ข้ามไปเนื้อหา

ปัญญา (ศาสนาพุทธ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ปัญญา (𑀧𑀜𑁆𑀜𑀸; ปญฺญ) ในภาษาบาลี หรือ ปราชญ์ (प्रज्ञा; ปฺรชฺญฺา) ในภาษาสันสกฤต แปลว่า ความรู้ทั่ว คือรู้ทั่วถึงเหตุถึงผล รู้อย่างชัดเจน, รู้เรื่องบาปบุญคุณโทษ, รู้สิ่งที่ควรทำควรเว้น เป็นต้น เป็นธรรมที่คอยกำกับศรัทธา เพื่อให้เชื่อประกอบด้วยเหตุผล ไม่ให้หลงเชื่ออย่างงมงาย

ปัญญาเป็นเจตสิกที่มีในสัตว์ที่มีภูมิปัญญา เช่น มนุษย์และเทวดา ปัญญาจะไม่มีในสัตว์เดรัจฉานที่ไม่มีภูมิปัญญา ปัญญาเจตสิกนั้นโดยสภาวะ ได้แก่ การจินตนาการ การสมมติสิ่งต่าง ๆ จึงทำให้มนุษย์มีความเชื่อที่ใช้ร่วมกันขึ้นมาได้ เช่น สมมติเงินขึ้นมา สมมุติประเทศชาติขึ้นมาได้ สมมติอุดมการณ์ทางการเมืองได้ สมมติความเชื่อ แม้กระทั่งศาสนาขึ้นมาได้ อธิบายว่า เราไม่สามารถตกลงราคากับสัตว์เลี้ยงได้ด้วยเงิน เช่น เราไม่สามารถจ้างสัตว์ไปทำงานได้ หรือ เราไม่สามารถให้สัตว์พลีชีพ ทุ่มเทเพื่อสถาบันทางการเมืองต่าง ๆ เช่น ประเทศชาติ ศาสนา หรือ อุดมการณ์ทางการเมืองใด ๆ ไม่ว่าจะเป็น แนวคิดประชาธิปไตย แนวคิดสิทธิมนุษยชนได้ เพราะสัตว์เดรัจฉานไม่มีภูมิปัญญา ไม่มีจินตนาการ จึงสมมติในสิ่งต่าง ๆ ที่ซับซ้อนไม่ได้

สิ่งที่ใกล้กับปัญญาเจตสิกคือสัญญาเจตสิก สัญญาเจตสิกมีลักษณะเป็นความทรงจำจำบัญญัติต่าง ๆ ได้ ปัญญาเจตสิกมีลักษณะเป็นความรู้ความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ

ในสังคีติสูตร พระสารีบุตรกล่าวว่า ปัญญา ทำให้เกิดได้ 3 วิธี คือ[1]

  1. โดยการสดับตรับฟัง การศึกษาเล่าเรียน (สุตมยปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการฟัง)
  2. โดยการคิดค้น การตรึกตรอง (จินตามยปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการคิด)
  3. โดยการอบรมจิต การเจริญภาวนา (ภาวนามยปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการประสบการณ์จริง)

หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้องกับปัญญา 3 อย่างคือ

  1. กาลามสูตร จัดเป็นสุตมยปัญญา
  2. โยนิโสมนสิการ จัดเป็นจินตามยปัญญา
  3. สมถะและวิปัสสนา จัดเป็นภาวนามยปัญญา

ปัญญา ที่เป็นระดับ อธิปัญญา คือปัญญาอย่างสูง จัดเป็นสิกขาข้อหนึ่งใน สิกขา 3 หรือ ไตรสิกขา คือ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา

อ้างอิง

[แก้]
  1. "พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย : สังคีติสูตร". มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 22 ธันวาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 15 พฤษาภาคม 2561. {{cite web}}: ตรวจค่าวันที่ใน: |accessdate= (วิธีใช้)[ลิงก์เสียถาวร]