จักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
จักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะ
Go-Shirakawa
後白河天皇
Emperor Go-Shirakawa2.jpg
จักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะภายหลังสละราชสมบัติ ทรงเป็น ไดโจโฮโอ (มหาธรรมราชา)
จักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น องค์ที่ 77
ครองราชย์
23 สิงหาคม 1155 - 5 กันยายน 1158
พิธีราชาภิเษก22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1155
ไดโจไซ19 ธันวาคม ค.ศ. 1155
รัชศกคิวจู
โฮเง็ง
รัชกาลก่อนหน้าโคะโนะเอะ
รัชกาลถัดไปนิโจ

พระนามเต็มสมเด็จพระจักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะ
ประสูติ18 ตุลาคม ค.ศ. 1125
พระบรมนามาภิไธยมะซะฮิโตะ (雅仁)
พระอิสริยยศจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
สวรรคต26 เมษายน ค.ศ. 1192
สุสานหลวงวัดโฮจูจิโดะโนะ
พระราชบิดาจักรพรรดิโทะบะ
พระราชมารดาฟุจิวะระ โนะ โชชิ
จักรพรรดินีฟุจิวะระ โนะ คินชิ
พระชายามินะโมะโตะ อะสึชิโกะ
ฟุจิวะระ โนะ นะรุโกะ
พระสนมฟุจิวะระ โนะ โซโกะ
ไทระ โนะ ชิเงะโกะ
พระราชโอรส-ธิดาจักรพรรดินิโจ
จักรพรรดิทะกะกุระ
เจ้าชายโมะชิฮิโตะ
จักรพรรดิชิระกะวะพระอัยกาธิราชของจักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะ

สมเด็จพระจักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะ (ญี่ปุ่น: 後白河天皇 โรมาจิGo-Shirakawa-tennō) เป็นจักรพรรดิญี่ปุ่นพระองค์ที่ 77 ครองราชย์ในช่วงปี ค.ศ. 1155 - 1158 [1] โดยที่พระองค์ยังคงพระราชอำนาจไว้นานถึง 37 ปี

ซึ่งพระนามของพระองค์นำมาจากพระนามของ จักรพรรดิชิระกะวะ จักรพรรดิองค์ที่ 72 ผู้เป็นพระปัยกา (ปู่ทวด) ซึ่งปกครองในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 11 และเมื่อใส่คำว่า โกะ (後) เข้าไปในพระนามของพระองค์ทำให้พระนามของพระองค์มีความหมายว่า จักรพรรดิชิระกะวะที่สอง หรือ จักรพรรดิชิระกะวะยุคหลัง

พระองค์เป็นจักรพรรดิผู้ทรงพระราชอำนาจ โดยพฤตินัย พระองค์สุดท้ายก่อนที่ โชกุน จะกลายเป็นผู้นำประเทศอยู่นานกว่า 7 ศตวรรษจนถึง ค.ศ. 1868

พระราชวงศ์[แก้]

จักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะ เป็นพระราชโอรสลำดับที่สี่[2] ในจักรพรรดิโทะบะ จักรพรรดิองค์ที่ 74 กับพระนางฟุจิวะระ โนะ คิซะเนะ จักรพรรดินี

พงศาวลี[แก้]

การขึ้นสู่ราชบัลลังก์[แก้]

จักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะ ประสูติเมื่อ ค.ศ. 1127 เป็นพระโอรสองค์ที่ 4 ในอดีตจักรพรรดิโทะบะ และฟุจิวะระ โนะ โชชิ หรือพระพันปีไทเค็งมง-อิน ผู้เป็นธิดาของไดนะงงฟุจิวะระ คินซะเนะ มีพระนามว่า เจ้าชายมะซะฮิโตะ (雅仁親王) มีพระเชษฐาร่วมพระมารดาคือ พระจักรพรรดิซุโตะกุ เจ้าชายมะซะฮิโตะทรงเข้าพิธีเง็มปุกุเมื่อ ค.ศ. 1139 และอภิเษกสมรสกับมินะโมะโตะ โนะ อิชิ (源懿子) ประสูติพระโอรสองค์แรกคือ เจ้าชายโมะริฮิโตะ (守仁親王) เมื่อ ค.ศ. 1143 พระชายะอิชิสิ้นพระชนม์หลังประสูติพระโอรสไม่นาน

ในเวลานั้นอำนาจปกครองของราชสำนักนครเฮอังเกียวอยู่ที่องค์อดีตพระจักรพรรดิโทะบะ ตามระบบอินเซ อดีตจักรพรรดิมีพระประสงค์จะให้พระโอรสที่ประสูติกับ ฟุจิวะระ โนะ นะริโกะ พระสนมองค์โปรดขึ้นเป็นจักรพรรดิ จึงทรงบังคับให้จักรพรรดิซุโตะกุ (ซึ่งทรงถูกกล่าวหาว่ามิใช่พระโอรสของจักรพรรดิโทะบะ แต่เป็นโอรสของจักรพรรดิชิระกะวะที่ทรงแอบมีความสัมพันธ์กับพระนางไทเค็งมง-อิน) สละราชบัลลังก์ใน ค.ศ. 1141 ให้แก่จักรพรรดิโคะโนะเอะอันประสูติแต่พระสนมนะริโกะ

