เจลีก ดิวิชัน 1

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจลีก ดิวิชัน 1
J1 League.png
ประเทศ  ญี่ปุ่น
สมาพันธ์ เอเอฟซี
ก่อตั้ง 2535
จำนวนทีม 18
ระดับในพีระมิด 1
ตกชั้นสู่ เจลีก ดิวิชัน 2
ถ้วยภายในประเทศ ถ้วยพระจักรพรรดิ
ยามาซากิ นาบิสโก คัพ
ฟุจิซีร็อกซ์ ซูเปอร์คัพ
ถ้วยระดับนานาชาติ เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก
ทีมชนะเลิศปัจจุบัน คะวะซะกิ ฟรอนตาเล
(2017)
ชนะเลิศมากที่สุด คะชิมะ แอนท์เลอร์ส (7 ครั้ง)
หุ้นส่วนโทรทัศน์ SKY PerfecTV! (ประเทศญี่ปุ่น)
EPSN Brasil (ประเทศบราซิล)
ทรูวิชันส์ (ประเทศไทย)
เว็บไซต์ เว็บไซต์ทางการ
เจลีก ดิวิชัน 1 ฤดูกาล 2017

เจลีก ดิวิชัน 1 (ญี่ปุ่น: J1リーグ J1 Rīgu ทับศัพท์จาก J1-League ?) เป็นลีกระดับสูงสุดของ ฟุตบอลลีกอาชีพแห่งประเทศญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น: 日本プロサッカーリーグ Nippon Puro Sakkā Rīgu ?) และเป็นการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพเจลีก ระดับสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในลีกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเอเชีย และเป็นลีกเดียวที่ถูกจัดอันดับไว้ในคลาส A โดยสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย

ชื่อของ เจลีก ดิวิชัน 1 ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น เจ1 ลีก ตั้งแต่ฤดูกาล 2015 และเมื่อมีผู้สนับสนุนหลักคือ เมจิ ยะสึดะ ไลฟ์ จึงมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เมจิ ยะสึดะ เจ1 ลีก แต่ในประเทศไทยยังนิยมเรียกว่า เจลีก ดิวิชัน 1

ประวัติ[แก้]

 ก่อนยุคลีกอาชีพ (ก่อน 1992)[แก้]

ก่อนจะเริ่มเข้าสู่ยุคเจลีก การแข่งขันระดับสูงสุดของสโมสรในญี่ปุ่น Japan Soccer League (JSL) ซึ่งจัดว่าเป็นลีกสมัครเล่น[1] แม้ในยุคทศวรรษที่ 1960 และ 1970 จะได้รับความนิยมขึ้นมา (ช่วงที่ทีมชาติญี่ปุ่นได้เหรียญทองแดงจากกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1968 ที่เม็กซิโก) แต่ JSL ก็เริ่มซบเซาอีกครั้งในช่วงทศวรรษที่ 1980 เช่นเดียวกับฟุตบอลลีกทั่วโลก แฟนบอลลดน้อยลง สนามคุณภาพไม่ดี และทีมชาติญี่ปุ่นก็ไม่ได้ทีมชั้นนำของเอเชียแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น (JFA) จึงได้ตัดสินใจก่อตั้งลีกอาชีพขึ้นมาเพื่อยกระดับของทีมชาติ เพิ่มความนิยมให้กับลีกในประเทศ และให้มีแฟนบอลมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ เจลีกจึงได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 โดยมีสโมสรจาก JSL ดิวิชัน 1 เข้าร่วมการแข่งขัน 8 สโมสร ดิวิชัน 2 อีก 1 สโมสร และมีสโมสรชิมิซุ เอส-พัลส์ สโมสรน้องใหม่เข้าร่วมการแข่งขันอีก 1 สโมสร และได้มีการเปลี่ยนชื่อการแข่งขันเป็น ลีกฟุตบอลญี่ปุ่น (Japan Football League: JFL) จัดว่าเป็นลีกกึ่งอาชีพ แต่เจลีกก็ยังไม่ได้เริ่มอย่างเป็นทางการเพราะในตอนนั้นยังมีการแข่งขันยะมะซะกิ นาบิสโก คัพอยู่ ซึ่งเป็นการแข่งขันเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาลจริงในปี 1993

