สโมสรฟุตบอลบีจี ปทุม ยูไนเต็ด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
BGFC Logo 2019.png
ชื่อเต็มสโมสรฟุตบอลบีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ฉายาเดอะ แรบบิท
ก่อตั้งพ.ศ. 2549
สนามบีจีสเตเดียม
Ground ความจุ10,114 ที่นั่ง
เจ้าของบริษัท บีจี สปอร์ตส์ จำกัด
ประธานปวิณ ภิรมย์ภักดี
ผู้ฝึกสอนมาโกโตะ เทงูราโมริ
ลีกไทยลีก
2564–65อันดับที่ 2
เว็บไซต์เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม
ฤดูกาลปัจจุบัน

สโมสรฟุตบอลบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศไทยโดยตั้งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี และบริหารโดยบริษัท บริษัท บีจี สปอร์ตส์ จำกัด โดยเป็นบริษัทในเครือบางกอกกล๊าสกรุ๊ป ปัจจุบันเล่นในไทยลีก

ประวัติสโมสร[แก้]

ก่อตั้งทีม และยุคฟุตบอลถ้วย[แก้]

สโมสรบางกอกกล๊าสเริ่มต้นในช่วงก่อตั้งโรงงานบางกอกกล๊าส ในปี พ.ศ. 2522 โดยเป็นการรวมตัวกันเพื่อแข่งขันเป็นการภายในของพนักงาน และต่อมาจึงได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันภายนอก ในช่วงปี พ.ศ. 2532 ซึ่งเป็นการแข่งขันกันในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ในเขตจังหวัดปทุมธานี จนเริ่มเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป

ปี พ.ศ. 2542 พนักงานและกลุ่มผู้บริหารได้รวมตัวกันจัดตั้งชมรมฟุตบอลอย่างเป็นรูปธรรมขึ้นมา และเมื่อชมรมมีความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งด้านอุปกรณ์ และสนาม จีงมีก่อตั้งสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าสขึ้นในเดือน เมษายน พ.ศ. 2549 และเปิดคัดนักกีฬาในเดือนต่อมา โดยได้เข้าเป็นสมาชิกของ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในปีดังกล่าว

การแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของสโมสรคือการเข้าร่วมแข่งขัน ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง. ประจำปี 2550/51 ซึ่งสโมสรประสบความสำเร็จเมื่อได้ตำแหน่งรองแชมป์ โดยในนัดชิงชนะเลิศแพ้สโมสรฟุตบอลเทศบาลเมืองคูคตไป 1-0 และได้สิทธิเลื่อนชั้นไปเล่นในฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ค.ในปีต่อมา

ปี พ.ศ. 2551 สโมสรได้จัดตั้งบริษัท บีจีเอฟซี สปอร์ต จำกัด เพื่อดำเนินการบริหารสโมสรและให้เป็นไปตามแนวทางที่เอเอฟซีกำหนด และลงแข่งขันใน ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ค. ประจำปี 2551/52 สามารถผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยในรอบชิงชนะเลิศแพ้สโมสรฟุตบอลเจดับบลิว กรุ๊ป ไป 1-2 คว้าสิทธิเลื่อนชั้นไปเล่นในถ้วย ข.นอกจากนี้ทีมบางกอกกล๊าส ยังมีทีมฟุตซอลของตัวเอง ซึ่งลงแข่งในฟุตซอลไทยแลนด์ลีกอีกด้วย

บางกอกกล๊าส[แก้]

ในช่วงเดือน มกราคม พ.ศ. 2552 สโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงไทยจากศึก ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ได้ประกาศยุบทีม เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เอเอฟซีกำหนดในเรื่องการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลได้ สโมสรบางกอกกล๊าสจากฟุตบอลถ้วย ข. จึงได้ทำการเทคโอเวอร์ สโมสรธนาคารกรุงไทย โดยจะได้ลงแข่งใน ไทยพรีเมียร์ลีก ปี พ.ศ. 2552 แทนที่ของสโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงไทยที่ยุบทีม และได้ย้ายสนามไปเช่าสนามเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 เป็นการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงสนามลีโอ สเตเดี้ยม ซึ่งในปีแรกของการแข่งขันของสโมสรฟุตบอลบางกองกล๊าสนั้นทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการจบอันดับที่ 3 ในไทยพรีเมียร์ลีก 2552 ส่วนทีมฟุตบอลที่พนักงานและกลุ่มผู้บริหารได้รวมตัวกันจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2542 ยังคงดำเนินการส่งเข้าร่วมการแข่งขันในนามสโมสรฟุตบอลรังสิต

