ศุภรัตน์ นาคบุญนำ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศุภรัตน์ นาคบุญนำ

ศุภรัตน์ นาคบุญนำ ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรข่าวอิสระ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีชื่อเสียงจากการเป็นผู้ประกาศข่าว สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

ประวัติ[แก้]

ศุภรัตน์ นาคบุญนำ เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2511 อายุ 47 ปี นางสาวศุภรัตน์จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง จบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตพิตรพิมุขจักรวรรดิ จบปริญญาตรี วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ หลักสูตรการจัดการภาครัฐและเอกชน (MPPM) จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ศุภรัตน์เริ่มเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าววิทยุ “ข่าวด่วน พล.1” ทางสถานีวิทยุกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ บริษัท สหศีนิมา จำกัด ในสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ต่อมาเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าว ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และยังเป็นผู้ดำเนินรายการวิทยุหลายรายการ อาทิ รายการร่วมด้วยช่วยกัน และพิธีกรรายการโทรทัศน์หลายรายการ อาทิ รายการพบผู้แทน ปัจจุบันเป็นผู้ประกาศข่าว และพิธีกรข่าวอิสระ ทางสถานีโทรทัศน์หลายช่อง เช่นรายการเขย่าโต๊ะข่าว ทางช่องไบรต์ทีวี และข่าวเที่ยง ทางช่องไทยทีวี เป็นต้น

การทำงานการเมือง[แก้]

ใน พ.ศ. 2550 ศุภรัตน์ตัดสินใจลงเล่นการเมือง โดยการเข้าสังกัดพรรคพลังประชาชน ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 8 กรุงเทพมหานคร (สวนหลวง, ประเวศ, บางนา และ พระโขนง) แต่ไม่ได้รับเลือก อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคพลังประชาชนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง โดยได้รับเสียงข้างมากถึง 233 จาก 480 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ทำให้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน [[การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย มกราคม

พ.ศ. 2551|ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี]] โดยนายสมัคร ได้แต่งตั้งให้นางสาวศุภรัตน์ดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

แต่ต่อมาวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน รวมทั้งตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค 5 ปี ทำให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ต้องพ้นสภาพการเป็นนายกรัฐมนตรีไปโดยปริยาย และประกอบกับการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองของกลุ่มเพื่อนเนวินที่ย้ายไปสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล ทำให้พรรคเพื่อไทยกลายเป็นฝ่ายค้าน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]