ฤดูกาลแรกและยุครุ่งเรือง (1993-1995)[แก้]

เจลีก เริ่มต้นอย่างเป็นทางการฤดูกาลแรกในวันที่ 15 พฤษภาคม 1993 โดยมี 10 ทีมเข้าร่วมการแข่งขัน นัดเปิดสนามเป็นการพบกันระหว่าง เวอร์ดี้ คะวะซะกิ (ปัจจุบันคือ โตเกียว เวอร์ดี้) กับ โยะโกะฮะมะ เอฟ มารินอส ที่สนามกีฬาแห่งชาติคะซุมิกะโอกะ

หลังยุครุ่งเรือง (1996-1999)[แก้]

สามปีแรกของเจลีกประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ในต้นปี 1996 แฟนบอลลดลงอย่างรวดเร้ว และในปี 1997 มีแฟนบอลเข้าชมเฉลี่ยต่อเกมเหลือเพียงแค่ 10,131 คนเท่านั้น เทียบกับในปี 1994 มีแฟนบอลเกมละ 19,000 คน

เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานและรูปแบบเกม (1999-2004)[แก้]

ฝ่ายจัดการแข่งขันมองว่าแนวทางในขณะนั้นน่าจะเป็แนวทางที่ผิด จึงได้เริ่มแก้ปัญหา โดยมีทางแก้ไขอยู่สองวิธีด้วยกัน

วิธีแรก คือการออก วิสัยทัศน์ เจลีก 100 ปี โดยตั้งเป้าว่าจะต้องมีสโมสรอาชีพ 100 สโมสรในประเทศญี่ปุ่นภายในปี 2092 ซึ่งจะเป็นปีที่ครบรอบ 100 ปีของลีกพอดี นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันลีกยังสนับสนุนให้สโมสรต่างๆช่วยกันสนับสนุนกีฬาฟุตบอลและกีฬาอื่นๆในท้องถิ่นเพื่อให้ได้รับความนิยมจากคนพื้นที่มากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มรากหญ้า และสนับสนุนให้หาผู้สนับสนุนเป็นธุรกิจใหญ่ในท้องที่นั้นๆ ทางลีกเชื่อว่าความสัมพันธ์กับเมืองและชาวเมืองนั้นจะทำให้สโมสรดีขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน มากกว่าการมุ่งหาผู้สนับสนุนที่เป็นนักธุรกิจเจ้าใหญ่ๆระดับประเทศอย่างเดียวเท่านั้น

วิธีที่สองคือ การปรับโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ของลีกในปี 1999 โดยมี 9 สโมสรจากลีกกึ่งอาชีพ JFL และอีก 1 สโมสรจากเจลีก ร่วมสร้าง เจลีก ดิวิชัน 2 เริ่มทำการแข่งขันตั้งแต่ปี 1999 และดันให้ลีกอันดับสองอย่าง JFL กลายเป็นลีกอันดับ 3 ไป

และในยุคนี้จนถึงกี 2004 (ยกเว้นปี 1996) เจลีกถูกแบ่งเป็น 2 เลก และนำแชมป์เลกแรกกับเลกที่สองมาเพลย์ออฟหาแชมป์และรองแชมป์ของลีกไป แต่แชมป์เลกแรกกับเลกสองเป็นทีมเดียวกันก็ถือว่าเป็นแชมป์ไปโดยปริยาย แต่ระบบนี้ถูกยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2005

ใช้ระบบลีกยุโรปและเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก (2005-2008)[แก้]

นับตั้งแต่ฤดูกาล 2005 เจลีก ดิวิชัน 1 มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 18 ทีม (จากที่เคยมี 16 ทีมในปี 2004) และระบบฤดูกาลแข่งขันเริ่มเปลี่ยนมาใช้แบบสโมสรในยุโรป ทีมที่ต้องตกชั้นเพื่มจาก 2 เป็น 2.5 ทีม นั่นคือ ทีมอันดับสามจากท้ายตารางจะต้องไปเล่นเพลย์ออฟกับทีมอันดับ 3 ในเจลีกดิวิชัน 2 เพื่อหาผู้ที่ต้องตกไปอยู่ดิวิชัน 2