ปี พ.ศ. 2553 สโมสรบางกอกกล๊าส ได้รับความนิยมอย่างสูง และได้สร้างสนาม ลีโอ สเตเดี้ยม เสร็จสมบูรณ์หลังจากที่ทำการปรับปรุงครั้งใหญ่ จนได้กลับมาเล่นในสนามแห่งนี้อีกครั้ง หลังจากที่ปรับปรุงเกือบ 1 ปีในเดือน มกราคม สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ได้ส่งทีมเข้าแข่งขันในฟุตบอล ควีนส์ คัพ ประสบความสำเร็จสามารถคว้าแชมป์มาได้สำเร็จด้วบการชนะอินทรีเพื่อนตำรวจ 4-1 และในปีเดียวกันนั้นเอง ได้ส่งทีมเข้าแข่งขันในศึกสิงคโปร์คัพในปีที่สองทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าแชมป์สิงค์โปร์คัพ 2010 ไปอีกรายการ

ปี พ.ศ. 2557 สโมสรบางกอกกล๊าส ได้แชมป์แรกในประวัติศาสตร์สโมสร คือ ไทยคม เอฟเอคัพ 2557 ชนะชลบุรี 1-0 โดยที่รอบผ่านมา ชนะเชียงราย ยูไนเต็ต, เมืองทอง ยูไนเต็ด, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ราชนาวี

ปี พ.ศ. 2558 สโมสรบางกอกกล๊าส ได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับทวีปเอเชียเป็นครั้งแรก (AFC) ต่อมาปี พ.ศ. 2559 ได้ก่อตั้งศูนย์ฝึกฟุตบอล ยามาโอกะ ฮานาซากะ อะคาเดมี่ (YHA) และในปี พ.ศ. 2561 สโมสรบางกอกกล๊าสเปลี่ยนสัญลักษณ์สโมสรใหม่ และปรับปรุงสนามลีโอ สเตเดี้ยมมาใช้หญ้าจริง

ในการแข่งขันนัดสุดท้ายของไทยลีก ฤดูกาล 2561 ซึ่งทางสมาคมฯ ประกาศว่าจะมีทีมตกชั้น 5 ทีม บางกอกกล๊าสพ่ายแพ้ต่อนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในขณะที่ทีมลุ้นหนีตกชั้นอีกสองทีม ได้แก่ สุโขทัย เอฟซี และชัยนาท ฮอร์นบิล ต่างคว้าชัยชนะได้[1][2] ทำให้ชัยนาทและบางกอกกล๊าสมีคะแนนเท่ากันที่ 42 คะแนน แต่ชัยนาทมีสถิติการพบกันที่ดีกว่า[2] ทำให้บางกอกกล๊าสกลายเป็นทีมสุดท้ายที่ต้องตกชั้น โดยได้อันดับที่ 14 ทำให้ต้องตกชั้นลงไปเตะใน ไทยลีก 2 ในฤดูกาล 2562 เป็นครั้งแรกของสโมสรในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ซื้อกิจการสโมสรธนาคารกรุงไทยเมื่อปี 2552

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด[แก้]

ดุสิต เฉลิมแสน หัวหน้าผู้ฝึกสอนผู้สร้างประวัติศาสตร์ พาทีมชนะเลิศไทยลีกเป็นสมัยแรกในฤดูกาล 2563–64

ต่อมาในปี 2562 บีจีเอฟซี ได้วางเป้าหมายให้สโมสรฟุตบอลเป็นทีมของชาวจังหวัดปทุมธานี สร้างความเป็นหนึ่งในการร่วมสนับสนุนทีมฟุตบอลของท้องถื่น ซึ่งมีฐานแฟนบอลอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้เปลี่ยนแปลงชื่อสโมสรใหม่เป็น บีจี ปทุม ยูไนเต็ด หรือ บีจีพียู (BGPU) โดยเริ่มการใช้ชื่อสโมสรใหม่สู่สาธารณะอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2562

