อาณาจักรเชียงรุ่ง
บทความนี้อาจขยายความได้โดยการแปลบทความที่ตรงกันในภาษาอังกฤษ (พฤษภาคม 2024) คลิกที่ [ขยาย] เพื่อศึกษาแนวทางการแปล
|
อาณาจักรหอคำเชียงรุ่ง เมืองลื้อ, สิบสองปันนา | |||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ค.ศ. 1180–ค.ศ. 1950 | |||||||||
แผนที่ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 รวมกลุ่มรัฐฉานของจีน | |||||||||
| สถานะ | ถู่ซือของราชวงศ์หยวน, ราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิง ประเทศราชของราชวงศ์ตองอูและราชวงศ์โก้นบอง | ||||||||
| เมืองหลวง | เชียงล้าน (1190–1458) เชียงรุ่ง (1458–1950) | ||||||||
| ประวัติศาสตร์ | |||||||||
• สถาปนารัฐเชียงรุ่ง | ค.ศ. 1180 | ||||||||
• ราชวงศ์หยวนยึดครองเชียงรุ่ง | ค.ศ. 1292 | ||||||||
• เชียงรุ่งยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนอง | ค.ศ. 1563 | ||||||||
• ผนวกโดยประเทศจีน | ค.ศ. 1950 | ||||||||
| |||||||||
| ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ | ประเทศจีนและประเทศลาว | ||||||||
อาณาจักรเชียงรุ่ง (จีน: 車裏[1]) หรืออาณาจักรหอคำเชียงรุ่ง (ไทลื้อ: ᦵᦋᧂᦣᦳᧂᧈ; ลาว: ອານາຈັກຮໍຄຳຊຽງຮຸ່ງ; พม่า: ဇာတ်လမ်း၏ အဓိပ္ပါယ်) คือ อาณาจักรที่เคยตั้งอยู่ในเขตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน
ขนาด และ เขตการปกครอง
[แก้]อาณาจักรหอคำเชียงรุ่ง หรือ อาณาจักรเชียงรุ่ง เป็นอาณาจักรที่เคยทรงอำนาจมากในเขตประเทศจีนตอนใต้ ทั้งยังขยายอิทธิพลไปตีเอาเมืองใกล้เคียง เช่น
- เมืองเชียงตุง ของชาว ไทขึน หรือ ไทเขิน
- เมืองบางเมืองของอาณาจักรล้านช้าง
- เมืองแถง หรือ เมืองเดียนเบียนฟู ของชาวไทดำ
- เมืองเวียงคำแถนอาณาจักรภูแถนหลวง
มีวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นของตนเอง ใกล้เคียงกับวัฒนธรรมของพม่า ล้านนา สยาม ลาว และ เวียดนาม โดยแบ่งระบบการปกครองเป็น 12 พันนา 12000 พันนา หรือ 12 เขตการปกครอง โดยแต่ละเมือง จะมีเมืองเล็ก ๆ หลาย ๆ เมือง มารวมกันอยู่เมืองใหญ่ หรือ พันนา พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ การปกครองแบบ สหพันธรัฐ และมีเมืองหลวงอยู่ที่ เมืองเชียงรุ่ง การแบ่งเช่นนี้ก็เพราะว่า ความสะดวกในการปกครองและการเก็บส่วยอากร เก็บเครื่องบรรณาการส่งไปยังเชียงรุ่งซึ่งเป็นเมืองหลวง
ที่จริงการแบ่งเขตแบบพันนานี้ นิยมใช้ในภูมิภาคแถว ๆ นั้น ลงมาจนถึงดินแดนล้านนา อีกอาณาจักรหนึ่งที่เป็นที่รู้จักก็คือ แคว้นสิบสองจุไทย ของชาวไทดำ ในอาณาจักรล้านนานั้นก็เช่นเดียว โดยจะเห็นได้จากตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ซึ่งกล่าวถึงเขตแดนของเมืองเชียงแสนที่สร้างขึ้น บริเวณเมืองเงินยางเดิมโดยพญาแสนภู พระราชนัดดาของ พระยามังรายมหาราช เมื่อปี พ.ศ. 1871 ตอนหนึ่งว่า "ดังมักแคว้นเขตแดนเมืองเชียงแสนทั้งเมือง มี 32 พันนาแล"
หลังจากนั้น อาณาจักรนี้ก็ถูกโจมตี จนอาณาจักรหอคำเชียงรุ่งล่มสลาย กลายเป็นแคว้นสิบสองปันนา
