ภาษาถิ่นตากใบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สำเนียงตากใบ)

ภาษาถิ่นตากใบ บ้างเรียก ภาษาถิ่นเจ๊ะเห[1] หรือ ภาษาถิ่นนาเระ[2] เป็นภาษาไทกลุ่มหนึ่ง จัดอยู่ในกลุ่มภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้[3][4] แต่ยังไม่ปรากฏสถานะในกลุ่มภาษาย่อยไทอย่างชัดเจน[5] ใน พ.ศ. 2544 มีผู้ใช้นี้ภาษาราว 60,000–70,000 คน[5] กระจายตัวตั้งแต่อำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรีของจังหวัดปัตตานี ลงไปจนถึงอำเภอตากใบและอำเภออื่น ๆ ของจังหวัดนราธิวาส[6] ทั้งยังพบผู้ใช้ในจังหวัดนครศรีธรรมราชบางส่วน[5] รวมถึงกลุ่มคนมาเลเซียเชื้อสายไทยในรัฐกลันตันและรัฐตรังกานูของประเทศมาเลเซีย จะเรียกว่า ภาษาตุมปัต[7] มีคำศัพท์และสำเนียงภาษาเป็นเอกลักษณ์ของตนเองแตกต่างไปจากภาษาไทยถิ่นใต้และภาษามลายูปัตตานี[8] เพราะออกเสียงเอื้อนยาว เนิบช้า ผิดกับภาษาไทยถิ่นใต้ที่ออกเสียงห้วนสั้น[9] เป็นที่พึงสังเกตว่ามีการใช้ราชาศัพท์สำหรับเรียกชื่อสิ่งของเครื่องใช้บางอย่าง[9] รวมทั้งมีลักษณะทางภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาผู้ไทมากที่สุด[3][10] ทั้งนี้ภาษาตากใบมีภาษาย่อย คือ ภาษาสะกอมในจังหวัดสงขลา[11]

ในประโยคคำถามของภาษาถิ่นตากใบลงท้ายด้วยคำว่า หมี หรือ หมิ แทนการลงท้ายด้วยคำว่า ไหม เช่น ช่ายหมี แปลว่า "ใช่ไหม", กินข้าวแล้วหมี แปลว่า "กินข้าวหรือยัง" และ มึงมานานแล้วหมี แปลว่า "คุณมานานแล้วหรือยัง"[12][13]

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ใช้ภาษาถิ่นตากใบลดจำนวนลงเรื่อย ๆ[5] จึงมีการจัดรายการวิทยุด้วยภาษาถิ่นตากใบเพื่ออนุรักษ์เป็นมรดกสำคัญของท้องถิ่น และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศขึ้นทะเบียนภาษาถิ่นตากใบขึ้นเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติไทย สาขาภาษา เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556 ประเภทภาษาท้องถิ่น[12]

ประวัติ[แก้]

มุขปาฐะของชาวตากใบรุ่นเก่าจะบอกเพียงว่าบรรพบุรุษของพวกตน อพยพมาจากทางทิศตะวันตก คือมาจากทางตอนบนของคาบสมุทร แต่มิได้ชี้ชัดว่ามาจากที่ใด[14] นอกจากมีภาษาเป็นของตนเอง พวกเขายังมีวัฒนธรรมเป็นของตนเอง นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาทและมักแสดงความเคารพพระภิกษุและสามเณรอย่างสูง เรียกชายที่ผ่านการบวชพระมาแล้วว่า เจ้า ไม่เรียก ทิด นับถือรูปหงส์แกะสลัก ผู้ชายสูงอายุนิยมโพกศีรษะด้วยผ้าขาวม้าเหมือนคนทางเหนือ และผู้หญิงสูงวัยมักเกล้ามวยผม เรียกว่า เกล้ามวยดากแตแหร และห่มสไบ[9] มีประเพณีสำคัญอีกอย่าง คือประเพณีลาซัง[6] มุขปาฐะชั้นหลังจากหลายชุมชน มีการบอกเล่าแตกแขนงเนื้อหาต่างกันไป บางแห่งอธิบายว่า มีนายทหารสุโขทัยชื่อลัง คุมสำเภาหลวงจะไปค้าขายที่เมืองจีน แต่เรือกลับล่มที่แหลมญวน นายลังและบริวารบางส่วนขึ้นฝั่งที่ปะนาเระ อีกส่วนขึ้นฝั่งที่จันทบุรี ระยอง และตราด[2] และอีกสำนวนหนึ่งอธิบายว่า กษัตริย์อยุธยาเสด็จมายังหัวเมืองภาคใต้ แต่ช้างเผือกสำคัญกลับเตลิดหายไป พระองค์มีพระราชโองการให้ไพร่พลออกตามหาช้าง และทรงคาดโทษด้วยว่าหากตามช้างสำคัญไม่ได้จะประหารชีวิตพวกเขาทั้งหมด แต่ก็ยังหาช้างสำคัญไม่พบ ด้วยเหตุนี้เหล่าทหารจึงตั้งถิ่นฐานอยู่แถบนี้เรื่อยมาเพื่อเลี่ยงโทษประหาร[15]