ต่อมาในไทยลีก ฤดูกาล 2563–64 หลังจบการแข่งขันที่บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ชนะสุโขทัย 2-0 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2564 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด มีคะแนนห่างจากอันดับสอง ณ ขณะนั้นอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดถึง 19 คะแนน จึงทำให้บีจี ปทุม ยูไนเต็ดเป็นผู้ชนะเลิศการแข่งขันไทยลีกฤดูกาลนั้น ทั้งที่ยังเหลือการแข่งขันอีก 6 นัด นับเป็นการชนะเลิศครั้งแรกของสโมสรและเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย[3] นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรฟุตบอลทีมแรกของไทยที่เคยตกชั้น แล้วกลับมาชนะเลิศลีกสูงสุดได้สำเร็จอีกด้วย[4]

สัญลักษณ์สโมสร[แก้]

สนามและสถานที่ตั้ง[แก้]

ดูบทความหลักที่: บีจีสเตเดียม
บีจีสเตเดียม

บีจีสเตเดียม เป็นสนามฟุตบอลหญ้าจริง ที่สร้างขึ้นภายใน บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ขนาด 68 x 105 เมตร สำหรับใช้ในการแข่งขันฟุตบอลเกมเหย้าของสโมสรฟุตบอลบีจี ปทุม ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลในไทยลีก มีความจุทั้งหมด 10,114 ที่นั่ง พร้อมเก้าอี้สนามกีฬามาตรฐานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) และจากสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ในระดับ A Class

จากเดิมชื่อสนาม ลีโอ สเตเดี้ยม และได้เปลี่ยนเป็น บีจีสเตเดียม โดยได้รับการอนุมัติจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัท ไทยลีก จำกัด ในฐานะฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565

สนามแห่งนี้เปิดใช้เมื่อปี พ.ศ. 2552 โดยใช้หญ้าจริงในการแข่งขัน และได้ทำการเปลี่ยนใช้หญ้าเทียมทั้งหมด จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2561 นั้นได้เปลี่ยนกลับมาเป็นหญ้าจริงแทน

โดยนอกจากจะเป็นรังเหย้าของสโมสรฟุตบอลบีจี ปทุม ยูไนเต็ด แล้ว ยังเคยใช้จัดการแข่งขันระดับนานาชาติของทีมชาติไทย รวมถึงฟุตบอลถ้วยรายการสำคัญของเมืองไทย ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นสนาม บีจีสเตเดียม ในปัจจุบัน

ที่ตั้ง ที่ตั้ง สนาม ความจุ ปี
14°00′02″N 100°40′45″E / 14.000649°N 100.679028°E / 14.000649; 100.679028 จังหวัดปทุมธานี บีจีสเตเดียม 10,114 2010–ปัจจุบัน

ชุดแข่งขัน[แก้]

เหย้า

2016
2017
2019
2020–21
2021–22

เยือน

2016
2017
2019
2020–21
2021–22

ผู้เล่น[แก้]

