ผู้ใช้:Waniosa Amedestir/ทดลองเขียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

กล่องข้อความ[แก้]

พรรคสมาคมอิสลามแห่งอินโดนีเซีย
Partai Syarikat Islam Indonesia
ก่อตั้ง1923 (original)
1947 (split from NU)
1998 (revival)
ยุบพรรค5 January 1973 (original)
After 2004 (revival)
แยกจากMasyumi
ก่อนหน้าSarekat Islam
ยุบรวมกับUnited Development Party
ที่ทำการพรรคDjakarta, Indonesia
อุดมการณ์Islamic Socialism
กลุ่มระดับชาติMIAI, Masyumi (1937–47)
PPPKI (1927–29)
การเมืองอินโดนีเซีย
รายชื่อพรรคการเมือง
การเลือกตั้ง
Waniosa Amedestir/ทดลองเขียน

โครัขปุระ
Gorakhnath Math, Taramandal, Geeta Press
Gorakhpur is located in รัฐอุตตรประเทศ
Gorakhpur
Gorakhpur
Gorakhpur is located in อินเดีย
Gorakhpur
Gorakhpur
พิกัดภูมิศาสตร์: 26°45′49″N 83°24′14″E / 26.7637152°N 83.4039116°E / 26.7637152; 83.4039116พิกัดภูมิศาสตร์: 26°45′49″N 83°24′14″E / 26.7637152°N 83.4039116°E / 26.7637152; 83.4039116
Countryธงของประเทศอินเดีย อินเดีย
StateUttar Pradesh
DistrictGorakhpur
ตั้งชื่อจากGorakhnath
การปกครอง
 • ประเภทMunicipal Corporation of India
 • หน่วยงานGorakhpur Municipal corporation
 • MayorSitaram Jaiswal
 • MPRavi Kishan (BJP)
ความสูง84 เมตร (276 ฟุต)
ประชากร (2011)[1]
 • ทั้งหมด673,446 คน
 • อันดับ66
เดมะนิมGorakhpuri, Gorakhpuriya
Language
 • OfficialHindi[2]
 • Additional officialUrdu[2]
 • RegionalBhojpuri
เขตเวลาIST (UTC+5:30)
PIN2730xx
Telephone code+91-0551
ทะเบียนพาหนะUP-53
Sex ratio1000/903 /
Avg. annual temperature26 °C (79 °F)
Avg. summer temperature40 °C (104 °F)
Avg. winter temperature18 °C (64 °F)
เว็บไซต์gorakhpur.nic.in
Mimar Sinan
Mimar Sinan, architecte de Soliman le Magnifique.jpg
A pencil portrait of Mimar Sinan
เกิดc. 1488/1490
Ağırnas, Karaman Eyalet,
Ottoman Empire
(now Kayseri, Turkey)
เสียชีวิตJuly 17, 1588 (aged 97–100)
Constantinople, Ottoman Empire
(now Istanbul, Turkey)
สัญชาติOttoman
ลายมือชื่อ
Mimar Sinan signature.png


เคอร์บีส์ดรีมแลนด์[แก้]

เคอร์บีส์ดรีมแลนด์
ไฟล์:Kdl1ussmall.jpg
ปกเกมในอเมริกาเหนือ
ผู้พัฒนาฮาลแล็บบราโทรี
ผู้จัดจำหน่ายนินเท็นโด
กำกับมาซาฮิโระ ซากูไร
อำนวยการผลิตมาโกโตะ คาไน
โปรแกรมเมอร์ซาโตรุ อิวาตะ
ศิลปินมาซาฮิโระ ซากูไร[3]
แต่งเพลงจุง อิชิกาวะ
ชุดเคอร์บี
เครื่องเล่นเกมบอย
วางจำหน่าย
  • JP: 27 เมษายน ค.ศ. 1992
  • NA: 1 สิงหาคม ค.ศ. 1992
  • PAL: 3 สิงหาคม ค.ศ. 1992
แนวแอ็กชัน, แพลตฟอร์ม
รูปแบบเดี่ยว

เคอร์บีส์ดรีมแลนด์ (อังกฤษ: Kirby's Dream Land[a]) เป็นวิดีโอเกมแอ็กชันแพลตฟอร์มแบบเลืื่อนด้านข้างที่พัฒนาโดยฮาลแล็บบราโทรี (HAL Laboratory) และเผยแพร่สำหรับเกมบอยโดยนินเท็นโด ในปีค.ศ. 1992 เป็นวิดีโอเกมแรกของซีรีส์ เคอร์บี และตัวละคร แต่อย่างไรก็ตาม การคัดลอกคุณสมบัติของเคอร์บีไม่ได้ปรากฎตัวจนกระทั่งเผยแพร่ในเกม เคอร์บีส์แอดเวนเจอร์

การพัฒนา[แก้]

เคอร์บีส์ดรีมแลนด์ ถูกพัฒนาโดยมาซาฮิโระ ซากุไรจากฮาลแล็บบราโทรี ในตอนนั้น เขาตั้งชื่อมันว่าโปโปโปะ (ญี่ปุ่น: ポポポ โรมาจิPopopo) และ เคอร์บีส์ดรีมแลนด์ เคยมีชื่อเป็น ทวินเกิลโปโปะ (ญี่ปุ่น: ティンクル・ポポ โรมาจิTinkuru Popo ทับศัพท์ทิงกูรุ โปโปะ) อย่างไรก็ตาม มันถูกตั้งชื่อใหม่เป็นเคอร์บี และตัวเกมถูกเปลี่ยนเป็น โฮชิ โนะ คาบี; เคอร์บีออฟเดอะสตาร์ส (Kirby of the Stars) ซึ่งกลายเป็นชื่ออนิเมะรุ่นญี่ปุ่น ในระหว่างการพัฒนา มาซาฮิโระ ซากุไรอยากให้เคอร์บีมีสีชมพู ในขณะที่ชิเงรุ มิยาโมโตะอยากให้มันมีสีเหลือง ท้ายที่สุด ทางนินเท็นโดตัดสินให้เคอร์บีมีสีชมพู ถึงแม้ว่าสีชมพูเป็นสีหลักของเคอร์บี ในเกมหลัง ๆ มีการใช้ผู้เล่นที่สองเป็นเคอร์บีสีเหลือง แต่ทางนินเท็นโดอเมริกาได้ออกแบบภาพกล่องและโฆษณาเป็นเคอร์บีสีขาวตามภาพจากตัวเกม[4]

เสียงดนตรีถูกแต่งโดย จุง อิชิกาวะ[5] โดยเป็นผู้แต่งเพลงในซีรีส์ เคอร์บี เพลงบางอันถูกนำมาใช้ใหม่ในซีรีส์ของ ซูเปอร์สแมชบราเธอส์ ในฐานะเพลงฉากหลังของด่านดรีมแลนด์ใน ซูเปอร์สแมชบราเธอร์ส[6] และด่านกรีนกรีนส์ใน ซูเปอร์สแมชบราเธอร์ส เมลี[7]

การตอบรับ[แก้]

การตอบรับ
คะแนนปฏิทรรศน์
สิ่งพิมพ์เผยแพร่คะแนน
ออลเกม4/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar empty.svg[8]

