วัดราชผาติการามวรวิหาร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วัดราชผาติการามวรวิหาร
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อ วัดราชผาติการาม (วัดส้มเกลี้ยง)
ที่ตั้ง 147 ถนนราชวิถี แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
ประเภท พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร
นิกาย ธรรมยุติกนิกาย
พระพุทธรูปสำคัญ หลวงพ่อสุก

วัดราชผาติการามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 147 ถนนราชวิถี แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

อาณาเขต[แก้]

  • ทิศเหนือ ติดกับ บ้านพระยากฤตนิรุตติ์ วังกรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ
  • ทิศใต้ ติดกับ สะพานกรุงธน
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ถนนขาว
  • ทิศตะวันตก ติดกับ แม่น้ำเจ้าพระยา

ลักษณะพื้นที่[แก้]

เดิมเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีกำแพงล้อมรอบ นับจากถนนขาวเป็นแนวตรงไปจดแม่น้ำเจ้าพระยาด้านเหนือและใต้ แต่เดิมแรกตั้งวัดเป็นมหาสีมา แม้ถนนซังฮี้ (ถนนราชวิถี) ผ่านเข้าออกวัดไม่สะดวกในการทำสังฆกรรม พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร จึงโปรดให้สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวโร) วัดเทพศิรินทราวาส จัดผูกพันธสีมาเฉพาะเขตพระอุโบสถ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2471 กำหนดเขตกว้าง 9 เมตร ยาว 28 เมตร

ประวัติ[แก้]

วัดราชผาติการาม เป็นวัดโบราณ เดิมชื่อวัดส้มเกลี้ยง เดิมตั้งอยู่บ้านญวณ หลังโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ต่อมาได้ร้างลง เพราะชาวญวณอพยพมาบริเวณนั้น ได้รื้อเอาอิฐไปสร้างสถานที่ต่าง ๆ จนแทบไม่เหลือสภาพวัด พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ สร้างวัดขึ้นใหม่ เป็นการผาติกรรมแทนวัดส้มเกลี้ยงและได้พระราชทานนามใหม่ว่าวัดราชผาติการาม อันหมายถึงวัดที่พระราชาทรงผาติกรรมแลกเปลี่ยน ทดแทน ให้เจริญขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2379 และภายหลังก็ขึ้นทะเบียนวัดราชผาติการามเป็นพระอารามหลวง

การสร้างวัดในสมัย ร.3 ยังไม่แล้วเสร็จก็สวรรคตเสียก่อน ครั้งถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้กรมหมื่นชาญไชยบวรยศปฏิสังขรณ์ ต่อมา จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้พระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นแม่งานย้ายหมู่กุฏีที่ถูกถนนราชวิถี (ซังฮี้) ตัดผ่านไปสร้างไว้ผ่านด้านเหนือ สร้างกำแพงล้อมรอบให้เป็นเขตวัดการปรับปรุงก่อสร้างและปฏิสังขรณ์วัดราชผาติการาม ได้ดำเนินมาทุกสมัย โดยเฉพาะสมัยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสาโร) เป็นเจ้าอาวาส ได้บูรณปฏิสังขรณ์ ก่อสร้างอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มากมาย นำความเจริญมาสู่วัดราชผาติการาม

ลำดับเจ้าอาวาส[แก้]

  1. พระครูโกณฑัญญูธรรมธาดา (ดิศ) เป็นสัทธิวิหาริกของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  2. พระภัทรธรรมธาดา (แจ้ง) ครองวัดประมาณ 8-9 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงย้ายให้ไปเป็นเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ที่วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา
  3. พระครูโกฑัญญูธรรมธาดา (โต) ภายหลังลาสิกขาไปรับใช้ราชการใน จ.พระนคร (ภายหลังคือเขตพระนคร)
  4. พระครูวินัยธร (จันทร์) ได้ย้ายมาจากโสมนัส ภายหลังลาสิกขาไปรับใช้ราชการใน จ.พระนคร (ภายหลังคือเขตพระนคร)
  5. พระภัทรธรรมธาดา (แจ้ง ภทฺทิโย) กลับมาจากสงขลา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้เป็นเจ้าอาวาสดังเดิม
  6. พระภัทรสีลสังวร (เทศ) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาส
  7. พระครูวินยาณลังการ (เย็น) ภายหลังสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส รับสั่งให้ย้ายไปวัดราชาธิวาสราชวรวิหาร
  8. พระธรรมวิโรจน์ (เชย) พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้ามาจากวัดราชาธิวาส
  9. พระศาสนโศภน (ปลอด อตฺถการี) ภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส
  10. พระวิบูลศีลขันธ์ (จำเรียง) ภายหลังสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ โปรดให้ย้ายไปอยู่วัดราชาธิวาส
  11. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสาโร) เจ้าอาวาสวัดรูปที่ 11มีผลงานเด่นคือได้ไปแสดงพระธรรมเทศนาถวายแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เรื่อง พระมหาชนก จนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชนิพนธ์ พระมหาชนกขึ้น
  12. พระธรรมปัญญาจารย์ (สุพจน์ ปภสฺสโร) ได้รับแต่งตั้งจากพระพรหมมุนี (วิชมัย ปุญฺญาราโม) วัดบวรนิเวศ เป็นเจ้าอาวาส
  13. พระธรรมปาโมกข์ (สุนทร สุนทราโภ) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสและเจ้าคณะเขตดุสิต (ธรรมยุต) รูปปัจจุบัน มีผลงานเด่นคือการเป็นองค์ประธานในการสร้าง วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°46′48″N 100°30′19″E / 13.780070°N 100.505201°E / 13.780070; 100.505201