติของรายการ ๘ณะเดียวกัน สโมสรฯก็ยังได้รองชนะเลิศการแข่งขัน อาเซียนคลับแชมเปียนชิพ โดยแพ้ให้กับ อิสต์ เบงกอล ชอง อินเดีย 3-1 ซึ่งในทีมชุดนั้นมีนักเตะที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศมากมายเช่น วรวุฒิ ศรีมะฆะ, ดุสิต เฉลิมแสน, ขวัญชัย เฟื่องประกอบ, เทิดศักดิ์ ใจมั่น, ปณัย คงประพันธ์, จตุพงษ์ ทองสุข, ดัสกร ทองเหลา รวมไปถึง นักฟุตบอลต่างชาติอย่าง อาดู ซันเดย์ กองกลางขาว ไนจีเรีย

ในช่วงหลังจากได้รองชนะเลิศ เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก มารตฐานของสโมสรฯ เริ่มตกลง แต่ยังถือว่าเป็นสโมสรที่มีลุ้นแชมป์ได้ในหลายฤดูกาล โดยใน ไทยลีก 2547/48 สโมสรได้แต่งตั้ง สะสม พบประเสริฐ ขึ้นมาคุมทีม แต่ผลงานของทีมกลับต้องมาหนีตกชั้น แต่ก็ยังสามารถจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 6 ได้ และในปีนั้นเอง สโมสรฯได้ดันนักฟุตบอลอย่าง ชาคริต บัวทอง และ ธีรเทพ วิโนทัย ขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลไทยได้สำเร็จ[1]

ร่วมมือกับอาร์เซน่อล[แก้]

ในปี พ.ศ. 2548 ทางสโมสรฯ ได้ลงนามในสัญญา ร่วมกับ สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล ใน พรีเมียร์ลีก ก่อตั้งบริษัทที่ทำธุรกิจด้านฟุตบอลโดยเฉพาะขึ้นมา ซึ่งมี ร้านขายของที่ระลึก ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ และได้มีการเปลื่ยนแปลงอัตลักษณ์ของสโมสรฯ ใหม่ทั้งหมด โดยโลโก้ของสโมสรนั้น ทางสโมสรอาเซน่อล เป็นผู้ออกแบบให้ และ ชุดแข่งของสโมสรให้มีความคล้ายคลึงกับทางสโมสรอาเซน่อล อีกด้วย[1] และในปีนั้น สโมสรได้เปลื่ยนแปลงผู้ฝึกสอนเป็น เดวิด บูท และเสริมนักฟุตบอลไทยที่มีชื่อเสียงอย่าง พิพัฒน์ ต้นกันยา, ปรัชญ์ สมัคราษฎร์, คัมภีร์ ปิ่นฑะกูล เป็นต้น และยังได้ตัว ไนออล ควินน์ อดีตนักฟุตบอลของ ซันเดอร์แลนด์ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี มาร่วมทีม[2] ทำให้สโมสรฯจบด้วยอันดับ 3

ไนออล ควินน์ ขณะที่เล่นให้กับ บีอีซี เทโรศาสน ในปี 2004

ใน ฤดูกาล 2553 สโมสรฯ ทำการย้ายสนามเหย้าแข่งขันจาก สนามบีอีซี เทโรศาสน หนองจอก (สนามทิวสน) มาที่ สนามเทพหัสดิน เนื่องจากสนามหนองจอกนั้นไม่ได้มาตรฐานจาก ไทยพรีเมียร์ลีก และเดินทางยากลำบาก โดยที่สนามเทพหัสดิน สามารถเดินทางสะดวกเพราะ สามารถเดินทางด้วย รถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติได้

เปลื่ยนแปลง[แก้]

ใน ฤดูกาล 2555 สโมสรได้จ้าง โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ มาเป็นผู้อำนวยการสโมสร และในช่วงนี้เองที่สโมสรฯ ปั้นเยาวชนขึ้นสู่ทีมเป็นจำนวนมาก โดยทีมเยาวชนของสโมสร สามารถคว้าแชมป์ ไทยเอฟเอ ยูธคัพ ได้สำเร็จ ซึ่งในทีมชุดนั้น มีนักฟุตบอลอย่าง อภิสิทธิ์ คำวัง, ชนาธิป สรงกระสินธ์, อัครพล มีสวัสดิ์, ศนุกกรานต์ ถิ่นจอม เป็นต้น [3] ซึ่งภายหลังนักฟุตบอลในทีมชุดนี้ก็ได้ถูกดันขึ้นมาในทีมชุดใหญ่ และได้ติดทีมชาติไทยในเวลาต่อมา

ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 บีอีซี เทโรศาสน เปิดตัว สเวน โกรัน อีริคส์สัน ชาวสวีดิช อดีตผู้จัดการ ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งรับตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ของสโมสร โดยพาสโมสรจบอันดับ 3 ของไทยพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้น

ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 สโมสรฯ ย้ายสนามเหย้าแข่งขันอยู่ที่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตมีนบุรี เนื่องจากสนามเทพหัสดิน ไม่พร้อมที่จะใช้งาน และกลายเป็นการกลับสู่ถิ่นที่อยู่เดิมของสโมสรอีกครั้ง ในย่านมีนบุรี หนองจอก

แชมป์แรกในรอบ 12 ปี และปัญหาภายในทีม[แก้]

สโมสรบีอีซี เทโรศาสน ชนะเลิศการแข่งขัน โตโยต้า ลีกคัพ 2014

ในฤดูกาล พ.ศ. 2557 ภายใต้การคุมทีมของ โจเซ่ อัลเวส บอจีส สโมสรฯ สร้างประวัติศาสตร์ ชนะเลิศการแข่งขัน ไทยลีกคัพ โดยเอาชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปได้ 2-0 จากการทำประตูของ ไดกิ อิวามาสะ และ จอร์จี้ เวลคัม โดย ชนาธิป สรงกระสินธ์ คว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าอีกด้วย[4] และเป็นตำแหน่งชนะเลิศครั้งแรกของสโมสรฯ ในรอบ 12 ปี

ฤดูกาลต่อมา พ.ศ. 2558 สโมสรฯ ชนะเลิศการแข่งขัน โตโยต้า พรีเมียร์คัพ 2014 โดยเอาชนะจุดโทษ สโมสรฟุตบอลซากัน โทสุ ตัวเทนจาก เจลีก ไปได้ 4-3 หลังจบการแข่งขันเสมอกันด้วยสกอร์ 0-0[5] แต่ผลงานใน ไทยพรีเมียร์ลีก 2558 กลับย่ำแย่จนต้องหนีตกชั้น สนเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน สโมสรฯต้องตกชั้นลงไปเล่นใน ไทยลีกดิวิชัน 1 โดย จบอันดับที่ 16 มีคะแนนเพียง 35 คะแนนเท่านั้น แม้นัดสุดท้ายจะเอาชนะ สโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด ไปได้ถึง 0-5 ก็ตาม [6] จากนั้นก็มีกระแสข่าวที่ว่าอาจจะไม่ต้องตกชั้น เนื่องจากในไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าจะมีการปรับสโมสรที่ลงแข่งขันให้เป็น 20 ทีม

ต่อมาในวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559 นายไบรอัน แอล มาคาร์ ประธานสโมสรได้ให้สัมภาษณ์ว่าได้ขายสโมสรให้กับกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่งซึ่งคาดกันว่าน่าจะเป็นกลุ่ม สยามกีฬา ซึ่งเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปด้วยราคา 300 ล้านบาท จากราคาที่เคยตั้งไว้ 500 ล้านบาท พร้อมกันนั้นทางสโมสรยังได้ปล่อยนักเตะแกนหลักของทีม 3 คนคือ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ไปเล่นกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวเป็นเวลา 1 ปี

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน มีความชัดเจนว่า บีอีซี เทโรศาสน ต้องตกชั้นไปเล่นในไทยลีกดิวิชั่น 1 อย่างแน่นอน เมื่อ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ได้ประชุมและมีมติให้ไทยพรีเมียร์ลีก 2559 ยังคงมี 18 ทีมเหมือนเดิม[7]

แต่ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 การเจรจาระหว่าง วีระพล อดิเรกสาร ประธานสโมสรสระบุรี เอฟซี กับ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักประสบความล้มเหลวทำให้สระบุรี เอฟซีประกาศถอนทีม ทำให้บอร์ดบริหารบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก มีมติให้ บีอีซี เทโรศาสน ได้ลงเล่นในศึกไทยพรีเมียร์ลีก 2559 แทนที่ สระบุรี เอฟซี[8]

