จังหวัดภูเก็ต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก ภูเก็ต)
จังหวัดภูเก็ต
ตราประจำจังหวัดภูเก็ต
ตราประจำจังหวัด
ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย ภูเก็ต
ชื่ออักษรโรมัน Phuket
ผู้ว่าราชการ นายไมตรี อินทุสุต
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2555)
ISO 3166-2 TH-83
สีประจำกลุ่มจังหวัด ฟ้า
ต้นไม้ประจำจังหวัด ประดู่
ดอกไม้ประจำจังหวัด เฟื่องฟ้า
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 543.034 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 76)
ประชากร 360,905 คน[2] (พ.ศ. 2555)
(อันดับที่ 65)
ความหนาแน่น 664.61 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 5)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ถนนนริศร ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 83000
โทรศัพท์ (+66) 0 7635 4875
โทรสาร (+66) 0 7622 2886
เว็บไซต์ จังหวัดภูเก็ต
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดภูเก็ต

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีลักษณะต่างจากจังหวัดอื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่พื้นที่ของจังหวัดทั้งหมดเป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย

จังหวัดที่ใกล้เคียงทางทิศเหนือ คือ จังหวัดพังงา ทางทิศตะวันออก คือ จังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ ทั้งเกาะล้อมรอบด้วยมหาสมุทรอินเดีย และยังมีเกาะที่อยู่ในอาณาเขตของจังหวัดภูเก็ตทางทิศใต้และตะวันออก การเดินทางเข้าสู่ภูเก็ตนอกจากทางเรือแล้ว สามารถเดินทางโดยรถยนต์ซึ่งมีเพียงเส้นทางเดียวผ่านทางจังหวัดพังงา โดยข้ามสะพานสารสินและสะพานคู่ขนาน คือ สะพานท้าวเทพกระษัตรีและสะพานท้าวศรีสุนทร เพื่อเข้าสู่ตัวจังหวัด และทางอากาศโดยมีท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตรองรับ ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ

คำว่า ภูเก็ต คาดว่าน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า บูกิต[3](ในภาษามลายูแปลว่าภูเขา) หรือที่เคยรู้จักแต่โบราณในนาม เมืองถลาง

เนื้อหา

ประวัติ [แก้]

เดิมคำว่า ภูเก็ต นั้นใช้คำว่า ภูเก็จ อันแปลว่า เมืองแก้ว จึงใช้ตราเป็นรูปภูเขา(ภู)มีประกายแก้ว(เก็จ)เปล่งออกเป็นรัศมี (ดูตราที่ผ้าผูกคอลูกเสือ) ตรงกับความหมายเดิมซึ่งชาวทมิฬเรียก มณิครัม ตามหลักฐาน พ.ศ. 1568 ภูเก็ตเป็นที่รู้จักของนักเดินเรือที่ใช้เส้นทางระหว่างจีนกับอินเดีย โดยผ่านแหลมมลายู หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดก็คือ หนังสือภูมิศาสตร์และแผนที่เดินเรือของคลอดิอุส ปโตเลมี เมื่อประมาณ พ.ศ. 700 กล่าวถึงการเดินทางจากแหลมสุวรรณภูมิลงมาจนถึงแหลมมลายู ซึ่งต้องผ่านแหลม จังซีลอน หรือเกาะภูเก็ต(เกาะถลาง)นั่นเอง[ต้องการอ้างอิง]

จากประวัติศาสตร์ไทย ภูเก็ตเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรตามพรลิงก์ อาณาจักรศรีวิชัย สืบต่อมาจนถึงสมัยอาณาจักรศิริธรรมนคร เรียกเกาะภูเก็ตว่า เมืองตะกั่วถลาง เป็นเมืองที่ 11 ใน 12 เมืองนักษัตร โดยใช้ตราเป็นรูปสุนัข จนถึงสมัยสุโขทัย เมืองถลางไปขึ้นกับเมืองตะกั่วป่า ในสมัยอยุธยา ชาวฮอลันดา ชาวโปรตุเกส และชาวฝรั่งเศส ได้สร้างสถานที่เก็บสินค้าเพื่อรับซื้อแร่ดีบุกจากเมือง(ถลาง)ภูเก็ต

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้เกิดสงครามเก้าทัพขึ้น พระเจ้าปดุง กษัตริย์ของประเทศพม่าในสมัยนั้น ได้ให้แม่ทัพยกทัพมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ เช่น ไชยา นครศรีธรรมราช และให้ยี่หวุ่นนำกำลังทัพเรือพล 3,000 คนเข้าตีเมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง และเมืองถลาง ซึ่งขณะนั้นเจ้าเมืองถลาง (พญาพิมลอัยาขัน) เพิ่งถึงแก่อนิจกรรม ท่านผู้หญิงจัน ภรรยา และคุณมุก น้องสาว จึงรวบรวมกำลังต่อสู้กับพม่าจนชนะเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2328 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงจันเป็น ท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุกเป็นท้าวศรีสุนทร

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รวบรวมหัวเมืองชายทะเลตะวันตกตั้งเป็น มณฑลภูเก็ต และเมื่อปี พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิกระบบมณฑลเทศาภิบาล เปลี่ยนมาเป็น จังหวัดภูเก็ต จนถึงปัจจุบัน

ทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต [แก้]

รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
ลำดับ รายนาม ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง
1 พระยาวิสูตรสาครดิฐ (สาย โชติกะเสถียร) ก่อน พ.ศ. ๒๔๕๐
2 พระยาวิเศษสิงหนาท (ปิ๋ว บุนนาค) ก่อน พ.ศ. ๒๔๕๐
3 พระยาประชากิจกรจักร (ชุบ โอสถานนท์) ก่อน พ.ศ. ๒๔๕๐
4 พระยาณรงค์เรืองฤทธิ์ (อรุณ อมาตยกุล) ก่อน พ.ศ. ๒๔๕๐
5 หม่อมเจ้าประดิพัทธเกษมศรี พ.ศ. ๒๔๕๐-๒๔๕๘
6 พระยาทวีปธุระประศาสตร์ (ชุบ โอสถานนท์) พ.ศ. ๒๔๕๘-๒๔๖๑
7 พระยากรุงศรีสวัสดิการ (จำรัส สวัสดิชูโต) พ.ศ. ๒๔๖๑-๒๔๖๕
8 พระยานครราชเสนี (สหัส สิงหเสนี) พ.ศ. ๒๔๖๕-๒๔๗๑
9 พระศรีสุทัศน์ (ม.ล.อนุจิตร สุทัศน์) พ.ศ. ๒๔๗๑-๒๔๗๒
10 พระยาอมรศักดิ์ประสิทธิ์ (ทนง บุนนาค) พ.ศ. ๒๔๗๒-๒๔๗๖
11 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา พ.ศ. ๒๔๗๖-๒๔๗๖
12 พระยาสุริยเดชรณชิต พ.ศ. ๒๔๗๖-๒๔๗๘
13 พระยาศิริชัยบุรินทร์ (เบี๋ยน) พ.ศ. ๒๔๗๘-๒๔๗๙
14 พระยาอุดรธานีศรีโชมสาครเชตร พ.ศ. ๒๔๗๙-๒๔๘๐
15 หลวงเธียรประสิทธิสาร (ร.อ.มงคล เธียรประสิทธิ์) พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๔๘๖
16 หลวงอังคณานุรักษ์ (ร.อ.ถวิล เทพาคำ) พ.ศ. ๒๔๘๖-๒๔๘๙
17 ขุนภักดีดำรงค์ฤทธิ์ (.....เกษีพันธ์) พ.ศ. ๒๔๘๙-๒๔๙๒
18 นายอุดม บุณยประสพ พ.ศ. ๒๔๙๒-๒๔๙๔
19 นายมาลัย หุวะนันทน์ พ.ศ. ๒๔๙๔-๒๔๙๕
20 ขุนจรรยาวิเศษ (เที่ยง บุญยนิตย์) พ.ศ. ๒๔๙๕-๒๔๙๗
21 นายมงคล สุภาพงษ์ พ.ศ. ๒๔๙๗-๒๕๐๐
22 นายเฉลิม ยูปานนท์ พ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๐๑
23 ขุนวรคุตต์คณารักษ์ พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๐๑
24 นายอ้วน สุระกุล พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๑๑
25 นายกำจัด ผาติสุวัณณ พ.ศ. ๒๕๑๑-๒๕๑๒
26 นายสุนัย ราชภัณฑารักษ์ พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๑๘
27 นายศรีพงศ์ สระวาลี พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๒๑
28 นายเสน่ห์ วัฑฒนาธร พ.ศ. ๒๕๒๑-๒๕๒๓
29 นายมานิต วัลยะเพ็ขร์ พ.ศ. ๒๕๒๓-๒๕๒๘
30 นายสนอง รอดโพธิ์ทอง พ.ศ. ๒๕๒๘-๒๕๒๙
31 นายกาจ รักษ์มณี พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๐
32 นายเฉลิม พรหมเลิศ พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๔
33 นายยุวัฒน์ วุฒิเมธี พ.ศ. ๒๕๓๔-๒๕๓๖
34 นายสุดจิต นิมิตกุล พ.ศ. ๒๕๓๖-๒๕๓๙
35 นายจำนง เฉลิมฉ้ตร พ.ศ. ๒๕๓๙-๒๕๔๑
36 นายเจด็จ อินสว่าง พ.ศ. ๒๕๔๑-๒๕๔๒
37 นายชาญชัย สุนทรมัฎฐ์ พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๔๓
38 นายพงศ์โพยม วาศภูติ พ.ศ. ๒๕๔๓-๒๕๔๖
39 นายอุดมศักดิ์ อัศวรางกูร พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๔๙
40 นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๑
41 นายปรีชา เรืองจันทร์ พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๒
42 นายวิชัย ไพรสงบ พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๔๔๓
43 นายตรี อัครเดชา พ.ศ. ๒๕๕๓-๒๕๕๕
44 นายไมตรี อินทุสุต พ.ศ. ๒๕๕๕- ปัจจุบัน

หน่วยการปกครอง [แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 3 อำเภอ 17 ตำบล 103 หมู่บ้าน 1 เทศบาลนคร (เทศบาลนครภูเก็ต) 2 เทศบาลเมือง (เทศบาลเมืองป่าตอง) (เทศบาลเมืองกะทู้) 6 เทศบาลตำบล 9 องค์การบริหารส่วนตำบล

  1. อำเภอเมืองภูเก็ต
  2. อำเภอกะทู้
  3. อำเภอถลาง
แผนที่

ประชากร [แก้]