อย่างไรก็ตาม ในสมัยก่อน สโมสรเจลีกไม่ค่อยจะจริงจังกับการแข่งชันเอเชียนแชมเปียนส์ลีกเท่าไหร่นักเนื่องจากต้องเดินทางไกลและคุณภาพของทีมที่ต้องแข่งด้วยนั้นยังไม่น่าสนใจเท่าไหร่ แต่ในปี 2008 มีทีมญี่ปุ่นผ่านเข้าไปสู่รอบก่อนรองชนะเลิศถึง 3 ทีมด้วยกัน[2]

แต่เมื่อได้มีการผนวกเอลีกเข้าสู่ฟุตบอลเอเชียตะวันออก และเริ่มมีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ชาวเอเชียเริ่มหันมาสนใจฟุตบอลรายการนี้กันมากขึ้น ทำให้ลีกญี่ปุ่นและสโมสรต่างๆของญี่ปุ่นเริ่มหันมาให้ความสนใจฟุตบอลรายการเอเชียมากขึ้น ตัวอย่างเช่น คะวะซะกิ ฟรอนตาเล เริ่มสร้างฐานแฟนบอลในฮ่องกง ได้หลังจากที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้ในฤดูกาล 2007[3] และจากการที่อุระวะ เรดไดมอนส์และกัมบะ โอซะกะคว้าแชมป์เอเชียได้ในปี 2007 และ 2008 ความนิยมและความสนใจในฟุตบอลเวทีเอเชียก็เริ่มมีกขึ้น ด้วยเหตุนี้ ประกอบกับการจัดการลีกที่ดี สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียจึงได้ยกย่องให้เจลีกเป็นลีกที่อยู่ในอันดับสงสุด และมีโอกาสเล่นฟุตบอลเอเชียถ้วยใหญ่ถึง 4 ที่นับตั้งแต่ปี 2009 และลีกยังได้โอกาสในการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดให้กับต่างประเทศ โดยเฉพาะในชาติเอเชียด้วยกัน

นับตั้งแต่ปี 2008 แชมป์รายการถ้วยพระจักรพรรดิสามารถเข้าร่วมการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลต่อไปได้เลย แทนที่จะต้องรอไปเล่นในปีถัดไป (เช่น โตเกียวเวอร์ดี้เคยได้แชมป์รายการนี้ในปี 2005 แต่ต้องไปแข่งระดับเอเชียในฤดูกาล 2007 แทนที่จะเป็นฤดูกาล 2006) ด้วยเหตุนี้ จึงมีหนึ่งทีมที่ต้องเสียสละ นั่นคือ คะชิมะแอนต์เลอส์ ที่ได้แชมป์ในปี 2007 ก็ถูกระงับสิทธิ์ในการไปเล่นแทน แต่อย่างไรก็ตาม คะชิมะแอนต์เลอส์ก็ยังสามารถไปเล่นฟุตบอลเอเชียในปี 2009 ได้เนื่องจากสามารถคว้าแชมป์เจลีก ดิวิชัน 1 ในปี 2008 ได้นั่นเอง

เจลีกยุคใหม่ (2009-2016)[แก้]

ในปี 2009 เกิดการเปลี่ยนแปลงในลีกครั้งใหญ่อีกครั้ง เริ่มจากการมี 4 สโมสรเข้าร่วมรายการเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก ต่อด้วยการมีทีมตกชั้นเพิ่มเป็น 3 ทีม นอกจากนี้ ด้วยกฎใหม่ของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย เจลีกจึงต้องตั้งกฎให้มีผู้เล่นต่างชาติได้เพียง 4 คน แต่ต้องมี 1 คนที่มาจากชาติสมาชิกของสมาพันธ์ (ที่ไม่ใช่ญี่ปุ่น) นอกจากนั้น ยังมีการบังคับใช้ระบบไลเซนส์ของสโมสรเจลีกเพื่อตั้งมาตรฐานการอยู่ในลีกอาชีพสูงสุด