เปลื่ยนแปลงการบริหาร[แก้]

หลังจากสี้นสุด ฤดูกาล 2559 สี้นสุดลง สโมสรฯได้รับความสนใจที่จะมาทำทีมต่อ โดยในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2559 กลุ่มนายทุนของ อุดรธานี เอฟซี ซึ่งเคยมีข่าวจะเข้ามาเทคโอเวอร์ พัทยา ยูไนเต็ด ได้พยายามเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรด้วยงบประมาณ 60 ล้านบาท แต่การเจรจาไม่ลงตัวทำให้ไม่เกิดขึ้น

แต่จากนั้นไม่นานได้มีกระแสข่าวออกมาว่ามีกลุ่มทุนอีกกลุ่มที่นำโดย นายตำรวจระดับสูง ติดต่อเข้ามาเพื่อขอบริหารสโมสร ซึ่งต่อมาก็ได้มีการเปิดเผยว่าเป็นกลุ่มของ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยทาง พล.ต.อ. จักรทิพย์ เป็นประธานสโมสรและได้เปลี่ยนชื่อเป็น โปลิศ เทโร (Police Tero Football Club) และได้ย้ายสนามไปอยู่ที่ สนามบุณยะจินดา โดยได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวสโมสรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 [9] ทางด้านนายไบรอันได้ร่วมเป็นประธานสโมสรร่วมด้วย โดยที่ต่อมาทาง บริษัท ไทยลีก ไม่อนุมัติการเปลื่ยนชื่อและสัญลักษณ์ของสโมสรฯ เนื่องจากผิดข้อบังคับ คลับไลเซนนิ่งส์ ทำให้สโมสรต้องกลับมาใช้ชื่อ บีอีซี เทโรศาสน อย่างน้อย 1 ฤดูกาล[10]

ตราสโมสร[แก้]

ผู้เล่น[แก้]

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560[11]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ไทย GK วิษณุศักดิ์ แก้วเรือง
2 ไทย DF ธฤติ โนนศรีชัย
3 ไทย DF สุพร ปีนะกาตาโพธิ์
4 ไทย MF วิชาญ นันทะศรี
5 ไทย DF ธนะศักดิ์ ศรีใส
6 สเปน DF มารีโอ อาบรันเต
7 ไทย MF ดัสกร ทองเหลา (กัปตันทีม)
8 ไทย DF อาทิตย์ ดาวสว่าง
9 ฝรั่งเศส FW มีชาเอล เอ็นดรี (ยืมตัวจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
10 เกาหลีใต้ FW คิม ดง-ชัน
11 ไทย DF วีระวุฒิ กาเหย็ม
13 ไทย GK อิทธิกร การสร้าง
14 ไทย MF จาตุรงณ์ พิมพ์คูณ
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
17 ไทย MF เสกสิทธิ์ ศรีใส
19 ไทย MF พิชิตพงษ์ เฉยฉิว
20 มาลี MF คาลิฟา ซีเซ
23 บราซิล MF ตาร์ตา
24 ไทย MF กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์
26 ไทย MF สิทธิโชค ทัศนัย
28 ไทย GK กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล
29 ไทย FW เจนรบ สำเภาดี
35 ไทย FW รณชัย พงพุทธา
ไทย GK ธีธัช อยู่เย็น
ญี่ปุ่น MF โชะ ชิโมะจิ

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว[แก้]

ทีมงานผู้ฝึกสอน[แก้]

Name Nat Role
ผู้อำนวยการสโมสร
ธัญญะ วงศ์นาค ไทย ไทย ผู้จัดการทีม
อุทัย บุญเหมาะ ไทย ไทย หัวหน้าโค้ช
ผู้ช่วยโค้ช
บุญคง อรรคบุตร  ไทย โค้ชผู้รักษาประตู
อานนท์ จันทา ไทย โค้ชฟิตเนส
ณัฐกรณ์ ทรงพรวาณิชย์ ไทย นักกายภาพบำบัด

อดีตผู้เล่นคนสำคัญ[แก้]

สปอนเซอร์และผู้ผลิตชุด[แก้]