ศาสนาในภูเก็ต
ศาสนา ร้อยละ
ศาสนาพุทธ
  
73%
ศาสนาอิสลาม
  
25%
อื่น ๆ
  
2%

ชาวเลเป็นชาวกลุ่มแรก ๆ ที่มาอาศัยอยู่บนเกาะภูเก็ต จากนั้นมาจึงกลุ่มชนอื่น ๆ อพยพตามมาอีกจำนวนมาก ทั้งชาวจีน ชาวไทย ชาวมาเลเซีย ฯลฯ จนมีวัฒนธรรมเฉพาะเป็นของตนเองสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นสีสันอย่างหนึ่งของภูเก็ต ตามบันทึกของฟรานซิส ไลต์ กล่าวถึงชาวภูเก็ตว่าเป็นพวกผสมผสานกันทางด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรมกับชาวมลายู โดยเฉพาะคนไทยจำนวนมากในสมัยนั้นทำตัวเป็นพุทธศาสนิกชน สักการะพระพุทธรูป ขณะที่กัปตันทอมัส ฟอร์เรสต์ ชาวอังกฤษที่เดินเรือมายังภูเก็ต ใน พ.ศ. 2327 ได้รายงานว่า "ชาวเกาะแจนซีลอนพูดภาษาไทย ถึงแม้ว่าเขาจะเข้าใจภาษามลายู พวกเขามีลักษณะหน้าตาคล้ายกับชาวมลายู ท่าทางคล้ายชาวจีนมาก"

ปัจจุบันชาวภูเก็ตส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ชาวจีนฮกเกี้ยน ชาวจีนช่องแคบ ชาวจีนกวางตุ้ง ฯลฯ รวมไปถึงชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม แถบอำเภอถลาง โดยเฉพาะชาวไทยมุสลิมมีจำนวนถึงร้อยละ 20-36 ของประชากรในภูเก็ต มีมัสยิดแถบอำเภอถลางราว 30 แห่งจาก 42 แห่งทั่วจังหวัด มีกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล กลุ่มอูรักลาโว้ยและพวกมอแกน (มาซิง) ซึ่งมอแกนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ มอเกนปูเลา (Moken Pulau) และ มอเกนตาหมับ (Moken Tamub) และยังมีชนกลุ่มต่างชาติอย่างชาวยุโรปที่เข้าลงทุนในภูเก็ต รวมไปถึงชาวอินเดีย มีชาวคริสต์ในภูเก็ตราว 300 คน ชาวสิกข์ที่มีอยู่ราว 200 คน และชาวฮินดูราว 100 คน และแรงงานต่างด้าวชาวพม่า ลาว และเขมรราวหมื่นคน

ประชากรส่วนใหญ่ในภูเก็ตนับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 73, ศาสนาอิสลาม ร้อยละ 25, ศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ ร้อยละ 2[4]

บุคคลสำคัญ [แก้]

อนุสาวรีท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร

สถานที่สำคัญ [แก้]

  • ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเป็นศาลากลางที่ไม่เหมือนใครด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นทั้งยังเป็นโบราณสถานที่ยังใช้การอยู่จนกระทั่งปัจจุบันอีกด้วย
  • วัดฉลอง (ปัจจุบันชื่อ วัดไชยธาราราม) พ.ศ. 2419 ศิษย์พ่อท่านแช่มต่อสู้กับอั้งยี่
  • วัดพระนางสร้าง มีลายแทง "พิกุลสองสารภีดีสมอแดงจำปาจำปีตะแคง..." พระพุทธรูปดีบุกที่เก่าแก่ที่สุด ตำนานพระนางเลือดขาว
  • อนุสาวรีย์ ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2509
  • เกาะสิเหร่ มีชาวเลกลุ่มอูรักลาโว้ย รองเง็งคณะแม่จิ้ว ประโมงกิจเป็นแม่เพลงอันดามัน
  • ศาลเจ้ากะทู้เป็นที่แรกเริ่มเทศกาลกินผัก (เจี๊ยะฉ่าย)
  • ศาลเจ้าบางเหนียว ศาลเจ้าใกล้บริเวณท่าเรือที่ชาวต่างชาติรับส่งสินค้ามีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี
  • ศาลเจ้าแสงธรรมหรืออ๊ามเตงก่องต๋อง ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งหนึ่งของภูเก็ตมีสถาปัตยกรรมที่งดงามมาก เป็นศาลเจ้าประจำตระกูลตัน
  • ศาลเจ้าบ้านท่าเรือหรือ ฮกเล่งเก้ง เป็นที่ประดิษฐานองค์พระโป๊เซ้งไต่เต่ องค์พระประธานของศาลเจ้า
  • ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย หรือ จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง หรือ คนภูเก็ตเรียกว่า อ๊ามจุ๊ยตุ๋ย
  • วัดพระทอง มีพระผุดมาจากดิน มีลายแทงยัก 3 ยัก 4 หามผีไปเผา ผีไม่ทันเน่าหอมฟุ้งตลบ
  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง มีเทวประธานคือพระวิษณุ จดหมายเหตุท้าวเทพกระษัตรี หง่อก่ากี่ ชาวเล
  • พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต(พมร.ภูเก็ต)เดิมใช้ชื่อว่าพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่กะทู้ ใน อังมอเหลามีเหมืองจำลองเหมืองแล่น เหมืองรู เหมืองหาบ เหมืองฉีด เหมือง เรือขุด; โลหะดีบุก เพชรภูเก็จ เพชรพังงา แทนทาลัม วิถีชีวิตชาวกะทู้; ภายนอกมีรางเหมืองแร่(เหมืองสูบ-ฉีด) ขนาดใหญ่ไว้สาธิตการได้แร่ดีบุกของนายหัวเหมือง
  • สนามบินนานาชาติภูเก็ตอยู่ติดชายทะเลระหว่างหาดในยางและหาดไม้ขาว
  • อนุสรณ์สถานเมืองถลาง(PHUKET HISTORICAL PARK)อยู่ในสมรภูมิเมืองถลาง พ.ศ. ๒๓๒๘ ตำบลเทพกระษัตรี อ.ถลาง พื้นที่ ๙๖ ไร่ ก่อนการพัฒนาเป็นทุ่งนาหลวง มีคลองเสน่ห์โพไหลผ่านไปบรรจบกับคลองบางใหญ่ซึ่งไหลมาจากเทือกเขาพระแทวไปออกทะเลที่อู่ตะเภา ทะเลพัง เคยเป็นที่จอดเรือรบของยี่หวุ่น แม่ทัพเรือพม่าเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๘
  • ฮ่ายเหลงอ๋องพญามังกร ณ ลานเฉลิมพระเกียรติฯ 72 พรรษา อยู่ในตัวเมืองภูเก็ต

