ข้ามไปเนื้อหา

จักรพรรดิซูอิเซ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรพรรดิซูอิเซ
綏靖天皇
พระบรมสาทิสลักษณ์จักรพรรดิซูอิเซ
จักรพรรดิญี่ปุ่น
ครองราชย์581 – 549 ปีก่อน ค.ศ. (ตามธรรมเนียม)[1]
ก่อนหน้าจิมมุ
ถัดไปอันเน
ประสูติ632 ปีก่อน ค.ศ.[2]
สวรรคต549 ปีก่อน ค.ศ. (83 พรรษา)
ฝังพระศพสึกิดะโนะโอกะโนะเอะโนะมิซาซางิ (桃花鳥田丘上陵 (Tsukida no oka no e no misasagi); คาชิฮาระ) (ตำนาน)
คู่อภิเษกอิซูซูโยริ-ฮิเมะ
พระราชบุตรจักรพรรดิอันเน
พระสมัญญานาม
ชิโง แบบจีน:
จักรพรรดิซูอิเซ (綏靖天皇)

ชิโง แบบญี่ปุ่น:
คามุ-นูนากาวามิมิ โนะ ซูเมรามิโกโตะ (神渟名川耳天皇)
ราชสกุลราชวงศ์ญี่ปุ่น
พระราชบิดาจักรพรรดิจิมมุ
พระราชมารดาธิดาฮิเมตาตาไรซูซุ
ศาสนาชินโต

จักรพรรดิซูอิเซ (綏靖天皇 (Suizei-tennō)[a]) มีอีกพระนามว่า คามุ นูนากาวามิมิ โนะ มิโกโตะ (神沼河耳命 (Kamununakawamimi no Mikoto)) เป็นจักรพรรดิญี่ปุ่นในตำนานพระองค์ที่สองตามลำดับการสืบราชสันตติวงศ์[4][5] ข้อมูลเกี่ยวกับจักรพรรดิองค์นี้เป็นที่รู้จักกันน้อยมาก เนื่องจากขาดหลักฐานที่เพียงพอสำหรับการยืนยันและศึกษาต่อ จักรพรรดิซูอิเซเป็นที่รู้จักในหมู่นักประวัติศาสตร์ในฐานะ 'จักรพรรดิในตำนาน' เนื่องจากยังมีการโต้แย้งเกี่ยวกับการดำรงอยู่จริงของพระองค์ เรื่องเล่าในพงศาวดารโคจิกิกล่าวว่าจักรพรรดิซูอิเซได้ขึ้นครองราชย์หลังจากได้รับเลือกเป็นรัชทายาทแทนพระเชษฐาต่างพระมารดา เนื่องจากความกล้าหาญในการสกัดแผนการลอบปลงพระชนม์ รัชสมัยของจักรพรรดิซูอิเซเริ่มต้นเมื่อ 581 ปีก่อน ค.ศ. พระองค์มีพระชายาเพียงพระองค์เดียวและพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียว ซึ่งเชื่อกันว่าได้ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิองค์ต่อไปหลังจากพระองค์สวรรคตเมื่อ 549 ปีก่อน ค.ศ.

เรื่องเล่าในตำนาน

[แก้]

แม้ว่า โคจิกิ จะให้ข้อมูลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับจักรพรรดิซูอิเซ แต่ก็ยังระบุพระนาม ลำดับวงศ์ตระกูลและบันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับการขึ้นครองราชย์ของพระองค์เอาไว้ พระองค์ประสูติเมื่อประมาณ 632 ปีก่อนคริสตกาล และเป็นหนึ่งในพระราชโอรสของจักรพรรดิจิมมุที่ประสูติแต่พระอัครมเหสีคือธิดาฮิเมตาตาไรซูซุ[2][6] เรื่องราวในโคจิกิระบุว่า เจ้าชายคามุยาอิมิมิ พระเชษฐาของจักรพรรดิซูอิเซ เดิมทีเป็นรัชทายาท เมื่อจักรพรรดิจิมมุสิ้นพระชนม์ เจ้าชายทางิชิมิมิ ซึ่งเป็นพระโอรสอีกพระองค์หนึ่ง ได้พยายามชิงราชบัลลังก์โดยการสังหารผู้ที่ขัดขวาง เจ้าชายทางิชิมิมิประสูติแต่พระราชินีองค์รองพระนามว่าอาฮิรัตสึฮิเมะ และมีพระชนมายุมากกว่ารัชทายาทของจักรพรรดิจิมมุ เมื่อธิดาฮิเมตาตาไรซูซุทราบถึงแผนการดังกล่าวพระนางพยายามเตือนพระโอรสผ่านบทเพลงและบทกวี แต่ก็ไม่เป็นผล[7] แม้ว่าเจ้าชายคามุนูนางาวามิจะสนับสนุนให้เจ้าชายคามุยาอิมิมิสังหารเจ้าชายทางิชิมิมิ แต่พระองค์กลับไม่อาจลงมือสังหารพระเชษฐาต่างพระมารดาได้ เจ้าชายคามุนูนางาวามิมิได้ขออาวุธจากพระเชษฐา เมื่อได้รับแล้ว พระองค์ก็ทำสำเร็จตามเป้าหมาย เจ้าชายคามุยาอิมิมิจึงสละตำแหน่งรัชทายาทให้กับเจ้าชายคามุนูนางาวามิ เพราะเชื่อว่าพระอนุชาสมควรได้เป็นจักรพรรดิองค์ใหม่[8]