เคอร์บีส์ดรีมแลนด์ ได้รับเสียงวิจารณ์ทั่วไปในแง่บวก โดยได้คะแนนบนเกมแรงกิงส์ไป 62.22% กับความคิดเห็น 9 อัน ทำให้ตัวเกมอยู่ในอันดับ 17 ในเกมสำหรับเกมบอยที่ดีที่สุด[9] ในวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1994 เคอร์บีส์ดรีมแลนด์ ถูกขายไป 1.3 ล้านอัน[10] จนถึงตอนนี้ มีการขายไปถึง 5 ล้านอันทั่วโลก; Gamasutra ยกความสำเร็จของเกมมาจากวิธีเล่นแบบใหม่ ในตอนนั้น มันเป็นเกมที่ประสบความสำเร็จที่สุดของฮาลแล็บบราโทรี[11] Ben Reeves จาก Game Informer ยกให้เป็นเกมสำหรับเกมบอยที่ดีที่สุดในอันดับที่ 14 และรู้สึกว่าเป็นเกมที่ผ่อนคลายดี[12] Jonathan Wahlgren จาก Humongous Life กล่าวว่าเป็นเกมที่แข็งแกร่ง แต่รู้สึกว่าดู "พื้นฐานเกิน"[13] Brett Elston จากGamesRadar เขียนบทความเกี่ยวกับดนตรี และยกย่องเพลงบอสสุดท้าย โดยกล่าวว่า "เป็นเพงเดียวในเคอร์บีที่ทำให้รู้สึกท้าทายหรือขัดแย้ง แทนที่จะเดินผ่านทุ่งของเค้กลอย"[14] Nadia Oxford จาก 1UP.com ยกย่องระบบกลศาสตร์แพลต์ฟอร์มเฉพาะ โดยกล่าวถึงมันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ "ตำนานจอมตะกละ"[15]

สิ่งสืบทอด[แก้]

ดูบทความหลักที่: รายชื่อสื่อของเคอร์บี

เคอร์บีส์ดรีมแลนด์ มีภาคต่อในคอนโซลอื่นเป็นจำนวนมาก โดยภาคต่อแรกคือ เคอร์บีส์แอดเวนเจอร์ ที่เผยแพร่บนแฟมิคอม ได้แนะนำการขโมยพลังจากศัตรู ซึ่งกลายเป็นแก่นหลักในภาคต่อ ๆ มา[16] ตัวซีรีส์ได้มีเกมภาคแยกที่มีประเภทเกมต่างกัน เช่น เคอร์บีแอร์ไรต์ เป็นเกมแข่งรถ, เคอร์บีส์พินบอลแลนด์ เป็นเกมพินบอล และเคอร์บีส์ดรีมคอร์ส เป็นเกมผสมระหว่างแอ็กชันกับกอล์ฟ[17][18] เคอร์บีส์ดรีมแลนด์ ได้ภาคต่อบนเกมบอยใน ค.ศ. 1994 ที่มีชื่อว่า เคอร์บีส์ดรีมแลนด์ 2 ซึ่งไม่มีคุณสมบัติการคัดลอกจาก เคอร์บีส์แอดเวนเจอร์[19][20]

เคอร์บีกับคิงเดเดเดปรากฏเป็นตัวละครเล่นได้ในซีรีส์เกมต่อสู้ ซูเปอร์สแมชบราเธอร์ส ส่วนด่าน "กรีนกรีนส์" ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในเกม ซูเปอร์สแมชบราเธอร์ส เมลี มีฐานจากด่านแรกของเกม[21]

หมายเหตุ[แก้]

  1. รู้จักกันในประเทศญี่ปุ่นว่าโฮชิ โนะ คาบี (ญี่ปุ่น: 星のカービィ โรมาจิHoshi no Kābī)

อ้างอิง[แก้]

  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Census2011Gov
  2. 2.0 2.1 "52nd REPORT OF THE COMMISSIONER FOR LINGUISTIC MINORITIES IN INDIA" (PDF). nclm.nic.in. Ministry of Minority Affairs. Archived from the original (PDF) on 25 May 2017. สืบค้นเมื่อ 23 February 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  3. "桜井政博氏が語る、初代『星のカービィ』開発秘話。当時の企画書に、あのゲームの原点があった?". ファミ通.com (in ญี่ปุ่น). Archived from the original on 2018-12-20. สืบค้นเมื่อ 2018-12-05. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  4. "Welcome to Kirby's Rainbow Resort! - Creation". GameSpy.com. Archived from the original on April 14, 2009. สืบค้นเมื่อ 2007-03-06.
  5. "Kirby's Dream Land for Game Boy - MobyGames". MobyGames.com. Archived from the original on 2013-01-23. สืบค้นเมื่อ 2007-06-24. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  6. "'Kirby Series'". NinDB. Archived from the original on June 19, 2010. สืบค้นเมื่อ 2008-01-09. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  7. "Super Smash Bros. Melee Orchestra OST". phdreams.com. Archived from the original on 2006-07-16. สืบค้นเมื่อ 2007-03-17. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  8. Crystal, Joshua. "Kirby's Dream Land - Review". Allgame. Archived from the original on December 12, 2014. สืบค้นเมื่อ December 11, 2014.
  9. "Kirby's Dream Land for Game Boy". GameRankings. Archived from the original on 2013-01-23. สืบค้นเมื่อ 2010-10-09. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  10. "Atlanta News, Sports, Atlanta Weather, Business News | ajc.com". Nl.newsbank.com. 1995-05-28. Archived from the original on 2012-10-23. สืบค้นเมื่อ 2010-10-09. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  11. "Features - Iwata and Miyamoto: Business Ascetics - An Excerpt from Humoungous". Gamasutra. Archived from the original on 2013-01-23. สืบค้นเมื่อ 2010-10-09. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  12. Reeves, Ben (2011-06-24). "The 25 Best Game Boy Games Of All Time". Game Informer. Archived from the original on 2018-01-11. สืบค้นเมื่อ 2013-12-06. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  13. "Kirby's Dream Land (Retro) review". Retro.humongous.com. 2009-08-03. Archived from the original on 2013-01-23. สืบค้นเมื่อ 2010-10-09. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  14. "Game music of the day: Kirby's Dream Land". GamesRadar. 2010-06-21. Archived from the original on 2013-01-23. สืบค้นเมื่อ 2010-10-09. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  15. "Complete History of Kirby". 1up.com. Archived from the original on 2013-01-23. สืบค้นเมื่อ 2010-10-09. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  16. "27. Kirby's Adventure - Top 100 NES Games". IGN. Archived from the original on 2013-01-23. สืบค้นเมื่อ 2013-08-30. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  17. "Kirby Air Ride - GameCube - IGN". Cube.ign.com. 2004-03-04. Archived from the original on 2010-11-05. สืบค้นเมื่อ 2013-08-30. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  18. "Kirby's Pinball Land - Game Boy - IGN". Gameboy.ign.com. Archived from the original on 2011-06-13. สืบค้นเมื่อ 2013-08-30. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  19. "Kirby's Dream Land 2 for Game Boy from". 1UP. Archived from the original on 2009-03-26. สืบค้นเมื่อ 2013-08-30. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  20. "Kirby's Dream Land 3 - Wii - IGN". Wii.ign.com. 2009-01-05. Archived from the original on 2012-03-07. สืบค้นเมื่อ 2013-08-30. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  21. "Super Smash Bros. Melee - cube - Walkthrough and Guide - Page 34 - GameSpy". Cube.gamespy.com. 2002-01-20. Archived from the original on 2013-01-23. สืบค้นเมื่อ 2013-08-30. Unknown parameter |url-status= ignored (help)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

เคอร์บีแอนด์เดอะเรนโบว์เคิร์ซ[แก้]

เคอร์บีแอนด์เดอะเรนโบว์เคิร์ซ
ไฟล์:Kirby and the rainbow curse art.jpg
ปกในอเมริกาเหนือ
ผู้พัฒนาHAL Laboratory[a]
ผู้จัดจำหน่ายNintendo
กำกับKazushige Masuda
อำนวยการผลิตShigefumi Kawase
Kensuke Tanabe
ศิลปินTeruhiko Suzuki
แต่งเพลงShogo Sakai
Megumi Ohara
ชุดKirby
เครื่องเล่นวียู
วางจำหน่าย
แนวแพลตฟอร์ม
รูปแบบSingle-player, multiplayer

เคอร์บีแอนด์เดอะเรนโบว์เคิร์ซ (อังกฤษ: Kirby and the Rainbow Curse[b]) รู้จักกันในแถบภูมิภาคแพล (PAL regions) ว่า เคอร์บีแอนด์เดอะเรนโบว์เพนต์บรัช (Kirby and the Rainbow Paintbrush) เป็นวิดีโอเกมแพลตฟอร์มในซีรีส์ เคอร์บี ที่พัฒนาโดยHAL Laboratory for Wii U. The title, which is a follow-up game of the 2005 Nintendo DS title Kirby: Canvas Curse,[3] was released by Nintendo on January 22, 2015 in Japan, February 20, 2015 in North America, May 8, 2015 in Europe and May 9, 2015 in Australia. The game supports the Kirby, Meta Knight, and King Dedede Amiibo.