รายพระนามเจ้าแผ่นดินเชียงรุ่ง
[แก้]ผู้ปกครองอาณาจักรเชียงรุ่งถือครองบรรดาศักดิ์ เจ้าแผ่นดิน[2]
| พระนามในภาษาไทลื้อ[2] | พระนามในภาษาจีน[2] | รัชสมัยตามหลี่ ฝูอี (1947)[4] | รัชสมัยตามเกา ลี่ชื่อ (1984)[5] | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| พญาเจือง | Ba Zhen | 1180–1192 | 1159–1180 | |
| สามไค้เนือง | Tao Kangleng | 1192–1211 | 1180–1201 | |
| อ้ายพูง | Tao Beng | 1211–1234 | 1201–1206 | |
| ท้าวรุ่งแก่นชาย | Tao Long Jian Zai | 1234–1257 | 1206–1227 | พระอัยกา (ตา) ในพญามังราย[6] |
| ท้าวแรงหลวง | Dao Lianglong | 1257–1273 | 1228–1254 | |
| ท้าวพูวาก | Dao Buwa | 1273–1287 | 1255–1269 | |
| ยี่เพียงลากซาย | Yi Bing La Sai | – | 1270–1271 | พระอนุชาในท้าวพูวาก |
| เจ้าไอ่ | Dao Ai | 1287–1347 | 1271–1311 | |
| เจ้าคานเมือง | Dao Kan | 1347–1391 | 1312–1350 | |
| ท้าวสิดาคำ | Dao Xianda | 1391–1413 | 1350–1430 | |
| ท้าวกุมมาร | Dao Gongman | – | 1430–1432 | พระอนุชาในท้าวสิดาคำ |
| ท้าวกือเมือง | Dao Gengmeng | 1413–1415 | 1433–1436 | |
| ท้าวสองเมือง | Dao Shuangmeng | 2 ½ เดือน | ระหว่าง 1436 ถึง 1439 | พระอนุชาในท้าวบากอง |
| ท้าวบากอง | Dao Bagong | – | 1439–1441 | พระโอรสในท้าวกือเมือง |
| ท้าวคำเทียด | Dao Dian หรือ Dao Khangliang | 1417–1428 | 1442–1445 | ถูกโต้แย้งว่า ดำรงตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนท้าวบากอง และมิได้อาบน้ำพุทธาภิเษก จึงไม่ควรนับเป็นเจ้าแสนหวี[3] |
| เสือล่วงฟ้า | She Longfa | 1428–1457 | 1446–1466 | พระภาติยะ (ลูกของน้องชาย) ในท้าวสิดาคำ, ปกครองร่วมกับท้าวสองเมือง |
| ท้าวปราแสง | Dao Baxian | 2 เดือนใน ค.ศ. 1457 | 5 เดือนใน ค.ศ. 1466 | |
| ท้าวสามพ่อลือไท | San Bao Lidai | 1457–1497 | 1467–1490 | พระอนุชาในท้าวสองเมือง |
| สามไค้เนือง | San Kaileng | 1497–1502 | 1491–1495 | |
| เจ้าคานเมือง | Zhao Kan | 1502–1523 | 1496–1518 | พระภาติยะ (ลูกของน้องชาย) ในสามไค้เนือง |
| เจ้าศรีสมภาร | Zhao Sili Songban | 1523–1530 | 1518–1539 | |
| เจ้าอุ่นเมือง | Dao Nuomeng | 1530–1568 | 1539–1567 | |
| เจ้าศรีสุนันทา | Zhao Sili Sunanda | 6 เดือนใน ค.ศ. 1568 | 6 เดือนใน ค.ศ. 1568 | |
| เจ้าอิ่นเมือง | Dao Yingmeng | 1569–1598 | 1569–1578 | พระอนุชาในเจ้าศรีสุนันทา |
| เจ้าหน่อเมือง | Dao Yunmeng | 1598–1628 | 1584–1602 | |
| เจ้าศรีสุธรรมา | Zhao Shili Sutanma | 1628–1639 | 1603–1620 | |
| เจ้าหม่อมคำลือ | Zhao Kangle | 1639–1669 | 1621–1634 | |
| เจ้าหม่อมท้าว | Dao Mudao | – | 1634–1641 | พระอนุชาในเจ้าหม่อมท้าว |
| เจ้าหน่อเมือง | Dao Nuomeng | 1669–1681 | 1642–1655 | พระโอรสในเจ้าหม่อมคำลือ |
| เจ้าเมืองท้าว | Dao Mengtao | 1681–1684 | 1655–1668/1669 | พระโอรสในเจ้าหม่อมท้าว |
