จักรพรรดิโกะ-โทบะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรพรรดิโกะ-โทบะ
Go-Toba
後鳥羽天皇
Emperor Go-Toba.jpg
พระบรมสาทิสลักษณ์ของจักรพรรดิโกะ-โทบะ
จักรพรรดิพระองค์ที่ 82 แห่ง ญี่ปุ่น
ครองราชย์
8 กันยายน ค.ศ. 1183 – 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1198
พิธีราชาภิเษก4 กันยายน ค.ศ. 1184
ไดโจไซ22 ธันวาคม ค.ศ. 1184
พระนามหลังสิ้นพระชนม์จักรพรรดิโกะ-โทบะ (後鳥羽院)
ถวายเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ค.ศ. 1242
โชกุนมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ
รัชกาลก่อนหน้าอันโตะกุ
รัชกาลถัดไปสึจิมิกาโดะ

ประสูติ6 สิงหาคม ค.ศ. 1180
พระบรมนามาภิไธยมูเนฮิโตะ (宗仁)
พระอิสริยยศจักรพรรดิญี่ปุ่น
สวรรคต28 มีนาคม ค.ศ. 1239
พิธีฝังพระศพ31 มีนาคม ค.ศ. 1239
พิธีฉลองการเจริญวัย9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1190
พระราชบิดาจักรพรรดิทะกะกุระ
พระราชมารดาพระนาง ฟูจิวาระ โนะ โชกูชิ
จักรพรรดินี (ชูงู)คุโจ นินชิ
พระราชโอรส-ธิดาเจ้าชายโทะเมะฮิโตะ , จักรพรรดิสึจิมิกาโดะ
จักรพรรดิจุนโตกุ

สมเด็จพระจักรพรรดิโกะ-โทบะ (ญี่ปุ่น: 後鳥羽天皇โรมาจิGo-Toba-tennō) เป็นจักรพรรดิญี่ปุ่นองค์ที่ 82 ตามประเพณีการสืบราชสันตติวงศ์ รัชสมัยของพระองค์กินเวลาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1183 ถึง ค.ศ. 1198 [1]

จักรพรรดิแห่งศตวรรษที่ 12 พระองค์นี้ได้รับการตั้งพระนามตาม จักรพรรดิโทบะ และ โกะ-(後) แปลตามตัวอักษรว่า ภายหลัง และด้วยเหตุนี้บางครั้งพระองค์จึงถูกเรียกว่า จักรพรรดิโทบะในภายหลัง คำว่า โกะ ในภาษาญี่ปุ่นยังแปลว่า ที่สอง และในหลักฐานบางแหล่งที่เก่ากว่าจักรพรรดิพระองค์นี้ถูกระบุว่าเป็น โทบะที่สอง หรือ โทบะที่ 2

ลำดับวงศ์ตระกูล[แก้]

ก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นสืบ ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ พระนามเมื่อแรกประสูติของพระองค์[2] คือ เจ้าชายทากาฮิระ (尊成親王)[3] พระองค์ยังเป็นที่รู้จักในพระนาม เจ้าชายทากานาริ[4]

พระองค์เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 4 ของ จักรพรรดิทะกะกุระ และพระราชนัดดาของ จักรพรรดิโกะ-ชิรากาวะ พระราชมารดาของพระองค์คือ โบมง โชกูชิ (坊門殖子) (พระพันปีชิจิโจอิง, 七条院) บุตรสาวของ โบมง โนบูตากะ (坊門信隆) ของตระกูลฟูจิวาระ

พระมเหสีและพระราชโอรสธิดา[แก้]

เหตุการณ์ในพระชนมชีพของจักรพรรดิโกะ-โทบะ[แก้]

จักรพรรดิโกะ-โทบะสืบราชบัลลังก์เมื่อพระชนมายุได้ 3 พรรษา

  • 8 กันยายน ค.ศ. 1183 (ปี จูเอ ที่ 2, วันที่ 20 เดือน 8): ปีที่ 3 ในรัชสมัยของจักรพรรดิอันโตกุ (安徳天皇三年) จักรพรรดิได้หลบหนีออกจากเมืองหลวงแทนที่จะยอมจำนนต่อการกดดันให้สละราชสมบัติ เมื่อจักรพรรดิอันโตกุไม่อยู่ โฮโอ โก-ชิรากาวะ ซึ่งเป็นพระอัยกา (ปู่) ของจักรพรรดิอันโตกุจึงยกพระอนุชาของจักรพรรดิอันโตกุขึ้นสืบราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศตามพระราชบัญชาและได้จัดพระราชพิธีสละราชบัลลังก์ และหลังจากนั้นไม่นาน จักรพรรดิโกะ-โทบะก็จัดพระราชพิธีสืบราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศอย่างเป็นทางการ[5]