การตอบรับ[แก้]

การตอบรับ
คะแนนรวม
ผู้รวมคะแนน
เกมแรงกิงส์75%[4]
เมทาคริติก73/100[5]
คะแนนปฏิทรรศน์
สิ่งพิมพ์เผยแพร่คะแนน
แฟมิซือ34/40[6]
ไจแอนต์บอมบ์2/5 starsStar full.svgStar empty.svgStar empty.svgStar empty.svg[7]
ไอจีเอ็น8.0/10[8]
นินเทนโดไลฟ์7/10 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar empty.svgStar empty.svgStar empty.svg[9]
Hardcore Gamer4.5/5[10]

เคอร์บีแอนด์เดอะเรนโบว์เคิร์ซ ได้เสียงวิจารณ์ผสมกันในแง่บวก โดยได้คะแนนไป 75% บนเกมแรงกิงส์ตามความคิดเห็น 50 อัน[4] และ 73/100 บนเมทาคริติกตามความคิดเห็น 72 อัน[5]

Giant Bomb's Dan Ryckert gave Kirby and the Rainbow Curse two stars out of five, comparing the title negatively to its DS predecessor. He felt that the levels were too simple and linear, with collectibles too easy to reach. He disliked that Kirby could not steal enemies' abilities like in Canvas Curse, and thought that the vehicles Kirby could turn into made certain levels "even more stripped-down." While he found the controls functional, the repetitive boss fights were frustrating due to the stylus' lack of precision. Ryckert preferred to play as a Waddle Dee, whose traditional control scheme afforded more reliable platforming and boss fighting than the "unreliable stylus paths" provided. However, Ryckert did find the clay-based art style "gorgeous."[7]

IGN's Marty Sliva found the game much more enjoyable, awarding it 8.0 out of 10. He appreciated the game's occasional difficulty and its variety, finding the vehicular stages enjoyable and the various world themes beautiful. Sliva thought that the visuals were "absolutely gorgeous," praising details like fingerprints in the clay and the stop-motion movements of the bosses, but was disappointed that he had to focus on the GamePad instead of an HDTV. He found that Waddle Dee multiplayer did not "add a whole lot to the experience," but it was "a nice experiment to test out."[8]

การจำหน่าย[แก้]

Nearly one month after its release in Japan, Kirby and the Rainbow Curse had sold roughly 58,000 units, with 83,000 copies sold by the end of June 2015.[11][12]

หมายเหตุ[แก้]

  1. Co-produced and supervised by Nintendo Software Planning & Development.
  2. รู้จักในประเทศญี่ปุ่นว่า ทัตจิ! คาบีซูปาเรนโบ (ญี่ปุ่น: タッチ!カービィ スーパーレインボー โรมาจิTatchi! Kābī Sūpāreinbō)

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Kirby and the Rainbow Curse (Wii U) News, Reviews, Trailer & Screenshots". Nintendo Life. Archived from the original on 2015-09-05. สืบค้นเมื่อ 2016-02-17. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  2. 2.0 2.1 Whitehead, Thomas (2015-03-11). "Kirby and the Rainbow Paintbrush to Roll Into Europe on 8th May". Nintendo Life. Archived from the original on 2015-03-11. สืบค้นเมื่อ 2015-03-11. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  3. "Kirby and the Rainbow Curse for Wii U". Nintendo of America. Archived from the original on 2014-06-11. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  4. 4.0 4.1 "Kirby and the Rainbow Curse for Wii U". GameRankings. สืบค้นเมื่อ 2016-02-18.
  5. 5.0 5.1 "Kirby and the Rainbow Curse for Wii U Reviews". Metacritic. สืบค้นเมื่อ 2016-02-18.
  6. Brian (2015-01-25). "Famitsu weighs in on Kirby and the Rainbow Curse". Nintendo Everything. Crave Online. Archived from the original on 2015-01-26. สืบค้นเมื่อ 2015-01-25. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  7. 7.0 7.1 Ryckert, Dan (2015-02-18). "Kirby and the Rainbow Curse Review". Giant Bomb. CBS Interactive. Archived from the original on 2015-02-19. สืบค้นเมื่อ 2015-02-18. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  8. 8.0 8.1 Sliva, Marty (2015-02-18). "Kirby and the Rainbow Curse Review". IGN. Ziff Davis. Archived from the original on 2015-02-19. สืบค้นเมื่อ 2015-02-18. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  9. Wahlgren, Jon (2015-02-18). "Kirby and the Rainbow Curse Review". Nintendo Life. Archived from the original on 2015-02-19. สืบค้นเมื่อ 2015-02-18. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  10. Creegan, Dermot (February 27, 2014). "Review: Kirby and the Rainbow Curse". Hardcore Gamer. สืบค้นเมื่อ March 13, 2015.
  11. Romano, Sal (2015-02-18). "Media Create Sales: 2/9/15 – 2/15/15". Gematsu. Archived from the original on 2015-05-20. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  12. Brian (2015-08-05). "Top 100 best-selling games in Japan during the first half of 2015". Nintendo Everything. Archived from the original on 2015-08-06. Unknown parameter |url-status= ignored (help)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ปฏิทินอัสซีเรีย[แก้]

สำหรับปฏิทินของชาวอัสซีเรียโบราณ ดู ปฏิทินอัสซีเรียโบราณ
ปฏิทิน
ปฏิทินสากล เกรโกเรียน · ฮิจญ์เราะฮ์ · ISO · ปีสุริยคติ
ประเภทปฏิทิน
สุริยจันทรคติ · สุริยคติ · จันทรคติ

ปฏิทินอื่น ๆ อาร์มีเนีย · บาฮาอี · เบงกอล · พุทธ · จีน · คอปติก · เอธิโอเปีย · เจอร์แมนิก · ฮีบรู · ฮินดู · อินเดีย · อิหร่าน · ไอริช · ญี่ปุ่น · ชวา · เกาหลี · มายา · เนปาล · ทมิฬ · ไทย (จันทรคติสุริยคติ) · ทิเบต · ตุรกี · เวียดนาม· โยรูบา · โซโรอัสเตอร์ · ฮิจญ์เราะหฺ
ประเภทปฏิทิน
จูเลียนต้นฉบับ · รูน

ปฏิทินอัสซีเรีย (ܣܘܼܪܓܵܕ݂ܵܐ ܐܵܬ݂ܘܼܪܵܝܵܐ sūrgāḏā ʾĀṯūrāyā) เป็นปฏิทินสุริยคติที่ใช้โดยชาวอัสซีเรียในปัจจุบัน ซึ่งเริ่มปีด้วยฤดูใบไม้ผลิ.

