จุติ ไกรฤกษ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จุติ ไกรฤกษ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ดำรงตำแหน่ง
6 มิถุนายน พ.ศ. 2553 – 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554
นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
สมัยก่อนหน้า ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี
สมัยถัดไป นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
17 ธันวาคม พ.ศ. 2556
สมัยก่อนหน้า เฉลิมชัย ศรีอ่อน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 14 ธันวาคม พ.ศ. 2499 (58 ปี)
จังหวัดพิษณุโลก ประเทศไทย
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
คู่สมรส นางสมานจิตต์ ไกรฤกษ์
ศาสนา พุทธ

จุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลกหลายสมัย

จุติ ไกรฤกษ์ เกิดวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2499 (ชื่อเล่น: ไก่) เป็นบุตรของนายโกศล ไกรฤกษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เจ้าของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ตะวันออกไฟแนนซ์

จุติ ไกรฤกษ์ เป็นหลานปู่ ร้อยโทจงกล ไกรฤกษ์ อดีต ส.ส. พิษณุโลก หนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปไตยที่ต่อมาได้รวมตัวกับพรรคก้าวหน้าของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช กลายเป็นพรรคประชาธิปัตย์ในปัจจุบัน

จุติ ไกรฤกษ์ จบการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล สำเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาตรี ทางเศรษฐศาสตร์/บริหารธุรกิจ จากประเทศออสเตรเลีย

ประวัติทางการเมือง[แก้]

ในช่วงที่ โกศล ไกรฤกษ์ ผู้เป็นบิดา ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ระหว่างปี พ.ศ. 2526 - 2527 จุติได้มีโอกาสทำงานในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และต่อมาเข้าสู่วงการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคกิจสังคม ได้เป็น ส.ส. ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2531 สังกัดพรรคประชากรไทย และต่อมาลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

ช่วงกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจไทยระหว่างปี พ.ศ. 2540 - 2544 จุติได้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างต่อเนื่องเกือบ 4 ปี ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของธารินทร์ นิมมานเหมินท์

ภายหลังการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 และมีการจัดตั้งรัฐบาลโดยสมัคร สุนทรเวช ทำให้พรรคประชาธิปัตย์จัดตั้ง คณะรัฐมนตรีเงา หรือ ครม.เงา ขึ้น ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 และจุติ ไกรฤกษ์ ได้รับเลือกจากที่ประชุมพรรคให้ทำหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเงา

จุติ ไกรฤกษ์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ

  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสมัย (2531, 2538, 2539, 2544)
  • เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปี 2526-2527 (โกศล ไกรฤกษ์)
  • เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย ปี 2535 (สุเทพ อัตถากร)
  • เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปี 2540-2544 (ธารินทร์ นิมมานเหมินท์)

การปรับคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553 จุติ ไกรฤกษ์ ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร[1] แทนตำแหน่งในโควตาเดิมของพรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งถูกปรับออก เนื่องจากกรณีการลงมติสวนทางกับพรรคร่วมรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

จากการทำหน้าที่รัฐมนตรีในครั้งนี้ทำให้สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ได้ตั้งฉายาว่า "หัวเทียนบอด-แบน" สืบเนื่องจากผลงานที่ถูกมองเป็นคนหนุ่มไฟแรง แต่กลับช้ากว่าที่สื่อคาดไว้[2]

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554 พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่อีกครั้ง โดยนายจุติได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ และเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2556 นายจุติได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

ผลงานในระหว่างดำรงตำแหน่งทางการเมือง[แก้]

ขณะที่วงการโทรคมนาคมเตรียมตัวสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ในระบบ 3จี ช่วงเดือนกันยายน 2553 นั้น และศาลปกครองได้ให้ความคุ้มครองตามคำร้องของ บมจ.กสท.โทรคมนาคม ให้เลื่อนการประมูล 3จี ออกไปนั้น จุติได้แสดงจุดยืนในการสัมภาษณ์สาธารณะหลายครั้งเช่น "ผมต้องขอโทษ กทช. ด้วยที่ควบคุม 2 องค์กรไม่ได้" "ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่ฟ้องอยู่ระหว่างการประเมินของผมอยู่นะ" และอื่นๆ ซึ่งเป็นไปในลักษณะข่มขู่ คุกคาม เอาดีใส่ตัว ตำหนิรัฐวิสาหกิจในกำกับดูแลและเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนในการประมูล[3] จนทำให้สหภาพฯทีโอที และ สหภาพฯ กสท. พร้อมพนักงานจำนวนหนึ่งออกมารวมตัวขับไล่จุติ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2553[4]