ในปี 2015 เจลีก ดิวิชัน 1 ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เจ1 ลีก นอกจากนี้ ระบบลีกของเจลีกถูกแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ช่วงด้วยกัน โดยในหนึ่งปีจะถูกแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ช่วง ส่วนช่วงที่สามจะเป็นช่วงสำหรับการเพลย์ออฟเพื่อตัดสินแชมป์ โดยมีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน 5 ทีม ได้แก่ ทีมที่ทำคะแนนรวมสูงสุด 1 ทีม ทีมที่เก็บคะแนนได้มากที่สุดสองทีมในช่วงที่ 1 และทีมที่เก็บคะแนนได้มากที่สุดสองทีมในช่วงที่ 2

เจลีกยุคปัจจุบัน (2017-)[แก้]

แม้ฝ่ายจัดการแข่งขันคิดจะใช้ระบบแบ่งครึ่งลีกไปประมาณ 5 ปี แต่ระบบนี้ได้มีการยกเลิกและเปลี่ยนไปเป็นระบบตารางคะแนนเดียวเช่นเดิมตั้งแต่ปี 2017 หลังจากได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์และได้รับเสียงตอบรับที่ไม่ดีจากแฟนบอล[4] นั่นคือ ทีมที่ทำผลงานทั้งฤดูกาลได้ดีที่สุด จะได้แชมป์ไปครอง

ฤดูกาล 2560[แก้]

ระบบลีก[แก้]

เจลีก ดิวิชัน 1 ในฤดูกาล 2560 (ค.ศ. 2017) มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 18 ทีม ทำการแข่งขันแบบพบกันหมดแบบเหย้า-เยือน ดังนั้น หนึ่งสโมสรจะทำการแข่งขันทั้งหมด 34 เกม และทีมที่ชนะจะได้ 3 คะแนน แพ้ได้ 0 คะแนน และหากเสมอกันได้ 1 คะแนน การจัดอันดับจะคิดคะแนนตามแต้ม และหากมีจำนวนแต้มเท่ากัน จะใช้หลักการจัดอันดับดังนี้

  • พิจารณาจากผลต่างของประตูได้ และประตูเสีย (Goals Difference)
  • พิจารณาเฉพาะประตูได้ (Goals Scored)
  • พิจารณาจากผลการแข่งขันของทีมที่มีคะแนนเท่ากันที่เคยแข่งกันมาในฤดูกาล (Head To Head)
  • พิจารณาคะแนนวินัย (Disciplinary Points)

หากจำเป็นจะมีการจับสลาก แต่ถ้าหากมีสองทีมที่ได้คะแนนเท่ากันในอันดับที่ 1 ทั้งสองทีมจะได้แชมป์ร่วมกัน สามอันดับแรกจะได้สิทธิ์เข้าแข่งขัน เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลถัดไป และทีมสามอันดับสุดท้ายตกชั้นสู่ เจลีก 2

เงินรางวัล (อ้างอิงจากปี 2015)
  • แชมป์ (ผู้ชนะในรอบชิงของรอบแชมป์เปี้ยนชิพ): 100,000,000 เยน
  • ผู้ชนะสเตจ 1 และ สเตจ 2: 50,000,000 เยน
  • อันดับที่ 1 ในผลรวมคะแนนทั้ง 2 สเตจ: 80,000,000 เยน
  • อันดับที่ 2 ในผลรวมคะแนนทั้ง 2 สเตจ: 30,000,000 เยน
  • อันดับที่ 3 ในผลรวมคะแนนทั้ง 2 สเตจ: 20,000,000 เยน
  • ผู้ชนะในรอบแรกและรอบรองชนะเลิศของรอบแชมป์เปี้ยนชิพ : 15,000,000 เยน

สโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขัน[แก้]