4750 ปีก่อนคริสตกาล ถูกตั้งเป็นปีแรกในคริสต์ทศวรรษที่ 1950[1] ตามบทความในวารสารชาตินิยมอัสซีเรียที่มีชื่อว่า กิลกาเมช; ต่อมา บทความที่เขียนโดยฌ็อง อัลคัส (Jean Alkhas) ใน ค.ศ. 1955 (เมษายน, ฉบับที่ 34) แก้ให้ 4750 ปีก่อนคริสตกาลเป็นปีเริ่มต้น[2] อัลคัสอิงถึงข้อมูลจากนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสที่เขาไม่ได้บอกชื่อ ได้กล่าวว่าแผ่นคูนิฟอร์มที่มีอายุ 4750 ปีก่อนคริสตกาลได้กล่าวถึงปีที่อ้างว่ามีน้ำท่วมใหญ่และจุดเริ่มต้นของชีวิต[3]

ปีใหม่อัสซีเรียยังคงฉลองทุกปีด้วยเทศกาลและงานเลี้ยง ใน สิงหาคม ค.ศ. 2020 เป็นปีที่ 6770 ของปฏิทินอัสซีเรีย และปฏิทินนี้ถูกใช้โดยสังคมชาวอัสซีเรียหลายแห่ง โดยเริ่มใน 4,750 ปีก่อนปฏิทินกริกอเรียน; เพื่อคำนวณปีปัจจุบัน (หลัง 1 เมษายน) ในปฏิทินอัสซีเรีย ต้องบวก 4750 ในปฏิทินกริกอเรียนปัจจุบัน (4750 + 2020 = ปีอัสซีเรียที่ 6770)

เดือน[แก้]

เดือนอัสซีเรีย[4][แหล่งอ้างอิงอาจไม่น่าเชื่อถือ]
ฤดู ภาษาซีรีแอก คำอ่าน ภาษาอาหรับเลอวานต์ แปล ให้พรโดย จำนวนวัน ปฏิทินกริกอเรียน
ใบไม้ผลิ ܢܝܣܢ Nīsān نَيْسَان
นัยซาน
เดือนแห่งความสุข เอ็นลิล 31 เมษายน
ܐܝܪ ʾĪyār أَيَّار
อัยยาร
เดือนแห่งความรัก ฮายา 31 พฤษภาคม
ܚܙܝܪܢ Ḥzīrān حَزِيرَان
ฮะซีรอน
เดือนแห่งการก่อสร้าง ซีน 31 มิถุนายน
ร้อน ܬܡܘܙ Tammūz تَمُّوز
ตัมมูซ
เดือนแห่งการเก็บเกี่ยว ตัมมูซ 31 กรกฎาคม
ܐܒ\ܛܒܚ ʾĀb/Ṭabbāḥ آب
อาบ
เดือนที่ผลไม้สุก ชามัช 31 สิงหาคม
ܐܝܠܘܠ ʾĪlūl أَيْلُول
อัยลูล
เดือนแห่งการโปรยเมล็ด อิชตาร์ 31 กันยายน
ใบไม้ร่วง ܬܫܪܝܢ ܐ Tešrīn Qḏīm تِشْرِين ٱلْأَوَّل
ติชรีนุลเอาวัล
เดือนแห่งการให้ อะนู 30 ตุลาคม
ܬܫܪܝܢ ܒ Tešrīn [ʾ]Ḥrāy تِشْرِين ٱلثَّانِي
ติชรีนุษษานี
เดือนที่เมล็ดงอกเงย มัรดูก 30 พฤศจิกายน
ܟܢܘܢ ܐ Kānōn Qḏīm كَانُون ٱلْأَوَّل
กานูนุลเอาวัล
เดือนแห่งการตั้งครรภ์ เนอร์กัล 30 ธันวาคม
หนาว ܟܢܘܢ ܒ Kānōn [ʾ]Ḥrāy كَانُون ٱلثَّانِي
กานูนุษษานี
เดือนแห่งการพักผ่อน นาโช 30 มกราคม
ܫܒܛ Šḇāṭ شُبَاط
ชุบาฏ
เดือนแห่งน้ำท่วม ฮะดัด 30 กุมภาพันธ์
ܐܕܪ ʾĀḏar آذَار
อาซาร
เดือนแห่งวิญญาณอันชั่วร้าย โรคาตีย์ 29 มีนาคม

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. แม่แบบ:Cite chapter
  2. Paulissian, Robert (1999). "Tasheeta d'zoyakha d'rish sheta Khatta d'Atoraye w'Bawlaye (Part II) [Assyrian and Babylonian New Year Celebrations (Part II)]". Journal of Assyrian Academic Studies. 13 (2): 35. ISSN 1055-6982.
  3. Daniel, Sennacherib (2001). "Modern Festival, Ancient Tradition" (PDF). Nakosha. 39: 3. OCLC 49885037.
  4. "The True Assyrian Calendar - Assyrian Knowledge". Archived from the original on 2010-07-28. สืบค้นเมื่อ 2012-11-25. Unknown parameter |url-status= ignored (help)

ค็อมร์[แก้]

สำหรับความหมายอื่น ดูที่ Waniosa Amedestir/ทดลองเขียน (แก้ความกำกวม)

ค็อมร์ (อาหรับ: خمر‎) เป็นคำศัพท์ภาษาอาหรับที่แปลว่าไวน์; (รูปพหุพจน์ คุมูร (อาหรับ: خمور‎) อธิบายเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, สุรา)[1][แหล่งอ้างอิงอาจไม่น่าเชื่อถือ] ในนิติศาสตร์อิสลาม อิงถึงสารที่ต้องห้าม และความหมายทางวิชาการจะขึ้นอยู่กับสำนักกฎหมาย นักกฏหมายจากมัซฮับมาลิกี, ชาฟิอี และฮันบะลีมีมุมมองเป็นความหมายทั่วไปของน้ำเมาที่ทำมาจากองุ่น, อินทผลัม และวัตถุดิบที่คล้ายกัน[2] ส่วนฮะนะฟีจะกล่าวถึงเครื่อดื่มในวงแคบกว่าอันแรก[2] Over time, some jurists classified other intoxicants, such as opium and qat, as khamr, based on a hadith stating:

ท่านศาสดากล่าวว่า: ทุก ๆ ของมึนเมาเป็นค็อมร์ และทุก ๆ ค็อมร์นั้นฮะรอม (ต้องห้าม)[2][3]

Traditions of the Islamic prophet Muhammad indicated that khamr may be made from two plants, the grape-vine and the date palm.[4]

There are some Muslim jurists (particularly of the Hanafi school) who take the concept of khamr literally and forbid only grape-based (or date-based) alcoholic beverages, allowing those made with other fruits, grains, or honey. This is, however, a minority opinion.[5][6]

กุรอานและฮะดีษ[แก้]

กุรอานได้กล่าวถึงการหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ว่า

พวกเขาจะถามเจ้าเกี่ยวกับน้ำเมา (ค็อมร์) และการพนัน จงกล่าวเถิดว่า ในทั้งสองนั้นมีโทษมากและมีคุณหลายอย่างแก่มนุษย์ แต่โทษของมันทั้งสองนั้นมากกว่าคุณของมัน...— กุรอาน 2:219

"ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงอย่าเข้าใกล้การละหมาด ขณะที่พวกเจ้ากำลังมันเมาอยู่ จนกว่าพวกเจ้าจะรู้ สิ่งที่พวกเจ้าพูด..."— กุรอาน 4:43

ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! ที่จริงสุราและการพนันและแท่นหินสำหรับเชือดสัตว์บูชายัญ และการเสี่ยงติ้ว นั้นเป็นสิ่งโสมมอันเกิดจากการกระทำของชัยฏอน ดังนั้นพวกเจ้าจงห่างไกลจากมันเสียเพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับความสำเร็จ— กุรอาน 5:90

