อำเภอทุ่งยางแดง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อำเภอทุ่งยางแดง
แผนที่จังหวัดปัตตานี เน้นอำเภอทุ่งยางแดง
ทุ่งทองกว้างไกล พรุใหญ่แหล่งปลา ภาษาถิ่นพิเทน พี่เณรเชื้อสายเก่า ขุนเขาช้างคลาน อุทยานนางผมหอม
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทยอำเภอทุ่งยางแดง
อักษรโรมันAmphoe Thung Yang Daeng
จังหวัดปัตตานี
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่114.97 ตร.กม.
ประชากร23,983 คน (พ.ศ. 2560)
ความหนาแน่น208.60 คน/ตร.กม.
รหัสทางภูมิศาสตร์9406
รหัสไปรษณีย์94140
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอทุ่งยางแดง หมู่ที่ 1 ตำบลตะโละแมะนา อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี 94140
พิกัด6°37′3″N 101°25′33″E / 6.61750°N 101.42583°E / 6.61750; 101.42583
โทรศัพท์0 7348 9015
โทรสาร0 7348 9015
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ทุ่งยางแดง เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดปัตตานี

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอทุ่งยางแดงตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ประวัติ[แก้]

อำเภอทุ่งยางแดงเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอมายอ ต่อมาได้ยกฐานะเป็น กิ่งอำเภอทุ่งยางแดง ในวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 ต่อมามีพระราชกฤษฎีกายกฐานะเป็น อำเภอทุ่งยางแดง ในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2537 ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 111 ตอนที่ 21 ลงวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2537

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

การปกครองของอำเภอทุ่งยางแดงมี 4 ตำบล 23 หมู่บ้าน ได้แก่

1. ตะโละแมะนา (Talo Mae Na) 4 หมู่บ้าน
2. พิเทน (Phithen) 7 หมู่บ้าน
3. น้ำดำ (Nam Dam) 4 หมู่บ้าน
4. ปากู (Paku) 7 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอทุ่งยางแดงประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 แห่ง ได้แก่

  • องค์การบริหารส่วนตำบลตะโละแมะนา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตะโละแมะนาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลพิเทน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพิเทนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำดำทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลปากู ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปากูทั้งตำบล

ประชากร[แก้]

อำเภอทุ่งยางแดงมีประชากรทั้งหมด 22,794 คน (พ.ศ. 2557) ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายมลายูและไทยมุสลิมร้อยละ 97.67 และชาวไทยพุทธร้อยละ 2.33 มีมัสยิดทั้งหมด 29 แห่ง และสำนักสงฆ์เพียงแห่งเดียว[1] ในปี พ.ศ. 2554 มีราษฎรไทยพุทธอาศัยอยู่ 324 คน[2] ซึ่งอาศัยอยู่ร่วมกับชาวมุสลิมมาช้านาน[3] อย่างสงบอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าร้อยปี[4] แต่ปัจจุบันชุมชนพุทธเหล่านี้กลายเป็นชุมชนที่อยู่ในพื้นที่สีแดงซึ่งเสี่ยงต่อการถูกลอบสังหารหรือทำร้าย[5] ด้วยเหตุนี้พวกเขาร่วมกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและดำรงอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม[6]

กลุ่มชาวไทยพุทธจะใช้ภาษาไทยถิ่นใต้และไทยตากใบ ส่วนชาวมุสลิมจะใช้ภาษาไทยพิเทนหรือใช้ภาษามลายูปัตตานี ซึ่งภาษาหลังนี้จะใช้เป็นภาษากลางสำหรับสื่อสารระหว่างศาสนิกชนทั้งสองกลุ่ม[6] แต่กลุ่มผู้ใช้ภาษาไทยพิเทนนั้นถือเป็นภาษาถิ่นเฉพาะ เชื่อว่าตนมีบรรพบุรุษอพยพมาจากกรุงศรีอยุธยา[7][8][9] ตามมุขปาฐะนั้นว่าบรรพบุรุษได้เดินทางลงมาทางใต้เพื่อตามหาช้างสำคัญของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งผู้นำในการติดตามช้างสำคัญนั่นคือพี่เณร (หรือโต๊ะหยัง) แต่การติดตามช้างสำคัญนั้นไม่สำเร็จ ด้วยเกรงกลัวพระราชอาญาจึงหลบลี้ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในป่า อันเป็นที่มาของชื่อตำบลพิเทนซึ่งเพี้ยนมาจากชื่อของพี่เณรนั้นเอง[7][9][10] ลูกหลานที่สืบสันดานลงมาก็แต่งงานกับคนท้องถิ่นและเข้ารับอิสลาม[8] ซึ่งภาษาไทยพิเทนนั้นจะมีลักษณะพิเศษคือเป็นภาษาไทยภาคกลางปนถิ่นใต้ มีการใช้คำราชาศัพท์[7][8][9] แต่เรียงคำต่างจากภาษาไทยภาคกลางและใต้[11] และยืมคำมลายูมากถึงร้อยละ 97[12] ดังนั้นผู้ที่จะพูดภาษานี้ได้ต้องเข้าใจทั้งภาษาไทยและมลายูปัตตานี[9] แต่ปัจจุบันนี้ภาษาดังกล่าวใกล้สูญหายและไม่เป็นที่นิยมใช้ เพราะชนนิยมใช้ภาษามลายูปัตตานีมากกว่า[7] ขณะที่ภาษาไทยถิ่นใต้และไทยตากใบก็มีแนวโน้มที่ผู้ใช้จะลดจำนวนลงเช่นกัน