แต่จักรพรรดิโคะโนะเอะอยู่ในราชสมบัติได้สิบสามปี ก็สวรรคตลงใน ค.ศ. 1155 อดีตจักรพรรดิซุโตะกุทรงคาดหวังให้พระโอรสของพระองค์เองสืบทอดราชบัลลังก์ แต่ทว่าพระสนมนะริโกะได้เสนอให้พระโอรสบุญธรรมของพระนาง คือ เจ้าชายโมะริฮิโตะ พระโอรสของเจ้าชายมะซะฮิโตะซึ่งพระมารดาได้สิ้นพระชนม์ไปจึงไปเป็นโอรสบุญธรรมของสนมนะริโกะ แต่ทว่าเจ้าชายโมะริฮิโตะยังทรงพระเยาว์ จึงให้บิดาคือเจ้าชายมะซะฮิโดะขึ้นครองราชสมบัติไปก่อน เป็น จักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะ เมื่อ ค.ศ. 1155

สงครามโฮเง็งและเฮจิ[แก้]

อดีตจักรพรรดิซุโตะกุพิโรธมากที่พระองค์และพระโอรสถูกกีดกันจากราชสมบัติ จึงวางแผนก่อสงครามเพื่อยึดอำนาจคืนเมื่ออดีตจักรพรรดิโทะบะสวรรคตเมื่อ ค.ศ. 1156 โดยขอกำลังพลจากซะมุไรตระกูลมินะโมะโตะและตระกูลไทระ เกิดเป็นสงครามโฮเง็ง (保元の乱) โดยที่ฝ่ายของจักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะ ได้รับการสนับสนุนจากคัมปะกุฟุจิวะระ โนะ ทะดะมิชิ และพระภิกษุชินเซ หรือฟุจิวะระ โนะ มิชิโนะริ ผู้ซึ่งได้ทำการติดต่อให้มินะโมะโตะ โนะ โยะชิโตะโมะ และ ไทระ โนะ คิโยะโมะริ มาเป็นผู้นำทัพฝ่ายของพระองค์ ผลคือฝ่ายของพระองค์เป็นฝ่ายชนะ อดีตจักรพรรดิซุโตะกุและพระโอรสทรงถูกเนรเทศ

หลังจากสงครามโฮเง็ง การปกครองของราชสำนักเฮอังก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจของพระภิกษุชินเซ จักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะทรงสละราชบัลลังก์ให้พระโอรสเจ้าชายโมะริฮิโตะ ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดินิโจใน ค.ศ. 1158 และกุมอำนาจอยู่เบื้องหลังในฐานะอดีตพระจักรพรรดิตามระบบอินเซ แต่ทว่าจักรพรรดินิโจทรงไม่เต็มพระทัยที่จะให้บิดาของพระองค์ขึ้นมามีอำนาจเหนือพระองค์ จึงเกิดการแก่งแย่งอำนาจระหว่างอดีตจักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะกับพระโอรส

จนกระทั่ง ค.ศ. 1160 ชูนะงงฟุจิวะระ โนะ โนะบุโยะริ ร่วมมือกับมินะโมะโตะ โนะ โยะชิโตะโมะ ก่อการกบฏเพื่อล้มอำนาจพระภิกษุชินเซ ในเหตุการณ์ที่เรียกว่า สงครามเฮจิ (平治の乱) โยะชิโตะโมะยกทัพเข้ายึดพระราชวังกุมองค์จักรพรรดินิโจไว้ และยกทัพเข้าโจมตีตำหนักซันโจ (三条殿) อันเป็นที่ประทับของอดีตจักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะ เข้าสังหารข้าราชบริพารของอดีตจักรพรรดิไปมากรวมถึงพระภิกษุชินเซด้วย แล้วจึงกุมองค์อดีตจักรพรรดิไว้ แต่ไทระ โนะ คิโยะโมะริ ได้ช่วยเหลือจักรพรรดิทั้งสองพระองค์ให้ทรงหลบหนีออกมาได้ และยกทัพเข้าต่อสู้กับฝ่ายตระกูลมินะโมะโตะจนได้รับชัยชนะ

ความขัดแย้งกับไทระ โนะ คิโยะโมะริ[แก้]

เมื่อ ค.ศ. 1161 อดีตจักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะ ทรงรับไทระ โนะ ชิเงะโกะ (平滋子) น้องสะใภ้ของไทระ โนะ คิโยะโมะริ เข้ามาเป็นสนมองค์ใหม่ แล้วประสูติพระโอรสคือองค์ชายโนะริฮิโตะ (憲仁親王) ในขณะที่จักรพรรดินิโจทรงยังไม่มีพระโอรส จักรพรรดินิโจจึงทรงเกรงว่าอดีตจักรพรรดิจะให้องค์ชายโนะริฮิโตะเป็นผู้สืบทอดต่อจากพระองค์ ใน ค.ศ. 1164 จักรพรรดินิโจมีพระโอรสในที่สุด จึงทรงรีบสละราชบัลลังก์ให้แก่พระโอรสขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิโระกุโจ อดีตจักรพรรดินิโจสวรรคตในปีต่อมา ค.ศ. 1165 ด้วยความช่วยเหลือของคิโยะโมะริ อดีตจักรพรรดิโกะ-ชิระกะวะทรงให้จักรพรรดิโระกุโจสละราชสมบัติใน ค.ศ. 1168 แล้วมอบให้แก่องค์ชายโนะริฮิโตะ ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิทะกะกุระ

แผนผังจักรพรรดิญี่ปุ่น[แก้]