วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
| วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร | |
|---|---|
| National Defence College of Thailand | |
| สถาปนา | 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 |
| ประเภท | สถาบันการศึกษา |
| สังกัดการศึกษา | สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย |
| ที่ตั้ง | ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร |
| เว็บไซต์ | www.thaindc.org |
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ. เป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงของประเทศ ขึ้นตรงกับสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย กระทรวงกลาโหม[1] มีหน้าที่จัดการศึกษาหลักสูตรเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติและการป้องกันราชอาณาจักร ให้แก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน พนักงานองค์การของรัฐ รัฐวิสาหกิจ รวมทั้งเอกชน โดยฝึกปฏิบัติการวางแผนและนโยบายระดับชาติ การพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ก่อตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 โดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยเปิดการศึกษาเฉพาะผู้บริหารชั้นสูงของฝ่ายทหารและพลเรือนเท่านั้น
ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 จึงเปิด หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน หรือ ปรอ. ขึ้นมาอีกหลักสูตรหนึ่ง เพื่อให้นักธุรกิจระดับเจ้าของกิจการหรือผู้บริหารได้เข้ารับการศึกษาร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐ ในปี พ.ศ. 2546 เปิด หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐ เอกชน และการเมือง หรือ วปม. โดยรับนักการเมืองเพิ่มเข้ามา ปัจจุบันหลักสูตร วปม. ไม่เปิดการศึกษา คงเหลือแต่หลักสูตร วปอ. และ ปรอ. นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรเป็นผู้บริหารระดับสูง โดยมีข้อกำหนดของผู้ที่จะได้รับการพิจารณาให้เข้าศึกษานี้ว่า
- ถ้าเป็นข้าราชการพลเรือน ต้องเป็นระดับ 9 หรือเทียบเท่า ขึ้นไป
- ถ้าเป็นข้าราชการทหาร ต้องมีชั้นยศระดับพันเอก รับเงินเดือน อัตราพันเอกพิเศษ นาวาเอก รับเงินเดือน อัตรานาวาเอกพิเศษ นาวาอากาศเอก รับเงินเดือน อัตรานาวาอากาศเอกพิเศษ ขึ้นไป
- ถ้าเป็นข้าราชการตำรวจ ต้องมีชั้นยศระดับพันตำรวจเอก รับเงินเดือน อัตราพันตำรวจเอกพิเศษ ขึ้นไป[2]
ผู้เข้ารับการศึกษาอบรม [แก้]
วปรอ. 4010 [แก้]
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่น 4010 หรือ วปรอ 4010 ถือเป็นรุ่นที่อยู่ในความสนใจของคนทั่วไป[ต้องการอ้างอิง] เนื่องจากเป็นรุ่นที่มีบุคคลประสบความสำเร็จดำรงตำแหน่งสำคัญ และประกอบด้วยบุคคลสำคัญในทุกวงการ มีความโดดเด่น คือ ในรุ่นเดียวกันมีผู้บัญชาการทหารบกถึง 3 คน นอกจากนี้ยังมีองคมนตรี รัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงอีกหลายท่าน
หลักสูตร วปรอ 4010 ศึกษาอยู่ในช่วงเดือน ตุลาคม 2540 ถึง เดือน กันยายน 2541 เนื่องจากในช่วงปี 2540 เป็นช่วงที่ประเทศไทยประสบวิกฤติทางเศรษฐกิจ จึงมีข่าวว่าจะไม่มีการเปิดหลักสูตร วปรอ ในปีนั้น ต่อมามีข่าวว่าจะเปิดแต่ วปอ แต่ไม่มี ปรอ จนในที่สุดเปิดทั้งสองหลักสูตรแต่ลดจำนวนนักศึกษาเหลือแค่ 150 คน จากรุ่นอื่นๆ ที่จะมีเกือบ 200 คน และยกเลิกการเดินทางดูงานในต่างประเทศตามมติที่ประชุมนักศึกษาซึ่งเห็นพ้องกันเพื่อประหยัดงบประมาณ
สมาชิก วปรอ. 4010 เช่น
- พลเรือเอกชุมพล ปัจจุสานนท์ องคมนตรี และอดีตผู้บัญชาการทหารเรือ
- พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอดีตผู้บัญชาการทหารบก
- พลเอกสมทัต อัตตะนันทน์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอดีตผู้บัญชาการทหารบก
- พลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอดีตผู้บัญชาการทหารบก
- นายแพทย์วัลลภ ไทยเหนือ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข
- นายดุสิต ศิริวรรณ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร
- พลเอกพงษ์เทพ เทศประทีป อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์) และอดีตเสนาธิการทหารบก
- นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
- นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย อดีตประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน)
- คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัดหญิงคนแรกของกระทรวงศึกษา)
- ร้อยตรีคัมภีร์ แก้วเจริญ อดีตอัยการสูงสุด
- นายจุลยุทธ์ หิรัญยวสิต อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
- นายชัช ชลวร อดีตประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
- นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
- หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ อดีตรองประธานศาลฎีกา อดีตตุลาการรัฐธรรมนูญ
- พลเอกจารุภัทร เรืองสุวรรณ อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต)
- พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และอดีตเสนาธิการทหารอากาศ
ไม่มีรายละเอียด
เข็มรัฎฐาภิรักษ์ [แก้]
เข็มรัฎฐาภิรักษ์ หรือ เข็มวปอ.(ภาษาพูด) เป็นเครื่องหมายวิทยฐานะ สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เริ่มใช้ตั้งแต่การศึกษารุ่นแรก(ประจำปี พ.ศ. 2498 – 2499) เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยความหมายของสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบเป็นเข็มรัฎฐาภิรักษ์มีดังนี้
- รูปทรงของเข็มที่เป็นรูปโล่ หมายถึง สิ่งที่ใช้ป้องกันภัยและอันตรายเมื่อนำมาใช้ร่วมกับภาพธงชาติ จึงมีความหมายถึงการป้องกันประเทศชาติให้อยู่รอดปลอดภัย
- แถบธงชาติไทย หมายถึง ราชอาณาจักรไทย
- สีฟ้าอ่อน ซึ่งเป็นสีของพื้นโล่ หมายถึง สถาบันการศึกษาชั้นสูงของประเทศ เนื่องจากเป็นสีของท้องฟ้าอันเป็นสิ่งที่สูงส่ง
- พระมหามงกุฎพร้อมรัศมี หมายถึง สถาบันพระมหากษัตริย์
- อุณาโลม หมายถึง ศาสนาประจำชาติ เนื่องจากเป็นเครื่องหมายที่ใช้ในพิธีทางศาสนาโดยทั่วไป
- จักร หมายถึง กองทัพบก
- สมอเรือ หมายถึง กองทัพเรือ
- ปีกนก หมายถึง กองทัพอากาศ
- ราชสีห์และคชสีห์ หมายรวมถึงกระทรวง ทบวงต่าง ๆ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของ ตราประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและสำนักนายกรัฐมนตรี
- ดาวห้าแฉกสีทอง หมายถึง การผนึกกำลัง ต่าง ๆ ทั้ง 5 ฝ่าย ได้แก่ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือน ให้เป็นหนึ่งเดียว
- ช่อชัยพฤกษ์ หมายถึง ชัยชนะอันเกิดจากความสามัคคี ความพร้อมเพรียงกันของบุคคลทุกฝ่ายในชาติ
การวิพากษ์วิจารณ์ [แก้]
ผลงานวิจัย “เครือข่ายผู้บริหารระดับสูงผ่านเครือข่ายทางการศึกษา” ของนวลน้อย ตรีรัตน์ ใน พ.ศ. 2555 รายงานว่าหลักสูตร วปอ. และหลักสูตรอื่นที่คล้ายกันเป็นที่แบ่งอำนาจระหว่างชนชั้นนำภายใต้ความสัมพันธ์แบบ “พรรคพวกเพื่อนฝูง” และเป็นช่องทางลัดให้คนกลุ่มใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นนำ[3][4][5]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2552
- ↑ เว็บไซต์วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
- ↑ ใบตองแห้ง...ออนไลน์: พรรคพวกเพื่อนศาล Fast Track (1)
- ↑ ส่องเทรนด์ "หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง" เครือข่ายชั้นนำใหม่?
- ↑ เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง (4): วัฒนธรรมคอร์รัปชัน จริงหรือที่คอร์รัปชันฝังอยู่ใน DNA ของเรา
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
- เว็บไซต์วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
- ภาพถ่ายดาวเทียมจากวิกิแมเปีย หรือกูเกิลแมปส์
- แผนที่จากมัลติแมป หรือโกลบอลไกด์
- ภาพถ่ายทางอากาศจากเทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
พิกัดภูมิศาสตร์: 13°46′47″N 100°33′26″E / 13.779832°N 100.557165°E
|
|||||||||||||||||||||||||||||
