ข้ามไปเนื้อหา

จักรพรรดิฮันเซ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรพรรดิฮันเซ
反正天皇
จักรพรรดิญี่ปุ่น
ครองราชย์ค.ศ. 406 – 410 (ตามธรรมเนียม)[1]
ก่อนหน้าริจู
ถัดไปอิงเงียว
พระราชสมภพค.ศ. 352[2][3]
สวรรคต410 (อายุ 5960)[a]
ฝังพระศพโมซุ โนะ มิมิฮาระ โนะ คิตะ โนะ มิซาซางิ (ญี่ปุ่น: 百舌鳥耳原北陵; เฮปเบิร์น: Mozu no Mimihara no Kita no misasagi; โอซากะ)
พระราชบุตร
  • เจ้าหญิงไค-ฮิเมะ
  • เจ้าหญิงทูบูระ-ฮิเมะ
  • เจ้าหญิงทาการะ-ฮิเมะ
  • เจ้าชายทากาเบะ
พระสมัญญานาม
ชิโงแบบจีน:
จักรพรรดิฮันเซ (反正天皇)

ชิโงแบบญี่ปุ่น:
มิซูฮาวาเกะ โนะ ซูเมรามิโกโตะ (瑞歯別天皇)
ราชสกุลราชวงศ์ญี่ปุ่น
พระราชบิดาจักรพรรดินินโตกุ
พระราชมารดาอิวาโนะ-ฮิเมะ[6]
ศาสนาชินโต

จักรพรรดิฮันเซ (ญี่ปุ่น: 反正天皇; เฮปเบิร์น: Hanzei-tennō) มีอีกพระนามว่า จักรพรรดิฮันโชะ เป็นจักรพรรดิญี่ปุ่นองค์ที่ 18 ตามลำดับการสืบราชบัลลังก์แบบบดั้งเดิม[7][8] ทั้งโคจิกิและนิฮงโชกิ (เรียกรวมกันเป็น คิกิ) บันทึกเหตุการณ์ที่อ้างว่าเกิดขึ้นในช่วงชีวิตของฮันเซ แม้ว่าไม่สามารถระบุวันที่แน่นอนเกี่ยวกับพระชนมชีพหรือรัชสมัยของจักรพรรดิพระองค์นี้ได้ แต่โดยทั่วไปถือว่าพระองค์ครองราชย์ระหว่าง ค.ศ. 406 ถึง 410[9] บรรดานักประวัติศาสตร์ระบุว่า แม้ไม่มีอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นในรัชสมัยอันสั้นของฮันเซ แต่พระองค์มีพระสนมตามยศศักดิ์ ซึ่งเป็นประเพณีที่นำเข้าจากจีน

ฮันเซสวรรคตในช่วง ค.ศ. 410 โดยไม่ได้แต่งตั้งรัชทายาท ทำให้บรรดาเสนาบดีต้องแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่ง นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่ให้ข้อสรุปว่าตำแหน่ง "จักรพรรดิ" กับพระนาม "ฮันเซ" เป็นพระนามที่คนรุ่นหลังตั้งให้เพื่ออธิบายถึงพระองค์ และยังมีความเห็นพ้องกันทั่วไปเกี่ยวกับการมีตัวตนตามข้อเท็จจริงของฮันเซ[b]

เรื่องราวยุคกึ่งก่อนประวัติศาสตร์

[แก้]

ในคิกิบันทึกไว้ว่าฮันเซเสด็จพระราชสมภพจากเจ้าหญิงอิวะ (ญี่ปุ่น: 磐之媛命; เฮปเบิร์น: Iwa no hime no Mikoto) ในช่วง ค.ศ. 352 และได้รับพระราชทานนามว่า มิซูฮาวาเกะ (ญี่ปุ่น: 瑞歯別; เฮปเบิร์น: Mizuhawake)[4][6] โดยเป็นพระราชโอรสองค์ที่สามในจักรพรรดินินโตกุ และพระอนุชาในจักรพรรดิริจู วลี มิซุ ฮะ ในพระนาม มิซูฮาวาเกะ แปลว่า พระทนต์งาม เนื่องจากกล่าวกันว่าพระองค์มี "พระทนต์ใหญ่พิเศษ" ที่สวยงาม "ดั่งกระดูกชิ้นเดียว" และมีขนาดเท่ากันหมด[4] ข้อมูลจากโคจิกิแห่งเดียวอ้างความสูงเต็มที่ของจักรพรรดิฮันเซที่ 9 ft 2.5 in (2.81 m)[5][9] หลังนินโตกุสวรรคตไม่นาน เจ้าชายซูมิโนเอะ โนะ นากัตสึ (ญี่ปุ่น: 住吉仲皇子) พระเชษฐา พยายามลอบปลงพระชนม์ เจ้าชายโอเอโนอิซาโฮวาเกะ (ญี่ปุ่น: 大兄去来穂別尊; ริจู) พระเชษฐาองค์โต มิซูฮาวาเกะสามารถติดสินบนบริวารคนหนึ่งของนากัตสึให้สังหารตัวนากัตสึเพื่อพิสูจน์ความจงรักภักดีต่อจักรพรรดิในอนาคต