พระนามเดิมของจักรพรรดิซูอิเซก่อนขึ้นครองราชย์นั้นไม่ปรากฏแน่ชัด แต่ตามบันทึกในโคจิกิ กล่าวว่าพระองค์ปกครองจากพระราชวังทากาโอกะ-โนะ-มิยะ (葛城高岡宮 (Takaoka-no-miya))[b] ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นคัตสึรางิ ที่ซึ่งต่อมาจะเป็นที่รู้จักในชื่อแคว้นยามาโตะ[6] แม้ว่านิฮงโชกิจะให้รายละเอียดในประเด็นนี้มากกว่า แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ก็ยังคงเต็มไปด้วยลักษณะของตำนานอยู่มาก ตามธรรมเนียมแล้ว ถือกันว่าจักรพรรดิซูอิเซครองราชย์เมื่อ 581 ถึง 549 ปีก่อนคริสตกาล[6][9] พระองค์อภิเษกกับเจ้าหญิงอิซูซุโยริฮิเมะในวันที่ไม่ปรากฏแน่ชัด และมีพระโอรสหนึ่งพระองค์ กล่าวกันว่าจักรพรรดิซูอิเซสิ้นพระชนม์เมื่อ 549 ปีก่อนคริสตกาล โดยพระราชสุสานของพระองค์มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สึกิดะ โนะ โอกะ โนะ เอ โนะ มิซาซางิ[5] พระโอรสเพียงพระองค์เดียวคือเจ้าชายชิกิตสึฮิโกตามาเตมิสืบราชบัลลังก์ต่อเป็นจักรพรรดิอันเน

ข้อมูลที่มีอยู่

[แก้]
ภาพไฮโชะ (配所) พระราชสุสาน (มิซาซางิ) ของจักรพรรดิซูอิเซที่คาชิฮาระ จังหวัดนาระ

การดำรงอยู่ของจักรพรรดิเก้าพระองค์แรกยังคงเป็นที่ถกเถียง เนื่องจากขาดข้อมูลที่เพียงพอในการตรวจสอบและศึกษายืนยันอย่างชัดเจน[10] นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่จัดให้จักรพรรดิซูอิเซเป็น "จักรพรรดิในตำนาน" เนื่องจากขาดหลักฐานที่ชัดเจนหรือข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับพระองค์[11][c] พระนาม ซูอิเซ ได้รับการกำหนดโดยคนรุ่นหลังหลังจากพระองค์สวรรคต มีความหมายว่า 'ความสงบสุขและสุขภาพที่สมบูรณ์[13] พระนามของพระองค์อาจได้รับการกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการหลายศตวรรษหลังจากนั้น โดยอาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ตำนานเกี่ยวกับต้นกำเนิดของราชวงศ์ถูกรวบรวมเป็นพงศาวดารที่รู้จักกันในปัจจุบันว่า 'โคจิกิ'[12] แม้จะยังไม่ทราบสถานที่ฝังพระศพที่แท้จริงของพระองค์ แต่ปัจจุบันมีมิซาซางิหรือพระราชสุสานของจักรพรรดิซูอิเซตั้งอยู่ในเมืองคาชิฮาระ[4] จักรพรรดิพระองค์แรกที่นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าอาจมีตัวตนอยู่จริงคือจักรพรรดิซูจิง ซึ่งเป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 10[14] นอกเหนือจากข้อมูลในโคจิกิ รัชกาลของจักรพรรดิคิมเม[d] (ประมาณ ค.ศ. 509–571) จักรพรรดิพระองค์ที่ 29 ถือเป็นรัชกาลแรกที่ประวัติศาสตร์ร่วมสมัยสามารถระบุวันที่ที่ตรวจสอบได้[17] พระนามและลำดับวันที่ที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปของจักรพรรดิในยุคแรก ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นแบบดั้งเดิมอย่างแท้จริง จนกระทั่งถึงรัชสมัยของจักรพรรดิคัมมุ[e] ที่ครองราชย์ระหว่างปี ค.ศ. 737 ถึง ค.ศ. 806[12]