ศาลเจ้าในจังหวัดภูเก็ต [แก้]

ก่อนปี ๒๔๐๐

  • ศาลเจ้ากวนเต้กุน (協天宮)(สะปำ)
  • ศาลเจ้าไล่ทู่เต้าโบ้เก้ง (内杼斗母宮)(กระทู้)
  • ศาลเจ้าฮกแชเก้ง (福星宮七星娘媽)(ชิดแชเนี่ยวม่า)- สร้างปี ๒๓๕๐
  • ศาลเจ้าเทียนเต๊กต๋อง (天德堂)
  • ศาลเจ้าซัมส้านเทียนเฮวกึ๋ง(三山天后宮福州公司)- สร้างปี ๒๓๙๖
  • ศาลเจ้าฮกซานเก้ง (福山宮)

ระหว่างปี ๒๔๐๐ - ๒๔๕๐

  • ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง (水碓斗母宮)
  • ศาลเจ้าปุดจ้อ (觀音廟) - ประมาณปี ๒๔๑๐ มาเป็นศาลเจ้าปุดจ้อ เดิมเป็นศาลเจ้าเต้กุนไม่ปรากฏปีสร้าง
  • ศาลเจ้าทงฮุนเก้ง (通雲宮)-สร้างปี ๒๔๑๐
  • ศาลเจ้าเซ่งเต็กเบ๋ว (勝德廟) (ผ่อต้อก้ง)- สร้างปี ๒๔๓๓
  • ศาลเจ้าซำก้ายก้อง (三界公宮)(บางคู)
  • ศาลเจ้าส่ามอ๋องฮู้(เชิงทะเล)(三王府)-สร้างปี ๒๔๔๔
  • ศาลเจ้าเค่งจิวฮุยก้วน(ไหหล่ำ)- สร้างปี ๒๔๔๔
  • ศาลเจ้าบ่างเหลียงเต้าบู๊เก้ง(บางเหนียว)(網寮斗母宮)- สร้างปี ๒๔๔๗
  • ศาลเจ้าฮกเล้งเก้ง (福龍宮) (ท่าเรือ)
  • ศาลเจ้าต่องย่องสู (忠勇祠) (อั้งยี่)
  • ศาลเจ้าฮกเซี้ยงเก้ง (福祥宮)
  • ศาลเจ้าหงวนฮกเก้ง (福元宮)
  • ศาลเจ้าไท้ซู (太師宮)- สร้างปี ๒๔๓๕
  • ศาลเจ้าไถ้หงวนต๋อง (太原堂) (จ้ออ๋อง) - สร้างปี ๒๔๔๑
  • ศาลเจ้าเต่งก้องต๋อง (定光堂) (แสงธรรม)- สร้างปี ๒๔๓๔
  • ศาลเจ้าฮกหงวนกง (福元宮)- ไม่ปรากฏปีสร้าง แต่เปลี่ยนเป็นหลังปัจจุบันเมื่อปี ๒๔๖๐
  • ศาลเจ้าฮุนจ่องอาม (雲從菴) - สร้างปี ๒๔๔๙
  • ศาลเจ้าฮกแช่เก้งปุ่นเถ้าก๋ง (福星宮本頭公)

ระหว่างปี ๒๔๕๑ - ๒๕๒๐

  • ศาลเจ้าลิ่มไท้ซู้ (林太師宮) - สร้างปี ๒๔๕๘
  • ศาลเจ้ากิ่วเหล่งต๋อง(九龍堂) สร้างปี ๒๔๖๐
  • ศาลเจ้ายกเค่เก้ง (玉溪宮) - สร้างประมาณปี ๒๔๙๐
  • ศาลเจ้าเต้กุ้นไต่เต่ - สร้างปี ๒๕๑๕
  • ศาลเจ้าโก้ยเส้งอ๋อง - สร้างปี ๒๕๑๙
  • ศาลเจ้าหลิมฮู้ไท่ซู (林府太師) - ก่อนปี ๒๔๖๒

ระหว่างปี ๒๕๒๑ - ปัจจุบัน

  • ศาลเจ้าซำเซ้จูฮุด (三世祖佛) - สร้างปี ๒๕๔๔
  • ศาลเจ้ากิ้วเที้ยนเก้ง (九天宮) - สร้างปี ๒๕๓๘
  • ศาลเจ้าเจ่งภอถัง (清普洞) - สร้างปี ๒๕๒๒
  • ศาลเจ้าซุ่ยบุ๋นต๋อง (瑞文堂) -สร้างปี ๒๕๒๒
  • ศาลเจ้าฮกเต๊กสือ (福德士) - สร้างปี ๒๕๔๗
  • ศาลเจ้าฮกเซียนตั๋ว (福仙壇)-สร้างปี ๒๕๕๓
  • ศาลเจ้าบู้เส่งต๋อง บ้านเคียน (武聖堂) -สร้างปี ๒๕๕๔
  • ศาลเจ้าไห่เหยียนเก้ง บ้านไม้ขาว (海晏宫) -สร้างปี ๒๕๕๔

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ [แก้]

แหลมพรหมเทพ

สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม [แก้]