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
1 GK ไทย ฉัตรชัย บุตรพรม
3 DF ไทย ทศพล ชมชน
4 MF ไทย เชาว์วัฒน์ วีระชาติ
5 DF บราซิล วิกตูร์ การ์ดูซู
6 MF ไทย สารัช อยู่เย็น
7 FW บราซิล จีโอกู ลูอิส ซังตู
8 MF ไทย พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์
9 FW ไทย สุรชาติ สารีพิมพ์
10 FW ไทย ธีรศิลป์ แดงดา
11 MF ไทย สุมัญญา ปุริสาย
13 DF ไทย เอร์เนสโต ภูมิภา
15 DF ไทย อภิสิทธิ์ โสรฎา
16 DF ไทย จักพัน ไพรสุวรรณ
17 DF สิงคโปร์ อิรฟาน ฟานดี
18 MF ไทย ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์
19 FW ไทย เจนรบ สำเภาดี
20 FW ไทย ชิตชนก ไชยเสนสุรินธร
เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
22 MF ไทย วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ
23 DF ไทย สันติภาพ จันทร์หง่อม
24 MF ไทย ฉัตรมงคล ทองคีรี
25 GK ไทย ประสิทธิ์ ผดุงโชค
26 GK ไทย กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก
28 MF ไทย ณัฐพล วรสุทธิ์
29 FW ไทย ชาตรี ฉิมทะเล
30 DF เวเนซุเอลา อันเดรส ตุญเญซ
31 GK ไทย ฟาหัส บิลังโหลด
33 DF ไทย นาคิน วิเศษชาติ
34 DF ไทย ศราวุธ เกิดศรี
47 FW ไทย ธรรมยุต รักบุญ
48 MF ไทย กนกพล ปุษปาคม
55 DF ไทย ชนภัช บัวพันธุ์
77 MF ไทย วาริส ชูทอง
99 FW สิงคโปร์ อิคซาน ฟานดี
DF ไทย อดิศักดิ์ ซอสูงเนิน
MF ไทย เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
11 DF ไทย สหรัฐ ปองสุวรรณ (ไป พีที ประจวบ จนจบฤดูกาล)
13 FW ไทย ตะวัน โคตรสุโพธิ์ (ไป เชียงใหม่ จนจบฤดูกาล)
26 MF ไทย ศุภศักดิ์ สารภี (ไป เชียงใหม่ จนจบฤดูกาล)
27 MF ฟิลิปปินส์ เควิน อินเกรโซ (ไป สมุทรปราการ ซิตี้ จนจบฤดูกาล)
33 DF ไทย ปิยะชนก ดาฤทธิ์ (ไป สุพรรณบุรี จนจบฤดูกาล)
34 MF ไทย สมยศ พงษ์สุวรรณ (ไป เชียงใหม่ จนจบฤดูกาล)
35 FW ไทย สิโรจน์ ฉัตรทอง (ไป เชียงราย ยูไนเต็ด จนจบฤดูกาล)
เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
39 MF ไทย ยอดรัก นาเมืองรักษ์ (ไป ราชประชา จนจบฤดูกาล)
40 GK ไทย กรพัฒน์ นารีจันทร์ (ไป โปลิศ เทโร จนจบฤดูกาล)
63 DF ไทย อธิบดี เอติรัตน์ (ไป ราชประชา จนจบฤดูกาล)
88 FW ญี่ปุ่น เรียว มัตสึมูระ (ไป โปลิศ เทโร จนจบฤดูกาล)
92 MF ไทย ธรรมยุทธ ต้นคำ (ไป ราชประชา จนจบฤดูกาล)
97 MF ไทย พงศ์รวิช จันทวงษ์ (ไป เชียงใหม่ จนจบฤดูกาล)
MF ไทย ภิญโญ อินพินิจ (ไป เชียงใหม่ จนจบฤดูกาล)
DF ไทย สุวรรณภัทร กิ่งแก้ว (ไป สุพรรณบุรี จนจบฤดูกาล)

บุคลากร[แก้]

ทีมงานบริหาร[แก้]

ชื่อและสัญชาติ ตำแหน่ง
จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ไทย ประธานสโมสร กิตติมศักดิ์
สุรศักดิ์ เดชะรินทร์ ไทย รองประธานสโมสร กิตติมศักดิ์
ปวิณ ภิรมย์ภักดี ไทย ประธานสโมสร
ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ ไทย รองประธานสโมสร
อัมรัตน์ ภูววีรานินทร์ ไทย ที่ปรึกษา
กิตติศักดิ์ จิรภาสุขสกุล ไทย ที่ปรึกษา
ปิยศักดิ์ ภูมิจิตร ไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ภาณุเดช วิศิษฏ์กุล ไทย ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรบุคคล
สุทธิดา ทองจำรัส ไทย ผู้อำนวยการสำนักการเงิน
วิรชาดา แสงชาติ ไทย ผู้จัดการฝ่ายการเงินและบัญชี
สุรชัย จตุรภัทรพงษ์ ไทย ผู้อำนวยการฟุตบอล
วิรชาดา แสงชาติ ไทย ผู้จัดการฝ่ายการเงินและบัญชี
ธนากร ปันทวังกูร ไทย ผู้อำนวยการสำนักบริหารและการสื่อสาร / เลขาธิการสโมสร
วสันต์ ศานติวิวัฒน์กุล ไทย ผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย

ทีมงานฝึกสอนและเจ้าหน้าที่[แก้]