รายงานจากฮะดีษที่บันทึกโดยอะฮ์มัดว่า อบูมัยซาเราะฮ์กล่าวว่า โองการนี้ถูกประทานมาหลังจากคำขอโดยอุมัรต่ออัลลอฮ์ว่า to "Give us a clear ruling regarding Al-Khamr!".[7] Many Muslim believe the verses were revealed over time in this order to gradually nudge Muslim converts away from drunkenness and towards total sobriety.[ต้องการอ้างอิง] Since Islam brought "a society steeped in immorality" to one observing "the highest standards of morality",[8] to ban alcohol abruptly would have been too harsh and impractical.[9]

Another hadith (coming from ‘Abd-Allaah ibn ‘Umar) report that Muhammad said:

“Whoever drinks wine in this world and does not repent from that, he will be deprived of it in the Hereafter.” [10]

บทลงโทษ[แก้]

The Quran does not prescribe a penalty for consuming alcohol. Among hadith, the only reference for punishment comes from one by Anas ibn Malik, (according to Murtaza Haider of Dawn.com in Pakistan) who is reported to have stated that Muhammad prescribed 40 lashes "administered with two palm branches ... for someone accused of consuming alcohol".[11] Saudi Arabian scholar Saalih al-Munajjid also states that a hadith report narrated by Sahih Muslim (3281) from Anas reports that Muhammad flogged someone who had drunk wine with palm branches stripped of their leaves and with shoes.[12][13]

Interpretation[แก้]

Of prohibition[แก้]

As far as the prohibition of alcohol in the Qur’an is concerned alcohol was prohibited after an incident which is recorded in the Sunni hadith literature in a hadith found in Jami a Tirmidhi where some companions of the Islamic prophet, Muhammad, were guests at a meal and drank wine and verses of the Qur’an were revealed. The narrative is found in Chapters of Tafsir Vol.5 Book 44 Hadith No. 3026.

"Narrated Abu 'Abdur-Rahman As-Sulami: that 'Ali bin Abi Talib said: "'Abdur-Rahman bin 'Awf prepared some food for which he invited us, and he gave us some wine to drink. The wine began to affect us when it was time for Salat. So they encouraged me (to lead) and I recited: 'Say: O you disbelievers! I do not worship what you worship, and we worship what we worship' - so Allah, Most High, revealed: O you who believe! Do not approach Salat when you are in a drunken state until you know what you are saying (4:43)."[14]

All alcohol or only wine?

Like Mu'tazila, Hanafi scholars uphold the unlawfulness of khamr, but restrict its definition to fermented juice of grapes[15] or grapes and dates.[16] As a result, alcohol derived by means of honey, barley, wheat and millet such as whisky, beer and vodka are permitted according to Abu Hanifa and Abu Yusuf, although all forms of grape alcohol are banned absolutely.[17] This is in stark contrast to other schools of Islamic jurisprudence which prohibit consumption of alcohol in all its forms. Though Hanafis trace their liberal view on intoxicants back to Umar ibn al-Khattab and Ibn Mas'ud,[18][ต้องการคำอ้างอิงเพื่อยืนยัน] Ibn Rushd al-Qurtubi explains it thus in his encyclopedia of comparative Islamic jurisprudence,

In their argument by way of reasoning they said that the Koran has explicitly laid down that the Illa (underlying cause) of prohibition of khamr (wine) is that it prevents the remembrance of God and breeds enmity and hatred…[this is] found only in a certain quantity of the intoxicating liquor not in what is less than that; it follows therefore that only this quantity be prohibited..[19]

This distinction between the legal status of wine and non-grape alcoholic beverages trickled down to Hanafi legal code. Hanafi jurists delineated drinking-related offences into two categories:

  1. Drinking grape-derived wine (punishment applicable on drinking “even a drop”).[20]
  2. Intoxication from non-grape intoxicants (certainly prohibited from a religious-moral perspective, but may or may not qualify for criminal punishment).[21][ต้องการคำอ้างอิงเพื่อยืนยัน]

As the second category of punishment is specific to the Hanafis (other schools punish drinking regardless of intoxication), they had to come with a legal definition of drunkenness. These definitions ranged from Ibn Qutayba’s ,

[a drunk is he] whose intellect has left him so he does not understand a little or much (anything at all)” to Ibn Nujaym’s ,“[a drunk is he who] does not know (the difference) between a man and a woman or the earth from the sky”.

Hanafi understanding of Shariah not only permitted adherents to indulge in alcoholic beverages but they could do so up to a near point of total "annihilation".[22]

Of punishment[แก้]

According to scholar Muhammad Saalih al-Munajjid of Saudi Arabia, the consensus of classical Islamic scholars of fiqh (fuqaha’) for the punishment for consumption of alcohol is flogging, but scholars differ as to the number of lashes to be administered to the drinker, "the majority of scholars are of the view that it is eighty lashes for a free man" and forty for slaves and women.[12][Note 1] However, according to Murtaza Haider of Dawn.com in Pakistan, "a consensus (ijma) on how to deal with alcohol has eluded Muslim jurist for more than a millennium". The "Maliki, Hanbali, and Hanafi schools" of Islamic jurisprudence consider 80 lashes to be lawful punishment, the Shafi’i school calls for 40 lashes. "The Hadith does not cover the matter in sufficient detail. ... Is it 40 or 80 lashes? Can one substitute palm branches with a cane or leather whips? What constitutes as proof for consumption?"[11]

ดูเพิ่ม[แก้]

References[แก้]

Notes[แก้]

  1. Reports of 80 or 70-80 lashes being administered for punishment of drinking in Muslim countries have occurred in Iran and Pakistan. Eight men convicted of drinking alcohol and causing public disturbance were flogged 70 to 80 lashes publicly in Tehran in July 2001;[23] a man was convicted of consuming alcohol given 80 lashes in a public square in the Iranian city of Kashmar on 10 July 2018.[24]
    In Pakistan the penal code, under "the Prohibition (Enforcement of Hadd) Order of 1979, awards 80 lashes to those convicted of consuming alcohol".[11]
    In Saudi Arabia lashes "can also be part of the sentence" for consuming alcohol, according to the British Embassy.[25]

Citations[แก้]