นิฮงโชกิรายงานว่า ริจูข้ามพระราชโอรสธิดาของตัวพระองค์เองเพื่อให้มิซูฮาวาเกะ พระอนุชาของพระองค์ เป็นมกุฎราชกุมารใน ค.ศ. 401[4][9] โดยให้เหตุผลว่าดอกทาจิฮิร่วงลงในบ่อที่ให้พระนามมิซูฮาวาเกะเป็นรัชทายาทองค์ถัดไป[4] มิซูฮาวาเกะประกาศตนเป็น "จักรพรรดิฮันเซ" หลังริจูสวรรคตใน ค.ศ. 405 และขึ้นครองราชบัลลังก์ในช่วงปีถัดมา[4] หลังขึ้นครองราชย์ไม่นาน ฮันเซให้สึโนะ-ฮิเมะ (ญี่ปุ่น: 津野媛; เฮปเบิร์น: Tsuno-hime) เป็น "พระสนมเอก" และ โอโตะ-ฮิเมะ (ญี่ปุ่น: 弟媛; เฮปเบิร์น: Oto-hime) พระกนิษฐภคินี เป็นพระมเหสี[4] จักรพรรดินีสองพระนางให้กำเนิดพระราชโอรสธิดารวม 4 พระองค์ แบ่งเป็นพระราชโอรส 2 พระองค์ และพระราชธิดา 2 พระองค์[10] ในรัชสมัยจักรพรรดิฮันเซ พระองคฺปกครองจากพระราชวังชิบางากิ โนะ มิยะที่ทาจิฮิในแคว้นคาวาจิ (ปัจจุบันอยู่ที่มัตสึบาระ จังหวัดโอซากะ)[10] ในช่วง 5 ปีพบเจอแต่ความสงบ[4] จนกระทั่งจักรพรรดิฮันเซสวรรคตอย่างสงบในพระราชวังช่วง ค.ศ. 410 โดยไม่ได้แต่งตั้งรัชทายาท (มกุฎราชกุมาร)[4] บรรดาเสนาบดีแก้ปัญหานี้ในภายหลังด้วยการเลือกอิงเงียว พระราชโอรสองค์เล็กสุดของจักรพรรดินินโตกุ ขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ถัดไป[9][11]

การประเมินทางประวัติศาสตร์

[แก้]
อนุสรณ์สถานศาลเจ้าชินโตและสุสานที่อุทิศแด่จักรพรรดิฮันเซ

นักประวัติศาสตร์จัดให้ฮันเซเป็นผู้ปกครองในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 5 ที่โดยทั่วไปยอมรับถึงการมีตัวตนว่าเป็นข้อเท็จจริง[12] ฟรานซิส บริงก์ลีย์ นักวิชาการ จัดให้จักรพรรดิฮันเซอยู่ในกลุ่ม "กษัตริย์ในยุคกึ่งก่อนประวัติศาสตร์" แต่สังเกตว่ารัชสมัยอันสั้นของพระองค์ "ไม่มีความโดดเด่นในเรื่องใดเลย" ยกเว้นหลักฐานทางอ้อมที่แสดงว่าราชสำนักญี่ปุ่นเริ่มรับเอาธรรมเนียมจีนมาใช้[11]

พระมเหสีและพระราชโอรสธิดา

[แก้]

พระราชพงศาวลี

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. โคจิกิระบุว่าฮันเซทรงมีพระชนมชีพถึง 60 พรรษา[4][5]
  2. แม้ว่าฮันเซไม่ใช่บุคคลในตำนาน แต่แทบไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับชีวิตของพระองค์เลย

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Genealogy of the Emperors of Japan" (PDF). Kunaicho.go.jp. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ มีนาคม 22, 2011. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 12, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. Kenneth Henshall (2013). Historical Dictionary of Japan to 1945. Scarecrow Press. น. 488. ISBN 9780810878723.
  3. Joseph Henry Longford (1923). List of Emperors: II. The Dawn of History and The great Reformers. Houghton Mifflin. น. 304. {{cite book}}: |work= ถูกข้าม (วิธีใช้)
  4. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 William George Aston (1896). "Boox XII - The Emperor Midzuhawake: (Hanzei Tenno or Hansho tenno)". Nihongi: Chronicles of Japan from the Earliest Times to A.D. 697. (Volume 1). London: Kegan Paul, Trench, Trubner. น. 310–311.
  5. 1 2 Basil Hall Chamberlain (1882). "Sect. CXXXV — Emperor Han–zei". A translation of the "Kojiki" or Records of ancient matters. R. Meiklejohn and Co.
  6. 1 2 Ponsonby-Fane, Richard (1915). Table of Emperors Mothers. Ponsonby Memorial Society. น. xiii. {{cite book}}: |work= ถูกข้าม (วิธีใช้)
  7. "反正天皇 (18)". Imperial Household Agency (Kunaichō) (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 12, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. Titsingh, Isaac. (1834). Annales des empereurs du japon (ภาษาฝรั่งเศส). Royal Asiatic Society, Oriental Translation Fund of Great Britain and Ireland. น. 25.
  9. 1 2 3 4 Ponsonby-Fane, Richard (1915). Hansho (406–410). Ponsonby Memorial Society. น. 11. {{cite book}}: |work= ถูกข้าม (วิธีใช้)
  10. 1 2 Brown, Delmer M. and Ichirō Ishida (1979). (19) Emperor Hansho. University of California Press. น. 257. ISBN 9780520034600. {{cite book}}: |work= ถูกข้าม (วิธีใช้)
  11. 1 2 Francis Brinkley (1915). Chapter XII: The Protohistoric Sovereigns. Encyclopædia Britannica. น. 110. {{cite book}}: |work= ถูกข้าม (วิธีใช้)
  12. Kelly, Charles F. "Kofun Culture". www.t-net.ne.jp. สืบค้นเมื่อ มกราคม 24, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. "Genealogy". Reichsarchiv (ภาษาญี่ปุ่น). 30 เมษายน 2010. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

อ่านเพิ่ม

[แก้]