ชื่อและสัญชาติ ตำแหน่ง
มาโกโตะ เทงูราโมริ ญี่ปุ่น หัวหน้าผู้ฝึกสอน
อัคถภรณ์ ชลิตาภรณ์ ไทย ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน
อำนาจ แก้วเขียว ไทย ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน
มาร์กอส โดมินเกรท บราซิล ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู
ชาง ยอบ ยี เกาหลีใต้ ฟิตเนส เทรนเนอร์
ศรีศักดิ์ เกตุจันทรา ไทย ฟิตเนส เทรนเนอร์
อรรถพล บุญสรรค์ ไทย ฟิตเนส เทรนเนอร์
ภคภณ อิสรไกรศิล ไทย แพทย์ประจำทีม
ยงศักดิ์ เลิศดำรงเกียรติ ไทย นักกายภาพบำบัด
ศรัญญู เขียวเล็ก ไทย นักกายภาพบำบัด
ชโลทร ชัยศิริ ไทย นักกายภาพบำบัด
อนุพัฒน์ ไกรสังข์ ไทย หมอนวดประจำทีม
สันติสุข สกุลดี ไทย หมอนวดประจำทีม
กนกศักดิ์ ทองชู ไทย หมอนวดประจำทีม
ธเนษฐ์พงษ์ สุขวงศ์ ไทย นักโภชนาการ
PABLO MUNIZ GARCIA สเปน เจ้าหน้าที่ทีม
ชยุต จันทรมณฑล ไทย เจ้าหน้าที่ทีม
ณฐกร เทียมกีรกุล ไทย ล่ามประจำสโมสร
เควิ้น ฟเจลล์ ไทย ล่ามประจำสโมสร
สาโรจน์ เจริญสุข ไทย เจ้าหน้าที่ทีม
ธวัชชัย ขำคล้อย ไทย เจ้าหน้าที่ทีม
พรชัย พลกูร ไทย เจ้าหน้าที่ทีม

ตารางคะแนนในฟุตบอลลีก[แก้]

ฤดูกาล ดิวิชัน อันดับที่ นัด W D L F A +/- แต้ม เหย้า W D L F A +/- แต้ม เยือน W D L F A +/- แต้ม ดาวซัลโวสูงสุด จำนวนประตู
2564–65 T1 2nd 30 17 9 4 52 27 25 60 15 12 1 2 32 13 19 37 15 5 8 2 20 14 6 23 ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ 10
2563–64 T1 1st 30 24 5 1 54 13 41 77 15 12 3 0 28 8 20 39 15 12 2 1 26 5 21 38 วิคเตอร์ คาโดโซ่ 15
2562 T2 1st 34 24 6 4 76 27 49 78 17 15 1 1 43 9 34 46 17 9 5 3 33 18 15 32 บาร์รอส ทาร์เดลลี 18
2561 T1 14th 34 11 9 14 55 46 9 42 15 8 1 6 32 22 10 25 16 3 7 6 21 19 2 16 สุรชาติ สารีพิมพ์

ดาวิด บาล่า

8
2560 T1 5th 34 16 8 10 63 44 19 56 17 12 2 3 42 19 22 38 17 4 6 7 21 25 -4 18 สุรชาติ สารีพิมพ์
ยาสมานี่ คัมโปส
10
2559 TL 3rd 31 18 3 10 62 41 21 57 15 11 1 3 34 14 20 34 16 7 2 7 28 27 1 23 อาเรียล โรดริเกวซ 19
2558 TPL 6th 34 15 11 8 47 38 9 56 17 11 5 1 37 19 18 38 17 4 6 7 10 19 (-9) 18 ดาร์โก้ ทาเชฟสกี้
อริดาเน่ ซานตาน่า
9
2557 TPL 10th 38 14 7 17 70 65 5 49 19 9 3 7 40 30 10 30 19 5 4 10 30 35 (-5) 19 ลาซารัส คาอิมบี้ 12
2556 TPL 5th 32 14 8 10 40 31 9 50 16 11 3 2 27 8 19 36 16 3 5 8 13 23 (-10) 14 ชาตรี ฉิมทะเล 10
2555 TPL 8th 34 10 15 9 53 39 14 45 17 8 7 2 33 15 18 31 17 2 8 7 20 24 (-4) 14 อาจายี่ เบงกา 12
2554 TPL 5th 34 15 8 11 55 41 14 53 17 11 3 3 36 15 21 36 17 4 5 8 19 26 (-7) 17 ศรายุทธ ชัยคำดี 15
2553 TPL 5th 30 12 9 9 48 38 10 45 15 8 6 1 28 12 16 30 15 4 3 8 20 26 (-6) 15 ชาตรี ฉิมทะเล 10
2552 TPL 3rd 30 16 8 6 45 31 14 56 15 11 4 0 25 11 14 37 15 5 4 6 20 20 0 19 นันทวัฒน์ แทนโสภา 11
แชมเปียนส์ รองชนะเลิศ อันดับที่ 3 เลื่อนชั้น ตกชั้น

ฟุตบอลถ้วย[แก้]