พระราชวงศ์

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. บางครั้งเขียนเป็นอักษรโรมันว่า Suisei[3]
  2. ในนิฮงโชกิเขียนเป็น 葛城高丘宮
  3. มีอีกชื่อว่า "จักรพรรดิที่ไม่มีการบันทึกแปดพระองค์" (欠史八代 (Kesshi-hachidai))[12]
  4. จักรพรรดิพระองค์ที่ 29[15][16]
  5. จักรพรรดิคัมมุเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 50

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Genealogy of the Emperors of Japan" (PDF). Kunaicho.go.jp. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ March 22, 2011. สืบค้นเมื่อ May 7, 2019.
  2. 1 2 Kenneth Henshall (2013). Historical Dictionary of Japan to 1945. Scarecrow Press. p. 487. ISBN 9780810878723.
  3. Nussbaum, Louis-Frédéric (2002). Japan Encyclopedia. Harvard University Press. p. 32. ISBN 9780674017535. successor to Suisei Tennō
  4. 1 2 "綏靖天皇 (2)". Imperial Household Agency (Kunaichō) (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ May 7, 2019.
  5. 1 2 Ponsonby-Fane, Richard (1959). The Imperial House of Japan. Ponsonby Memorial Society. p. 29 & 418.
  6. 1 2 3 Brown, Delmer M. and Ichirō Ishida (1979). A Translation and Study of the Gukanshō, an Interpretative History of Japan Written in 1219. University of California Press. pp. 250–251. ISBN 9780520034600.
  7. Norinaga Motoori (2007). The Poetics of Motoori Norinaga: A Hermeneutical Journey. University of Hawaii Press. p. 191. ISBN 978-0-8248-3078-6.
  8. Chamberlain, Basil. The Kojiki. Read before the Asiatic Society of Japan on April 12, May 10, and June 21, 1882, reprinted in 1919. p. 184.
  9. Titsingh, Isaac. (1834). Nihon Ōdai Ichiran (ภาษาฝรั่งเศส). Royal Asiatic Society, Oriental Translation Fund of Great Britain and Ireland. p. 3.
  10. Kelly, Charles F. "Kofun Culture". www.t-net.ne.jp. สืบค้นเมื่อ May 7, 2019.
  11. Shillony, Ben-Ami (2008-10-15). The Emperors of Modern Japan (ภาษาอังกฤษ). BRILL. p. 15. ISBN 978-90-474-4225-7.
  12. 1 2 3 Aston, William George. (1896). Nihongi: Chronicles of Japan from the Earliest Times to A.D. 697, Volume 2. The Japan Society London. pp. 109, 138–141. ISBN 9780524053478.
  13. Brinkley, Frank (1915). A History of the Japanese People from the Earliest Times to the end of the Meiji Era. Encyclopaedia Britannica Company. p. 21. Posthumous names for the earthly Mikados were invented in the reign of Emperor Kanmu (782–805), i.e., after the date of the compilation of the Records and the Chronicles.
  14. Yoshida, Reiji. (March 27, 2007). "Life in the Cloudy Imperial Fishbowl". Japan Times. สืบค้นเมื่อ May 7, 2019.
  15. Titsingh, Isaac. (1834). Nihon Ōdai Ichiran (ภาษาฝรั่งเศส). Royal Asiatic Society, Oriental Translation Fund of Great Britain and Ireland. pp. 34–36.
  16. Brown, Delmer M. and Ichirō Ishida (1979). A Translation and Study of the Gukanshō, an Interpretative History of Japan Written in 1219. University of California Press. pp. 261–262. ISBN 9780520034600.
  17. Hoye, Timothy. (1999). Japanese Politics: Fixed and Floating Worlds. Prentice Hall. p. 78. ISBN 9780132712897. According to legend, the first Japanese Emperor was Jimmu. Along with the next 13 Emperors, Jimmu is not considered an actual, historical figure. Historically verifiable Emperors of Japan date from the early sixth century with Kimmei.

อ่านเพิ่ม

[แก้]
ก่อนหน้า จักรพรรดิซูอิเซ ถัดไป
จักรพรรดิจิมมุ
จักรพรรดิญี่ปุ่น
(581 ปีก่อนค.ศ. – 549 ปีก่อนค.ศ.)
จักรพรรดิอันเน


แผนผังจักรพรรดิญี่ปุ่นลำดับที่ 1–14