มาร์วิน เจ. บราวน์ (Marvin J. Brown) นักภาษาศาสตร์ได้แสดงความเห็นว่าภาษาถิ่นตากใบนี้แยกตัวออกมาจากภาษาไทยสุโขทัยโดยตรงเมื่อราว พ.ศ. 2293[16]

ชัยเลิศ กิจประเสริฐ อ้างความเห็นของแอนโทนี ดิลเลอร์ (Anthony Van Nostrand Diller) ว่าภาษาตากใบนี้น่าจะมีความสัมพันธ์กับภาษาไทยถิ่นเหนือ ภาษากลุ่มลาว ไทดำ ไทขาว หรืออื่น ๆ โดยอ้างถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เล่าเรื่องเมืองปัตตานี (Hikayat Patani) กรณีสมเด็จพระมหาจักรพรรดิส่งเชลยลาวล้านช้างไปปัตตานีเมื่อ พ.ศ. 2107 ก่อนเสียกรุงแก่พม่าในปีถัดมา เชลยเหล่านี้ตั้งถิ่นฐานที่บ้านปาดังเปอริต (Padang Perit) แวดล้อมด้วยสังคมชาวมลายูและไม่ได้รับอิทธิพลจากภาษาไทยถิ่นใต้ ทำให้ภาษาถิ่นตากใบยังคงรักษาระบบวรรณยุกต์แบบเก่าไว้ได้[17]

ส่วนงานวิจัยของพุทธชาติ โปธิบาล และธนานันท์ ตรงดี (2541) ซึ่งศึกษาการออกเสียงพยัญชนะต้น วรรณยุกต์ การยืดเสียง และศัพท์เฉพาะของภาษาถิ่นตากใบ พบว่ามีความใกล้เคียงกับภาษาผู้ไทมากที่สุด[3][10]

ภาษาถิ่นย่อย[แก้]

จากการศึกษาของพุทธชาติ โปธิบาล และธนานันท์ ตรงดี (2542) พบว่าภาษาถิ่นตากใบสามารถจำแนกออกเป็นสองภาษาถิ่นย่อย ดังนี้[18]

  1. ภาษาตากใบถิ่นย่อยเหนือ เป็นภาษาตากใบถิ่นย่อยที่มีผู้ใช้ในอำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอมายอ อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอกะพ้อ อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี และบ้านเชิงเขา ตำบลปะลุกาสาเมาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งออกเสียงสระ และ ด้วยเสียงสั้น
  2. ภาษาตากใบถิ่นย่อยใต้ เป็นภาษาตากใบถิ่นย่อยที่มีผู้ใช้ทุกอำเภอของจังหวัดนราธิวาส และเฉพาะที่บ้านสารวัน ตำบลตะโละไกรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ซึ่งออกเสียงสระ ไ และ ใ ด้วยเสียงยาว

นอกจากนี้ยังพบผู้ใช้ภาษาถิ่นตากใบในจังหวัดนครศรีธรรมราช[5] โดยภาษาถิ่นตากใบมีภาษาย่อยคือภาษาถิ่นสะกอม ใช้สื่อสารกันในกลุ่มชาวไทยมุสลิม อำเภอจะนะและเทพา จังหวัดสงขลา[11] และพบผู้ใช้สำเนียงคล้ายสำเนียงภาษาถิ่นตากใบที่บ้านคลองลาว ตำบลวังใหม่ อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี[19]

