เครื่องราชอิสริยาภรณ์วัลลภาภรณ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
เครื่องราชอิสริยาภรณ์วัลลภาภรณ์
Orde van Vallabhabhorn Thailand 1911.jpg
เครื่องราชอิสริยาภรณ์วัลลภาภรณ์
ฝ่ายหน้า
อักษรย่อ ว.ภ.
ประเทศ ไทย ประเทศไทย
ข้อมูลทั่วไป
วันสถาปนา 22 มีนาคม พ.ศ. 2461
ผู้สถาปนา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ประธาน พระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย
ประเภท ฝ่ายหน้า : ดวงตราห้อยแพรแถบ
ฝ่ายใน : แถบแพรจะผูกเป็นเงื่อนหูกระต่าย
ผู้สมควรได้รับ ข้าราชการ (พระราชทานตามอัธยาศัย)
มอบเพื่อ เชิดชูเกียรติคุณแก่ข้าราชการผู้ที่ตั้งใจรับราชการสนองพระเดชพระคุณด้วยความจงรักภักดีและมีความซื่อสัตย์สุจริตตลอดมา
สถิติการมอบ
จำนวนสำรับ ไม่จำกัดจำนวน
ลำดับเกียรติ
สูงกว่า เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี
ชั้นที่ 3 (โยธิน)
รองมา เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า
ชั้นตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
หมายเหตุ ปัจจุบัน พ้นสมัยการพระราชทานแล้ว

เครื่องราชอิสริยาภรณ์วัลลภาภรณ์ หรือ ตราวัลลภาภรณ์ (อังกฤษ: The Vallabhabhorn Order) เรียกโดยย่อว่า "ว.ภ." เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นบำเหน็จในพระองค์ ที่สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2461 พระราชทานให้แก่ผู้มีหน้าที่อยู่ประจำใกล้ชิดพรองค์ในพระราชสำนัก โดยตั้งใจรับราชการด้วยความจงรักภักดี ซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่พอพระราชหฤทัย โดยพระราชทานให้ทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน เครื่องราชอิสริยาภรณ์วัลลภาภรณ์จัดเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่มีลำดับเกียรติเป็นลำดับที่ 20 ของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย[1] ปัจจุบัน พ้นสมัยพระราชทานแล้ว

ประวัติ[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์วัลลภาภรณ์ เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระราชปรารภว่า ตราวชิรมาลา ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นสำหรับพระราชทานผู้รับราชการสนองพระเดชพระคุณมีความดีความชอบเฉพาะพระองค์นั้น บางคนเป็นผู้ที่มีหน้าที่ประจำอยู่นอกพระราชสำนัก และได้รับใช้ราชการชั่วคราว แต่คนที่อยู่รับใช้ใกล้ชิดพระองค์ภายในพระราชสำนักและตั้งใจสนองพระเดชพระคุณด้วยความจงรักภักดี ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่พอพระราชหฤทัยนั้น ก็สมควรจะมีเครื่องราชอิสริยาภรณ์พระราชทานให้สมกับความดีความชอบนอกเหนือจาก ตราวชิรมาลา โดยพระราชทานนามว่า "ตราวัลลภาภรณ์"

ในระยะแรกนั้น พระองค์พระราชทานตราวัลลภาภรณ์ให้แก่พระราชวงศ์และข้าราชการฝ่ายหน้าทั้งสิ้น ต่อมา พระองค์ทรงพระราชคำนึงความดีความชอบของฝ่ายในที่สมควรได้รับพระราชทานตรานี้เช่นกัน ดังนั้น พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี (พระยศขณะนั้น) ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะทรงพระดำริห์ว่า ฝ่ายในผู้ใดเป็นผู้สมควรจะได้รับพระราชทานตราวัลลภาภรณ์ชนิดสำหรับฝ่ายใน ก็สุดแล้วแต่พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวีจะทรงเห็นเป็นการสมควรและทรงประทานได้[2]

ต่อมา เมื่อพระองค์ทรงถอนหมั้นกับพระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวีแล้ว พระองค์ก็ถอนสิทธิที่ให้พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวีทรงประทานตราวัลลภาภรณ์แก่ฝ่ายหน้าได้ลงด้วย โดยพระองค์มีพระราชดำริที่จะพระราชทานด้วยพระองค์เอง หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระราชินีทรงถือสิทธินั้นสนองพระองค์ ก็สุดแล้วแต่พระองค์จะทรงพระราชดำริเห็นสมควร[3]

ลักษณะของเครื่องราชอิสริยาภรณ์วัลลภาภรณ์[แก้]

ตราวัลลภาภรณ์ มีลักษณะเป็นเรือนเงิน ทำเป็นรูปกลีบดอกบัวแหลมยื่นออกมาสี่แฉก ในแฉกหนึ่ง ๆ จำหลักเป็นลายกลีบซ้อนกันสองกลีบ มีเกสรจำหลักโปร่งแทรกสี่ทิศสลับกับกลีบบัวแฉก ด้านหน้ามีอักษรพระบรมนามาภิไธย ร.ร. กับ เลข ๖ หมายความว่า สมเด็จพระรามราชาธิบดี รัชกาลที่ 6 จำหลักเป็นเพชรโสร่งประดับลอยเด่นอยู่ในวงกลมกลางดวงตรา ด้านหลังเป็นรูปวชิราวุธดุลลอยขึ้นมาจากพื้นเงินเกลี้ยง ห้อยแพรแถบสีครามแก่ มีริ้วขาวริ้วแดงเป็นลวดอยู่ริม เหมือนแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมหาวชิรมงกุฎ สำหรับประดับเสื้อที่อกข้างซ้าย[4]

ส่วนเครื่องราชอิสริยาภรณ์วัลลภาภรณ์สำหรับพระราชทานฝ่ายในนั้น แถบแพรจะผูกเป็นเงื่อนหูกระต่ายเช่นเดียวกับเงื่อนของเหรียญรัตนาภรณ์สำหรับพระราชทานฝ่ายใน[2]

ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์วัลลภาภรณ์[แก้]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ได้ตามพระราชประสงค์ แต่จะพระราชทานสำหรับผู้ที่ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณประจำอยู่ในพระราชสำนัก โดยห้ามมิให้ผู้ใดกราบบังคมทูลขอพระราชทานเพื่อตนเองหรือกราบบังคมทูลแนะนำเพื่อพระราชทานแก่ผู้อื่นเป็นอันขาด

ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ จะได้รับการประกาศนามในราชกิจจานุเบกษาด้วย[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ลำดับเกียรติเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย, เล่ม ๑๑๐, ตอน ๒๙ง ฉบับพิเศษ, ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖, หน้า ๑
  2. 2.0 2.1 ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เพิ่มเติมข้อความในพระราชบัญญัติตราวัลละภาภรณ์ พ.ศ. ๒๔๖๑, เล่ม ๓๗, ตอน ๐ก, ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๓, หน้า ๓๔๕
  3. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ถอนสิทธิที่พระราชทานไว้แก่พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี, เล่ม ๓๗, ตอน ๐ก, ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๓, หน้า ๔๓๗
  4. 4.0 4.1 ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติตราวัลละภาภรณ์, เล่ม ๓๕, ตอน ๐ ก, ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๑, หน้า ๔๑๓

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ชื่อลิงก์