เจลีก ดิวิชัน 1 ซึ่งตั้งอยู่ใน ญี่ปุ่น
เขตอภิมหานครโตเกียว†
เขตอภิมหานครโตเกียว
เขตเคฮันชิน‡
เขตเคฮันชิน
เจลีก ดิวิชัน 1 (ญี่ปุ่น)
สโมสร ปีที่
เข้าร่วม
ฤดูกาล
ในดิวิชัน1
เมือง ฤดูกาลแรก
ที่ขึ้นชั้น
จำนวนฤดูกาล
บนลีกสูงสุด
ปีที่ขึ้นชั้น ชนะเลิศครั้งล่าสุด
อัลบิเร็กซ์ นีงะตะ 1999 (J2) 13 นีงะตะ และ เซะอิโระ, จังหวัดนีงะตะ 2004 13 2004—
คะชิมะ แอนท์เลอร์ส 1993 24 เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดอิบะระกิ 1985 27 1993— 2016
โอมิยะ อาร์ดิยา 1999 (J2) 11 ไซตามะ จังหวัดไซตามะ 2005 11 2016—
เซเรซโซ โอซะกะ 1995 17 ซะไก จังหวัดโอซะกะ 1965 43 2017— 1980
คอนซาโดเล ซัปโปะโระ 1998 6 จังหวัดฮกไกโด 1989/90 9 2017—
โยะโกะฮะมะ เอฟ มารินอส 1993 24 โยะโกะฮะมะ & โยะโกะซุกะ คะนะงะวะ 1979 36 1982— 2004
คะวะซะกิ ฟรอนตาเล่ 1999 (J2) 13 คะวะซะกิ คะนะงะวะ 1977 15 2005—
กัมบะ โอซะกะ 1993 23 ซุอิตะ โอซะกะ 1986/87 28 2014— 2014
จูบิโล อิวะตะ 1994 21 อิวะตะ จังหวัดชิซุโอกะ 1980 30 2016—
อุราวะ เรด ไดมอนด์ส 1993 23 ไซตามะ จังหวัดไซตะมะ 1965 49 2001— 2006
คะชิวะ เรย์โซล 1995 20 คะชิวะ ชิบะ 1965 44 2011— 2011
ชิมิสุ เอส-พัลส์ 1993 (J) 24 ชิซุโอะกะ (เมือง) 1993 25 2017—
ซะงัน โทะสุ 1999 (J2) 5 โทะซุ ซะงะ 2012 5 2012—
ซานเฟรซ ฮิโระชิมะ 1993 22 ฮิโระชิมะ ฮิโระชิมะ 1965 44 2009— 2015
เอฟซี โตเกียว 1999 (J2) 22 โตเกียว 2000 22 2012—
เวกัลตะ เซนได 1999 (J2) 8 เซนได, มิยะงิ 2002 8 2010—
เวนท์ฟอเรท โคฟุ 1999 (J2) 7 ทุกเมืองใน จังหวัดยะมะนะชิ 2006 7 2013—
วิสเซล โคเบะ 1997 18 โคเบะ เฮียวโงะ 1997 18 2014—
  • สโมสรที่พื้นหลังสีชมพูคือทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจาก เจลีก ดิวิชั่น 2 ในฤดูกาลที่ผ่านมา
  • ปีที่เข้าร่วม หมายถึง ปีที่สโมสรเข้าร่วมการแข่งขันเจลีกเป็นครั้งแรก (ทั้งดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2)

สนามที่ใช้ในการแข่งขัน (ฤดูกาล 2560)[แก้]