  1. Hans Wehr, J. Milton Cowan (1979). A Dictionary of Modern Written Arabic (4th ed.). Spoken Language Services.
  2. 2.0 2.1 2.2 Juan Eduardo Campo (2009). "Dietary Rules". In John L. Esposito. The Oxford Encyclopedia of the Islamic World. Oxford: Oxford University Press.
  3. Fahd Salem Bahammam. Food and Dress in Islam: An explanation of matters relating to food and drink and dress in Islam. Modern Guide. p. 1. ISBN 978-1-909322-99-8.
  4. John Alden Williams (22 July 2010). The Word of Islam. University of Texas Press. pp. PT 116. ISBN 978-0-292-78667-7.
  5. John Alden Williams. Islam. Library of Alexandria. pp. PT 117. ISBN 978-1-4655-8103-7.
  6. Malise Ruthven (23 October 1997). Islam: A Very Short Introduction. Oxford University Press, UK. pp. PT 68. ISBN 978-0-19-154011-0.
  7. Ibn Kathir. "The Gradual Prohibition of Khamr (Alcoholic Drink)". Quran Tafsir Ibn Kathir. สืบค้นเมื่อ 23 July 2018.
  8. Azeem, Hafiz Muhammad (17 January 2018). "Theory of Naskh (Abrogation) in Islamic Law". Hafiz Muhammad Azeem, Advocate. สืบค้นเมื่อ 22 July 2018.
  9. Abu Amina Elias (10 December 2014). "NOBLE QURAN القرآن الكريم Abrogation and specification in the Quran". Faith in Allah. สืบค้นเมื่อ 9 July 2018.
  10. found in Saheeh al-Bukhaari (2295) and Saheeh Muslim (86) according to Saalih al-Munajjid, Muhammad. "20037: What is the punishment for one who drinks alcohol, and are his prayer and fasting valid?". Islam Question and Answer. สืบค้นเมื่อ 23 July 2018.
  11. 11.0 11.1 11.2 Haider, Murtaza (29 October 2014). "Alcohol consumption in Pakistan: Don't mix sin with crime". Dawn. สืบค้นเมื่อ 24 July 2018.
  12. 12.0 12.1 Saalih al-Munajjid, Muhammad. "20037: What is the punishment for one who drinks alcohol, and are his prayer and fasting valid?". Islam Question and Answer. สืบค้นเมื่อ 23 July 2018.
  13. search results, Sunnah.com
  14. "Jami` at-Tirmidhi » Chapters on Tafsir".
  15. Sa'eedi al-Hanafi, Ghulam Rasool. Sharh Sahih Muslim.
  16. "Alcohol: Its kinds, usage and Rulings".
  17. Ruthven, Malisse (1997). slam: A Very Short Introduction. Oxford University Press. p. 55. The following is part of a discussion on prohibited liquors from the Hidayah of Burhanuddin al-Marghinani (d. 1197), a Hanafi faqih of Farghana in Central Asia (modern Uzbekistan). Beer, Whisky, and Vodka, according to this liberal Hanafi view, are permitted, although all forms of grape alcohol are banned absolutely: "..Liquor produced by means of honey, wheat, barley or millet is lawful, according to Abu Hanifa and Abu Yusuf (his most distinguished disciple)..
  18. Saeedi, Ghulam Rasool. Sharh Sahih Muslim. p. 200.
  19. Qurtubi, Ibn Rushd. The Distinguished Jurists Primer. p. 573.
  20. Nyazee, Imran Ahsan Khan. Islamic Jurisprudence: Uṣūl Al-Fiqh. p. 311.
  21. Fatawa-i Hindiyya. Maktaba Rahmaniyya. p. 344.
  22. Morrow, John Andrew. Islamic Images and Ideas: Essays on Sacred Symbolism. p. 83.
  23. "Country Reports on Human Rights Practices Bureau of Democracy, Human Rights, and Labor 2001 March 4, 2002". state.gov. United States Department of State. สืบค้นเมื่อ 24 July 2018.
  24. "Iranian man flogged 80 times for drinking alcohol as a child". BBC. 12 July 2018. สืบค้นเมื่อ 24 July 2018.
  25. "Q: Alcohol consumption in Saudi Arabia". answers.google.com. 25 June 2002. สืบค้นเมื่อ 24 July 2018.

รายนามสกุลทั่วไปของญี่ปุ่น[แก้]

ตามทางการแล้ว ในชื่อบุคคลญี่ปุ่นมีนามสกุลที่แตกต่างกันถึง 291,129 แบบ[1] ตามการเขียนอักษรคันจิ ถึงแม้ว่านามสกุลเหล่านี้มีการออกเสียงและมีอักษรโรมาจิคล้ายกัน นามสกุล 10 อันดับแรกที่ผู้ใช้ประมาณ 10% ของประชากร ในขณะที่ 100 อันดับแรกมีผู้ใช้มากกว่า 33%[2]

รายอันดับนี้มาจากการศึกษาโดยเมจิยาซูดะไลฟ์ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2008 [2] ซึ่งมีลูกค้าประมาณ 6,118,000 คน

อ้างอิง[แก้]

พระราชพงศาวลีราชวงศ์ที่สิบสองแห่งอียิปต์[แก้]

เหมือนกับราชวงศ์อียิปต์โบราณส่วนใหญ่ พระราชพงศาวลีของราชวงศ์ที่สิบสองนั้นซับซ้อนและไม่เป็นที่กระจ่าง

เซนุสเรตเนเฟเรต
Double crown.svgฟาโรห์อเมเนมเฮตที่ 1เนเฟริทาเจเนน
Double crown.svgฟาโรห์เซนุสเรตที่ 1เนเฟรูที่ 3
Double crown.svgฟาโรห์อเมเนมเฮตที่ 2เซเนต
อาเมเนมฮาตันค์ไอตาไอตาวาเรตเคนเมตเคเนมเนเฟอร์เฮตดเจดที่ 1โนเฟรตที่ 2Double crown.svgฟาโรห์เซนุสเรตที่ 2
เนเฟอร์ทีนุทเคเนมเนเฟอร์เฮตดเจดที่ 2Double crown.svgฟาโรห์เซนุสเรตที่ 3เมเรตเซเกอร์ซิตทัตฮัตฮอร์ยูเนตอิตาคาย
เฮเตปตอาอัตDouble crown.svgฟาโรห์อเมเนมเฮตที่ 3เคเนมเนเฟอร์เฮตดเจดที่ 3ซิตฮาธอร์เมเนตเซเนตเซเนบตีซีเมเรต
Double crown.svgฟาโรห์อเมเนมเฮตที่ 4เนเฟอร์พทาห์[1]Double crown.svgฟาโรห์โซเบกเนเฟรูฮาทฮอร์โฮเทป

อ้างอิง[แก้]

  1. อาจเป็นพระธิดาของฟาโรห์เซนุสเรตที่ 3
  • Grajetzki, Wolfram (2005) Ancient Egyptian Queens – a hieroglyphic dictionary

รายชื่อท่าเรือคอนเทนเนอร์ที่คึกคักที่สุด[แก้]

ที่คือรายชื่อท่าเรือคอนเทนเนอร์ (ท่าเรือที่มีตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งส่งสินค้าในเรือคอนเทนเนอร์) ที่คึกคักที่สุดในโลกตามหน่วยตู้สินค้าขนาด 20 ฟุต (twenty-foot equivalent units; TEUs) ขนส่งผ่านทางท่าเรือ ข้อมูลนี้มีหน่วยกว่าพัน TEU