ปี ถ้วย ก. เอฟเอคัพ ลีกคัพ ไทยแลนด์แชมเปียนส์คัพ เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก
2564–65 สมาคมฯ
ยกเลิกการแข่งขัน
รอบ 8 ทีม รอบ 8 ทีม ชนะเลิศ รอบ 16 ทีม
2563–64 รอบ 32 ทีม สมาคมฯ
ยกเลิกการแข่งขัน
ไม่ได้แข่งขัน ไม่ได้แข่งขัน
2562 รอบ 32 ทีม รอบก่อนรองชนะเลิศ ไม่ได้แข่งขัน ไม่ได้แข่งขัน
2561 รอบ 32 ทีม รองชนะเลิศ ไม่ได้แข่งขัน ไม่ได้แข่งขัน
2560 รอบ 16 ทีม รอบ 32 ทีม ไม่ได้แข่งขัน ไม่ได้แข่งขัน
2559 ไม่ได้แข่งขัน รอบ 32 ทีม รอบ 32 ทีม ไม่ได้แข่งขัน ไม่ได้แข่งขัน
2558 รองชนะเลิศ รอบ 16 ทีม รอบ 16 ทีม ไม่ได้แข่งขัน รอบคัดเลือกรอบ 3
2557 ไม่ได้แข่งขัน ชนะเลิศ รอบ 8 ทีม ไม่ได้แข่งขัน ไม่ได้แข่งขัน
2556 ไม่ได้แข่งขัน รองชนะเลิศ รอบ 64 ทีม ไม่ได้แข่งขัน ไม่ได้แข่งขัน
2555 ไม่ได้แข่งขัน รอบรองชนะเลิศ รอบรองชนะเลิศ ไม่ได้แข่งขัน ไม่ได้แข่งขัน
2554 ไม่ได้แข่งขัน รอบ 4 รอบ 32 ทีม ไม่ได้แข่งขัน ไม่ได้แข่งขัน
2553 ไม่ได้แข่งขัน รอบ 3 รอบ 8 ทีม ไม่ได้แข่งขัน ไม่ได้แข่งขัน
2552 ไม่ได้แข่งขัน รอบก่อนรอง ไม่ได้แข่งขัน ไม่ได้แข่งขัน ไม่ได้แข่งขัน
ชนะเลิศ รองชนะเลิศ


ผลงานระดับทวีป[แก้]

ฤดูกาล การแข่งขัน รอบ คู่แข่ง เหย้า เยือน รวม
2015 เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือกรอบ 2 มาเลเซีย โจโฮร์ดารุลตักซิม 3–0
รอบเพลย์ออฟ ประเทศจีน เป่ย์จิงกั๋วอัน 0–3
2021 เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก กลุ่ม เอฟ ฟิลิปปินส์ คายา–อีโลอีโล 4–1 1–0 อันดับที่ 2
เกาหลีใต้ อุลซันฮุนได 0–2 0–2
เวียดนาม วิเอตเตล 2–0 3–1
รอบ 16 ทีมสุดท้าย เกาหลีใต้ ช็อนบุกฮย็อนแดมอเตอส์ 1–1
(ต่อเวลา)
(2–4 p)
2022 เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก กลุ่ม จี ออสเตรเลีย เมลเบิร์นซิตี 1–1 0–0 อันดับที่ 1
เกาหลีใต้ ช็อนนัมดรากอนส์ 0–0 2–0
ฟิลิปปินส์ ยูไนเต็ดซิตี 5–0 3–1
รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฮ่องกง คิตฉี

หัวหน้าผู้ฝึกสอน[แก้]

รายชื่อหัวหน้าผู้ฝึกสอน (พ.ศ. 2552 - ปัจจุบัน)

