แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง
-
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ บ้านเชียง
| แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง * | |
|---|---|
แผ่นจารึกมรดกโลกในแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง |
|
| ประเทศ | ราชอาณาจักรไทย |
| ประเภท | มรดกทางวัฒนธรรม |
| เกณฑ์พิจารณา | (iii) |
| ประวัติการจดทะเบียน | |
| จดทะเบียน | 2535 (คณะกรรมการสมัยที่ 16) |
| * ชื่อตามที่ได้จดทะเบียนในบัญชีมรดกโลก ** ภูมิภาคที่จัดแบ่งโดยยูเนสโก |
|
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง[1] เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญแห่งหนึ่ง อยู่ที่อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ที่ทำให้รับรู้ถึงการดำรงชีวิตในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปกว่า 5,000 ปี
ร่องรอยของมนุษย์ในประเทศไทยสมัยดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่มีพัฒนาการแล้วในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านความรู้ความสามารถหรือภูมิปัญญา อันเป็นเครื่องมือสำหรับช่วยให้ผู้คนเหล่านั้นสามารถดำรงชีวิตและสร้างสังคม-วัฒนธรรมของมนุษย์ได้สืบเนื่องต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน วัฒนธรรมบ้านเชียงได้ครอบคลุมถึงแหล่งโบราณคดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกกว่าร้อยแห่ง ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ที่มีมนุษย์อยู่อาศัยหนาแน่นมาตั้งแต่หลายพันปีแล้ว ด้วยเหตุนี้เององค์การยูเนสโกของสหประชาชาติจึงได้ยอมรับขึ้นบัญชีแหล่งวัฒนธรรมบ้านเชียงไว้เป็นแห่งหนึ่งในบรรดามรดกโลก
เนื้อหา |
[แก้] เครื่องมือและอุปกรณ์ยุคโยราณ
[แก้] ศิลปะเครื่องปั้นดินเผา
ศิลปะเครื่องปั้นดินเผา ของบ้านเชียงนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ยุค ได้แก่
- ภาชนะดินเผาสมัยต้น อายุ 5,600-3,000 ปี มีลายเชือกทาบ ซึ่งคาดกันว่าเป็นปอกัญชา ทั้งยังมีลายขูดขีด และมีการเขียนสีบ่า โดยพบวางคู่กับโครงกระดูก บางใบใช้บรรจุศพเด็กด้วย
- ภาชนะดินเผาสมัยกลาง อายุ 3,000 ปี-2,300 ปี สมัยนี้เป็นสมัยที่เริ่มมีการขีดทาสีแดงแล้ว
- ภาชนะดินเผาสมัยปลาย อายุ 2,300 ปี-1,800 ปี เป็นยุคที่มีลวดลายที่สวยงามที่สุด ลวดลายพิสดาร สะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคมที่สงบสุข ก่อนที่จะกลายมาเป็นการเคลือบน้ำโคลนสีแดงขัดมัน
[แก้] สำริด
ชาวบ้านเชียงโบราณนิยมทำเครื่องมือเครื่องใช้ และเครื่องประดับจากสำริดในระยะแรก ก่อนที่จะรู้จักใช้เหล็ก ชาวโพลีนีเซียมีหลักฐานว่านิยมใช้สำริดเช่นกัน ใช้ทำเป็นกลองมโหระทึก
[แก้] มรดกโลก
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงได้จดทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2535 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 16 ที่เมืองแซนตาเฟ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยผ่านข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลก ดังนี้
- (iii) - เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
[แก้] พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง เป็นพิพิธภัณฑ์ แหล่งหนึ่งที่สำคัญที่เก็บรักษาศิลปะเครื่องปั้นดินเผาของบ้านเชียง[2] ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมได้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ตั้งอยู่ในจังหวัดอุดรธานี[3]
[แก้] การเดินทาง
| ยุคก่อนประวัติศาสตร์ | |||||
| บ้านเชียง ประมาณ 2500 ก่อน พ.ศ. | |||||
| บ้านเก่า ประมาณ 2000 ก่อน พ.ศ. | |||||
| ยุคอาณาจักร | |||||
| สุวรรณภูมิ ก่อนพุทธศตวรรษที่ 3-5 |
|||||
| โจฬะ พุทธศตวรรษที่ 2-17 |
|||||
| สุวรรณโคมคำ พศว. 4-5 |
|||||
| ทวารวดี-นครชัยศรี ประมาณ พุทธศตวรรษที่ 5-15 |
|||||
| โยนกนาคพันธุ์ 638-1088 |
|||||
| คันธุลี 994-1202 |
เวียงปรึกษา 1090-1181 |
||||
| ศรีวิชัย 1202-1758 |
ละโว้ 1191 -1470 |
หิรัญเงินยางฯ 1181 - 1805 |
|||
| หริภุญชัย 1206-1835 |
|||||
| สงครามสามนคร พ.ศ. 1467-1470 | |||||
| สุพรรณภูมิ ละโว้ ตามพรลิงค์ |
|||||
| พริบพรี นครศรีธรรมราช |
สุโขทัย 1792-1981 |
พะเยา 1190-2011 |
เชียงราย 1805-1835 |
||
| ล้านนา 1835-2101 |
|||||
| อยุธยา (1) | |||||
| พ.ศ. 1893-2112 | |||||
| สค.ตะเบ็งชเวตี้ | |||||
| สค.ช้างเผือก เสียกรุงครั้งที่ 1 พ.ศ. 2112 |
พิษณุโลก 2106-2112 |
ล้านนาของพม่า 2101-2317 |
|||
| กรุงศรีอยุธยา (2) พ.ศ. 2112-2310 |
|||||
| เสียกรุงครั้งที่ 2 | |||||
| สภาพจลาจล | |||||
| กรุงธนบุรี พ.ศ. 2310-2325 |
ล้านนาของสยาม พ.ศ. 2317-2442 นครเชียงใหม่ |
||||
| กรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2325-ปัจจุบัน สงครามเก้าทัพ อานามสยามยุทธ การเสียดินแดน มณฑลเทศาภิบาล สงครามโลก: ครั้งที่ 1 - ครั้งที่ 2 |
|||||
| ยุครัฐประชาชาติ | |||||
| ประเทศไทย ปฏิวัติ พ.ศ. 2475 เปลี่ยนแปลงชื่อประเทศ |
สหรัฐไทยเดิม พ.ศ. 2485-2489 |
||||
การเดินทางไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง สามารถขับรถตามเส้นทางหมายเลข 22 เส้นอุดรธานี-สกลนคร ตรงกิโลเมตรที่ 50 ก็จะถึงปากทางเข้าบ้านปูลู จะเห็นป้ายบอกทางไปพิพิธภัณฑ์ทางด้านซ้ายมือ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2225 อีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง[4]
[แก้] อ้างอิง
- ^ http://www.udonthani.com/banchiang.htm
- ^ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=naomichankuro-bara&date=20-08-2009&group=2&gblog=182
- ^ http://www.thailandmuseum.com/banchiang/history.htm
- ^ http://www.ezytrip.com/Thailand/th/NorthEast/UdonThani/NongHan/BanChiangArchaeologicalSite/BanChiangArchaeologicalSite.htm
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
|
||||||||||||||||||||

