ข้ามไปเนื้อหา

อาณาจักรเชียงรุ่ง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก อาณาจักรหอคำเชียงรุ่ง)
อาณาจักรหอคำเชียงรุ่ง
เมืองลื้อ, สิบสองปันนา
景隴金殿國
ค.ศ. 1180–ค.ศ. 1950
ตราของเชียงรุ่ง
ตรา
แผนที่ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 รวมกลุ่มรัฐฉานของจีน
แผนที่ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 รวมกลุ่มรัฐฉานของจีน
สถานะถู่ซือของราชวงศ์หยวน, ราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิง
ประเทศราชของราชวงศ์ตองอูและราชวงศ์โก้นบอง
เมืองหลวงเชียงล้าน (1190–1458)
เชียงรุ่ง (1458–1950)
ประวัติศาสตร์ 
 สถาปนารัฐเชียงรุ่ง
ค.ศ. 1180
 ราชวงศ์หยวนยึดครองเชียงรุ่ง
ค.ศ. 1292
 เชียงรุ่งยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนอง
ค.ศ. 1563
 ผนวกโดยประเทศจีน
ค.ศ. 1950
ถัดไป
รัฐเชียงแขง
จังหวัดปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนและประเทศลาว

อาณาจักรเชียงรุ่ง (จีน: 車裏[1]) หรืออาณาจักรหอคำเชียงรุ่ง (ไทลื้อ: ᦵᦋᧂᦣᦳᧂᧈ; ลาว: ອານາຈັກຮໍຄຳຊຽງຮຸ່ງ; พม่า: ဇာတ်လမ်း၏ အဓိပ္ပါယ်) คือ อาณาจักรที่เคยตั้งอยู่ในเขตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน

ขนาด และ เขตการปกครอง

[แก้]

อาณาจักรหอคำเชียงรุ่ง หรือ อาณาจักรเชียงรุ่ง เป็นอาณาจักรที่เคยทรงอำนาจมากในเขตประเทศจีนตอนใต้ ทั้งยังขยายอิทธิพลไปตีเอาเมืองใกล้เคียง เช่น

มีวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นของตนเอง ใกล้เคียงกับวัฒนธรรมของพม่า ล้านนา สยาม ลาว และ เวียดนาม โดยแบ่งระบบการปกครองเป็น 12 พันนา 12000 พันนา หรือ 12 เขตการปกครอง โดยแต่ละเมือง จะมีเมืองเล็ก ๆ หลาย ๆ เมือง มารวมกันอยู่เมืองใหญ่ หรือ พันนา พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ การปกครองแบบ สหพันธรัฐ และมีเมืองหลวงอยู่ที่ เมืองเชียงรุ่ง การแบ่งเช่นนี้ก็เพราะว่า ความสะดวกในการปกครองและการเก็บส่วยอากร เก็บเครื่องบรรณาการส่งไปยังเชียงรุ่งซึ่งเป็นเมืองหลวง

ที่จริงการแบ่งเขตแบบพันนานี้ นิยมใช้ในภูมิภาคแถว ๆ นั้น ลงมาจนถึงดินแดนล้านนา อีกอาณาจักรหนึ่งที่เป็นที่รู้จักก็คือ แคว้นสิบสองจุไทย ของชาวไทดำ ในอาณาจักรล้านนานั้นก็เช่นเดียว โดยจะเห็นได้จากตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ซึ่งกล่าวถึงเขตแดนของเมืองเชียงแสนที่สร้างขึ้น บริเวณเมืองเงินยางเดิมโดยพญาแสนภู พระราชนัดดาของ พระยามังรายมหาราช เมื่อปี พ.ศ. 1871 ตอนหนึ่งว่า "ดังมักแคว้นเขตแดนเมืองเชียงแสนทั้งเมือง มี 32 พันนาแล"

หลังจากนั้น อาณาจักรนี้ก็ถูกโจมตี จนอาณาจักรหอคำเชียงรุ่งล่มสลาย กลายเป็นแคว้นสิบสองปันนา