เทศกาลสำคัญ [แก้]

ภาษาถิ่น [แก้]

ภาษาถิ่นของจังหวัดภูเก็ตเป็นภาษาถิ่นใต้ที่ไม่เหมือนถิ่นอื่นในภาคใต้ โดยจะมีสำเนียงภาษาจีนฮกเกี้ยนและภาษามลายูปนอยู่มาก ดังนั้นภาษาถิ่นภูเก็ตจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พบได้เฉพาะแถบภูเก็ตและพังงาเท่านั้น ในอดีตนั้นชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในภูเก็ตนั้นส่วนใหญ่ล้วนเป็นชาวจีนอพยพมาจากมณฑลฮกเกี้ยน เมื่อเข้ามาอาศัยอยู่ในภูเก็ตแล้วก็ได้นำเอาวัฒนธรรมต่าง ๆ มากมายเข้ามาใช้ หนึ่งในนั้นก็คือ ภาษา ซึ่งในยุคแรก ๆ นั้นได้ติดต่อสื่อสารกันด้วยภาษาจีนฮกเกี้ยน ต่อมามีการค้าขายมากขึ้นต้องติดต่อกับต่างชาติมากขึ้น ชาวจีนฮกเกี้ยนบางส่วนก็ไปมาหาสู่กับปีนัง มาเลเซียบ้าง มีการค้าขายแร่ดีบุกต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้ภาษามลายูหรือภาษามาเลย์เริ่มเข้ามาผสมปนเข้าด้วยกันกับภาษาฮกเกี้ยน ทำให้เกิดเป็นภาษาที่ผสมสำเนียงเข้าด้วยกัน เป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภูเก็ตและใกล้เคียง ภาษาฮกเกี้ยนในภูเก็ตนั้นปัจจุบันยังคงมีใช้อยู่เพียงแต่สำเนียงอาจจะเพี้ยนไปจากภาษาฮกเกี้ยนเดิมบ้าง เพื่อปรับให้เข้ากับการออกเสียงของคนภูเก็ต ซึ่งใกล้เคียงกับภาษาฮกเกี้ยนที่ใช้กันในปีนัง มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ เนื่องจากมีการปรับเสียงให้เข้ากับสัทอักษรการออกเสียงของคนภูเก็ต บางคำในภาษาฮกเกี้ยนจึงไม่เหมือนกันภาษาฮกเกี้ยนแท้ของจีน แต่ก็ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังพบว่าระบบไวยากรณ์ที่ใช้นั้นบ้างก็ยืมมากจากภาษาฮกเกี้ยนด้วย ภาษาภูเก็ตบ้างก็เรียก ภาษาบาบ๋า

คำทั่วไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ภาษาภูเก็ต อักษรจีน ภาษากลาง
อ๊าม ศาลเจ้า
โซสี 鎖匙 กุญแจ
แคะจ่าน 客棧 โรงแรม
อี่เส่งก้วน 醫生館 โรงพยาบาล
เกี่ยมตู๋ 鹹櫥 ตู้กับข้าว
จ๊าว วิ่ง
ซึ่งตู๋ 霜櫥 ตู้เย็น
กาโต้ 鉸刀 กรรไกร
เจี่ยนสี 煎匙 ตะหลิว
เอี่ยนปิด 鉛筆 ดินสอ
ปิด ปากกา
หม่อปิด 毛筆 พู่กัน
อี้ เก้าอี้
เตี่ยนสี่ 電視 โทรทัศน์
หนา ตะกร้า
หล่าวถุ้ย 樓梯 บันได
เต้ง ตะเกียง
โพถ่อง 普通 รถสองแถว

อาหารและขนมพื้นเมือง [แก้]

  • โลบะ - เป็นเครื่องในหมูปรุงกับเครื่องพะโล้ นำมาทอดรับประทานกับเต้าหู้ทอดราดน้ำจิ้ม
  • หมี่ฮกเกี้ยน - หมี่เหลืองผัดสูตรฮกเกี้ยนซึ่งเป็นสูตรดั้งเดิมพื้นเมืองโดยเฉพาะ จะมีเนื้อกุ้ง ปลา หอย หมู ปลาหมึก โรยหน้าด้วยเจี้ยนผ้างหรือหอมเจียว รับประทานคู่กับหอมแดงหรือแคบหมู
  • หมี่หุ้นปาฉ่าง - เป็นเส้นหมี่แห้งรับประทานกับน้ำต้มกระดูกหมู
  • หมี่สั่ว - เป็นอาหารเช้าของชาวภูเก็ต จะขายพร้อมกับข้าวต้มหรือโจ๊ก มีลักษณะเป็นเส้นคล้ายเส้นหมี่ แต่แตกต่างทั้งในแง่รสชาติและความ

