สโมสรฟุตบอลธนาคารกสิกรไทย
| ชื่อเต็ม | สโมสรฟุตบอลธนาคารกสิกรไทย | ||
|---|---|---|---|
| ฉายา | แบงค์รวงข้าว | ||
| ก่อตั้ง | พ.ศ. 2530 | ||
| ยุบ | พ.ศ. 2543 | ||
| ประธาน | ชนะ รุ่งแสง | ||
| ผู้จัดการ | ชาญวิทย์ ผลชีวิน | ||
| ฤดูกาลสุดท้าย 2543 | อันดับที่ 3 (ยุบสโมสร) | ||
| |||
สโมสรฟุตบอลธนาคารกสิกรไทย เป็นอดีตสโมสรฟุตบอลในประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งในสายงานของ ธนาคารกสิกรไทย โดยผลงานในอดีตของทีม นับว่าประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรฟุตบอลจากประเทศไทย โดยเป็นสโมสรเดียวที่ชนะเลิศการแข่งขันเอเชียนแชมเปียนส์คัพ ถึง 2 สมัย ซึ่งต่อมา สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียได้ทำการรวมการแข่งขันดังกล่าวกับเอเชียนคัพวินเนอร์คัพ และเปลี่ยนชื่อเป็นเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ในปัจจุบัน
ประวัติสโมสร
[แก้]สโมสรฟุตบอลธนาคารกสิกรไทย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยความคิดริเริ่มของบัณฑูร ล่ำซำ ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารที่ต้องการส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยเริ่มต้นจาก ถ้วยพระราชทาน ง. โดยได้ตั้งชนะ รุ่งแสง เป็นผู้จัดการทีม และแก้ว โตอดิเทพย์ เป็นเฮดโค้ชคนแรกของสโมสร แต่ทว่าภายหลัง แก้ว โตอดิเทพย์ เสียชีวิตลง บอร์ดบริหารจึงได้แต่งตั้งชาญวิทย์ ผลชีวิน ขึ้นมาเป็นเฮดโค้ชแทน จากการชักชวนของวิชิต แย้มบุญเรือง ที่ปรึกษาของสโมสรในขณะนั้น[1]
ยุคของชาญวิทย์
[แก้]หลังจากที่ชาญวิทย์ ผลชีวิน เข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชของทีม ซึ่งตอนนั้นทีมอยู่ใน ถ้วยพระราชทาน ข. โดยมีนักเตะตัวหลักของทีมในเวลานั้นอย่างสะสม พบประเสริฐ, สุรชัย จตุรภัทรพงษ์, ภาคภูมิ นพรัตน์, สัจจา ศิริเขต, สิงห์ โตทวี เป็นต้น พาทีมทำผลงานได้ดีจนสามารถเข้าชิงชนะเลิศกับ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 แต่จบด้วยรองชนะเลิศ อย่างไรก็ดีพวกเขาก็ยังได้เลื่อนชั้นมาเล่นในฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ก. ในที่สุด[1]
เลื่อนชั้นสู่ ถ้วย ก.
[แก้]ปี พ.ศ. 2533 ถือว่าเป็นปีแรกที่ธนาคารกสิกรไทยได้ขึ้นมาเล่นถ้วยพระราชทาน ก. ซึ่งถือว่าเป็นดิวิชั่นสูงสุดของฟุตบอลไทยในสมัยนั้น และเพียงปีแรกที่ขึ้นมาเล่น ธนาคารกสิกรไทยก็ได้ตำแหน่งชนะเลิศของฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ก.ในปีนั้น และได้สิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยลงแข่งขันในรายการ “เอเชียน คลับ แชมป์เปี้ยนชิพ” (ปัจจุบันคือรายการเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก) เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2535 อีกด้วย[1]
สู่แชมป์เอเชีย
[แก้]พ.ศ. 2534 ซึ่งเป็นปีแรกที่ทีมธนาคารกสิกรไทยเข้าร่วมแข่งขันนั้น ทีมเริ่มต้นรอบคัดเลือกรอบสามเจอกับทีมอาร์เซโต้ โซโล่ จากอินโดนีเซีย โดยนัดแรกเอาชนะไปได้ 2-0 แต่นัดที่สองพวกเขาบุกไปแพ้ 3-0 ตกรอบด้วยสกอร์รวม 2 นัดแพ้ 2 - 3[1] ในปีต่อมา พ.