| เจ้าแพงเมือง | Dao Bianmeng | 1684–1724 | 1670–1697/1698 | |
| เท่าชิ่นเพา | Dao Jinbao | 1724–1729 | 1698–1707 | |
| เท่าเส่าวิ้น | Dao Shaowen | 1729–1767 | 1707–1730 | พระอนุชาในเท่าชิ่นเพา |
| เท่าวุ้ยภิ้น | Dao Weiping | 1767–1777 | 1730–1745 | |
| เจ้าหม่อมสุวรรณ | Dao Shiwan | 1777–1796 | 1746–1763 | พระอนุชาในเท่าวุ้ยภิ้น |
| เจ้าหม่อมมหาวงศ์ | Dao Taihe | 1797–1802 | 1764–1770 | |
| เจ้าจัน (เท่ายูงค้อ) | Dao Yonghe | – | 1770–1779 | |
| เจ้ามหาน้อย | Dao Shengwu | 1802–1833 | – | |
| เจ้าหม่อมมหาวัง | Dao Taikang | – | 1780–1785 (ในฐานะ อุปราช)
1786–1809 |
ถูกโต้แย้งว่า ดำรงตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนเจ้ามหาน้อย จึงไม่ควรนับเป็นเจ้าแสนหวี[3] |
| เจ้าหม่อมสุชาวรรณ | Dao Zhengzong | 1834–1864 | 1788–1818 | |
| เจ้าหม่อมส้อ | Dao Jun'an | – | 1863–1879 | พระภาติยะ (ลูกของน้องชาย) ในเจ้าหม่อมสุชาวรรณราชบุตร |
| เจ้าหม่อมแสง | Dao Taikang หรือ Dao Bingfu | – | 1880–1883 | ถูกโต้แย้งว่า ชิงบัลลังก์โดยมิได้มีราชโองการจากจักรพรรดิจีน จึงไม่ควรนับเป็นเจ้าแสนหวี[3] |
| เจ้าหม่อมคำลือ | Dao Cheng'en | – | 1884–1924 | |
| เจ้าหม่อมสุวรรณปราคราง | Dao Dongliang | – | 1927–1943 | |
| เจ้าหม่อมคำลือ | เตา ชื่อซฺวิน | – | 1947–1950 | พระภาติยะ (ลูกของน้องชาย) ในเจ้าหม่อมสุวรรณปราคราง |
| ยกเลิกตำแหน่งเจ้าฟ้า (1950) | ||||
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "卷三百十五 列傳第二百〇三 雲南土司三" [Volume 315 Biographies 203: Yunnan Tribal Headmen 3], 明史 [History of Ming], สืบค้นเมื่อ 2024-05-13
- 1 2 3 Liew-Herres, Foon Ming. "Intra-dynastic and Inter-Tai Conflicts in the Old Kingdom of Moeng Lü in Southern Yunnan". SOAS Bulletin of Burma Research Volume 5, Parts 1 & 2: 52–112.
- 1 2 3 4 เท่าค่องแซ้ง; อ้ายคำ; วิชาศิลป์, เรณู, บ.ก. (1998), เชื้อเครือเจ้าแสนหวี ๑๒ พันนา, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, OCLC 1281314778, สืบค้นเมื่อ 2024-05-13
- ↑ Li Fuyi 李拂一. Leshi 泐史 (History of Moeng Lü), Kunming: Wenjian shuju, 1947. Translated into English by Liew Foon Ming. In manuscript.
- ↑ Gao Lishi 高力士. "Xishuang Banna zhao pianling sishisi shi shimo a 西雙版納召片領四十四世始末" [The history of Forty-four reigns of Cao Phaendin of Sipsòng Panna] (Yunnan: Minzu diaocha yanjiu, No. 2, 1984): pp. 102-131. Translated into English by Liew Foon Ming. In manuscript.
- ↑ สำนักนายกรัฐมนตรี, คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์, บ.ก. (1971), ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ [Tamnan Phuen Mueang Chiang Mai] (PDF), แปลโดย โชติสุขรัตน์, สงวน, พระนคร: สำนักนายกรัฐมนตรี, pp. 8–9, สืบค้นเมื่อ 2024-05-13