หยาดน้ำฟ้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ในทางอุตุนิยมวิทยา หยาดน้ำฟ้า (อังกฤษ: precipitation) เป็นปรากฏการณ์ของน้ำในอากาศ (hydrometeor) ประเภทหนึ่ง ซึ่งหมายความถึงผลิตภัณฑ์ใด ๆ อันเกิดจากการควบแน่นของไอน้ำในบรรยากาศและตกลงมาด้วยอิทธิพลของแรงโน้มถ่วง[1] รูปแบบหลักของหยาดน้ำฟ้าประกอบด้วยฝนละออก (drizzle), ฝน, ฝนน้ำแข็ง (sleet), หิมะ, ลูกปรายหิมะ (graupel) และลูกเห็บ หยาดน้ำฟ้าเกิดขึ้นเมื่อบรรยากาศเหนือพื้นดินบริเวณหนึ่งอิ่มตัวด้วยไอน้ำและน้ำเกิดการควบแน่น[2] มีสองกระบวนการ ซึ่งอาจเกิดร่วมกัน ที่ทำให้อากาศอิ่มตัว คือ อากาศได้รับความเย็นหรือเพิ่มไอน้ำ โดยทั่วไป หยาดน้ำฟ้าจะตกกลับคืนสู่พื้นดิน ยกเว้นน้ำโปรยฐานเมฆ (virga) ซึ่งระเหยไปหมดก่อนตกถึงพื้น หยาดน้ำฟ้าก่อตัวขึ้นเป็นหยาดเล็กที่รวมกันโดยชนกับหยดฝนหรือผลึกน้ำแข็งอื่นภายในเมฆ หยดฝนที่ตกลงมานั้นมีขนาดแตกต่างกันตั้งแต่รูปทรงคล้ายแพนเค้กกลมแป้นสำหรับหยดขนาดใหญ่ ถึงทรงกลมเล็กสำหรับหยดขนาดเล็ก ไม่เหมือนกับหยดฝน เกล็ดหิมะ (snowflake) มีหลายรูปทรงและแบบ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้นของอากาศที่เกล็ดหิมะเคลื่อนผ่านก่อนตกสู่พื้น ขณะที่หิมะและลูกปรายหิมะจะเกิดเฉพาะเมื่ออุณหภูมิใกล้ผิวดินใกล้หรือใต้จุดเยือกแข็งของน้ำ ลูกเห็บสามารถเกิดขึ้นในเขตอุณหภูมิอบอุ่นได้จากกระบวนการก่อตัว

ความชื้นเหนือแนวปะทะ (weather front) เป็นวิธีการหลักทั้งหมดในการเกิดหยาดน้ำฟ้า หากมีความชื้นเพียงพอและมีการเคลื่อนที่ขึ้น หยาดน้ำฟ้าจะตกจากมวลอากาศร้อนขึ้นทางแนวดิ่ง (convective cloud) อาทิ คิวมูโลนิมบัส และสามารถก่อตัวเป็นบริเวณแถบฝนแคบ ๆ ได้ ที่ใดซึ่งมีแหล่งน้ำค่อนข้างอุ่นอยู่ ตัวอย่างเช่นจากการระเหยของน้ำจากทะเลสาบ หิมะที่เกิดจากทะเลสาบ (lake-effect snowfall) เกิดขึ้นตามทิศทางลมของทะเลสาบอุ่นภายในการเคลื่อนที่ของอากาศแบบพัดหมุนวนทวนเข็มนาฬิกา (cyclonic flow) ที่เย็น รอบด้านหลังของพายุหมุนนอกเขตร้อน หิมะที่เกิดจากทะเลสาบสามารถตกหนักในพื้นที่หนึ่ง ๆ ได้

อ้างอิง [แก้]

  1. "Precipitation". Glossary of Meteorology. American Meteorological Society. 2009. สืบค้นเมื่อ 2009-01-02. 
  2. The Weather World 2010 Project (1999). "Precipitation: hail, rain, freezing rain, sleet and snow". University of Illinois. สืบค้นเมื่อ 2009-01-02.