วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
บทความนี้อาจขยายความได้โดยการแปลบทความที่ตรงกันในภาษาอังกฤษ คลิกที่ [ขยาย] เพื่อศึกษาแนวทางการแปล
|
บทความนี้ยังต้องการเพิ่มแหล่งอ้างอิงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง |
| วัดปากน้ำ | |
|---|---|
วัดปากน้ำ คลองภาษีเจริญ | |
![]() | |
| ชื่อสามัญ | วัดปากน้ำ |
| ที่ตั้ง | แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร |
| ประเภท | พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ |
| นิกาย | เถรวาท มหานิกาย |
| ก่อตั้ง | สมัยกรุงศรีอยุธยา |
| พระประธาน | พระพุทธมหามงคล |
| พระพุทธรูปสำคัญ | พระพุทธธรรมกายเทพมงคล |
| เจ้าอาวาส | พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) ป.ธ.9 |
| มหามงคล |
|
| จุดสนใจ | พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล |
| เว็บไซต์ | |
ประวัติ
[แก้]วัดปากน้ำ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ[1] ตั้งอยู่ ณ ที่ราบลุ่มบางกอกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ริมคลองหลวงหรือคลองบางกอกใหญ่ อันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่า ก่อนที่จะมีการขุดคลองลัดหน้าวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร และกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบัน
วัดปากน้ำ เป็นวัดโบราณสร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง (ระหว่าง พ.ศ. 2031-2172) สถาปนาโดยพระราชวงศ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่ปรากฏพระนามแน่ชัด เป็นวัดประจำหัวเมืองธนบุรี ปรากฏในตำนานเรื่องวัตถุสถานต่าง ๆ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาว่าเป็นพระอารามหลวงมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา[2]
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ขุดคลองภาษีเจริญข้างวัดด้านทิศตะวันตก วัดจึงมีลำน้ำโอบล้อมทั้ง 3 ด้าน ส่วนด้านใต้เป็นคลองเล็กแสดงอาณาเขตของวัดในสมัยก่อน เนื่องจากวัดตั้งอยู่บริเวณปากคลองด่านที่แยกไปจากคลองบางหลวงอีกทีหนึ่ง ชื่อของวัดจึงถูกเรียกตามที่ตั้งว่า วัดปากน้ำ ซึ่งชื่อนี้ปรากฏเรียกใช้ในจดหมายเหตุโบราณหลายฉบับ แต่ได้พบชื่อของวัดที่แปลกออกไปในแผนที่กรุงเทพฯ พ.ศ. 2453 และ พ.ศ. 2474 ระบุว่า วัดสมุทธาราม ทว่าไม่เป็นที่นิยมเรียกขานกัน ยังคงเรียกว่า วัดปากน้ำ และ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ตามสถานที่ตั้งวัดตลอดมา[2]
หลักฐานทางโบราณวัตถุและโบราณสถานภายในวัดมีอายุย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ได้พบร่องรอยคลองเล็กด้านทิศใต้และทิศตะวันตกของวัด ที่สมัยโบราณขุดไว้เป็นแนวเขตที่ดินของวัดหลวงสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ตั้งของวัดปากน้ำจึงมีลักษณะเป็นเกาะรูปสี่เหลี่ยมมีน้ำล้อมอยู่ทุกด้าน สถาปัตยกรรมและศิลปวัตถุที่อยู่คู่วัด เช่น หอพระไตรปิฏก ตู้พระไตรปิฎกทรงบุษบก ล้วนเป็นฝีมือช่างหลวงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และตัวพระอุโบสถก็ใช้เทคนิคก่อสร้างในสมัยนั้น นอกจากนี้ยังค้นพบนามเจ้าอาวาส 1 รูป ในรัชสมัยสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ คือ พระครูธนะราชมุนี วัดปากน้ำ ได้มีบทบาทสำคัญมาแต่โบราณเพราะได้รับสถาปนาเป็นพระอารามหลวงที่อยู่นอกกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดสำคัญประจำหัวเมืองหน้าด่านทางทะเล
สมัยกรุงธนบุรี วัดปากน้ำได้รับพระราชทานพระราชทรัพย์จากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในการบูรณปฏิสังขรณ์หลังคาพระอุโบสถ
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคถวายผ้าพระกฐินหลวง ณ วัดปากน้ำ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบูรณปฏิสังขรณ์ใหญ่และให้คงรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยาไว้ ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทางวัดได้รับพระบรมราชานุญาตให้บูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่เกือบทั้งพระอารามโดยให้อนุรักษ์ศิลปะเดิมไว้ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์นำพระกฐินหลวงมาถวายตลอดรัชกาล[2]
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดปากน้ำเริ่มชำรุดทรุดโทรม ไม่มีเจ้าอาวาสประจำพระอาราม มีแต่ผู้รักษาการที่อยู่ในอารามอื่น ทางคณะสงฆ์โดยพระสากยบุตติวงษ์ (ในกาลต่อมาได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระวันรัต (เผื่อน ติสฺสทตฺโต)) ได้ส่งพระสมุห์สด จนฺทสโร จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ซึ่งท่านได้กวดขันพระภิกษุสามเณรให้ปฏิบัติในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญได้มีการสอนกรรมฐานอันมีรูปแบบเฉพาะเรียกว่า วิชชาธรรมกาย มีผู้สนใจศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ท่านยังส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม ตั้งสำนักเรียนทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่ทันสมัยที่สุดในสมัยนั้น ทำให้พระภิกษุสามเณร และสาธุชนเข้ามาขอศึกษาและปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก วัดจึงเจริญขึ้นมาโดยลำดับ กลายเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรม และเป็นศูนย์กลางการศึกษาบาลี ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะฝ่ายวิปัสสนาธุระ และได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์มาโดยลำดับ สมณศักดิ์สุดท้ายในพระราชทินนามที่ พระมงคลเทพมุนี แต่ผู้คนทั่วไปรู้จักและเรียกขานนามท่านว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำ[3]
ในสมัยสมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณฺณสิริ) ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส (ในกาลต่อมาท่านได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริ) สมเด็จพระสังฆราช ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร) วัดปากน้ำได้รับการปรับปรุงทัศนียภาพและบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งสำคัญ เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร ช่างได้เปลี่ยนสถาปัตยกรรมเครื่องบนเป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์เกือบทั้งอาราม แต่ตัวรากฐานและอาคารยังคงเป็นของโบราณแต่เดิมมา
ถึงสมัยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เป็นเจ้าอาวาส วัดปากน้ำได้พัฒนาอย่างมากในด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม มีพระภิกษุสามเณรสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคในนามวัดปากน้ำเป็นจำนวนมาก และการปฏิบัติภาวนาตามแนวหลวงพ่อวัดปากน้ำก็ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้มีสถานที่ปฏิบัติ คือ หอเจริญวิปัสสนาเป็นเอกเทศ และมีผู้เข้าปฏิบัติเป็นจำนวนมากทุกวัน
ปัจจุบันวัดปากน้ำยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพมหานคร ประชาชนนิยมเดินทางมาสักการะพระพุทธธรรมกายเทพมงคล พระพุทธรูปปางสมาธิ ความสูง 69 เมตร ซึ่งสูงที่สุดในกรุงเทพมหานคร[4] และสูงเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศไทย กับสักการะพระมหาเจดีย์มหารัชมงคล ความสูง 80 เมตร และสักการะสรีระสังขารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) กับสรีระสังขารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ


- พระพุทธมหามงคล (พระประธานอุโบสถ)
- สังขารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
- รูปเหมือนพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
- รูปเหมือนพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เนื้อทองคำ
ลำดับเจ้าอาวาส
[แก้]ลำดับเจ้าอาวาส และผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เท่าที่พบข้อมูล[5][6][2] ดังนี้
| ลำดับที่ | รายนาม | เริ่มวาระ | สิ้นสุดวาระ | หมายเหตุ |
| 1 | พระครูธนะราชมุนี | ไม่พบข้อมูล | พ.ศ. 2310 | เจ้าอาวาส, สมัยกรุงศรีอยุธยา |
| 2 | พระธรรมโฆษา | ไม่พบข้อมูล | พ.ศ. 2325 | เจ้าอาวาส, สมัยกรุงธนบุรี |
| 3 | พระเทพกระวี | พ.ศ. 2325 | พ.ศ. 2352 | เจ้าอาวาส |
| 4 | พระบวรญาณมุนี | พ.ศ. 2352 | พ.ศ. 2386 | เจ้าอาวาส |
| 5 | พระญาณโพธิ | พ.ศ. 2386 | พ.ศ. 2406 | เจ้าอาวาส |
| 6 | พระครูสมณธรรมสมาทาน (มี) | พ.ศ. 2406 | พ.ศ. 2426 | เจ้าอาวาส |
| 7 | พระครูสมณธรรมสมาทาน (แสง) | พ.ศ. 2426 | พ.ศ. 2458 | เจ้าอาวาส |
| ว่าง | พระครูพุทธพยากรณ์ (เจริญ อุปติสฺโส) | พ.ศ. 2458 | พ.ศ. 2459 | ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส |
| 8 | พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) | พ.ศ. 2459 | พ.ศ. 2502 | เจ้าอาวาส |
| ว่าง | สมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณฺณสิริ) ป.ธ.6 | พ.ศ. 2502 | พ.ศ. 2508 | ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส |
| 9 | สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ป.ธ.9 | พ.ศ. 2508 | พ.ศ. 2564 | เจ้าอาวาส |
| 10 | พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) ป.ธ.9 | พ.ศ. 2564 | พ.ศ. 2565 | ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส |
| พ.ศ. 2565 | - | เจ้าอาวาส, ปัจจุบัน | ||
ระเบียงภาพ
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระทรวงธรรมการ แผนกกรมสังฆการี เรื่อง จัดระเบียบพระอารามหลวง เก็บถาวร 2011-11-09 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๓๒, ตอน ๐ ก, ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๘, หน้า 293
- 1 2 3 4 พระมหาวรัญญู วรญฺญู. (2546). จดหมายเหตุวัดปากน้ำ ค้นคว้าหามาได้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ: อนิเมท พริ้นท์แอนด์ดีไซน์.
- ↑ สมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณฺณสิริ). (2502). ประวัติเจ้าคุณพระมงคลเทพมุนี พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานบำเพ็ญกุศลสตมวาร ศพเจ้าคุณพระมงคลเทพมุนี. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม.
- ↑ พระพุทธธรรมกายเทพมงคล"องค์ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ | เรื่องดีดีทั่วไทย | 31-12-65
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2021-06-06. สืบค้นเมื่อ 2021-06-06.
- ↑ ชาวสุพรรณบุรี. (2517). จดหมายสองพี่น้อง ชาวสุพรรณบุรีพิมพ์โดยเสด็จพระราชกุศลงานพระเมรุพระศพ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริมหาเถระ) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- เว็บไซต์วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
- ภาพถ่ายดาวเทียมจากวิกิแมเปีย หรือกูเกิลแมปส์
- แผนที่จากลองดูแมป หรือเฮียวีโก
- ภาพถ่ายทางอากาศจากเทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