จราจรคอนเทนเนอร์ (ในหน่วยพัน TEUs):
# ท่าเรือ ประเทศ ภูมิภาค ที่ตั้ง ค.ศ. 2018[1][2] ค.ศ. 2017[3] ค.ศ. 2016[4] ค.ศ. 2015[5] ค.ศ. 2014[5] ค.ศ. 2013[6] ค.ศ. 2012[7] ค.ศ. 2011[8] ค.ศ. 2010[9] ค.ศ. 2009[10] ค.ศ. 2008[11] ค.ศ. 2007[12] ค.ศ. 2006[13] ค.ศ. 2005[14] ค.ศ. 2004[15]
1 เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน จีน เอเชียตะวันออก ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี 42,010 40,233 37,133 36,537[16] 35,268 33,617 32,529 31,700 29,069 25,002 27,980 26,150 21,710 18,084 14,557
2 สิงคโปร์ สิงคโปร์ สิงคโปร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่องแคบสิงคโปร์ 36,660 33,666 30,904[17] 30,922[17] 33,869 32,240 31,649 29,937 28,431 25,866 29,918 27,932 24,792 23,192 21,329
3 เชินเจิ้น ประเทศจีน จีน เอเชียตะวันออก สามเหลี่ยมปากแม่น้ำจู 27,740 25,208 23,979[18] 24,204[18] 23,798 23,280 22,940 22,570 22,510 18,250 21,414 21,099 18,469 16,197 13,615
4 หนิงปัว-โจวซาน ประเทศจีน จีน เอเชียตะวันออก ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี 26,350 24,607 21,560[19] 20,620[19] 19,450 17,351 16,670 14,686 13,144 10,502 11,226 9,349 7,068 5,208 4,006
5 กว่างโจว ประเทศจีน จีน เอเชียตะวันออก สามเหลี่ยมปากแม่น้ำจู 21,870 20,370 18,858[20] 17,625 16,160 15,309 14,744 14,400 12,550 11,190 11,001 9,200 6,600 4,685 3,308
6 ปูซาน เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ เอเชียตะวันออก ช่องแคบเกาหลี 21,660 20,493 19,850[21] 19,469[21] 18,423 17,690 17,046 16,185 14,157 11,954 13,425 13,270 12,039 11,843 11,430
7 ฮ่องกง ฮ่องกง ฮ่องกง / ประเทศจีนจีน East Asia สามเหลี่ยมปากแม่น้ำจู 19,600 20,770 19,813[22] 20,073[22] 22,374 22,352 23,117 24,384 23,532 20,983 24,248 23,881 23,539 22,427 21,984
8 ชิงเต่า ประเทศจีน จีน เอเชียตะวันออก ทะเลเหลือง 18,260 18,262 18,010[23] 17,510 16,624 15,520 14,503 13,020 12,012 10,260 10,320 9,462 7,702 6,307 5,140
9 เทียนจิน ประเทศจีน จีน เอเชียตะวันออก ทะเลเหลือง 16,000 15,040 14,490[24] 14,090 14,050 13,010 12,300 11,500 10,080 8,700 8,500 7,103 5,950 4,801 3,814
10 ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เอเชียตะวันตก คาบสมุทรอาหรับ 14,950 15,368 14,772[25] 15,592 14,750 13,641 13,270 13,000 11,600 11,124 11,827 10,653 8,923 7,619 6,429
11 รอตเทอร์ดาม เนเธอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ยุโรป ทะเลเหนือ 14,510 13,734 12,385[26] 12,235 12,453 11,621 11,866 11,877 11,146 9,743 10,784 10,791 9,655 9,287 8,281
12 พอร์ตกลัง มาเลเซีย มาเลเซีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่องแคบมะละกา 12,320 11,978 13,170[27] 11,887 10,736 10,350 10,000 9,604 8,870 7,309 7,970 7,120 6,326 5,544 5,244
13 แอนต์เวิร์ป เบลเยียม เบลเยียม ยุโรป ทะเลเหนือ 11,100 10,451 10,037[28] 9,654 9,136 8,578 8,635 8,664 8,468 7,309 8,663 8,176 7,019 6,482 6,064
14 Xiamen ประเทศจีน China East Asia Taiwan Strait 10,702 10,380 9,614[29] 9,183 8,572 8,010 7,202 6,461 5,820 4,680 5,035 4,627 4,019 3,342 2,872
15 Kaohsiung สาธารณรัฐจีน (2455-2492) Taiwan East Asia Taiwan Strait 10,450 10,271 10,465[30] 10,264 10,593 9,938 9,781 9,636 8,872 8,581 9,677 10,257 9,775 9,471 9,714
16 Dalian ประเทศจีน China East Asia Yellow Sea 9,770 9,707 9,614[31] 9,450 10,128 10,860 8,060 6,400 5,242 4,552 4,503 4,574 3,212 2,665 2,211
17 Los Angeles สหรัฐ United States North America West Coast 9,460 9,343 8,857[32] 8,160 8,340 7,869 8,078 7,941 7,832 6,748 7,850 8,355 8,470 7,485 7,321
18 Tanjung Pelepas มาเลเซีย Malaysia Southeast Asia Malacca Strait 8,960 8,261 8,281[33] 9,120 8,500[5] 7,628 7,700 7,500 6,530 6,000 5,600 5,500 4,770 4,177 4,020
19 Hamburg เยอรมนี Germany Europe Elbe River 8,730 8,860 8,910[34] 8,821 9,729 9,302 8,864 9,022 7,900 7,007 9,737 9,890 8,862 8,088 7,003
20 Long Beach สหรัฐ United States North America West Coast 8,090 7,670 6,775[35] 7,192 6,821 6,731 6,046 6,061 6,263 5,067 6,350 7,316 7,289 6,710 5,780
21 Laem Chabang ไทย Thailand Southeast Asia Gulf of Thailand 8,070 7,670 7,227[36] 6,780 6,518 6,032 5,830 5,731 5,068 4,538 5,134 4,642 4,123 3,834 3,529
22 Tanjung Priok อินโดนีเซีย Indonesia Southeast Asia Java Sea 7,640 6,090 5,515[37] 5,201[37] 5,034 6,590 6,200 5,618 4,715 3,800 3,984 3,900 3,280 3,282 3,170
23 New York สหรัฐ United States North America East Coast 7,200 6,711 6,252[38] 6,372 5,772 5,467 5,530 5,503 5,292 4,561 5,265 5,299 5,093 4,785 4,478
24 Colombo ศรีลังกา Sri Lanka South Asia Sri Lanka 7,050 6,209 5,735[39] 5,185[5][39] 4,910 2,221
25 Yingkou ประเทศจีน China East Asia Liaodong Bay 6,500 6,278 6,086[40] 5,922 5,770
26 Saigon เวียดนาม Vietnam Southeast Asia East Vietnam Sea 6,330 6,156 5,987[41] 5,788[5][41] 6,334 5,542 5,060 4,674 4,100 3,563 3,100 2,532 2,532 2,122 1,868
27 Bremerhaven เยอรมนี Germany Europe North Sea 5,420 5,510 5,535 [42] 5,479[42] 5,796 5,831 6,115 5,915 4,871 4,578 5,529 4,912 4,450 3,736 3,469
28 Valencia สเปน Spain Europe Western Mediterranean 5,128 4,832 4,722 4,616 4,442 4,328 4,470 4,327 4,207 3,653 3,593 3,043 2,612 2,410 2,145
29 Manila ฟิลิปปินส์ Philippines Southeast Asia Manila Bay 5,050 4,782 4,523 3,976 3,673 3,770 3,705 3,250 3,257 2,815 2,977 2,800 2,638 2,625 2,698
30 Taicang ประเทศจีน China East Asia Yangtze Delta 5,071 4,514 4,081 3,760
31 Mumbai อินเดีย India South Asia Arabian Sea 5,050 4,833 4,432 4,490 4,450
32 Piraeus ประเทศกรีซ Greece Europe Eastern Mediterranean 4,910 4,145 3,737 3,330 3,164 2,745 1,680 1,198 665 434 1,373 N/A N/A N/A
33 Algeciras สเปน Spain Europe Western Mediterranean 4,770 4,340 4,761[43] 4,516[43] 4,457 4,501 4,114 3,603 2,810 3,042 3,324 3,152 3,257 3,180 2,937
34 Lianyungang ประเทศจีน China East Asia Yellow Sea 4,750 4,711 4,703 4,703
35 Tokyo ญี่ปุ่น Japan East Asia Tokyo Bay 4,570 4,500 4,700 4,629 4,917 4,861 4,752 4,640 4,286 3,810 4,271 3,818 3,969 3,593 3,358
36 Mundra อินเดีย India South Asia Gulf of Kutch 4,440 4,240 3,320 2,895
37 Savannah สหรัฐ United States North America East Coast 4,350 4,046 3,645 3,737 3,346 3,034 2,966 2,945 2,825 2,356 2,616 2,604 2,160 1,902 1,662
38 Jeddah ซาอุดีอาระเบีย Saudi Arabia West Asia Red Sea 4,120 4,150 3,957 4,188[44] 4,200 4,561 4,738 4,010 3,830 3,091 3,326 3,068 2,964 2,836 2,426
39 Santos  บราซิล South America South Atlantic Ocean 4,120 3,854 3,394 3,645 3,685 3,446 3,172 2,985 2,716 2,252 2,675 2,533 2,208 2,240 1,883
40 Port of Gioia Tauro อิตาลี Italy Europe Mediterranean Sea 4,005 3,391 3,796 3,030 3,708 3,652 3,725 3,307
41 Rizhao ประเทศจีน China East Asia Yellow Sea 4,000 3,240 3,010[45] 2,810[45]
42 โกลอน ปานามา ปานามา อเมริกากลาง ชายฝั่งแคริบเบียน 3,890 3,891 3,258 3,577 3,356 2,060 1,900 1,600 2,802 1,856[46] 2,262 N/A 1,947 2,150
43 ตันจุงเปอรัก อินโดนีเซีย อินโดนีเซีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่องแคบมาดูรา 3,866 3,553 3,355 3,154
44 ฟีลิกส์โทว์ สหราชอาณาจักร สหราชอาณาจักร ยุโรป ทะเลเหนือ 3,850 3,850 4,016 3,980 3,680 3,740 3,700 3,519 3,400 3,100 3,200 3,300 3,000 2,700 2,717
45 ซีแอตเทิล/ทาโคมา สหรัฐ สหรัฐ อเมริกาเหนือ เวสต์โคสต์ 3,800 3,665 3,616 3,154 3,456 3,461 3,510 3,590
46 ตงกวน ประเทศจีน จีน เอเชียตะวันออก สามเหลี่ยมปากแม่น้ำจู 3,500 3,910 3,640 3,363
47 แทนเจอร์-เมด โมร็อกโก โมร็อกโก แอฟริกา แอฟริกาเหนือ 3,470 3,312 2,960
48 บาร์เซโลนา สเปน สเปน ยุโรป เมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก 3,420 2,970 2,230 1,720 1,756 2,014 1,946 1,883
49 แวนคูเวอร์ แคนาดา แคนาดา อเมริกาเหนือ เวสต์โคสต์ 3,400 3,252
50 เศาะลาละฮ์ โอมาน โอมาน เอเชียตะวันตก ทะเลอาหรับ 3,390 3,946 3,325 2,569 2,229
51 ฝูโจว ประเทศจีน จีน เอเชียตะวันออก มณฑลฝูเจี้ยน 3,340 3,010 2,660 1,977 1,825 1,451 1,319

