เกอเรตาปีตานะฮ์เมอลายู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
การรถไฟมลายา
Keretapi Tanah Melayu
كريتاڤي تانه ملايو
สัญลักษณ์KTM
สถานที่ตั้งมาเลเซียตะวันตก
วันที่ให้บริการค.ศ. 1885–ปัจจุบัน
ความกว้างราง1,000 มม. (3 ฟุต 3 38 นิ้ว) มีเตอร์เกจ
ความยาว1,677 กิโลเมตร
สำนักงานใหญ่กัวลาลัมเปอร์
รถไฟระหว่างเมืองขบวนหนึ่งของเคทีเอ็ม

เกอเรตาปีตานะฮ์เมอลายู (เคทีเอ็ม) (มลายู: Keretapi Tanah Melayu, كريتاڤي تانه ملايو برحد) หรือ การรถไฟมลายา เป็นผู้ดำเนินการรถไฟในมาเลเซียตะวันตก เริ่มสร้างในสมัยอาณานิคมอังกฤษ ชื่อเดิมคือ การรถไฟสหพันธรัฐมลายู (FMSR) และองค์การบริหารรถไฟมลายา (MRA) และได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เกอเรตาปีตานะฮ์เมอลายู" ในปี ค.ศ. 1962[1] ส่วนใหญ่ให้บริการรถไฟระหว่างเมือง

เนื้อหา

โครงข่ายรถไฟ[แก้]

เกอเรตาปีตานะฮ์เมอลายูให้บริการเส้นทางรถไฟเฉพาะมาเลเซียตะวันตกเท่านั้น ใช้รางขนาด 1,000 มม. (3 ฟุต 3 38 นิ้ว) มีสายหลัก 2 สายใหญ่ ได้แก่

สายชายฝั่งทะเลตะวันตก[แก้]

สถานีรถไฟกาจัง ในสายชายฝั่งทะเลตะวันตก

สายชายฝั่งทะเลตะวันตก เริ่มต้นจากสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ รัฐปะลิส (บนพรมแดนไทย-มาเลเซีย) มุ่งหน้าลงใต้สิ้นสุดที่จุดผ่านรถไฟวุดแลนส์ ประเทศสิงคโปร์ สถานีรถไฟรายทางที่สำคัญได้แก่ สถานีรถไฟเซ็นทรัลกัวลาลัมเปอร์ กัวลาลัมเปอร์ กับสถานีรถไฟบัตเตอร์เวอร์ธ รัฐปีนัง ปัจจุบันมีแผนที่จะติดตั้งระบบจ่ายไฟฟ้าเหนือหัวบนเส้นทางนี้

สายชายฝั่งทะเลตะวันออก[แก้]

สถานีรถไฟกัวลาไกร ในสายชายฝั่งทะเลตะวันออก

สายชายฝั่งทะเลตะวันออก ระบบรถไฟยังไม่ทันสมัยเหมือนฝั่งตะวันตก วิ่งจากสถานีรถไฟเกอมัซ รัฐเนอเกอรีเซิมบีลัน ไปยังสถานีรถไฟตุมปัต รัฐกลันตัน แนวเส้นทางส่วนใหญ่จะลัดเลาะเข้าไปในป่า จึงได้ฉายาว่า ทางรถไฟสายป่ารก ส่วนรัฐตรังกานู เป็นเพียงรัฐเดียวในมาเลเซียตะวันตกที่ไม่มีรถไฟเคทีเอ็มผ่าน

โครงสร้างพื้นฐาน[แก้]

รถไฟเคทีเอ็มมีระยะทางเดิมรวมทั้งหมด 1,699 กิโลเมตร แต่เนื่องจากการปิดทางรถไฟช่วงตันจงปาการ์-กรันจี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 จึงทำให้ระยะทางเหลือเพียง 1,677 กิโลเมตร ทางรถไฟส่วนใหญ่เป็นทางเดี่ยว จะมีเพียงช่วงระหว่างสถานีรถไฟอีโปะฮ์-เกอมัซ และสายย่อยพอร์ตกลัง-บาตูเคฟส์เท่านั้น ที่เป็นทางคู่

เส้นทางอื่น ๆ[แก้]

มีสายรถไฟอื่น ๆ ในประเทศมาเลเซียที่มิได้ดำเนินการโดยเคทีเอ็ม ได้แก่ การรถไฟรัฐซาบะฮ์ ในรัฐซาบะฮ์ มาเลเซียตะวันออก และรถไฟไต่เขาปีนัง บนเกาะปีนัง

เส้นทางย่อย[แก้]

