พระยาวิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พระยาวิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา) มีนามเดิมว่า “ชม” เป็นเจ้าเมืองสงขลาคนที่ 8 (พ.ศ. 2431-2447) ซึ่งเป็นเจ้าเมืองคนสุดท้าย ชาวเมืองสงขลาให้สมญานามว่า "เจ้าจอมเมือง" มีราชทินนานามว่า "พระยาวิเชียรคีรีศรีสมุท วิสุทธิศักดา มหาพิไชยสงครามรามภักดี อภัยพิริยบรากรมภาหุ"

ประวัติ[แก้]

พระยาวิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา) เป็นบุตรคนโตของพระยาสุนทรนุรักษ์ (เนตร) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลากับคุณหญิงพับ เกิดที่เมืองสงขลา เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2397 ณ บ้านป่าหมาก (ปัจจุบันคือที่ตั้งศาลจังหวัดสงขลา) เริ่มเรียนหนังสือกับเจ้าพระยาวิเชียรคีรี (เม่น) เมื่ออายุ 11 ปี ในปี พ.ศ. 2407 ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ 4 เป็นมหาดเล็กหลวงเวรฤทธิ์ รับราชการในกรุงเทพฯ ได้ 2 ปี ก็ลาออกมาศึกษาวิชาการอื่นๆ ที่สงขลา เช่น วิชาช่างไม้ ยุทธศาสตร์การยิงปืน โหราศาสตร์ แพทยศาสตร์พื้นบ้าน สมุทรศาสตร์การเดินเรือ การถ่ายรูป ช่างเหล็ก ช่างทองและการทำแผนที่ทั้งกับครูไทย และครูชาวต่างประเทศหลายคน จนมีความเชี่ยวชาญ อายุได้ 16 ปี (พ.ศ. 2413) ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นหลวงวิเศษภักดี (ชม) ตำแหน่งผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา อายุ 21 ปี ลาอุปสมบทสำนักอาจารย์แดง วัดดอนรัก รับราชการจนถึงปี พ.ศ. 2431 ได้เลื่อนยศเป็นพระสุนทรานุรักษ์ (ชม) ตำแหน่งผู้ช่วยราชการเมืองสงขลาและรักษาราชการเมืองสงขลาในระยะที่ว่างเจ้าเมือง เพราะพระยาวิเชียรคีรี (ชุ่ม) ถึงแก่อสัญกรรม ต้นปี พ.ศ. 2433 จึงได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนขึ้นเป็นพระยาวิเชียรคีรี (ชม) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลารับราชการต่อมาอีก 11 ปี ในปี พ.ศ. 2444 ถูกปลดออก และเลื่อนเป็นจางวางเมืองสงขลา รับพระราชทานเบี้ยบำนาญปีละ 8,000 บาท สูงกว่าเงินเดือนเดิมหลายเท่าตัว และ 3 ปี ต่อมาวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2447 ก็ถึงแก่อสัญกรรมด้วยอายุ 50 ปี[1]

สืบเนื่องจากแปดบรรพบุรุษสกุล ณ สงขลา เมื่อ พ.ศ. 2318 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดเกล้าฯ ให้หลวงสุวรรณคีรี (เหยี่ยง แซ่เฮา) เป็นผู้ปกครองเมืองสงขลา ต่อมาบุตรและหลานของพระยาสุวรรณคีรี (บรรดาศักดิ์ต่อมา) ได้รับช่วงเป็นเจ้าเมืองสงขลาถึง 8 คน ติดต่อกัน 8 สมัย ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ เป็นเวลา 121 ปี เจ้าเมืองในตระกูล ณ สงขลา มีดังต่อไปนี้

  • พระยาสุวรรณคีรีสมบัติ (เหยี่ยง แซ่เฮา) พ.ศ. 2318-2327
  • เจ้าพระยาอินทคีรี (บุญหุ้ย) พ.ศ. 2327-2355
  • พระยาวิเศษภักดี (เถี้ยนจ๋ง) พ.ศ. 2355-2360 สายสกุล "โรจนะหัสดิน"
  • พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) พ.ศ. 2360-2390
  • เจ้าพระยาวิเชียรคีรี (บุญสัง) พ.ศ. 2390-2408
  • เจ้าพระยาวิเชียรคีรี (เม่น) พ.ศ. 2408-2427
  • พระยาวิเชียรคีรี (ชุ่ม) พ.ศ. 2427-2431
  • พระยาวิเชียรคีรี (ชม) พ.ศ. 2431-2444

พระยาวิเชียรคีรี (ชม) สมรสกับคุณหญิงสมบุญวิเชียรคีรี ธิดาของท่านปั้น มีธิดา 4 คน คือ

  • คุณหญิงช่วง สมรสกับพระยาสวัสดิ์คีรีศรีสมันตราษฎร์นายก (เย็น สุวรรณปัทมะ)
  • คุณหญิงพจนาวิลาศ (เชย) สมรสกับพระยาพจนาวิลาส (แปะ นิโรดม)
  • นางชนานุกูลกิจ (สงวน) สมรสกับหลวงชนานุกูลกิจ (จวง จารุจินดา)
  • นางเพชรคีรีศรีราชสงคราม สมรสกับพระเพชรคีรีศรีราชสงคราม (เจ้าแก้วเมืองไท ณ ลำปาง) มีผู้สืบสกุลต่อมา คือ เจ้าเชิดกาวิละ และเจ้าเดชา ณ ลำปาง[2]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

เครื่องยศ[แก้]

พานหมากทองคำ คนโททองคำ กระโถนทองคำ

อ้างอิง[แก้]

  1. ข่าวตาย
  2. http://web.archive.org/web/20161113024442/http://nasongkhla.com:80/index.php?option=com_content&view=category&layout=blog&id=39&Itemid=58
  3. ราชกิจจานุเบกษา. พระราชทานเครื่องราชอิศริยายศ. กรุงเทพ ฯ. เล่ม 5 ตอน 10 หน้า 79.
  4. ราชกิจจานุเบกษา. พระราชทานเครื่องราชอิศริยายศ. กรุงเทพ ฯ. เล่ม 9 ตอน 10 หน้า 350 ลำดับที่ 34.