แม้ว่าพระราชพิธีอย่างเป็นทางการเหล่านี้จะเกิดขึ้นในเฮอังเกียว แต่ไตรราชกกุธภัณฑ์ก็ยังอยู่กับอดีตจักรพรรดิอันโตกุ ดังนั้น พระราชพิธีสืบราชสันตติวงศ์และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของจักรพรรดิโกะ-โทบะจึงนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ละเว้นการถ่ายทอดไตรราชกกุธภัณฑ์จากจักรพรรดิสู่ผู้สืบราชบัลลังก์ของพระองค์

ในปี ค.ศ. 1192 อดีตจักรพรรดิโกะ-ชิรากาวะสวรรคตและรัฐบาลโชกุนชุดแรกก่อตั้งโดยมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะและจักรพรรดิก็กลายเป็นจักรพรรดิหุ่นเชิดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ในปี ค.ศ. 1198 จักรพรรดิโกะ-โทบะสละราชบัลลังก์ให้กับพระโอรสองค์โปรดของพระองค์คือ จักรพรรดิสึจิมิกาโดะ

อดีตจักรพรรดิโกะ-โทบะปกครองในฐานะไดโจโฮโอตั้งแต่ ค.ศ. 1198 ถึง ค.ศ. 1221 ในรัชสมัยของจักรพรรดิ 3 องค์ แต่พระราชอำนาจของพระองค์ถูกจำกัดมากกว่าไดโจโฮโอในยุคเฮอัง

ในปี ค.ศ. 1221 โชกุนได้แต่งตั้งพระราชนัดดาพระชนมายุ 3 พรรษาของอดีตจักรพรรดิโกะ-โทบะให้เป็นจักรพรรดิชูเกียว แต่อดีตจักรพรรดิโกะ-โทบะเลือกที่จะก่อกบฏเพื่อพยายามทวงราชบัลลังก์คืนและโค่นล้มรัฐบาลโชกุนคามากูระเหตุการณ์นี้เรียกว่าสงครามปีโจคิว

ซามูไรรอบ ๆ เกียวโตซึ่งต่อต้านรัฐบาลโชกุนสนับสนุนพระองค์ แต่ซามูไรส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคคันโตสนับสนุนรัฐบาลโชกุนด้วยการให้กำลังใจของโฮโจ มาซาโกะ ภรรยาม่ายของโยริโตโมะ โดยเธอเกลี้ยกล่อมซามูไรที่รวมตัวกันในคามากูระว่าหากพวกเขาไม่สนับสนุนรัฐบาลโชกุน สถานะและสิทธิพิเศษที่ซามูไรได้รับก็จะสูญหายไป ราชสำนักและคุเกะจะได้รับอำนาจและอิทธิพลกลับคืนมา การกบฏของจักรพรรดิโกะ-โทบะพ่ายแพ้ และจักรพรรดิชูเกียวถูกแทนที่โดยจักรพรรดิโกะ-โฮริกาวะ พระราชนัดดาอีกพระองค์หนึ่งของอดีตจักรพรรดิโกะ-โทบะ

หลังจากการก่อกบฏ อดีตจักรพรรดิโกะ-โทบะ ถูกเนรเทศไปยังหมู่เกาะโอกิ พระองค์สวรรคตและถูกฝังไว้ที่นั่น

อ้างอิง[แก้]

  1. Titsingh, Isaac. (1834). Annales des empereurs du Japon, pp. 207–221; Brown, Delmer et al. (1979). Gukanshō, pp. 334–339; Varley, H. Paul. (1980). Jinnō Shōtōki. pp. 215–220.
  2. Brown, pp. 264; n.b., up until the time of Emperor Jomei, the personal names of the emperors (their imina) were very long and people did not generally use them. The number of characters in each name diminished after Jomei's reign.
  3. Varley, p. 215.
  4. Titsingh, p. 207; Brown, p. 334.
  5. Varley, p. 216.
ก่อนหน้า จักรพรรดิโกะ-โทบะ ถัดไป
จักรพรรดิอันโตะกุ 2leftarrow.png Imperial Seal of Japan.svg
จักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
(ค.ศ. 1183–1198)
2rightarrow.png จักรพรรดิสึชิมิกะโดะ