รายพระนามเจ้าแผ่นดินเชียงรุ่ง

[แก้]

ผู้ปกครองอาณาจักรเชียงรุ่งถือครองบรรดาศักดิ์ เจ้าแผ่นดิน[2]

เจ้าแผ่นดินแห่งเชียงรุ่ง[3]
พระนามในภาษาไทลื้อ[2] พระนามในภาษาจีน[2] รัชสมัยตามหลี่ ฝูอี (1947)[4] รัชสมัยตามเกา ลี่ชื่อ (1984)[5] หมายเหตุ
พญาเจือง Ba Zhen 1180–1192 1159–1180
สามไค้เนือง Tao Kangleng 1192–1211 1180–1201
อ้ายพูง Tao Beng 1211–1234 1201–1206
ท้าวรุ่งแก่นชาย Tao Long Jian Zai 1234–1257 1206–1227 พระอัยกา (ตา) ในพญามังราย[6]
ท้าวแรงหลวง Dao Lianglong 1257–1273 1228–1254
ท้าวพูวาก Dao Buwa 1273–1287 1255–1269
ยี่เพียงลากซาย Yi Bing La Sai 1270–1271 พระอนุชาในท้าวพูวาก
เจ้าไอ่ Dao Ai 1287–1347 1271–1311
เจ้าคานเมือง Dao Kan 1347–1391 1312–1350
ท้าวสิดาคำ Dao Xianda 1391–1413 1350–1430
ท้าวกุมมาร Dao Gongman 1430–1432 พระอนุชาในท้าวสิดาคำ
ท้าวกือเมือง Dao Gengmeng 1413–1415 1433–1436
ท้าวสองเมือง Dao Shuangmeng 2 ½ เดือน ระหว่าง 1436 ถึง 1439 พระอนุชาในท้าวบากอง
ท้าวบากอง Dao Bagong 1439–1441 พระโอรสในท้าวกือเมือง
ท้าวคำเทียด Dao Dian หรือ Dao Khangliang 1417–1428 1442–1445 ถูกโต้แย้งว่า ดำรงตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนท้าวบากอง และมิได้อาบน้ำพุทธาภิเษก จึงไม่ควรนับเป็นเจ้าแสนหวี[3]
เสือล่วงฟ้า She Longfa 1428–1457 1446–1466 พระภาติยะ (ลูกของน้องชาย) ในท้าวสิดาคำ, ปกครองร่วมกับท้าวสองเมือง
ท้าวปราแสง Dao Baxian 2 เดือนใน ค.ศ. 1457 5 เดือนใน ค.ศ. 1466
ท้าวสามพ่อลือไท San Bao Lidai 1457–1497 1467–1490 พระอนุชาในท้าวสองเมือง
สามไค้เนือง San Kaileng 1497–1502 1491–1495
เจ้าคานเมือง Zhao Kan 1502–1523 1496–1518 พระภาติยะ (ลูกของน้องชาย) ในสามไค้เนือง
เจ้าศรีสมภาร Zhao Sili Songban 1523–1530 1518–1539
เจ้าอุ่นเมือง Dao Nuomeng 1530–1568 1539–1567
เจ้าศรีสุนันทา Zhao Sili Sunanda 6 เดือนใน ค.ศ. 1568 6 เดือนใน ค.ศ. 1568
เจ้าอิ่นเมือง Dao Yingmeng 1569–1598 1569–1578 พระอนุชาในเจ้าศรีสุนันทา
เจ้าหน่อเมือง Dao Yunmeng 1598–1628 1584–1602
เจ้าศรีสุธรรมา Zhao Shili Sutanma 1628–1639 1603–1620
เจ้าหม่อมคำลือ Zhao Kangle 1639–1669 1621–1634
เจ้าหม่อมท้าว Dao Mudao 1634–1641 พระอนุชาในเจ้าหม่อมท้าว
เจ้าหน่อเมือง Dao Nuomeng 1669–1681 1642–1655 พระโอรสในเจ้าหม่อมคำลือ
เจ้าเมืองท้าว Dao Mengtao 1681–1684 1655–1668/1669 พระโอรสในเจ้าหม่อมท้าว
เจ้าแพงเมือง Dao Bianmeng 1684–1724 1670–1697/1698
เท่าชิ่นเพา Dao Jinbao 1724–1729 1698–1707
เท่าเส่าวิ้น Dao Shaowen 1729–1767 1707–1730 พระอนุชาในเท่าชิ่นเพา
เท่าวุ้ยภิ้น Dao Weiping 1767–1777 1730–1745
เจ้าหม่อมสุวรรณ Dao Shiwan 1777–1796 1746–1763 พระอนุชาในเท่าวุ้ยภิ้น
เจ้าหม่อมมหาวงศ์ Dao Taihe 1797–1802 1764–1770
เจ้าจัน (เท่ายูงค้อ) Dao Yonghe 1770–1779
เจ้ามหาน้อย Dao Shengwu 1802–1833
เจ้าหม่อมมหาวัง Dao Taikang 1780–1785 (ในฐานะ อุปราช)

