สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ
ศรีสะเกษ เอฟซี.png
ชื่อเต็ม Sisaket Football Club
สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ
ฉายา กูปรีอันตราย
ก่อตั้ง พ.ศ. 2541 (ในชื่อ "ศรีสะเกษ เมืองไทย")
พ.ศ. 2555 (ในชื่อ "อีสาน ยูไนเต็ด")
พ.ศ. 2556 (ในชื่อ "ศรีสะเกษ")
สนาม สนามศรีนครลำดวน
จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย
(ความจุ: 10,000 ที่นั่ง)
เจ้าของ บริษัทสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ จำกัด
ประธานสโมสร ธเนศ เครือรัตน์
ลีก ไทยลีก
2559 ไทยลีก, อันดับที่ 13
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน
สีชุดที่3
ฤดูกาลปัจจุบัน

สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย ซึ่งเป็นทีมเดิมจากจังหวัดศรีสะเกษแล้วเปลี่ยนชื่อพร้อมกับย้ายสนามเหย้าไปอยู่จังหวัดอุบลราชธานี และในปี 2556 ได้ย้ายกลับคืนสู่จังหวัดศรีสะเกษ

ประวัติสโมสร[แก้]

ยุคโปรลีก (ศรีสะเกษ สตีลร็อก)[แก้]

สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ก่อตั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2542 เพื่อทำการแข่งขันรายการ ไทยแลนด์โปรวินเชียล ลีก ซึ่งก่อตั้งโดยการกีฬาแห่งประเทศ ไทย ร่วมมือกันสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยจัดเป็นโครงการนำร่อง 5 ปี โดยครั้งนั้นมี คุณ บุญชง วีสมหมาย เป็นประธานสโมสร และแค่ปีแรกที่ก่อตั้ง ก็ได้รางวัลชนะเลิศการแข่งขันไทยแลนด์โปรวินเชียล ลีกทันที

หลังจากนั้น สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ก็เข้าร่วมแข่งขันไทยแลนด์โปรวินเชียล ลีกทุกครั้ง ในชื่อ "ศรีสะเกษ สตีลร็อก" แต่ก็ไม่สามารถชนะเลิศได้เพิ่มเติม โดยทำได้ดีทีสุด คือ ปี 2546 จบฤดูกาลที่ลำดับที่ 5

เข้าสู่ระบบลีก[แก้]

ปี 2550 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ เปลี่ยนมาใช้ชื่อ "กูปรีอันตราย" ในการแข่งขัน ในปีนี้ได้มีการรวมลีกทั้งสอง คือ ไทยแลนด์ลีกและ ไทยแลนด์โปรวินเชียล ลีก ภายใต้การดูแลของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยทีมสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ถูกจัดอยู่ ในไทยลีกดิวิชัน 1 กลุ่ม B ร่วมกับอีก 12 ทีม ได้อันดับ 10 ตกชั้น ไปเล่น ไทยลีกดิวิชัน 2

ปี 2551 ในการเล่นไทยลีกดิวิชัน 2 ทีมศรีสะเกษจบการแข่งขันได้อันดับ 4 จึงสามารถพาตัวเองกลับมาเล่นในไทยลีกดิวิชัน 1

ปี 2552 ในการเล่นไทยลีกดิวิชัน 1 เป็นปีที่การแข่งขันลีกอาชีพในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง รวมทั้งใน จังหวัดศรีสะเกษด้วย จึงได้รับการสนับสนุนจากกองเชียร์และมีการจัดการที่เป็นรูปแบบ มีการเก็บค่าเข้าชม และขายของที่ระลึก รวมทั้งการถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านอินเทอร์เน็ต ในปีนี้ทีมศรีสะเกษ สามารถจบการแข่งขันได้อันดับที่ 3 ทำให้ได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่น ไทยพรีเมียร์ลีก

สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ มีกองเชียร์กลุ่มหนึ่งพยายามมีส่วนช่วยเหลือในการสนับสนุนทีมและได้จัดตั้งเว็บไซต์ขึ้น รวมทั้งตามเชียร์ ทีมทั้งในนัดเหย้าและเยือน ในช่วงที่ สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้ทำการแข่งขันอยู่ในระดับ ไทยลีกดิวิชัน 1 (ปี 2551) มีกองเชียร์ให้การสนับสนุนทีมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้เกิดกลุ่มกองเชียร์ที่ออกจากถิ่นฐานบ้านเกิดไปทำงานหรือไปศึกษาเล่าเรียนยังกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ โดยใช้ชื่อเรียกกลุ่มตัวเองว่า "กูปรีพลัดถิ่น" ตามเชียร์และให้กำลังใจทีม ในระหว่างที่ออกไปทำการแข่งขันนอกบ้านโดยตลอด และคาดว่าอีกไม่นานจะมีกองเชียร์หลายหมื่นคนมาเป็นแฟนคลับของสโมสร ยิ่งการที่สโมสรได้เล่นใน ไทยพรีเมียร์ลีก ในปี พ.ศ. 2553 ด้วย

สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันพุธที่ 9 เดือนกันยายน พุทธศักราช 2552 (09/09/2009) ในชื่อ บริษัท สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ จำกัด[1]

ปี 2558 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษสร้างประวัติศาสตร์แห่งวงการฟุตบอลไทย โดยเป็นทีมเล็กจากฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก สร้างความฮือฮาหลังจากที่สามารถผ่านทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ รายการโตโยต้า ลีก คัพ 2015 โดยเข้าไปชิงกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ณ สนามศุขภัชลาศัย เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 แต่น่าเสียดายพลาดท่า แพ้ 0-1เป็นการทำประตูของ โก ซุล กิ นักเตะเกาหลีใต้ ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่งผลทำให้คว้าแค่รองแชมป์ แต่สโมสรและนักเตะสร้างความสุขให้ชาวจังหวัดศรีสะเกษไม่น้อย

ผู้เล่น[แก้]

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2560

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ไทย GK ศุภวัฒน์ สีโนทัย
2 บราซิล DF Denis Viana Da Silva
3 ไทย DF ทศพร เขม็งกิจ
4 ไทย MF สมยศ พงษ์สุวรรณ์
5 ไทย DF ศรันยู อินต๊ะราช
6 ไทย MF ยุทธนา จงนอก
7 ไทย MF สุริยกานต์ ฉิมจีน
8 ไทย MF อำไพ มุธาพร
9 ไทย FW ทัตพงศ์ หล้าธรรม
11 อังกฤษ FW Leroy Lita
13 ไทย FW ยุทธนา เรืองสุขสุด
14 ไทย FW กิตติพงษ์ วงมา
16 ไทย DF ธีรชัย งามเจริญ
17 ไทย DF เอกพันธ์ จันดากรณ์ (กัปตันทีม)
18 ไทย GK ลือชา จันทวงษ์
19 ไทย DF วิศรุต ไวงาน
20 อาร์เจนตินา MF Mariano Berriex
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
21 ไทย MF กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ (ยืมตัวจาก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี)
22 ไทย GK ภูมินิวัฒน์ ทุหา
23 ไทย DF ณัฐกฤต อินเสาร์
24 ไทย MF สมศักดิ์ วงษ์ใหญ่
25 ไทย MF คมสันต์ เมินดี
26 ไทย DF วรวุฒิ นามเวช (ยืมตัวจาก เชียงราย ยูไนเต็ด)
27 ไทย DF เสมอภาค ศรีนนท์
28 ไทย DF สิทธิศักดิ์ ตาระพันธุ์
32 ออสเตรเลีย MF Isaka Cernak
33 ไทย GK อาชาวิน เกษศิริ
35 ไทย DF ชลิตพงศ์ จันทกล
36 ไทย GK สราวุธ กองลาภ (ยืมตัวจาก เชียงราย ยูไนเต็ด)
39 ไทย FW วานิช ใจแสน
50 ไทย MF อนุวัฒน์ เพียรแก้ว (ยืมตัวจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
66 ไทย DF ธนากร ฉัตรกระโทก
70 ไทย MF สรวิทย์ พานทอง (ยืมตัวจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
99 ไทย MF ใหญ่ นิลวงษ์

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
29 ไทย FW ชาตรี รัตนวงษ์ (ไป สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ยูไนเต็ด)
30 ไทย MF พงษ์ศักดิ์ บุญทศ (ไป สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ยูไนเต็ด)|}

รายชื่อผู้ฝึกสอน[แก้]