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Top 50 World Container Ports | World Shipping Council". www.worldshipping.org. Archived from the original on 2012-07-04. สืบค้นเมื่อ 2019-10-16. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  2. "One Hundred Container Ports 2019 :". Lloyd's List. Archived from the original on 2019-08-26. สืบค้นเมื่อ 2019-10-16. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  3. "Lloyd's List Top 100 Ports 2018 | Maritime Intelligence" (in อังกฤษ). Archived from the original on 2019-04-16. สืบค้นเมื่อ 2019-02-20. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  4. "Lloyd's List Top 100 Ports | Maritime Intelligence" (in อังกฤษ). Archived from the original on 2018-09-12. สืบค้นเมื่อ 2018-05-16. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 "Top 50 World Container Ports | World Shipping Council". www.worldshipping.org. Archived from the original on 2017-11-15. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  6. The Lloyd's List of the World's Busiest Container Ports 2013 Archived 2015-03-28 at the Wayback Machine.
  7. The Lloyd's List of the World's Busiest Container Ports 2012 Archived 2015-03-28 at the Wayback Machine.
  8. The Lloyd's List of the World's Busiest Container Ports 2011 Archived 2015-03-28 at the Wayback Machine.
  9. The Lloyd's List of the World's Busiest Container Ports 2010 Archived 2015-02-17 at the Wayback Machine.
  10. "AAPA World Port Rankings 2009" (PDF). Archived from the original (PDF) on 2011-05-15. สืบค้นเมื่อ 2011-04-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  11. "AAPA World Port Rankings 2008" (PDF). Archived from the original (PDF) on 2014-03-23. สืบค้นเมื่อ 2010-08-01. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  12. "Port of Hamburg". Archived from the original on 2009-05-19. สืบค้นเมื่อ 2008-06-01. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  13. AAPA World Port Rankings 2006 Archived December 21, 2008, at the Wayback Machine.
  14. AAPA World Port Rankings 2005 Archived September 27, 2007, at the Wayback Machine.
  15. AAPA World Port Rankings 2004 Archived 2011-07-24 at the Wayback Machine.
  16. "01 Shanghai (China)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  17. 17.0 17.1 "02 Singapore (Singapore)". Lloyd's List. 2017-08-02.
  18. 18.0 18.1 "03 Shenzhen (China)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  19. 19.0 19.1 "04 Ningbo-Zhoushan (China)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  20. "07 Guangzhou (China)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  21. 21.0 21.1 "05 Busan (South Korea)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  22. 22.0 22.1 "06 Hong Kong (China)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  23. "08 Qingdao (China)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  24. "10 Tianjin (China)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  25. "09 Dubai (United Arab Emirates)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  26. "12 Rotterdam (The Netherlands)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  27. "11 Port Klang (Malaysia)". Lloyd's List. 2017-08-02.
  28. "14 Antwerp (Belgium)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  29. "16 Xiamen (China)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  30. "13 Kaohsiung (Taiwan)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  31. "15 Dalian (China)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  32. "18 Los Angeles (US)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  33. "19 Tanjung Pelepas (Malaysia)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  34. "17 Hamburg (Germany)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  35. "21 Long Beach (US)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  36. "20 Laem Chabang (Thailand)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  37. 37.0 37.1 "27 Tanjung Priok (Indonesia)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  38. "22 New York/New Jersey (US)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  39. 39.0 39.1 "25 Colombo (Sri Lanka)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  40. "23 Yingkou (China)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  41. 41.0 41.1 "24 Ho Chi Minh City (Vietnam)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  42. 42.0 42.1 "26 Bremen/Bremerhaven (Germany)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  43. 43.0 43.1 "28 Algeciras (Spain)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  44. "37 Jeddah (Saudi Arabia)". Lloyd's List. 2017-08-02. Archived from the original on 2017-12-27. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  45. 45.0 45.1 "50 Rizhao (China)". Lloyd's List. 2017-08-01.
  46. "PORTS OF CENTRAL AND SOUTH AMERICA, CONTAINER TRAFFIC 2009 - 2008" (PDF). Archived from the original (PDF) on 2010-11-04. สืบค้นเมื่อ 2010-10-26. Unknown parameter |url-status= ignored (help)

ซุลซุวัยเกาะตัยน์[แก้]

ซุลซุวัยเกาะตัยน์ (อาหรับ: ذوالسويقتين‎) เป็นกลุ่มคนที่มุฮัมมัดทำนายว่าจะปรากฎตัวในช่วงเวลาสุดท้าย พวกเขาเป็นชายชาวอบิสซีเนีย (เอธิโอเปีย) ที่พระเจ้ากำหนดมาทำลายกะอ์บะฮ์ โดยมีอยู่สองธรรมเนียมที่กล่าวถึงเวลาที่จะมาทำลาย:

  • The Kaaba will be destroyed when Isa (Jesus) is still alive. Before Isa's army can reach him, God sends a wind to take the souls of all believers, leaving only disbelievers behind. Dhul-Suwayqatayn will then destroy the Kaabah, taking it down brick by brick.
  • The Kaaba will be destroyed after Yajuj and Majuj perish from the Earth and Isa has died while Muslims still perform Hajj and Umrah. As quoted by a hadith narrated by Abu Sa`id al-Khudri, Muslims will still be performing the Hajj & Umrah to the Kabaa after the event of Yajuj and Majuj.

อ้างอิง[แก้]