1786–1809

ถูกโต้แย้งว่า ดำรงตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนเจ้ามหาน้อย จึงไม่ควรนับเป็นเจ้าแสนหวี[3]
เจ้าหม่อมสุชาวรรณ Dao Zhengzong 1834–1864 1788–1818
เจ้าหม่อมส้อ Dao Jun'an 1863–1879 พระภาติยะ (ลูกของน้องชาย) ในเจ้าหม่อมสุชาวรรณราชบุตร
เจ้าหม่อมแสง Dao Taikang หรือ Dao Bingfu 1880–1883 ถูกโต้แย้งว่า ชิงบัลลังก์โดยมิได้มีราชโองการจากจักรพรรดิจีน จึงไม่ควรนับเป็นเจ้าแสนหวี[3]
เจ้าหม่อมคำลือ Dao Cheng'en 1884–1924
เจ้าหม่อมสุวรรณปราคราง Dao Dongliang 1927–1943
เจ้าหม่อมคำลือ เตา ชื่อซฺวิน 1947–1950 พระภาติยะ (ลูกของน้องชาย) ในเจ้าหม่อมสุวรรณปราคราง
ยกเลิกตำแหน่งเจ้าฟ้า (1950)

อ้างอิง

[แก้]
  1. "卷三百十五 列傳第二百〇三 雲南土司三" [Volume 315 Biographies 203: Yunnan Tribal Headmen 3], 明史 [History of Ming], สืบค้นเมื่อ 2024-05-13
  2. 1 2 3 Liew-Herres, Foon Ming. "Intra-dynastic and Inter-Tai Conflicts in the Old Kingdom of Moeng Lü in Southern Yunnan". SOAS Bulletin of Burma Research Volume 5, Parts 1 & 2: 52–112.
  3. 1 2 3 4 เท่าค่องแซ้ง; อ้ายคำ; วิชาศิลป์, เรณู, บ.ก. (1998), เชื้อเครือเจ้าแสนหวี ๑๒ พันนา, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, OCLC 1281314778, สืบค้นเมื่อ 2024-05-13
  4. Li Fuyi 李拂一. Leshi 泐史 (History of Moeng Lü), Kunming: Wenjian shuju, 1947. Translated into English by Liew Foon Ming. In manuscript.
  5. Gao Lishi 高力士. "Xishuang Banna zhao pianling sishisi shi shimo a 西雙版納召片領四十四世始末" [The history of Forty-four reigns of Cao Phaendin of Sipsòng Panna] (Yunnan: Minzu diaocha yanjiu, No. 2, 1984): pp. 102-131. Translated into English by Liew Foon Ming. In manuscript.
  6. สำนักนายกรัฐมนตรี, คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์, บ.ก. (1971), ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ [Tamnan Phuen Mueang Chiang Mai] (PDF), แปลโดย โชติสุขรัตน์, สงวน, พระนคร: สำนักนายกรัฐมนตรี, pp. 8–9, สืบค้นเมื่อ 2024-05-13

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]