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว จุติ ยังได้แสดงวิสัยทัศน์ในระหว่างการตอบกระทู้สดในวุฒิสภา เรื่องการสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมในการไม่ประมูล 3จี โดยส่วนหนึ่งของคำตอบของจุติคือ "เกษตรกรหรือผู้ใช้แรงงานไม่มีความจำเป็นที่ต้องส่งผ่านข้อมูลความเร็วสูง" และ "ประเทศไทยมีโทรศัพท์มือถือที่ดูทีวีได้มาประมาณ 2 ปีแล้ว"[5]เป็นต้น ซึ่งเข้าใจว่าจุติ หมายถึงโทรศัพท์ที่สามารถรับสัญญาณอนาล็อกจากคลื่นวิทยุโทรทัศน์ปกตินั่นเอง ซึ่งก่อให้เกิดการวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ว่ามีความรู้ ความเชี่ยวชาญที่จะบริหารงานในกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้หรือไม่[6]

จนในที่สุดเมื่อปลายปี 2553 สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลได้ตั้งฉายาให้จุติว่า "หัวเทียนบอด-แบน" เนื่องจากถูกมองเป็นคนหนุ่มไฟแรงที่นายกรัฐมนตรีตั้งหวังให้มาพัฒนาระบบไอทีของชาติ แต่ทั้งระบบ3จี บัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด ที่สตาร์ทมาทั้งปีกลับไม่ยอมติด เสมือนรถที่หัวเทียนบอด ขณะที่รูปธรรมการทำงานกลับเป็นการไล่บี้-สั่งแบนเครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ติดดิน[7]

การแปลวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ[แก้]

ในช่วงปลายปี 2553 จุติ ไกรฤกษ์ได้ตอบสนองนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ โดยการเพิ่มสารัตถะบนอินเทอร์เน็ตให้มีบทความภาษาไทยเพิ่มมากขึ้น โดยใช้งบประมาณสนับสนุนจากบริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อว่าจ้างบริษัทเอกชน เอเชียออนไลน์ แปลบทความในเว็บไซต์วิกิพีเดียภาษาอังกฤษจำนวน 3.5 ล้านบทความเป็นภาษาไทย เนื่องจากเว็บไซต์วิกิพีเดียเผยแพร่ข้อมูลภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แบบแสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน ที่อนุญาตให้นำข้อมูลไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ ภายใต้เงื่อนไขว่าผู้เผยแพร่จะต้องอ้างอิงถึงแหล่งที่มาของข้อมูลต้นฉบับ ทั้งนี้ได้ใช้งบประมาณสำหรับโครงการนี้เป็นจำนวนเงิน 10.7 ล้านบาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ แบนด์วิดท์และค่าจ้างให้กับพนักงาน[8]

โครงการนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งแง่บวกและแง่ลบอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในการสร้างสารัตถะภาษาไทยขึ้นมาจำนวนหลายล้านบทความให้กับประชาชนที่ไม่สามารถเข้าใจในต้นฉบับภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีมุมที่น่าเป็นห่วงด้วยว่าบทความแปลมาเป็นอักขระภาษาไทยนับล้านบทความนั้นจะมีความถูกต้อง แม่นยำมากเพียงใด เช่นการแปลประวัติของ Arthur Fry ไปเป็น "อาเธอร์ทอด"[9] Alfred Pennyworth เป็น "อัลเฟรดนิดหน่อย" หรือย่อหน้าในบทความ Amorphous Computing / หลักการคำนวณ[10] มีข้อความว่า "อณูชีววิทยา (องค์กรของช่องสัญญาณมือถือ-รามอินทรา-มือถือย่อย)" เป็นต้น ทั้งนี้ เอเชีย ออนไลน์ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการแปล[11] ไว้ว่าจะสามารถพัฒนาคุณภาพการแปลได้โดยการเพิ่มเติมข้อมูลให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ทางสถิติได้ดีขึ้นและมีการตรวจแก้ภาษาเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในการแปล อีกทั้งจะมีการแปลข้อมูลในเว็บไซต์ใหม่เป็นระยะๆ จุติได้กล่าวแสดงความมั่นใจว่าการแปลจะมีความถูกต้องมากกว่า 95%[12]

การเข้าซื้อกิจการ Hutch[แก้]

