เอ็มบีเคเซ็นเตอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เอ็มบีเค เซ็นเตอร์)
เอ็มบีเคเซ็นเตอร์
MBK Center.jpg


ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง 444 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
สถานะ เปิดให้บริการ
เปิดบริการ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 (ศูนย์การค้ามาบุญครอง)
พ.ศ. 2543 (เอ็มบีเคเซ็นเตอร์)
การใช้งาน
พื้นที่ 89,000 ตารางเมตร
จำนวนชั้น 8 ชั้น
ความจุที่จอดรถ ไม่มีข้อมูล
บริหารโดย บริษัท เอ็มบีเค จำกัด (มหาชน)
เว็บไซต์ www.mbk-center.co.th
บริษัท เอ็มบีเค จำกัด (มหาชน)
ประเภท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
รูปแบบ บริษัทมหาชน (SET:MBK)
ก่อนหน้า บจก.มาบุญครองอบพืชและไซโล
บมจ.เอ็มบีเคพรอพเพอร์ตีส์แอนด์ดีเวลอปเมนต์
บมจ.เอ็มบีเคดีเวลอปเมนต์
ก่อตั้ง 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2517
ผู้ก่อตั้ง ศิริชัย บูลกุล
ที่อยู่ ชั้น 8 อาคารเอ็มบีเคเซ็นเตอร์
444 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่
เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร[1]
บุคลากรหลัก บันเทิง ตันติวิท
ประธานกรรมการ
สุเวทย์ ธีรวชิรกุล
กรรมการผู้อำนวยการ
อุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
บริการ เอ็มบีเคเซ็นเตอร์
โรงแรมปทุมวันปรินเซส
ฯลฯ
ทุน 188,629,100 หุ้น[1]
เว็บไซต์ www.mbk-center.co.th

เอ็มบีเคเซ็นเตอร์ (อังกฤษ: MBK Center) หรือชื่อเดิมว่า ศูนย์การค้ามาบุญครอง เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ดำเนินงานโดยบริษัท เอ็มบีเค จำกัด (มหาชน) ภายในอาคารขนาด 8 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 444 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 89,000 ตารางเมตร ซึ่งส่วนหนึ่งจัดเป็นพื้นที่เช่าค้าขาย จำนวนกว่า 2,500 ร้านค้า

ประวัติ[แก้]

บริษัท มาบุญครองอบพืชและไซโล จำกัด จดทะเบียนก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2517[2] มีที่มาจากชื่อบิดา (มา) และมารดา (บุญครอง) ของศิริชัย บูลกุล ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ โดยในระยะเริ่มแรก ประกอบกิจการโรงสีข้าว และจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุง เครื่องหมายการค้ามาบุญครอง (ต่อมาโอนกิจการไปให้บริษัทลูกคือ บมจ.ปทุมไรซมิลแอนด์แกรนารี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อนุมัติให้จดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์รับอนุญาต เมื่อปี พ.ศ. 2521[2]

ต่อมาบริษัทฯ ดำเนินการเช่าที่ดิน บริเวณหัวมุมแยกปทุมวัน ฝั่งถนนพญาไทมุ่งหน้าแยกสามย่าน ซึ่งเช่ามาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก่อสร้างอาคารศูนย์การค้ามาบุญครอง จนกระทั่งแล้วเสร็จเริ่มเปิดให้บริการ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528[2] นับเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในเวลานั้น ซึ่งมีลักษณะเด่นที่ผนังอาคารทั้งหลัง บุด้วยหินอ่อนทั้งภายนอกและภายใน ทว่าบริษัทฯ ขอยุติการเป็นหลักทรัพย์รับอนุญาต เมื่อปี พ.ศ. 2530[2]

จากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหาร[2] พร้อมทั้งชื่อใหม่เป็นบริษัท เอ็มบีเค พรอพเพอร์ตีส์ แอนด์ ดีเวลอปเมนต์ จำกัด ซึ่งเข้าจดทะเบียนแปรสภาพ เป็นบริษัทมหาชนเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2537 เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2539 โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า MBK-PD และเริ่มซื้อขายหุ้นสามัญของบริษัทฯ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน ปีเดียวกัน[3]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ศูนย์การค้าเปลี่ยนชื่อเป็น เอ็มบีเคเซ็นเตอร์ พร้อมทั้งดำเนินการปรับปรุงอาคาร โดยเปลี่ยนวัสดุผนังภายนอก และปรับปรุงทางหนีไฟ จากนั้น ดำเนินการเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ อีกสองครั้งเป็นบริษัท เอ็มบีเค ดีเวลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 และเป็น บริษัท เอ็มบีเค จำกัด (มหาชน) รวมทั้งเปลี่ยนชื่อย่อหลักทรัพย์เป็น MBK เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546[3]

การจัดสรรพื้นที่[แก้]

เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักในด้านตลาดการซื้อขายโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอยู่ในบริเวณชั้น 4 แทนที่ร้านขายอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ตเดิม โดยมีพื้นที่สำคัญดังนี้

  • ห้างสรรพสินค้าโตคิว
  • ท็อปส์ มาร์เก็ต
  • เดอะ ฟิฟธ์ ฟู๊ด อเวนิว
  • เอ็มบีเค ฟู้ด ไอส์แลนด์
  • อะนิเมท แบงค็อก
  • โรงภาพยนตร์เอสเอฟ ซีเนม่า จำนวน 8 โรงภาพยนตร์ สร้างบนพื้นที่เดิมของเอ็มบีเค ฮอลล์
    • เอสเอฟ สไตร์ก โบว์ล
  • โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส
    • โอลิมปิก คลับ ฟิตเนส

โดยมีสะพานลอยปรับอากาศเชื่อมศูนย์การค้ากับสยามสแควร์ ผ่านอลาอาร์ต ที่ชั้น 2 และทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ที่ชั้น 2 และ 3

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′40″N 100°31′49″E / 13.744471°N 100.530288°E / 13.744471; 100.530288