เหนียวนุ่ม

  • เบือทอด - เป็นกุ้งกับหญ้าช้องหรือใบเล็บครุฑชุบแป้งทอด รับประทานกับน้ำจิ้มสูตรพิเศษ
  • โอต้าว - ลักษณะคล้ายกับหอยทอดภาคกลาง ใช้หอยติบผัดกับแป้ง เผือก และไข่ รับประทานกับกากหมูทอดและถั่วงอก ปัจจุบันนิยมใช้หอยนางรมแทนหอยติบ เพราะหาได้ง่ายกว่า ชาวภูเก็จเรียก โก่ต้าว ก็มี เป็นอาหารว่างตอนบ่าย หรือ ตอนดึก เครื่งปรุง มี หอยติบ(หอยนางรมเล็ก) หัวเผือก กากหมูทอด แป้งมัน แป้งสาลี ไข่ไก่ ต้นหอมซอย พริกแห้งใหญ่ กระเทียม น้ำสมสายชู น้ำมัน เกลือ น้ำตาล ซีอิ้วขาว พริกไทยป่น การปรุงต้องละลายแป้งกับน้ำ น้ำตาล และโรยต้นหอมซอย ส่วนการทอดจะใช้กะทะแบนใส่น้ำมันพอสมควร พอน้ำมันร้อนตักแป้งใส่ โรยเผือก หอยติบ ไข่ไก่ ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว น้ำส้ม พริกไทยป่น และใส่พริกกับกระเทียมที่ตำไว้ด้วย หากต้องการให้เผ็ด จากนั้นใช้ตะหลิวสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วกลับ ผัด ให้เข้ากัน โรยหน้าด้วยกากหมู รับประทานกับถั่วงอก
  • โอ๊ะเอ๋ว - เป็นของหวานคล้ายวุ้นน้ำเชื่อมใส่น้ำแข็ง โดยวุ้นดังกล่าวทำมาจากกล้วยน้ำว้าผสมกับวุ้นของเมล็ดโอ้เอ๋ว
  • สับปะรดภูเก็ต - สับปะรดพันธุ์พื้นเมืองที่มีรสชาติหวานกรอบ อร่อย ต่างกับสับปะรดที่อื่น ซื้อได้ที่ตลาดสดทั่วไป
  • น้ำชุบภูเก็ต - เป็นน้ำพริกกะปิน้ำใส ๆ ใส่กุ้งสด หัวหอม พริก และมะนาว รับประทานกับข้าวหรือขนมจีน
  • บ๊ะจ่าง - เป็นขนมที่นิยมของชาวภูเก็ต ทำจากข้าวเหนียวผัดซีอิ้ว มีไส้หมูอยู่ข้างใน
  • แกงไตปลา - เป็นแกงยอดนิยมของชาวภูเก็ต ทำจาก ไส้ปลาหรือเครื่องในปลา มาหมักไว้และทำเป็นเครื่องแกง รับประทานกับข้าว หรือขนมจีน ชาวภูเก็จเรียกว่าแกงพุงปลา
  • ขนมจีน - นิยมทานเป็นอาหารเช้าและเย็น ทานกับน้ำแกงหลายรสชาติซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นเมือง ทั้งแกงไตปลา น้ำชุบหยำ น้ำยา น้ำพริก ส่วนใหญ่เป็นเส้นหมัก มีเส้นสดอยู่บ้าง
  • ขนมจีบติ่มซำ - เป็นอาหารเช้าของชาวภูเก็ต มักไม่รับประทานในมื้ออื่น มีอยู่ทั่วไปบนเกาะภูเก็ต สามารถหารับประทานได้ไม่ยาก มีหลากหลายแบบให้เลือกรับประทานทาน น้ำจิ้มแต่ละร้านจะต่างกันไปตามเคล็ดลับ ชาวภูเก็ตนิยมเรียกว่า เสี่ยวโบ๋ย
  • เกลือเคย - คล้ายกับน้ำปลาหวาน ปรุงจากพริกขี้หนู กุ้งแห้ง ตำละเอียด กะปิ ซีอิ้ว น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว และน้ำ เวลารับประทาน ใช้ราดบนเลือดหมูต้ม เต้าหู้เหลือง แตงกวา และผลไม้อื่น ๆ
  • ผัดไทยภูเก็ต ผัดไทยจะมีเส้นใหญ่และเส้นเล็ก เครื่องปรุงจะมีแค่ไข่ไก่ ถั่วงอก กุ๋ยช่าย ผัดให้เข้ากันใส่ พริกแห้งเม็ดใหญ่บดจนละเอียดมีน้ำผสมเล็กน้อย และกระเที่ยมโคลกละเอียด ผัดรวมกันปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลนิดหน่อย บ้างร้านก็จะใส่กากหมูภูเก็ตลงไปผัดพร้อมกัน กินแกล้มกับ ถ้วงอกสด กุ๋ยช่ายสด ปลีกล้วย มะนาว
  • หมูผัดต่าวหยู้
  • หมูฮ้อง มีลักษณะคล้ายกับหมูพะโล้ แต่น้ำของหมูฮ้องจะมีลักษณะข้น การปรุงหมูฮ้องให้อร่อยจะต้องมีเครื่องเทศ โดยเฉพาะโปยกั้ก ผงพะโล้ และมีหมูเนื้อแดงติดมัน กระเทียม พริกไทย นำไปผัดให้หอม ใส่ซีอิ้วดำ ซีอิ้วขาว ใส่น้ำตั้งเคี่ยวให้หมูสุกเปื่อย บางครั้งอาจจะใส่ไข่ต้ม หรือไข่นกกระทะ น้ำของหมูฮ้องจะต้อง มีรสชาติจัด
  • แกงตู้มี้ เป็นอาหารจำพวกแกงเผ็ด และมีการนำเอาเครื่องเทศ ลูกผักชี หยี่หร่า พริกไทย ซาลาเป้า เข้ามาเป็นส่วนประกอบ และเครื่องเทศจะต้องมีการคั่วให้มีกลิ่นหอม ส่วนหอมกระเทียมก็นำมาเผา ซึ่งลักษณะการทำคล้ายกับแกงมัสหมั่นแต่การนำน้ำพริกไปผัดกะทิ จะต้องเคี่ยวให้แตกมัน จนเกือบจะเป็นขี้โล้ แล้วจึงจะใส่น้ำเปล่าลงไป เมื่อน้ำแกงเดือด จึงจะใส่ปลาลงไป โดยเฉพาะปลานั้นจะต้องเป็นปลาตัวใหญ่ และมีความสด เช่น ปลากระพงแดง - ขาว ปลามง ฯลฯ จึงปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี้บ ส่วนผักที่ใช้ใส่มีถั่วลา หรือแตงกวาก็ใช้ได้