อุราวะ เรด ไดมอนด์ส คะชิมะ แอนท์เลอร์ส ชิมิสุ เอส-พัลส์ กัมบะ โอซะกะ โยะโกะฮะมะ เอฟ มารินอส คะวะซะกิ ฟรอนตาเล่
สนามกีฬาไซตะมะ 2002 สนามฟุตบอลคะชิมะ สนามฟุตบอลไอเอไอ นิฮนดะอิระ สนามฟุตบอลซุอิตะซิตี นิสสันสเตเดียม สนามกีฬาโทโดโรกิแอธเลติก
ความจุ: 63,700 ความจุ: 40,728 ความจุ: 20,339 ความจุ: 40,000 ความจุ: 72,370 ความจุ: 26,000
Saitama Stadium Panorama.jpg Kashima Soccer Stadium 5.jpg Nihondaira stadium20090412.jpg 市立吹田サッカースタジアム.JPG NISSANSTADIUM20080608.JPG Todoroki 100911.JPG
วิสเซล โคเบะ จูบิโล อิวะตะ โอมิยะ อาร์ดิยา คะชิวะ เรย์โซล ซานเฟรซ ฮิโระชิมะ อัลบิเร็กซ์ นีงะตะ
โฮมส์สเตเดียม โคเบะ ยามาฮ่าสเตเดียม สนามฟุตบอลโอมิยะพาร์ค สนามฟุตบอลฮิตะชิ คะชิวะ เอดีอนสเตเดียม ฮิโระชิมะ เดงกะบิ๊กสวานสเตเดียม
ความจุ: 30,132 ความจุ: 15,165 ความจุ: 15,500 ความจุ: 15,900 ความจุ: 50,000 ความจุ: 42,300
Inside View of Kobe Wing Stadium.jpg Yamahastafium05161.JPG Ōmiya Park Soccer Stadium, R1068484.jpg Kashiwa20120311-1.JPG Bigarch050423.jpg Bigswan080628.JPG
เวลกัลตะ เซนได เซเรซโซ โอซะกะ ซะงัน โทะสุ เอฟซี โตเกียว เวนท์ฟอเรท โคฟุ คอนซาโดเล ซัปโปะโระ
เซนไดสเตเดียม สนามกีฬายันมาร์ นะงะอิ เบสต์อเมนิตี้สเตเดียม อะยิโนะโมะโตะ สเตเดียม สนามกีฬายะมะนะชิชูโอแบงค์ สนามกีฬาซัปโปะโระโดม
ความจุ: 19,694 ความจุ: 47,816 ความจุ: 24,490 ความจุ: 50,100 ความจุ: 17,000 ความจุ: 41,484
Sendaistadium2.JPG Nagai stadium20040717.jpg Tosu Stadium 20110508.JPG Ajinomoto Stadium 20101120.JPG Vfk2009112101.jpg Sapporodome201108172.JPG

สถิติ[แก้]

ทำเนียบแชมป์[แก้]

ยุคแบ่งฤดูกาล (1993-2004) ตัวหนา ทีมที่เป็นแชมป์; † แข่งแบบฤดูกาลเดียว; ‡ ทีมเดียวกันชนะทั้งสองสเตจ

ฤดูกาล สเตจที่ 1 สเตจที่ 2
1993 คะชิมะ แอนท์เลอร์ส เวอร์ดี้ คะวะซะกิ
1994 ซานเฟรซ ฮิโระชิมะ เวอร์ดี้ คะวะซะกิ
1995 โยะโกะฮะมะ เอฟ มารินอส เวอร์ดี้ คะวะซะกิ
1996 คะชิมะ แอนท์เลอร์ส
1998 คะชิมะ แอนท์เลอร์ส จูบิโล อิวะตะ
1998 จูบิโล อิวะตะ คะชิมะ แอนท์เลอร์ส
1999 จูบิโล อิวะตะ ชิมิสุ เอส-พัลส์
2000 โยะโกะฮะมะ เอฟ มารินอส คะชิมะ แอนท์เลอร์ส
2001 จูบิโล อิวะตะ คะชิมะ แอนท์เลอร์ส
2002 จูบิโล อิวะตะ
2003 โยะโกะฮะมะ เอฟ มารินอส
2004 โยะโกะฮะมะ เอฟ มารินอส อุราวะ เรด ไดมอนด์ส

ยุคฤดูกาลเดียว (2005–2014)

