สโมสรฟุตบอลพิจิตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สโมสรฟุตบอลพิจิตร

สโมสรฟุตบอลจังหวัดพิจิตร หรือ พิจิตร เอฟซี เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เคยมีผลงานการคว้าอันดับ 4 ในลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ฤดูกาล 2557

หลังจากตกชั้นจากไทยลีก ดิวิชัน 1 เมื่อจบฤดูกาล 2558 สโมสรได้ให้สโมสรฟุตบอลอยุธยา วอริเออร์ ยืมสิทธิในการลงเล่นในลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 เป็นเวลา 1 ปี

ปี พ.ศ. 2560 สโมสรเรียกคืนสิทธิในการลงแข่งขันคืนจากอยุธยา วอริเออร์ และขอพักทีมโดยไม่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน

ประวัติสโมสร[แก้]

ทีมพิจิตร เอฟซี ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในฤดูกาล 2009 ที่ผ่านมา โดยมี นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ เป็นประธานสโมสรโดยในปีแรกใช้งบประมาณการทำทีมประมาณ 2.5 ล้านบาท และได้ตำแหน่งรองแชมป์ในโซนภาคเหนือ มาปีนี้เป็นการเข้าร่วมการแข่งขันเป็นปีที่ 2 โดยผู้บริหารของทีมยังเป็นชุดเดิมคือมีนายกอบจ. จังหวัดพิจิตรนั่งแท่นประธานสโมสร และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทีมอย่างเต็มที่ โดยในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานเอกชนและภาครัฐอย่างเต็มที่

โดยในฤดูกาล 2553 ผู้บริหารทีมพิจิตร เอฟซี ก็ได้ทีมงานที่เปี่ยมคุณภาพอย่าง ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร นั่งประธานสโมสร, ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เป็นประธานที่ปรึกษา, นราพัฒน์ แก้วทอง ส.ส.พิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรองประธานที่ปรึกษา, ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร บุตรชายของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้จัดการทีม ซึ่งทุกอย่างลงตัว เดินหน้าเตรียมทุ่มงบลงไปทั้งระบบ 60 ล้านบาท

โดยในฤดูกาล 2556 โดยการนำของ ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร มีงบในการทำทีมประมาณ 15 ล้านบาท และตั้งเป้าพาทีมขึ้น สู่ Division 1 ในช่วงต้นฤดูกาล พิจิตร เอฟซี โดยการนำทีมของโค้ช สมเกียรติ ฟองเพรช เกาะกลุ่มหัวตารางมาได้ตลอด คะแนนของทีมให้กลุ่มหัวตารางห่างกันไม่มาก จนมาถึงครึ่งฤดูกาลหลัง พิจิตร เอฟซี มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นและสตาฟโค้ช โดยในช่วง เลค 2 ทางทีมงานบริหารได้ดึง โค้ชชลทิตย์ กุดเที่ยง อดีตโค้ชยะลา เอฟซี ซึ่งเป็นชาวจังหวัดพิจิตรโดยกำเนิด เข้ามาทำทีมในครึ่งฤดูกาลหลัง โดยทีมงานบริหาร มีการเสริมผู้เล่นระดับ ไทยลีก ที่มาจาก ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชุดใหญ่ 1 คน ทีมชุดเยาวชน 4 คน ได้แก่ ศิริศักดิ์ ไผ่ดง , เกรียงไกร อุระงาม , ชนินทร์ บุญทวี , เทพพิทักษ์ สุขล้อม , MABENGEN ISAAC และผู้เล่นที่เคยเล่นไทยลีค เช่น VICTOR MENSAH (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ย้ายมาจาก ลำพูน วอริเออร์ , AHMA DOU TIDIANI (ขอนแก่น เอฟซี) ย้ายมาจาก น่าน เอฟซี และโค้ชชลทิตย์ กุดเที่ยง ได้ทำงานดึงเด็กเก่าจากยะลา เอฟซี (MELVIN KICMETT)มาด้วย โดยตลอดฤดูกาล พิจิตร เอฟซี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 4 มี 59 คะแนน ตามหลัง สุโขทัย เอฟซี อันดับที่ 3 ทีมีคะแนน 60 คะแนน เพียงแค่ 1 คะแนน เท่านั้น ทำให้พิจิตรพลาดเป้าหมายที่จะไปเล่นรอบชปล และขึ้นสู่ Division 1

สนามแข่งขัน[แก้]

ใช้สนามกีฬากลางจังหวัดพิจิตร หรือ พิจิตร สเตเดี้ยม เป็นสนามเหย้า ซึ่งเป็นสนามที่เคยจัดการแข่งขันในระดับไทยพรีเมียร์ลีกมาแล้ว ในอดีต เป็นสนามที่มีความมาตรฐานอย่างมาก โดยมีไฟส่องสว่างรอบๆ สนาม มีสกอร์บอร์ดที่ได้มาตรฐาน มีห้องพักสำหรับนักกีฬา และผู้ตัดสิน มีอัฒจันทร์เป็นแบบมีหลังคารอบสนาม พร้อมที่จะรองรับแฟนบอลได้กว่า 15,000 คน โดยงบประมาณในการปรับปรุงกว่า 60 ล้านบาทในการเสริมอัฒจันทร์รอบสนาม ปรับปรุงที่พักเก็บตัวของนักเตะในสโมสร โดยใช้อาคารที่พัก 2 ชั้น หน้าบึงสีไฟ ส่วนด้านล่างของอาคารจะเปิดเป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึก รวมถึงจะมีการตั้งช็อปของสโมสรที่สนามแข่งขันด้วย ซึ่งทางสโมสรได้ตั้งเป้าในการพาทีมขึ้นไปเล่นในดิวิชั่น1 ให้ได้ ซึ่งตอนนี้ ฤดูกาล2014-2015ทำได้แล้ว เป้าหมายต่อไป ฤดูกาล 2015-2016 ยืนระยะในดิวิชั่น1 อยู่รอดให้ได้เป็นเบื้องต้น [1]

นักเตะในอดีต[แก้]

สถิติต่างๆของสโมสร[แก้]

  • ลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ภาคเหนือ 2552 (รองแชมป์) เล่น 20 ชนะ 13 เสมอ 3 แพ้ 4 ประตูได้ 55 ประตูเสีย 28 แต้มรวม 42
  • ลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ภาคเหนือ 2553 อันดับที่ 3 (เข้ารอบแชมป์เปี้ยนส์ลีก)
  • ลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ภาคเหนือ 2554 อันดับที่ 3 (เข้ารอบแชมป์เปี้ยนส์ลีก)
  • ลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ภาคเหนือ 2555 อันดับที่ 7
  • ลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ภาคเหนือ 2556 อันดับที่ 4
  • ลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ภาคเหนือ 2557 อันดับที่ 2 (เข้ารอบแชมป์เปี้ยนส์ลีก)

สโมสรพันธมิตร[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.siamsport.co.th/Column/091109_126.html พิจิตรเสียดายเวลาเตรียมตัวน้อยสปีดไม่ทัน ปีหน้าทุ่ม60ล้านบอร์ดระดับบิ๊กมั่นใจขึ้นด.1

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]