1996—

# ปี เสื้อของ สปอนเซอร์
1 1996–97 - Singha
2 1997 แกรนด์สปอร์ตกรุ๊ป -
3 1998 Adidas Caltex
4 1999 Adidas Caltex
5 2000 Adidas Caltex
6 2001–02 Adidas Singha
7 2002–03 Adidas -
8 2003–04 Adidas -
9 2004–05 Adidas -
10 2006 Nike Fly Emirates
11 2007 Nike Fly Emirates
12 2008 Nike Fly Emirates
13 2009 Nike Fly Emirates
14 2010 Nike 3เคแบตเตอรี่
15 2011 FBT 3เคแบตเตอรี่
16 2012 FBT สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
17 2013 FBT เอฟบีแบตเตอรี่
18 2014 FBT เอฟบีแบตเตอรี่
19 2015 FBT เอฟบีแบตเตอรี่
20 2016 FBT เอฟบีแบตเตอรี่
21 2560 เอฟบีที ช้าง

ผลงาน[แก้]

ผลงานในไทยลีก[แก้]

  • 2539 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 12 (สิงห์เทโรศาสน)
  • 2540 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 5 (บีอีซี เทโรศาสน)
  • 2541 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2542 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2543 - THAILAND PREMIER LEAGUE - ชนะเลิศ
  • 2544/45 - THAILAND PREMIER LEAGUE - ชนะเลิศ
  • 2545/46 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 2
  • 2546/47 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 2
  • 2547/48 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 6
  • 2549 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2550 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2551 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2552 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 4
  • 2553 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 9
  • 2554 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 7
  • 2555 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2556 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 6
  • 2557 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 3
  • 2558 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 16 (เป็นอันดับตกชั้นแต่ไม่ตกชั้นเนื่องจากทีมสระบุรีเอฟซีได้ถอนทีมออกจากไทยพรีเมียร์ลีกทำให้สโมสรได้อยู่ในไทยพรีเมียร์ลีกต่อไป)
  • 2559 - THAILAND PREMIER LEAGUE - อันดับ 9 (เป็นอันดับล่าสุดในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 หลังจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศยุติการแข่งขันเพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช)

ผลงานดีที่สุดในไทยเอฟเอคัพ[แก้]

  • 2552 - รองชนะเลิศ

ผลงานดีที่สุดในโตโยต้า ลีกคัพ[แก้]

  • 2557 - แชมป์

ผลงานที่ดีสุดในระดับเอเชีย[แก้]

สโมสรพันธมิตร[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 https://web.archive.org/web/20070319191847/http://www.becterofc.com/team1.html ประวัติสโมสรบีอีซี-เทโรศาสน เอฟซี] - www.becterofc.com (ปัจจุบันใช้งานไม่ได้แล้ว)
  2. ฮือฮาสุดๆ “เทโรฯ” เตรียมเปิดตัวหอกใหม่ “ไนออล ควินน์” จาก MGR Online
  3. เทโรฯแกร่งถล่มบุรีรัมย์5-2ซิวแชมป์ยูธคัพ จาก สยามกีฬา
  4. มังกรไฟคืนบัลลังก์!ทุบเซาะกราว2-0ซิวแชมป์ลีกคัพ จาก สยามกีฬารายวัน
  5. "มังกรไฟ" ดับโทษ "ซางัน" 4-3 คว้าแชมป์โตโยต้า พรีเมียร์คัพ จาก ไทยรัฐ
  6. หน้า 17 ต่อ 19 กีฬา, บีอีซีเก่งเมื่อสาย แม้ถล่มกว่างโซ้ง. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,168: วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 1 ปีมะแม
  7. ด่วน!! "ทีพีแอล" ปรับ "เทโร" ตกชั้น คง 18 ทีมตามเดิม จากผู้จัดการออนไลน์
  8. ด่วน!! “เทโร” ได้เล่นไทยลีกต่อแทนสิทธิ์ “สระบุรี” จากผู้จัดการออนไลน์
  9. ไบรอันยันเองจักรทิพย์ประธานใหม่เทโร สยามกีฬา 1 กุมภาพันธ์ 2560
  10. โปลิศรอก่อน! เทโรแถลงยังรอเอเอฟซีอนุมัติชื่อ-โลโก้ใหม่ จาก โกลดอตคอม ประเทศไทย
  11. "PLAYER LIST". สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2560. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]