ศาลท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศาลท้าวมหาพรหม โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ
บริเวณเทวาลัย ศาลท้าวมหาพรหม ถ่ายจากรถไฟฟ้าบีทีเอส

ศาลท้าวมหาพรหม โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ (อังกฤษ: Erawan Shrine; จีน: 四面佛, 梵天; พินอิน:Sìmiàn fú, Fàntiān; ญี่ปุ่น: 梵天; โรมะจิ: Bonten) เป็นศาลในความเชื่อศาสนาฮินดูตั้งอยู่หน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

ประวัติ[แก้]

เมื่อ พ.ศ. 2494 พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ กำหนดให้มีการก่อสร้างโรงแรมเอราวัณ ขึ้นบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพื่อรองรับแขกต่างประเทศ ว่ากันว่าในช่วงแรกของการก่อสร้างเกิดอุบัติเหตุขึ้นมากมาย เมื่อการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ ปลายปี พ.ศ. 2499 ทาง บริษัท สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว จำกัด ผู้บริหารโรงแรมได้ติดต่อ พลเรือตรีหลวงสุวิชานแพทย์ ร.น. นายแพทย์ใหญ่ กองทัพเรือ ผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องการนั่งทางใน เข้าดำเนินการหาฤกษ์วันเปิดโรงแรม

พลเรือตรีหลวงสุวิชานแพทย์ได้ท้วงติงว่า ในการก่อสร้างโรงแรมไม่ได้มีการทำพิธีบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณนั้นก่อน ฤกษ์ในการวางศิลาฤกษ์ของโรงแรมก็ไม่ถูกต้อง อีกทั้งชื่อของโรงแรม "เอราวัณ" นั้น เป็นชื่อของช้างทรงของพระอินทร์ ถือเป็นชื่อที่ศักดิ์สิทธิ์ จำเป็นต้องมีการบวงสรวงที่เหมาะสม วิธีการแก้ไขจะต้องขอพรจากพระพรหมเพื่อช่วยให้อุปสรรคหมดไป และจะต้องสร้างศาลพระพรหมขึ้นทันทีหลังจากการก่อสร้างโรงแรมแล้วเสร็จ และสร้างศาลพระภูมิขึ้นไว้ในโรงแรม

จึงได้มีการตั้งศาลพระพรหม ออกแบบตัวศาลโดยนายระวี ชมเสรี และ ม.ล.ปุ่ม มาลากุล องค์ท้าวมหาพรหมปั้นด้วยปูนพลาสเตอร์ปิดทอง ออกแบบและปั้นโดยนายจิตร พิมพ์โกวิท ช่างกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร และอัญเชิญพระพรหมมาประดิษฐานที่หน้าโรงแรมเอราวัณเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499

ตามแผนงานครั้งแรก องค์ท้าวมหาพรหมจะเป็นโลหะหล่อสีทอง แต่เนื่องจากระยะเวลาจำกัดด้วยฤกษ์การเปิดโรงแรม จึงได้เปลี่ยนวัสดุเป็นปูนปั้นปิดทองแทน[1]

นอกจากนี้แล้ว ท้าวมหาพรหม โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ ยังถือว่าเป็นพระพรหมที่ถูกสร้างขึ้นมาห้วงเวลาเดียวกับพระพรหมที่ตั้งสถิตย์อยู่ในศาลบนดาดฟ้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยเกิดจากการให้คำแนะนำของพลเรือตรีหลวงสุวิชานแพทย์เช่นเดียวกัน[1]

ปัจจุบัน ศาลท้าวมหาพรหม โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ อยู่ในความดูแลของ "มูลนิธิทุนท่านท้าวมหาพรหม" โดยเป็นพระพรหมที่เป็นที่รู้จักและเคารพนับถือกันอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ชาวต่างชาติ เช่น ชาวจีนถึงมีการจัดทัวร์มาสำหรับไหว้สักการะโดยเฉพาะ และมีชาวจีนที่มีชื่อเสียงหลายคนเคยเดินทางมาที่นี่ เช่น เหลียง เฉาเหว่ย, หง จินเป่า, เซียะ ถิงฟง เป็นต้น[1]

ถูกทุบทำลาย พ.ศ. 2549[แก้]

ในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 ศาลถูกชายที่ไม่สมประกอบทำลายซึ่งทำให้ตัวองค์แตก ดังนั้นจึงมีกำหนดการที่จะบูรณะพระองค์ขึ้นมาใหม่ พร้อมกับสร้างองค์ใหม่ด้วย แล้วเสร็จในปลายเดือนพฤษภาคม ปีเดียวกัน

มูลนิธิทุนท่านท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณ ได้ทำพิธีอัญเชิญองค์ท่านท้าวมหาพรหม ที่บูรณะเสร็จแล้วกลับมาประดิษฐานที่เทวาลัย ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 เวลา 11.39 น. ซึ่งเป็นเวลาที่องศาของดวงอาทิตย์ส่องตรงศาลพอดี โดยอัญเชิญเป็นขบวนจากกรมศิลปากรมาจนถึงศาลท้าวมหาพรหมเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 เกิดเหตุชายคนหนึ่งใช้ค้อนทุบทำลายศาลดังกล่าวและถูกผู้เห็นเหตุการณ์ทุบตีจนเสียชีวิต[2]

ถูกระเบิด พ.ศ. 2558[แก้]

วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558 เวลา 18.55 น. มีการระเบิดขึ้นบริเวณสี่แยกราชประสงค์ กลางกรุงเทพมหานคร ใกล้กับศาลท้าวมหาพรหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่าเป็นระเบิดทีเอ็นทีหนัก 5 กิโลกกรัม ถูกบรรจุอยู่ในท่อภายในบริเวณศาลท้าวมหาพรหม โดยมีรัศมีการทำลายล้าง 30 เมตรจากจุดระเบิด มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 70 ราย และเสียชีวิตทันทีถึง 16 ราย[3]

องค์เทวรูปท้าวมหาพรหมได้รับเสียหายทั้งหมด 12 จุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนคาง[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 Kornkit Disthan, เฟซบุก, August 27, 2015 (retrieved on August 26, 2015)
  2. Much-revered Phra Prom statue destroyed, The Nation, March 21, 2006 (retrieved on January 4, 2007).
  3. ‘เสียชีวิต16ราย’ระเบิดราชประสงค์เจ็บกว่า70, คมชัดลึก, August 27, 2015 (retrieved on August 17, 2015)
  4. กรมศิลป์ฯบูรณะพระพรหม ระดมช่างสิบหมู่ซ่อมแซม, เดลินิวส์, August 30, 2015 (retrieved on August 26, 2015)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]


พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′39″N 100°32′27″E / 13.744132°N 100.540910°E / 13.744132; 100.540910