ข้ามไปเนื้อหา

วัดโสมนัสราชวรวิหาร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วัดโสมนัสราชวรวิหาร
แผนที่
ชื่อสามัญวัดโสมนัสวิหาร
ที่ตั้งเลขที่ 646 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
ประเภทพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร[1]
นิกายธรรมยุติกนิกาย
พระประธานพระสัมพุทธโสมนัสวัฒนาวดีนาถบพิตร
เจ้าอาวาสพระพรหมวัชรญาณกวี (ยุทธศักดิ์ กิตฺติยุตฺโต)
ความพิเศษพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระราชอุทิศสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี
เว็บไซต์www.watsomanas.com
icon สถานีย่อยพระพุทธศาสนา

วัดโสมนัสวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้ศิลปะสถาปัตยกรรมแบบไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ภายในอุโบสถและพระวิหารมีจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม มีคลองผดุงกรุงเกษมที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ขุดขึ้นแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2395 ผ่านทางด้านหน้าของพระอุโบสถ ภายในวัดมีเจดีย์ 2 องค์ เจดีย์องค์ใหญ่ซึ่งภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ (เจดีย์ทอง รูปทรงแบบลังกาสีทองเหลืองอร่าม ยอดแหลมสูงเด่นเป็นสง่า สามารถมองเห็นได้ไกลซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนเข้ามาชมความงามและกราบนมัสการกันอยู่มิได้ขาด) และยังมีเจดีย์องค์เล็กชื่อว่าเจดีย์มอญ มีรูปทรงเหมือนธัมเมกขสถูป มีลักษณะสวยงามและหาชมได้ยากเพราะเจดีย์ลักษณะนี้มีเพียง 2 องค์ในประเทศไทย คือ ที่วัดโสมนัสวิหารและที่วัดกันมาตุยาราม อีกองค์หนึ่ง

ปัจจุบันมีการสร้างและปรับปรุงอาคารต่าง ๆ ภายในวัด เช่น ตึก 150 ปี โรงเรียนพระปริยัติธรรม (ตึกสาลักษณาลัย)[2] ซึ่งเป็นตึกเก่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมหาเสวกโท พระยาศรีภูริปรีชา (กมล สาลักษณ) เพื่อเป็นที่ระลึกแก่คุณหญิง (พึ่ง) ศรีภูริปรีชา ศาลาสำนักงานภาค ศาลาสถิต ศาลามุขหน้าวัด ตึก 80 ปีสมเด็จพระวันรัต เป็นต้น นอกจากนั้นยังมี โรงเรียนวัดโสมนัส กองการฌาปนกิจ กรมสวัสดิการทหารบก สุสานทหาร อยู่ภายในบริเวณวัด

ประวัติ

[แก้]

เริ่มก่อตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างพระราชอุทิศสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี เมื่อปี พ.ศ. 2396 ทรงวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถวิสุงคามสีมาอุโบสถ เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2396 (จ.ศ. 1215) ครั้นสิ่งก่อสร้างสำเร็จลงบ้าง พอเป็นที่อาศัยจำพรรษาของภิกษุสามเณรได้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงอาราธนาพระอริยมุนี (ทับ พุทฺธสิริ) จากวัดราชาธิวาสราชวรวิหาร พร้อมด้วยพระสงฆ์ราว 40 รูปโดยขบวนแห่ทางเรือ เสด็จมาประทับที่กุฎี ภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนตำแหน่งพระอริยมุนีเป็นพระพรหมมุนี ในปี พ.ศ. 2415 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนตำแหน่งพระพรหมมุนีเป็นพระพิมลธรรม ในปีเถาะ พ.ศ. 2422 และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระพิมลธรรมเป็นสมเด็จพระวันรัต ต่อมาสมเด็จพระวันรัตได้ก่อสร้างสิ่งที่ยังไม่แล้วเสร็จให้เสร็จสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ท่านได้สร้างและเชิญพระสัมพุทธสิริมาจากวัดราชาธิวาสคราวยกวัด เพื่อมาเป็นพระประธานภายในพระอุโบสถ และพระสัมพุทธโสมนัสวัฒนาวดีนาถบพิตร (พระประธานในวิหาร) และพระอัครสาวก เป็นของหลวงเชิญมาจากพระบรมมหาราชวัง

พระพุทธรูปสำคัญ

[แก้]

ลำดับเจ้าอาวาส

[แก้]
ลำดับที่รายนาม[3]เริ่มวาระสิ้นสุดวาระ
1สมเด็จพระวันรัตน์ (ทับ พุทฺธสิริ)พ.ศ. 2399พ.ศ. 2434
2พระราชพงษ์ปฏิพัทธ (หม่อมราชวงศ์ล้น ญาณวโร)พ.ศ. 2434พ.ศ. 2445
3สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ยัง เขมาภิรโต)พ.ศ. 2445พ.ศ. 2474
4พระพุทธวิริยากร (จันทร์ จนฺทกนฺโต)พ.ศ. 2474พ.ศ. 2481
5พระสิริปัญญามุนี (เยี่ยม ตทุตฺตรสิริ)พ.ศ. 2481พ.ศ. 2489
6สมเด็จพระวันรัต (จับ ฐิตธมฺโม)พ.ศ. 2489พ.ศ. 2539
7สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (พิจิตร ฐิตวณฺโณ)พ.ศ. 2539พ.ศ.2567
8พระธรรมวชิรเมธาจารย์ (ยุทธศักดิ์ กิตฺติยุตฺโต)พ.ศ. 2568ปัจจุบัน

ภาพ

[แก้]

สถานที่ใกล้เคียง

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

13°45′38.32″N 100°30′37.85″E / 13.7606444°N 100.5105139°E / 13.7606444; 100.5105139