ในอดีตชาวพิเทนจะมีกิจกรรมรำลึกถึงพี่เณรที่สุสาน โดยจะมีงานจอระทาให้ชาวพิเทนจุดเทียนเป็นกะทา (รูปโดม) แห่จากบ้านไปยังสุสานพี่เณรในยามกลางคืนเพื่อทำบุญให้ รวมทั้งมีการเข้าทรงและการละเล่นต่าง ๆ เช่น สิละหรือมโนราห์ และมีการตัดกิ่งไผ่ยาวสามเมตรและผูกอาหารคาวหวาน ผู้ชนะในการแข่งสิละจะใช้กริชตัดไม้ไผ่ดังกล่าว เด็ก ๆ ที่ล้อมวงชมก็จะเข้าไปแย่งอาหารกันอย่างสนุกสนาน แต่ปัจจุบันมิได้จัดพิธีดังกล่าวแล้ว[7][9]

ด้านการศึกษา มีโรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมด 13 แห่ง, สถาบันปอเนาะ 11 แห่ง และตาดีกา 27 แห่ง[1]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "ข้อมูลทั่วไป". สาธารณสุขอำเภอทุ่งยางแดง. สืบค้นเมื่อ 31 มิถุนายน 2560. Check date values in: |accessdate= (help)
  2. "จำนวนประชากรแยกตามการนับถือศาสนา". สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปัตตานี. สืบค้นเมื่อ 31 มิถุนายน 2560. Check date values in: |accessdate= (help)
  3. "โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้: ย้อนอดีตบ้านโต๊ะชูด ย้อนรอยโมเดลทุ่งยางแดง". ประชาไท. 1 เมษายน 2558. สืบค้นเมื่อ 31 มิถุนายน 2560. Check date values in: |accessdate= (help)
  4. ""ศาสนาพุทธ" กับ "ศาสนาอิสลาม" ที่ชาวพุทธและมุสลิมควรเรียนรู้ซึ่งกันและกัน (1)". อิศรา. 22 เมษายน 2553. สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2560.
  5. "เจาะเครือข่ายคนพุทธชายแดนใต้ จับจังหวะเคลื่อนไหวประเด็นเปราะบาง". อิศรา. 7 มีนาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 29 มิถุนายน 2560.
  6. 6.0 6.1 "อำเภอทุ่งยางแดงจัดโครงการกิจกรรมพหุวัฒนธรรม สร้างความเข้าใจในพื้นที่ 3 จชต". MGR Online. 28 ธันวาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 31 มิถุนายน 2560. Check date values in: |accessdate= (help)
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 "ประวัติความเป็นมา". องค์การบริหารส่วนตำบลพิเทน. สืบค้นเมื่อ 31 มิถุนายน 2560. Check date values in: |accessdate= (help)
  8. 8.0 8.1 8.2 ประพนธ์ เรืองณรงค์. บุหงาปัตตานี คติชนมุสลิมชายแดนภาคใต้. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สถาพรบุ๊คส์, 2554, หน้า 203-207
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 9.4 บาราย (7 มิถุนายน 2552). "ตำนานบ้านพิเทน". ไทยรัฐออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 31 มิถุนายน 2560. Check date values in: |accessdate= (help)
  10. "ข้อมูลตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง ปัตตานี". ไทยตำบลดอตคอม. สืบค้นเมื่อ 31 มิถุนายน 2560. Check date values in: |accessdate= (help)
  11. เจริญ สุวรรณรัตน์. "การศึกษาคำและความหมายในภาษาไทยถิ่นใต้ตำบลพิเทน กิ่งอำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี". ฐานข้อมูลวิจัยชายแดนใต้. สืบค้นเมื่อ 31 มิถุนายน 2560. Check date values in: |accessdate= (help)
  12. สุภา วัชรสุขุม. "คำยืมภาษามลายูท้องถิ่นปัตตานีในภาษาไทยถิ่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้". ฐานข้อมูลวิจัยชายแดนใต้. สืบค้นเมื่อ 31 มิถุนายน 2560. Check date values in: |accessdate= (help)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]