  • ปลาชิงช้าง(ปลากะตัก)เป็นปลาที่อาศัยอยู่บริเวณทะเลระดับน้ำความลึกประมาณ ๒๐-๓๐ เมตร และตามแนวชายฝั่ง จะอาศัยอยู่กันเป็นฝูงหรือกลุ่ม มีขนาดเล็ก - กลาง - ใหญ่ มีรูปร่างกลม และแบนสีขาว หรือสีขาวแถบข้างลำตัวสีเทา จะมีมากในช่วงมรสุมตะวันออก ระหว่างเดือน ตุลาคม- เมษายน สำหรับเดือน กุมภาพันธ์ - เมษายน ช่วงฤดูวางไข่ การทำปลาชิงช้าง โดยการล้างปลาด้วยน้ำทะเล แล้วนำไปต้มให้สุกในน้ำเกลือเมื่อเย็นนำไปตากแดดจนแห้งสนิท นำไปทอด ใกล้จะเย็นโรยด้วยน้ำตาลทรายเล็กน้อย
  • ปอเปี้ยะสด (โปะเปี้ย) สำหรับปอเปี้ยสดของภูเก็ตจะแตกต่างจากจังหวัดอื่น ๆ คือ ไส้จะใช้มันแกวนำไปผัดกับหมู ซีอิ้วดำ-ขาว น้ำตาล ผัดให้น้ำขลุกขลิก วิธีห่อแป้งวางแผ่นแป้งบนเขียง ปูด้วยผักกาดหอม ถั่วงอกวางบนตักมันแกวที่ผัดแล้ว แต่งหน้าด้วยหมูแดง หมูต้ม กุ้ง ปู เต้าหู้เหลือง กากหมูเคล้าหอมเจียว ทาด้วยพริกน้ำส้ม ตีเจียว ห่อนับหัวน้ำ ๒ แล้วม้วนให้กลม
  • ผักหลักไก่ (ผักลิ้นห่าน) เป็นพืชที่ขึ้นบริเวณชายหาดริมทะเล มีมากในหน้าฝน และหน้าหนาว ใช้ส่วนใบมารับประทาน อาจรับประทานสดกับน้ำพริกต่าง ๆ หรือนำมาแกงเลียงทั้งชนิดที่ใส่กะทิ และไม่ใส่กะทิ แกงพอสุกจะอร่อย
  • ผัดกาเป๊ก เป็นกับข้าวที่ใช้รับประทานกับข้าวสวย กาเป็ก หรือเรียกอีกอย่างว่า หน่อไม้น้ำ การผัดกาเป็กให้มีรสชาติดีขึ้นอยู่กับกาเป็กมีความสด และต้นอ่อนไม่แก่จนเกินไป ส่วนประกอบในการผัดกาเป็ก จะมี เนื้อหมู, กุ้ง, เต้าหู้เหลือง ซีอิ้วขาว หอม กระเทียม และจะมีแป้งมันนิดหน่อย เพื่อให้น้ำของผักมีลักษณะข้นเล็กน้อย
  • รังนก รังนกนางแอ่นที่คนนำมารับประทาน คือ นกนางแอ่นชนิด สวอลโลว์ Swallo อยู่ทางตอนใต้ของประเทศไทย และตอนใต้ของจีน ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย รังนกที่ดีจะต้องมีสีขาวไม่มีสีเจือปน ราคาจะสูงมาก เนื่องจากการเก็บที่เสี่ยงอันตรายและมีจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่จะอยู่ตามหน้าผา และถ้ำ จะเก็บรังนกในเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม นกนางแอ่นจะสร้างรังในตอนกลางคืน เป็นรูปตัวยู เมื่อน้ำลายที่ทำรังแห้ง และแข็งตัวจะมีลักษณะคล้ายเยลาติน ชาวจีนถือว่ารังนกเป็นอาหารเสริมที่ใครได้รับประทานแล้วจะทำให้ร่างกายแข็งแรง หรือเป็นยาบำรุงกำลัง จัดเป็นอาหารที่มีคุณค่าสูง เช่นเดียวกับโสม ปลิงทะเล เขากวางอ่อน หูฉลาม รังนกเป็นอาหารที่มีโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์ ๖๐.๙๐% น้ำ ๕.๑๑% ฟอสฟอรัส ๐.๗๓% แคลเซี่ยม ๐.๘๕% และโปรตัสเซี่ยม ๐.๐๓% นิยมรังนกมาประกอบเป็นของหวานโดยนำมาตุ๋นกับน้ำตาลกรวด
  • ขนมหัวล้าน
  • ขนมเต่า (ขนมอังกู๊)ส่วนมากมีสีแดงและนิยมใช้ในวันผ่อต้อเพื่อส่งให้บรรพบุรุษเป็นพาหนะกลับสวรรค์
  • ขนมสี่ขา
  • เต้าซ้อ
  • ขนมอาโปง
  • ขนมฮวดโก้ย
  • ขนมบันเชนโก้ย
  • ขนมเจียะโก้ย ชาวภูเก็จเรียก อิ๋วจาโก้ย ชาวต่างจังหวัดเรียก ปาท่องโก๋
  • ขนมปาวล้าง ขนมที่ใช้วิธีการปิ้ง หรือ ย่างให้สุกหอม ส่วนผสมจะประกอบด้วยข้าวเหนียวซาวแช่น้ำ ๑ คืน ล้างให้สะอาดนึ่งให้สุก แล้วนำกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ คนให้ละลาย ปนกันกับข้าวเหนียวที่นึ่งขณะที่ยังร้อนอยู่ ส่วนของไส้ขนมใช้กุ้งแห้งป่นผัดในน้ำมันร้อน ใส่มะพร้าวผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำปลา และหางกะทิ ลักษณะเกือบแห้ง ห่อด้วยใบตอง ให้มีลักษณะกลมแล้วกลัดด้วยไม้กลัด นำไปปิ้งบนตะแกรงใช้เตาถ่านขนมจะมีกลิ่นหอม
  • ขนมหมี่ไทบัก
  • ขนมเกี่ยมโก้ย (ขนมถ้วยเค็ม) ขนมที่ใช้รับประทานตอนเช้า เมื่อ ๕๐ ปีที่ผ่านมา ชาวถลางจะขายขนมเกี่ยมโก้ยหน้าโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่ตอนเย็น ซึ่งในสมัยก่อนจะใช้แป้งโม่ปัจจุบันใช้แป้งข้าวเจ้าแห้ง ละลายกับน้ำเย็น น้ำร้อน ใส่เกลือลงไปนิดหน่อยนำไปนึ่งให้สุก แป้งจะมีลักษณะขาวใส และมีรอยบุ๋มตรงกลางเล็กน้อย เมื่อเย็นดีแล้วจึงโรยด้วยหอมเจียว ต้นหอม กุ้งแห้งโขลกพอหยาบแล้วนำไปผัดกับน้ำมันให้หอม รับประทานกับน้ำจิ้ม