ชื่อ สัญชาติ ระยะเวลา ความสำเร็จ
ชาติกล้า ทรัพย์ทรงพล ไทย 2549 - พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 อันดับ 3 ไทยลีกดิวิชัน 1 2552 ได้เลื่อนชั้น
สมชาติ ยิ้มศิริ ไทย ธันวาคม พ.ศ. 2552 - กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 (ยังไม่ได้คุมทีมลงแข่งอย่างเป็นทางการ)
เฟรดดี้ มาริญโญ่ บราซิล กุมภาพันธ์ - มีนาคม พ.ศ. 2553 (1 นัด)
คิม เคือง จู เกาหลีใต้ เมษายน - พฤษภาคม พ.ศ. 2553 (4 นัด)
วิสูตร วิชายา ไทย พฤษภาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2553
เดวิด บูธ อังกฤษ ธันวาคม พ.ศ. 2553 - เมษายน พ.ศ. 2554
รอยเตอร์ โมไรร่า บราซิล พฤษภาคม พ.ศ. 2554 - เมษายน พ.ศ. 2555
พยงค์ ขุนเณร (สมัยอีสาน ยูไนเต็ด) ไทย เมษายน พ.ศ. 2555 - ธันวาคม พ.ศ. 2555
วรวรรณ ชิตะวณิช (สมัยอีสาน ยูไนเต็ด) ไทย มกราคม พ.ศ. 2556 - 2556
ณรงค์ สุวรรณโชติ ไทย มกราคม พ.ศ. 2556
พนิพล เกิดแย้ม ไทย มกราคม พ.ศ. 2557 - มิถุนายน พ.ศ. 2557
เฉลิมวุฒิ สง่าพล ไทย มิถุนายน พ.ศ. 2557 - 2558 รองแชมป์ลีกคัพ 2015
โบซิดาร์ บันโดวิช บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา พ.ศ. 2558 - 2559
มาซาฮิโร่ วาดะ ญี่ปุ่น พ.ศ. 2559
ดุสิต เฉลิมแสน ไทย พ.ศ. 2560
เวลิซ่าร์ โปปอฟ บัลแกเรีย พ.ศ. 2560

ชุดที่ใช้สำหรับการแข่งขัน[แก้]

ผู้สนับสนุน ช่วงปี
ไทย เอฟบีที 2009
ไทย คูล สปอร์ต 2010
ไทย เอฟบีที 2011-2012
สเปน โจมา 2013-2014
ไทย วาร์ริกซ์ 2015
ไทย ผลิตเอง 2016
ไทย อาริฟุตบอล 2017

ผลงาน[แก้]

ยุคสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ[แก้]

  • ไทยแลนด์โปรวินเชียล ลีก ครั้งที่ 1 ได้ตำแหน่งชนะเลิศ
  • ไทยแลนด์โปรวินเชียล ลีก ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2543 – 2544 ได้อันดับที่ 5
  • ไทยแลนด์โปรวินเชียล ลีก ครั้งที่ 3 ปี พ.ศ. 2544 – 2545 จัดการแข่งขันแบบแบ่งโซน เนื่องจากในปีดังกล่าวมีการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องการเร่งการแข่งขันให้จบเร็วขึ้น สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ จบการแข่งขันฤดูการนี้ได้อันดับ 5 ของกลุ่ม A ไม่ผ่านการคัดเลือกไปเล่นรอบสุดท้าย
  • ไทยแลนด์โปรวินเชียล ลีก ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ. 2545 – 2546 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับที่ 5
  • ไทยแลนด์โปรวินเชียล ลีก ครั้งที่ 5 ปี พ.ศ. 2546 – 2547 กกท. ได้มีมติในที่ประชุมให้มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันเพียง 10 ทีม สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับที่ 4
  • ไทยแลนด์โปรวินเชียล ลีก ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2547 – 2548 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับ 6
  • ไทยแลนด์โปรวินเชียล ลีก ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2548 – 2549 กกท. ได้มีมติให้เปลี่ยนชื่อการแข่งขันฟุตบอลโปรวินเชียล ลีก เป็น การแข่งขันฟุตบอลโปรเฟรสน่อล ลีก เพื่อพัฒนาเป็นการแข่งขันฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มรูปแบบ สโมสรฟุตบอลฟุตบอลจังหวัดศรีสะเกษ จบฤดูกาลแข่งขัน ในอันดับที่ 12
  • การแข่งขันฟุตบอลไทยแลนด์ดิวิชัน 1 ปี พ.ศ. 2550 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับ 10 ของกลุ่ม B ตกชั้นไป การแข่งขันฟุตบอลไทยแลนด์ดิวิชัน 2
  • การแข่งขันฟุตบอลไทยแลนด์ดิวิชัน 2 ปี พ.ศ. 2551 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับ 2 กลุ่ม B ได้เลื่อนชั้นไปเล่นในการแข่งขันฟุตบอลไทยแลนด์ดิวิชัน 1
  • การแข่งขันฟุตบอลไทยแลนด์ดิวิชัน 1 ปี พ.ศ. 2552 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับ 3 ได้เลื่อนชั้นไปเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกในปี 2553
  • การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ปี พ.ศ. 2553 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับ 14
  • การแข่งขันฟุตบอลไทยลีกคัพ ปี พ.ศ. 2558 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษได้เข้าชิงชนะเลิศกับ บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ถือเป็นการเข้าชิงฟุตบอลรายการใหญ่เป็นครั้งแรกของสโมสร แม้จะเป็นฝ่ายแพ้ไปก็ตาม [2] [3]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]