หลังจากที่นายจุติ ได้นำเรื่องเข้าที่ประชุมของคณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติให้ บมจ.กสท.โทรคมนาคม ยกเลิกความพยายามในการเข้าซื้อกิจการ CDMA ของ Hutch เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2553[13] ก็เป็นที่คาดหมายกันในแวดวงโทรคมนาคมว่ากลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พยายามเคลื่อนไหวเพื่อแย่งสิทธิ์นี้มาเป็นของตนให้ได้ โดยมีสาเหตุหลักคือสัญญาร่วมการงานเดิมที่ทำไว้ระหว่าง ทรู กับ กสท. จะหมดอายุลงภายใน 1-2 ปี และการประมูล 3จีที่นายจุติ หมายมั่นไว้ว่าจะเสร็จสมบูรณ์ก็ไม่เกิดขึ้น ดังนั้นทางเดียวที่จะทำให้ทรูสามารถดำเนินการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อไปได้ ก็คือการเข้าซื้อกิจการของผู้ที่ได้รับอนุญาตอยู่เดิม และใช้ใบอนุญาตที่ได้รับโอนมานี้ดำเนินกิจการต่อไปได้อีก 14 ปี[14]

การลงนามในสัญญาผูกพันต่อระหว่าง ทรู กับ กสท เกิดขึ้นเมื่อ 7.45น. ของวันที่ 27 มกราคม ซึ่งแจ้งผู้สื่อข่าวว่าจะมีการลงนามกันที่ กสท. แจ้งวัฒนะ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงก็รับทราบว่ามีการลงนามกันไปเรียบร้อยแล้ว ณ โรงแรม มิลเลเนียม ฮิลตัน และนัดแถลงข่าวอีกครั้งในเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกัน เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยกรรมการบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) รับทราบความคืบหน้าทุกระยะ และดำเนินการแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง จึงมีเสียงสะท้อนจากแวดวงโทรคมนาคมว่า กระทรวงไอซีทีที่นับตั้งแต่นายจุติเข้ามาบริหาร ไม่สามารถผลักดันโครงการใดๆ ได้รวดเร็วขนาดนี้ กระทรวงไอซีที ในยุคนายจุติ ไกรฤกษ์ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น ไอซีทรู ซึ่งมีความหมายเป็นไปได้ทั้งกระบวนการโปร่งใส่ (ซีทรู) หรือ นายจุติเห็นเฉพาะบริษัททรู เท่านั้น[15]

กรณีหมิ่นประมาทภรรยาน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี[แก้]

จุติ ไกรฤกษ์ ถูกพิพากษาจำคุก 3 เดือน รอลงอาญา 1 ปี และปรับ 10,000 บาท ที่นางปราณี สืบวงศ์ลี ยื่นฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 จากกรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่าออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้ภรรยาเปิดสถานบริการไม่เสียภาษี อย่างไรก็ตาม จุติ กล่าวภายหลังว่า จะใช้สิทธิ์ยื่นฎีกาสู้คดีเพื่อพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง[16]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. พระบรมราชโองการ ประกาศ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี (รวม ๑๘ ราย) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอน พิเศษ 72ง วันที่ 8 มิถุนายน 2553
  2. ฉายานักการเมืองปี 53
  3. เว็บไซต์ นสพ.เอเอสทีวีผู้จัดการ 18 ต.ค. 2553
  4. เว็บไซต์ว๊อยซ์ทีวี
  5. ข่าวจากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 18 ต.ค. 2553
  6. กระดานสนทนา adslthailand.com
  7. เว็บไซต์ นสพ.แนวหน้า 29 ธ.ค. 53
  8. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเว็บไซต์เอเชีย ออนไลน์
  9. อาเธอร์ทอด
  10. หลักการคำนวณ
  11. การพัฒนาคุณภาพการแปลของเอเชีย ออนไลน์
  12. เท10ล.แปล"วิกิพีเดีย"เป็นภาษาไทย ไอซีทีดันกสท-ทีโอทีเดินหน้าบรอดแบนด์แห่งชาติ. ประชาชาติ. สืบค้น 26-1-2554.
  13. ครม.ไฟเขียว กสท.ยกเลิกซื้อ Hutch คาดเข้าทาง TRUE จ่อคิวฮุบ
  14. ทรูมูฟชนะเลิศ
  15. ไอซีที-ไอซี "ทรู" การบริหารแบบ"ผ้าขาวคลุมศพ"สไตล์"อภิสิทธิ์"
  16. ศาลอุทธรณ์จำคุก 'จุติ ไกรฤกษ์' หมิ่นเมียหมอเลี๊ยบ
  17. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกีรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๔)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า จุติ ไกรฤกษ์ ถัดไป
ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี 2leftarrow.png Logo ict.jpg
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
(6 มิถุนายน พ.ศ. 2553 - 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554)
2rightarrow.png นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