สินค้าประจำจังหวัด [แก้]

  • ไข่มุก
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์
  • ผ้าบาติก

การศึกษา [แก้]

โรงเรียน

ระดับอุดมศึกษา

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด [แก้]

เหตุการณ์สำคัญ [แก้]

  • วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555 ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.3 ริกเตอร์ ทำให้ทั้งเกาะภูเก็ตได้รับแรงสั่นสะเทือน
  • วันที่ 18-19 เมษายน พ.ศ. 2555 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.2 ริกเตอร์ 2.2 ริกเตอร์อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
  • วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2555 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.2 ริกเตอร์เวลา 02.43 น. จุดศูนย์กลางอยู่ใน อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต[5]
  • วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 2.2 ริกเตอร์เวลา 04.07 น. และ 2.4 ริกเตอร์ 08.42 น.จุดศูนย์กลางอยู่ใน อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต[6]

เพลงประจำจังหวัด [แก้]

  • ยอดนารีศรีถลาง - ประพันธ์โดย ประสิทธิ ชิณการณ์ ทำนองโดย ประพันธ์ ทิมเทศ
  • อ้อมกอดอันดามัน
  • ภูเก็ตจ๋า
  • สดุดีย่าจันย่ามุก
  • ไข่มุกอันดามัน
  • ภูเก็ตเมืองงาม
  • หาดราไวย์
  • ของกินภูเก็ต (หรอยๆ)
  • ภูเก็ตราตรี
  • ตะวันรอนที่แหลมพรหมเทพ
  • ภูเก็ตเมืองสวรรค์
  • ภูเก็ต (สะพานรักสารสิน)
  • ยินดีที่มาเยือน
  • หาดสุรินทร์
  • สัญญาหน้าอ๊าม
  • สุดสวาทหาดภูเก็ต
  • ปลื้มภูเก็ต

สถาปัตยกรรมย่านเมืองเก่าภูเก็ต [แก้]

ซอยรมณีย์ หรือ คนภูเก็ตเรียกในภาษาจีนฮกเกี้ยนว่า อ่างอาหลาย

สถาปัตยกรรมในย่านการค้าเมืองเก่าภูเก็ตบนถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนกระบี่ ถนนพังงา ถนนเยาราช และซอยรมณีย์ รวมทั้งถนนใกล้เคียงเริ่มมีการพัฒนาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงของการล่าอาณานิคมของประเทศตะวันตกแลกะการค้าแร่ดีบุกเฟื่องฟู ในยุคนั้นภูเก็ตเป็นเมืองที่มีชาวต่างชาติทั้งจีน อินเดีย อาหรับ มาเลย์ และยุโรปเข้ามาทำการค้าและอาศัยอยุ่ เช่นเดียวกับเมืองท่าอื่น ๆ ในแหลมมลายู เช่น ปีนัง มะละกา และสิงคโปร์ การก่อสร้างและออกแบบอาคารจึงได้รับอิทธิพลจากนานาชาติไปด้วย ลักษณะของสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าในเมืองภูเก็ตอาจแบ่งได้ 3 ยุค คือ ยุคแรกประมาณช่วง พ.ศ. 2411-2443 เป็นช่วงของการเริ่มพัฒนาเมือง ยุคที่สอง พ.ศ. 2444-2475 เป็นช่วงของการผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมเอเชียกับยุโรป และยุคที่สามยุคนี้ได้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ของเมืองภูเก็ตซึ่งชาวภูเก็ตทุกคนภาคภูมิใจ และตั้งใจจะรักษาให้คงอยู่สืบไป

เมืองพี่เมืองน้อง [แก้]

อ้างอิง [แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. สำนักทะเบียนกลาง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat55.html 2556. สืบค้น 3 เมษายน 2556.
  3. กับแกล้มการเมือง, หน้า 14 เดลินิวส์ฉบับที่ 22,805: ประจำวันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555
  4. สภาพทั่วไปของจังหวัดภูเก็ต
  5. http://m.thairath.co.th/content/region/254303
  6. TAG แผ่นดินไหว

ดูเพิ่ม [แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 7°53′N 98°23′E / 7.88°N 98.38°E / 7.88; 98.38