ฤดูกาล ชนะเลิศ รองชนะเลิศ อันดับที่ 3
2005 กัมบะ โอซะกะ อุราวะ เรด ไดมอนด์ส คะชิมะ แอนท์เลอร์ส
2006 อุราวะ เรด ไดมอนด์ส คะวะซะกิ ฟรอนตาเล่ กัมบะ โอซะกะ
2007 คะชิมะ แอนท์เลอร์ส อุราวะ เรด ไดมอนด์ส กัมบะ โอซะกะ
2008 คะชิมะ แอนท์เลอร์ส คะวะซะกิ ฟรอนตาเล่ นะโงะยะ แกรมปัส
2009 คะชิมะ แอนท์เลอร์ส คะวะซะกิ ฟรอนตาเล่ กัมบะ โอซะกะ
2010 นะโงะยะ แกรมปัส กัมบะ โอซะกะ เซเรโซ่ โอซะกะ
2011 คะชิวะ เรย์โซล นะโงะยะ แกรมปัส กัมบะ โอซะกะ
2012 ซานเฟรซ ฮิโระชิมะ เวลกัลตะ เซนได อุราวะ เรด ไดมอนด์ส
2013 ซานเฟรซ ฮิโระชิมะ โยะโกะฮะมะ เอฟ มารินอส คะวะซะกิ ฟรอนตาเล
2014 กัมบะ โอซะกะ อุราวะ เรด ไดมอนด์ส คะชิมะ แอนท์เลอร์ส

ยุคแบ่งฤดูกาล (2015-2016) ตัวหนา ทีมที่เป็นแชมป์; † แข่งแบบฤดูกาลเดียว; ‡ ทีมเดียวกันชนะทั้งสองสเตจ

ฤดูกาล สเตจที่ 1 สเตจที่ 2
2015 อุราวะ เรด ไดมอนด์ส ซานเฟรซ ฮิโระชิมะ
2016 คะชิมะ แอนท์เลอร์ส อุราวะ เรด ไดมอนด์ส

ยุคฤดูกาลเดียว (2017–ปัจจุบัน)

ฤดูกาล ชนะเลิศ รองชนะเลิศ อันดับที่ 3
2017 คะวะซะกิ ฟรอนตาเล คะชิมะแอนต์เลอส์ เซเรซโซ โอซะกะ

ทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด[แก้]

ทีมที่มีชื่อเป็น ตัวหนา คือทีมที่อยู่บนลีกสูงสุดในฤดูกาล 2016

สโมสร ชนะเลิศ รองชนะเลิศ ฤดูกาลที่ชนะเลิศ ฤดูกาลที่รองชนะเลิศ
คะชิมะ แอนท์เลอร์ส
8
3
1996, 1998, 2000, 2001, 2007, 2008, 2009, 2016 1993, 1997, 2017
โยะโกะฮะมะ เอฟ มารินอส
3
3
1995, 2003, 2004 2000, 2002, 2013
จูบิโล อิวะตะ
3
3
1997, 1999, 2002 1998, 2001, 2003
ซานเฟรซ ฮิโระชิมะ
3
1
2012, 2013, 2015 1994
กัมบะ โอซะกะ
2
2
2005, 2014 2010, 2015
โตเกียว เวอร์ดี้
2
1
1993, 1994 1995
อุราวะ เรด ไดมอนด์ส
1
5
2006 2004, 2005, 2007, 2014, 2016
นะโงะยะ แกรมปัส
1
2
2010 1996, 2011
คะวะซะกิ ฟรอนตาเล่
1
3
2017 2006, 2008, 2009
คะชิวะ เรย์โซล
1
0
2011
ชิมิสุ เอส-พัลส์
0
1
1999
เวลกัลตะ เซนได
0
1
2012

อ้างอิง[แก้]

  1. "When Saturday Comes - How Japan created a successful league". Wsc.co.uk. 2010-07-18. สืบค้นเมื่อ 2013-12-12. 
  2. John Duerden (11 August 2008). "Asian Debate: Is Japan Becoming Asia's Leader?". Goal.com. สืบค้นเมื่อ 19 August 2012. 
  3. (ใน Japanese). NikkanSports. March 8, 2008 http://www.nikkansports.com/soccer/news/p-sc-tp0-20080308-332738.html. สืบค้นเมื่อ March 8, 2008.  Unknown parameter |script-title= ignored (help); Missing or empty |title= (help)
  4. Duerden, John. "J.League seeks to wrestle back spotlight from Chinese Super League". ESPN FC. ESPN. สืบค้นเมื่อ 2 March 2017. 

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]