นอกจากสายชายฝั่งทะเลตะวันตกและตะวันออกแล้ว ยังมีสายรถไฟแยกย่อยอีกมากมาย ดังนี้

ใช้งาน[แก้]

รถไฟระหว่างเมือง-รถสินค้า[แก้]

รถไฟชานเมือง-รถสินค้า[แก้]

รถสินค้า[แก้]

  • พอร์ตกลัง - ปูเลาอินดะฮ์
  • เกิมปัซ - ตันจงเปอเลปัซ
  • เกิมปัซ - ปาซีร์กูดัง
  • บัตเตอร์เวิร์ท - นอร์ทบัตเตอร์เวิร์ทเทอร์มินัล

สายย่อยเข้าศูนย์ซ่อมบำรุง[แก้]

  • อีโปะฮ์ - ฟาลิม (ไม่ได้ใช้งาน)
  • บาตูกาจะฮ์ - ศูนย์ซ่อมบำรุงหลักบาตูกาจะฮ์

ไม่ได้ใช้งาน[แก้]

รื้อถอนทางแล้ว[แก้]

  • ฟาลิม - เตอโรโนะฮ์
  • กวง - บาตูอารัง - บาตังเบอร์จุนไต
  • ตัมปิน - มะละกา
  • ไตปิง - พอร์ตเวลด์
  • บูกิตกูดา - เจอรัม - กัวลาเซอลาโงร์
  • บาเฮา - กัวลาปีละฮ์
  • ตาปะฮ์โรด - เตอลุก์อินตัน - เตอลุก์อินตันวอร์ฟ
  • ซาละก์เซอลาตัน - ชุมทางอัมปัง - ถนนสุลต่าน (ปัจจุบันคือรถไฟฟ้าสายอัมปัง)
  • ชุมทางอัมปัง - อัมปัง (ปัจจุบันคือรถไฟฟ้าสายอัมปัง)
  • จุดผ่านรถไฟวุดแลนส์ - บูกิตตีมะฮ์ - ตันจงปาการ์ (รางโดนรื้อบางส่วน)

ระบบรถไฟ[แก้]

หลังจากการควบรวมกิจการรถไฟในมาเลเซีย การรถไฟมลายา (ในขณะนั้น) ได้สั่งซื้อรถจักรไอน้ำจากสหราชอาณาจักร เพื่อนำมาใช้งานในประเทศ ส่วนรถจักรดีเซลคันแรก คือ ชันเตอร์คลาส 15 ได้มาในปี ค.ศ. 1948 ต่อมาได้เปลี่ยนมาใช้รถจักรดีเซลทั้งระบบในช่วงปี ค.ศ. 1950-1970 ส่งผลให้รถจักรไอน้ำถูกปลดประจำการทั้งหมดในปี ค.ศ. 1972 เคทีเอ็มได้สั่งซื้อรถจักรดีเซลจากหลาย ๆ ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ, ญี่ปุ่น, แคนาดา, อินเดีย, เยอรมนี และจีน อย่างไรก็ตาม ไม่มีการสั่งซื้อรถดีเซลรางแต่อย่างใด

รถไฟฟ้าเริ่มใช้งานครั้งแรกในปี ค.ศ. 1995 เพื่อใช้งานในรถไฟชานเมืองเคทีเอ็ม โดยใน 1 ชุดจะมี 3 คัน

รถจักรและรถดีเซลราง[แก้]