ศ. 2535 สโมสรฯได้ลงแข่งขันในทัวร์นาเม้นนี้อีกครั้ง โดยรอบคัดเลือกรอบแรก โซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชนะผ่านปาหัง จากมาเลเซีย ที่ถอนตัว ก่อนที่รอบสองจะเอาชนะอาเรม่า มาลัง จาก อินโดนีเซีย ด้วยสกอร์ 6 ประตูต่อ 3 ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มได้ ซึ่งพวกเขาได้อยู่กลุ่ม บี ซึ่งมีทีมอย่างเหลินนิง เอฟซี จากจีน และมูฮาร์รัค คลับ จากบาห์เรน โดยผลงานในรอบแบ่งกลุ่ม ทีมจบด้วยอันดับสอง ไปเจอกับเวอร์ดี คาวาซากิ แชมป์เจลีก ของญี่ปุ่น ในเวลานั้น โดยเอาชนะจุดโทษไปได้ 3-1 (เสมอในเวลาปกติ 1-1)[1] หลังจากที่พวกเขาเอาชนะทีมจากญี่ปุ่นมาได้ ในรอบชิงชนะเลิศ ทีมต้องเจอกับโอมาน คลับ จากโอมาน ซึ่งตัวผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นนักเตะจากทีมชาติโอมานเกือบทั้งหมด และทีมสามารถเอาชนะไปได้ 2 ประตูต่อ 1 ได้สิทธิ์เป็นตัวแทนทีมจากเอเซียไปเล่นในการแข่งขัน รายการแอฟโร่-เอเชีย ซึ่งเป็นรายการที่เอาแชมป์สโมสรเอเชียมาแข่งกับแชมป์สโมสรของทวีปแอฟริกา โดยเจอกับซามาเลค โดยเกมแรก ซามาเลค เอาชนะไป 2-1 แต่ก็ยังกลับมาคว้าแชมป์ด้วยกฎประตูทีมเยือนคว้าแชมป์ไปในที่สุด หลังจากคว้าตำแหน่งชนะเลิศกลับมาได้ ในปี พ.ศ. 2537 รักษาแชมป์ควีนส์คัพ แต่เสียตำแหน่งชนะเลิศ ถ้วย ก. ให้ ทีมธนาคารกรุงเทพ แต่ปีต่อมากลับมาคว้าตำแหน่งชนะเลิศ ถ้วย ก. และคว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลเอเชียเป็นครั้งที่สอง
แชมป์เอเชียสมัยที่สอง
[แก้]ปี พ.ศ. 2538 ในการแข่งขัน เอเชียน คลับ แชมป์เปี้ยนชิพ ธนาคารกสิกรไทยอยู่ร่วมสายเดียวกับอิลวา ชุนม่า (หรือ ซองนัม อิลวา ในปัจจุบัน) จากเกาหลีใต้, เวอร์ดี้ คาวาซากิ จากญี่ปุ่น และเหลินนิง เอฟซี จากจีน ซึ่งพวกเขาต้องไปเล่นที่เกาหลีใต้[1] แต่ก็ยังทำผลงานได้ดี โดยจบเป็นอันดับที่สองในสาย เจอกับเอฟเค นาฟเซ่ ทีมจากอุซเบกิสถาน ซึ่งทีมเอาชนะได้ในการดวลจุดโทษตัดสิน โดยรอบชิงชนะเลิศ พวกเขาต้องเจอกับทีมอัล- อาราบี้ จากกาตาร์ และสามารถเอาชนะได้ จากประตูของเนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ ในนาทีที่ 82[1] และได้สิทธิ์ไปแข่งรายการแอฟโร่-เอเชีย อีกหนึ่งสมัยโดยเจอกับทีมเอสเปแรนซ์ จากตูนิเซีย และได้รองแชมป์ในครั้งนั้น
เข้าสู่ฟุตบอลอาชีพ และยุบสโมสร
[แก้]ในปี พ.ศ. 2539 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ก่อตั้งลีกอาชีพขึ้น ในชื่อ “จอห์นนีวอล์กเกอร์ไทยแลนด์ซอกเกอร์ลีก 2539” หรือไทยลีกครั้งที่ 1 ปีนั้นธนาคารกสิกรไทยนับเป็นสโมสรที่มีการพัฒนาแฟนคลับอย่างเป็นเรื่องเป็นราวและพยายามพัฒนาสู่การเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพ โดยใช้หลักการทำธุรกิจกีฬาควบคู่กับการดำเนินงานของธนาคาร ในฤดูกาลนี้ธนาคารกสิกรไทยจบฤดูกาลลีกด้วยอันดับที่ 1 แต่ในปีนั้นมีการเอาสี่อันดับแรกในตาราง มาเพลย์ออฟหาแชมป์ ซึ่งผลสุดท้ายธนาคารกสิกรไทยพลาดตกรอบในรอบเพลย์ออฟ แต่พวกเขายังสามารถคว้าแชมป์ควีนส์คัพได้เป็นสมัยที่สามติดต่อกัน อย่างไรก็ดี แม้ทีมเองจะทำผลงานได้ดี แต่เพราะวิกฤตการณ์การเงินในปี 2540 ทำให้ประสบปัญหาหนักด้านการเงิน โดยทางทีมเองได้ปรึกษาหาหรือกัน จนมีข่าวที่ว่าจะมีการยุบสโมสร แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ผลงานของทีมก็อยู่ในขั้นที่ว่าไม่แย่จนเกินไปนัก จนกระทั่งปี พ.ศ. 2543 ธนาคารกสิกรไทยประกาศยุบทีมด้วยสาเหตุมาจากวิกฤตการณ์การเงินในปี พ.ศ. 2540 ซึ่งทำให้ต้องยุบสโมสรกีฬาทั้งหมดของทางธนาคารกสิกรไทย[1]
ผลงานความสำเร็จ
[แก้]- เอเชียนแชมเปียนส์คัพ - ชนะเลิศ 2 ครั้ง - 2537, 2538
- เอเชียนซูเปอร์คัพ - รองชนะเลิศ 1 ครั้ง - 2538
- ควีนส์คัพ - ชนะเลิศ 4 ครั้ง - 2537, 2538, 2539, 2540
- ถ้วย ก - ชนะเลิศ 5 ครั้ง - 2534, 2535, 2536, 2538, 2543
- ถ้วย ข - ชนะเลิศ 1 ครั้ง - 2533
- แอโฟร-เอเชียนคลับแชมเปียนชิพ - ชนะเลิศ 1 ครั้ง - 2537
- เอฟเอคัพ - 1 ครั้ง - 2543