ชื่อ สัญชาติ ระยะเวลา เกียรติยศ
อ.ไนยะ บุญประสิทธิ์ ไทย เม.ย. 2549 – ต.ค. 2551 รองชนะเลิศถ้วยพระราชทานประเภท ง
Mr.Hans Rudolf Franz Emser เยอรมนี มี.ค. 2552 – มิ.ย. 2552
สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ไทย มิ.ย. 2552 – มิ.ย. 2553 สิงค์โปร์คัพ รองชนะเลิศ 2552, ควีนส์คัพ ชนะเลิศ 2553
การ์ลูส โรเบร์ตู จี การ์วัลยู บราซิล มิ.ย. 2553 – ต.ค. 2553
ศุภสิน ลีลาฤทธิ์/สาธิต เบ็ญโสะ ไทย ต.ค. 2553 – มี.ค. 2554 สิงค์โปร์คัพ ชนะเลิศ 2553
อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ ไทย มี.ค. 2554 – ธ.ค. 2554
สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ไทย ม.ค. 2555 – ก.ย. 2555
ฟิล สตับบินส์ อังกฤษ ต.ค. 2555 – มี.ค. 2556
อนุรักษ์ ศรีเกิด ไทย เม.ย. 2556 – พ.ค. 2556
อรรถพล บุษปาคม ไทย พ.ค. 2556 – มิ.ย. 2557 รองชนะเลิศ เอฟเอคัพ 2556
อนุรักษ์ ศรีเกิด ไทย ก.ค. 2557 – ธ.ค. 2557 ชนะเลิศ เอฟเอคัพ 2557
ริคาร์โด้ โรดริเกวซ สเปน ม.ค. 2558 – พ.ย. 2558
อนุรักษ์ ศรีเกิด ไทย ธ.ค. 2558 – มิ.ย. 2559
ออเรลิโอ วิดมาร์ ออสเตรเลีย ส.ค. 2559 – ก.ค. 2560
สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ไทย ก.ค. 2560 – พ.ย. 2560
โจเซฟ เฟร์เร สเปน พ.ย. 2560 – มี.ค. 2561
อนุรักษ์ ศรีเกิด ไทย เม.ย. 2561 – ต.ค. 2561 รองชนะเลิศ ลีกคัพ 2561
ดุสิต เฉลิมแสน ไทย ต.ค. 2561 – เม.ย. 2564 ชนะเลิศ ไทยลีก 2 ฤดูกาล 2562, ชนะเลิศ ไทยลีก ฤดูกาล 2563–64
ออเรลิโอ วิดมาร์ ออสเตรเลีย พ.ค. 2564 – พ.ย. 2564 ชนะเลิศ ไทยแลนด์แชมเปียนส์คัพ 2564
ดุสิต เฉลิมแสน ไทย พ.ย. 2564 – ม.ค. 2565
สุรชัย จตุรภัทรพงษ์
(รักษาการ)
ไทย ม.ค. 2565
มาโกโตะ เทงูราโมริ ญี่ปุ่น ม.ค. 2565 – รองชนะเลิศ ไทยลีก ฤดูกาล 2564-65

เกียรติยศ[แก้]

เกียรติยศ จำนวน ฤดูกาล
ถ้วยภายในประเทศ
ไทยลีก ชนะเลิศ 1 2563–64
ไทยลีก รองชนะเลิศ 1 2564–65
ไทยลีก 2 ชนะเลิศ 1 2562
ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ค รองแชมป์ 1 2551/52
ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ง รองแชมป์ 1 2550/51
ไทยเอฟเอคัพ ชนะเลิศ 1 2557
ไทยเอฟเอคัพ รองชนะเลิศ 1 2556
ไทยแลนด์แชมเปียนส์คัพ ชนะเลิศ 1 2564
ควีนส์คัพ ชนะเลิศ 1 2553
ซูเปอร์คัพ ชนะเลิศ 1 2552
ถ้วยนอกประเทศ
สิงคโปร์คัพ ชนะเลิศ 1 2553
สิงคโปร์คัพ รองชนะเลิศ 1 2552

อะคาเดมี่ สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด[แก้]

สโมสรบางกอกกล๊าส ได้เปิดอะคาเดมี่ฟุตบอล สำหรับเยาวชน เพื่อคัดเลือกเยาวชนที่มีความสนใจด้านการฝึกทักษะความสามารถด้านฟุตบอลในระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูงในหลักสูตรสากล โดยมีโค้ชผู้ฝึกสอนระดับมืออาชีพ สร้างให้ผู้เรียนได้มีความรู้ด้านฟุตบอลถูกต้องและสามารถทำให้ผู้เรียนเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง และสามารถนำไปปรับใช้เพื่อในอนาคตก้าวไปสู่ระดับอาชีพได้

สโมสร จึงเปิดศูนย์ฝึกสอนฟุตบอลบางกอกกล๊าส ได้เปิดสอนเยาวชนมาตั้งแต่ปี 2552 ทั้งนี้ - เปิดคลินิกฟุตบอล (เสาร์-อาทิตย์) เป็นประจำ - คัดเลือกนักเตะเยาวชน เข้ามาอยู่ในสังกัดอคาเดมี่ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรต่อไป