เคทีเอ็ม คลาส 29
เคทีเอ็ม คลาส 26 ฉายา เสือฟ้า
  • รถจักรดีเซล
    • รถจักรดีเซลไฟฟ้าขนาดเล็ก คลาส 15 หมายเลข 15101 - 15120 ผลิตโดยวัลแคนฟันดรี สั่งซื้อปี ค.ศ. 1948
    • รถจักรดีเซลไฮดรอลิกขนาดเล็ก คลาส 17 หมายเลข 17101 - 17105 ผลิตโดยคิชะ เซโซะ ไคชะ สั่งซื้อปี ค.ศ. 1964
    • รถจักรดีเซลไฟฟ้าขนาดเล็ก คลาส 18 หมายเลข 18101 - 18110 ผลิตโดยบรัช เอชเอ็มเอ สั่งซื้อปี ค.ศ. 1978
    • รถจักรดีเซลไฟฟ้าขนาดเล็ก คลาส 19 หมายเลข 19101 - 19110 ผลิตโดยฮิตะชิ สั่งซื้อปี ค.ศ. 1983
    • รถจักรดีเซลไฟฟ้า คลาส 20 หมายเลข 20101 - 20126 ผลิตโดยวัลแคนฟันดรี สั่งซื้อปี ค.ศ. 1957-1958
    • รถจักรดีเซลไฮดรอลิก คลาส 21 หมายเลข 21101 - 21115 และ 21201 - 21210 ผลิตโดยคิชะ เซโซะ ไคชะ สั่งซื้อปี ค.ศ. 1965 และ 1968
    • รถจักรดีเซลไฟฟ้า คลาส 22 หมายเลข 22101 - 22140 ผลิตโดยเออีไอ และเมโทรคัมเมล สั่งซื้อปี ค.ศ. 1971-1972
    • รถจักรดีเซลไฟฟ้า คลาส 23 หมายเลข 23101 - 23115 ผลิตโดยฮิตะชิ สั่งซื้อปี ค.ศ. 1983
    • รถจักรดีเซลไฟฟ้า คลาส 24 หมายเลข 24101 - 24126 ผลิตโดยโตะชิบะ สั่งซื้อปี ค.ศ. 1987
    • รถจักรดีเซลไฟฟ้า คลาส 25 หมายเลข 25101 - 25112 และ 25201 - 25205 ผลิตโดยเจเนรัลมอเตอร์ สั่งซื้อปี ค.ศ. 1990 และ 2002
    • รถจักรดีเซลไฟฟ้า คลาส 26 หมายเลข26101 - 26120 ผลิตโดยแอดทรานซ์ สั่งซื้อปี ค.ศ. 2003 - 2004
    • รถจักรดีเซลไฟฟ้า คลาส 29 หมายเลข 29101 -29120 ผลิตโดยต้าเหลียน สั่งซื้อปี ค.ศ. 2005 - 2006
    • รถจักรดีเซลไฟฟ้า วายดีเอ็ม 4 เช่ามาจาก การรถไฟอินเดีย ผลิตโดยโรงงานพาราณสี นำเข้าช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990
    • รถจักรดีเซลไฟฟ้า วายดีเอ็ม 4 ปรับปรุงโดยโรงงานรถไฟสายใต้ นำเข้าปี ค.ศ. 2009[2]
    • รถไฟ "ไฮบริด" วิ่งระหว่างกัวลาลัมเปอร์-ราวัง และกาจัง-ราวัง[3]
เคทีเอ็ม คลาส 81
  • รถไฟฟ้า
    • คลาส 81 (หมายเลข EMU 01 - EMU 18) ผลิตโดย เจนแบเชอร์ (ค.ศ. 1994-1995)
    • คลาส 82 (หมายเลข EMU 41 - EMU 62) ผลิตโดย ยูเนียนแคริเอจแอนด์แวกอน (ค.ศ. 1996-1997)
    • คลาส 83 (หมายเลข EMU 19 - EMU 40) ผลิตโดย ฮุนได (ค.ศ. 1996-1997)
    • คลาส 91 (หมายเลข ETS 01 - ETS 05) จำนวน 6 คันต่อขบวน ผลิตโดยมิตซูบิชิและโรเทม นำเข้าเมื่อ 10 ธันวาคม ค.ศ. 2009 เริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการ 12 สิงหาคม ค.ศ. 2010[4] ปัจจุบันวิ่งในสายอีทีเอส[5]
    • คลาส 92 (หมายเลข SCS 01 - SCS 38) จำนวน 6 คันต่อขบวน ผลิตโดนซีเอสอาร์ ปัจจุบันวิ่งในรถไฟชานเมือง (ค.ศ. 2012)
    • คลาส 93 จำนวน 6 คันต่อขบวน จะนำมาวิ่งในสายอีทีเอส (ค.ศ. 2015)
    • คลาส 94 จำนวน 6 คันต่อขบวน จะนำมาวิ่งในสายอีทีเอส (ค.ศ. 2015)
    • คลาส 95 จำนวน 6 คันต่อขบวน จะนำมาวิ่งในสายอีทีเอส (ค.ศ. 2017)

โรงงานรถจักร รถไฟฟ้า รถโดยสาร และรถสินค้า[แก้]

  • โรงงานกลางบาตูกาจะฮ์
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงกลัง (สำหรับรถจักรเคทีเอ็ม คลาส 26 และ 29)

ศูนย์ซ่อมบำรุงรถจักร รถโดยสาร รถสินค้า[แก้]

  • ศูนย์ซ่อมบำรุงกลางกัวลาลัมเปอร์
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงบาตูกาจะฮ์
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงบูกิตเตองะอ์
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงบูกิตเมอร์ตาจัม
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงเกอมัซ
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงตุมปัต
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงพอร์ตกลัง
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงสิงคโปร์ (ปิดตัวลงวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2011)
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงกัวมูซัง
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงปาดังเบอซาร์
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงเกิมปัซ (กำลังก่อสร้างเพื่อใช้แทนศูนย์สิงคโปร์)

ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าระหว่างเมือง[แก้]

  • ศูนย์ซ่อมบำรุงบาตูกาจะฮ์

ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า[แก้]

  • ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้ากลางกัวลาลัมเปอร์
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าราวัง
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าเซอเริมบัน
  • ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าพอร์ตกลัง

หน่วยงานย่อย[แก้]

รถไฟระหว่างเมืองและอีทีเอส[แก้]

รถไฟฟ้าเคทีเอ็ม คลาส 91 และ 92 ที่สถานีรถไฟอีโปะฮ์

รถไฟระหว่างเมือง (มลายู: KTM Antarabandar) ดำเนินการโดยเกอเรตาปีตานะฮ์เมอลายู วิ่งระหว่างหาดใหญ่-เซ็นทรัลกัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์-วุดแลนส์ ทุกขบวนใช้รถจักรดีเซลลากจูง ประเภทขบวนรถ ได้แก่ รถธรรมดา และรถด่วน โดยขบวนรถชายฝั่งตะวันตกจะมีความทันสมัย และมีเฉพาะรถด่วน ส่วนขบวนรถชายฝั่งตะวันออก ยังไม่ค่อยทันสมัยมาก และมีทั้งรถด่วนและรถธรรมดา

รถไฟชานเมือง[แก้]

รถไฟฟ้าเคทีเอ็ม คลาส 83 ในขบวนรถไฟชานเมืองที่สถานีรถไฟธนาคารเนอการา

รถไฟชานเมืองเคทีเอ็ม เปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1995 เพื่อรองรับการขนส่งในกัวลาลัมเปอร์และปริมณฑล ปัจจุบันมีจำนวนรถไฟ 248 เที่ยวต่อวัน จำนวนสถานี 45 สถานี (ในทุก ๆ สถานีจะมีที่จอดรถ) ระยะทาง 175 กิโลเมตร มีสองสายหลักได้แก่ สายเซอเริมบัน (มีสายย่อยคือสายตันหยงมาลิม ความถี่ทุก ๆ 30 นาที) และสายพอร์ตกลัง ความถี่ทุก 15 นาทีในชั้วโมงเร่งด่วน ทุก 20 นาทีในชั่วโมงปกติ ทุกคันเป็นรถปรับอากาศ ใช้รถรุ่นเคทีเอ็ม คลาส 81, 82, 82 และ 92 รถไฟชานเมืองมีประโยชน์ต่อเดินทางจากชานเมืองเข้าสู่กัวลาลัมเปอร์เป็นอย่างมาก โดยเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สำคัญ สถิติปี ค.ศ. 2010 ผู้โดยสารทั้งหมด 50 ล้านคนต่อปี

รถไฟชานเมืองเคทีเอ็ม เป็นระบบรถไฟที่ทำกำไรสูงที่สุดถึง 100 ล้านริงกิต สูงกว่ารถไฟระหว่างเมืองซึ่งทำกำไรได้เพียง 70.94 ล้านริงกิต

รถไฟสินค้า[แก้]

เคทีเอ็มทีรถไฟสินค้าวิ่ง 37 เที่ยวต่อวัน ส่วนใหญ่จะพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ สถิติปี ค.ศ. 2006 ทำรายได้ 113 ล้านริงกิต มากขึ้นกว่าปีก่อน 5.2%[6]

หน่วยงานอื่น ๆ ที่ไม่ใช่รถไฟ[แก้]

  • การขนส่งสินค้ารูปแบบอื่น

ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1988 และจดลิขสิทธิ์ในปี ค.ศ. 1991 บริษัทมีรถขนส่ง 225 คัน และรถพ่วง 1,300 คัน ใช้ขนส่งสินค้าจากท่าเรือ[7]

  • ที่จอดรถ

ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1994 มีลูกจ้าง 70 คน และที่จอดรถ 16 แห่ง ปัจจุบันมีแผนจะสร้างที่จอดรถที่สถานีรถไฟเซอเริมบันและสุไหงบูโลห์[8]

การปรับให้ทันสมัย[แก้]

สถานีรถไฟตันจงมาลิม

การพัฒนาให้ทันสมัยยังคงดำเนินการอยู่เรื่อย ๆ ในปี ค.ศ. 1989 ได้เริ่มลงมือสร้างทางคู่และติดตั้งกระแสไฟฟ้าระหว่างสถานีราวัง-เซอเริมบัน, ชุมทางบาตู-เซ็นทัล, กัวลาลัมเปอร์-พอร์ตกลัง ซึ่งต่อมาก็คือรถไฟชานเมืองเคทีเอ็มนั่นเอง[9] โครงการต่อมาก็คือ การติดตั้งการจ่ายไฟฟ้าระหว่างสถานีราวัง-อีโปะฮ์ ซึ่งเริ่มในปี ค.ศ. 2000 และเสร็จในปี ค.ศ. 2010 และมีแผนจะเปิดรถไฟระหว่างเมือง 16 ขบวนต่อวัน ความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง[10]