อ้างอิง[แก้]

  1. สืบสานภาษาไทยถิ่นใต้ : ภาษาถิ่นเจ๊ะเห (PDF). สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส. p. 1.
  2. 2.0 2.1 "ภาษานาเระ". ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 21 ตุลาคม 2564. Check date values in: |accessdate= (help)
  3. 3.0 3.1 3.2 พุทธชาติ โปธิบาล และธนานันท์ ตรงดี (2541). "สถานะของภาษาตากใบในภาษาไทถิ่น (โครงการระยะที่2)". ฐานข้อมูลวิจัยจังหวัดชายแดนใต้. สืบค้นเมื่อ 21 ตุลาคม 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  4. ภัสร์ธีรา ฉลองเดช (2559). สถานการณ์และทัศนคติการใช้ภาษาตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส (PDF). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. p. 20. Check date values in: |year= (help)
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 ภีมระพัฒต์ รองสวัสดิ์. "ตากใบ (เจ๊ะเห)". คลังข้อมูลดิจิทัลของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2564. Check date values in: |accessdate= (help)
  6. 6.0 6.1 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (2559). ภาษา : มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ (PDF). กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์. p. 38. Check date values in: |year= (help)[ลิงก์เสีย]
  7. ภัสร์ธีรา ฉลองเดช (2559). สถานการณ์และทัศนคติการใช้ภาษาตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส (PDF). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. p. 1. Check date values in: |year= (help)
  8. ตามใจ อวิรุทธิโยธิน (2559). "ภาพรวมการศึกษาภาษาไทยถิ่นใต้". วารสารมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร์ (13:1), หน้า 9
  9. 9.0 9.1 9.2 สืบสานภาษาไทยถิ่นใต้ : ภาษาถิ่นเจ๊ะเห (PDF). สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส. p. 9.
  10. 10.0 10.1 ภัสร์ธีรา ฉลองเดช (2559). สถานการณ์และทัศนคติการใช้ภาษาตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส (PDF). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. p. 20. Check date values in: |year= (help)
  11. 11.0 11.1 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (2559). ภาษา : มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ (PDF). กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์. p. 55. Check date values in: |year= (help)[ลิงก์เสีย]
  12. 12.0 12.1 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (2559). ภาษา : มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ (PDF). กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์. p. 39. Check date values in: |year= (help)[ลิงก์เสีย]
  13. ครื่น มณีโชติ. "ภาษาตากใบ (เจ๊ะเห)". วารสารวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 21 ตุลาคม 2564. Check date values in: |accessdate= (help)
  14. สืบสานภาษาไทยถิ่นใต้ : ภาษาถิ่นเจ๊ะเห (PDF). สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส. p. 7.
  15. สืบสานภาษาไทยถิ่นใต้ : ภาษาถิ่นเจ๊ะเห (PDF). สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส. p. 8.
  16. ภัสร์ธีรา ฉลองเดช (2559). สถานการณ์และทัศนคติการใช้ภาษาตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส (PDF). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. p. 15-16. Check date values in: |year= (help)
  17. ภัสร์ธีรา ฉลองเดช (2559). สถานการณ์และทัศนคติการใช้ภาษาตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส (PDF). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. p. 17. Check date values in: |year= (help)
  18. พุทธชาติ โปธิบาล และธนานันท์ ตรงดี (2542). "แนวแบ่งเขตภาษาถิ่นย่อยของภาษาไทยถิ่นตากใบ : ภูมิศาสตร์ภาษาถิ่นของเสียงสระที่ใช้รูปเขียน ใ- ไ-". ฐานข้อมูลวิจัยจังหวัดชายแดนใต้. สืบค้นเมื่อ 21 ตุลาคม 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  19. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. สืบสานภาษาไทยถิ่นใต้ : ภาษาถิ่นเจ๊ะเห (PDF). p. 7.