ปี 2555 สโมสรบางกอกกล๊าส ได้เซ็นสัญญา ร่วมเป็นพันธมิตรกับโรงเรียนอัสสัมชัญ ในโครงการอัสสัมชัญ แคมปัส พระราม 2 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนักเตะ บุคลากร ของโรงเรียน ให้มีความรู้ความสามารถด้านฟุตบอลมากยิ่งขึ้น และยังพัฒนานักเตะเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของนักเตะบางกอกกล๊าสในอนาคตต่อไป

ปี 2555 สโมสรบางกอกกล๊าส ได้สนับสนุนให้ ส.บางกอกกล๊าส (รังสิต เอฟซี) เข้าแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภทข. จนคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานได้สำเร็จ และได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่น ฟุตบอลลีกภูมิภาค โซนกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยสโมสรมีนโยบายจะให้ทีม สโมสรฟุตบอลรังสิต เอฟซี นั้นเป็นเวทีแจ้งเกิด ของนักฟุตบอลเยาวชนของสโมสร เป็นการสร้างโอกาส ฝึกฝน เรียนรู้การเป็นนักเตะอาชีพ ก่อนที่จะได้รับโอกาสขึ้นมาเล่นใน สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ต่อไป

ปี 2556 สโมสรบางกอกกล๊าส ได้สนับสนุนให้ ส.บางกอกกล๊าส (รังสิต เอฟซี) เป็นพันธมิตร 2 ปี กับมหาวิทยาลัยธนบุรี ในการจับมือร่วมกันทำทีม สโมสรธนบุรี-บีจี ยูไนเต็ด ส่งทีมเข้าแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค โซนภาคกลางและภาคตะวันตก โดยมีโค้ชสาธิต เบ็ญโสะ เป็นหัวหน้าสต๊าฟโค้ช และมีนักเตะเยาวชนสโมสรบางกอกกล๊าสร่วมทีม

ปี 2559 สโมสรบางกอกกล๊าส ร่วมกับตั้งศูนย์ฝึกฟุตบอล ยามาโอกะ ฮานาซากะ อะคาเดมี่(YHA) ตั้งอยู่ที่ คลอง 4 รังสิต จ.ปทุมธานี และจัดโครงการสร้างเจ้าหนูนักเตะ โดยปัจจุบันเปิดรับเยาวชนเข้าร่วมฝึกฝนในอะคาเดมี่ด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ ยู-12 ยู-15 และยู-18

โดยในปี 2560-2564 ทีมเยาวชนของสโมสรในรุ่นอายุต่างๆ ได้สร้างผลงานให้กับทางสโมสรในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเยาวชนในระดับประเทศ ซึ่งสามารถทำผลงานให้เป็นที่ยอมรับในการแข่งขันรายการระดับเยาวชน อาทิเช่น

เยาวชนรุ่นอายุ ยู-13 ชนะเลิศ การแข่งขันรายการ "U-13 National Youth Football League" ระดับประเทศ

เยาวชนรุ่นอายุ ยู-15 ชนะเลิศ การแข่งขันรายการ "U-15 Asian Dream Football" ระดับประเทศ

เยาวชนรุ่นอายุ ยู-15 ชนะเลิศ การแข่งขันรายการ "U-15 Kingpower Cup" ระดับประเทศ


ผอ.ศูนย์ฝึกเยาวชน ประเทศ ปี
Mr.Hans Rudolf Franz Emser เยอรมนี 2552-2559
สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ไทย 2559-ปัจจุบัน

สโมสรพันธมิตร[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. สุโขทัยเชือดแอร์ฟอร์ซ 3-2 รอดตกชั้น, Goal.com, สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2561
  2. 2.0 2.1 H2Hดีกว่าบีจี! ชัยนาทซัดสุพรรณ2-1 รอดตกชั้น, Goal.com, สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2561
  3. ""บีจี ปทุม ยูไนเต็ด" คว้าแชมป์ไทยลีกเร็วสุดในประวัติศาสตร์". สำนักข่าวไทย. สืบค้นเมื่อ 5 March 2021.
  4. "9 ข้อต้องรู้! ความเป็น "ที่สุด" ของ บีจี ปทุมฯ กับแชมป์ไทยลีกประวัติศาสตร์". สยามสปอร์ต. สืบค้นเมื่อ 5 March 2021.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]