การพัฒนา[แก้]

  • ปรับปรุงทาง 327 กิโลเมตร จากปาโละฮ์-สิงคโปร์, สายหลักเซอเริมบัน (ค.ศ. 1988–1994) (70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • สร้างทางคู่ในช่วงสถานีราวัง-เซอเริมบัน (ค.ศ. 1990–1994) (62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • สร้างทางคู่ในช่วงสถานีกัวลาลัมเปอร์-พอร์ตกลัง (ค.ศ. 1991–1994) (66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • ขยายอุโมงค์รถไฟบริเวณสถานีเซอเริมบัน (ค.ศ. 1994–1995) (4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • สร้างทางรถไฟเชื่อมพอร์ตกลัง-ปูเลาอินดะฮ์ (ค.ศ. 1997–1999) (4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • สร้างสะพานรถไฟ, สะพานถนนข้ามทางรถไฟ ช่วงระหว่างสถานีราวัง-กาจัง (ค.ศ. 1991–1994) (6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • สร้างสะพานรถไฟ, สะพานถนนข้ามทางรถไฟ ช่วงระหว่างสถานีกาจัง-เซอเริมบัน (ค.ศ. 1991–1994) (16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • สร้างท่อระบายน้ำข้างทางรถไฟระหว่างสถานีนีไล-เซอเริมบัน (ค.ศ. 1994–1995) (4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • สร้างทางรถไฟเชื่อมท่าเรือในโจโฮร์บะฮ์รู (ค.ศ. 1999–2002) (121 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • สร้างสถานีรถไฟเซ็นทรัลกัวลาลัมเปอร์ (ค.ศ. 1999–2001) (14.3 ล้านริงกิต)

โครงการในอนาคต[แก้]

  • สร้างทางรถไฟสายวงกลมในเขตหุบเขากลัง[11]
  • สร้างทางรถไฟสายซูบังจายา - ซูไงบูโละฮ์ เพื่อใช้ขนส่งสินค้า การก่อสร้างจะแบ่งเป็นสองระยะ ระยะที่ 1 จากสถานีซูบังจายา - สนามบินซูบัง ระยะที่ 2 จากสถานีสนามบินซูบัง - ซูไงบูโละฮ์
  • สถานีรถไฟปีนังเซ็นทรัล
  • ส่วนต่อขยายสายปูเลาเซอบัง-มะละกา
  • เพิ่มขบวนรถไฟชานเมืองอีก 20 ขบวนในปี ค.ศ. 2015 และอีก 27 ขบวนในปี ค.ศ. 2017
  • เพิ่มขบวนรถไฟอีทีเอส คลาส 93 (10 ขบวน) และคลาส 94 (22 ขบวน) ในปี ค.ศ. 2015
  • ส่วนต่อขยายสายอีทีเอสไปยังกัวลากังซาร์, บัตเตอร์เวิร์ท, ปาดังเบซาร์, โจโฮร์บะฮ์รู

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://landasan.info/services/ktmb/
  2. P. Vijian (13 February 2009). "Five Locomotives For KTM From India". Bernama. สืบค้นเมื่อ 15 February 2009.
  3. Kng Zheng Guan (15 May 2009). "KTMB running hybrid trains to deal with congestion". The Star.
  4. Stanley White (26 October 2008). "Marubeni Gets $67 Million Malaysia Train-Car Order, Nikkei Says". Bloomberg Japan.
  5. "KL-Ipoh train service likely to see 20,000 more passengers per month". The Star. 16 December 2009.
  6. Nathan, Darshini M (6 October 2007). "Back on track: KTMB upgrades to be competitive". Bizweek, The Star.
  7. "Multimodal Freight Sdn. Bhd. Company Info". KTM berhad.
  8. "KTMB Car Park Company Info". KTM Berhad.
  9. "KTM projects introduction". Archived from the original on 26 August 2007. สืบค้นเมื่อ 14 June 2007.
  10. "Electrified Double Track Project Between Rawang and Ipoh". Archived from the original on 15 September 2007. สืบค้นเมื่อ 14 June 2007.
  11. "Commuter line for suburbs". The Star. สืบค้นเมื่อ 17 April 2008.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]