ศรีปราชญ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ศรีปราชญ์ เป็นนักกวีเอกคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นบุตรของพระโหราธิบดี เข้ารับราชการตั้งแต่อายุ 9 ขวบ หลังแต่นั้นมาจึงกลายเป็นกวีเอกของพระนารายณ์มหาราช แต่สุดท้ายด้วยความสามารถของตน ทำให้ผู้คิดปองร้าย ใส่ร้ายศรีปราชญ์ จนถูกสั่งประหารชีวิตในที่สุด

[แก้] ประวัติ

[แก้] สมัยเด็ก

พระโหราธิบดีหรือพระมหาราชครู (สันนิษฐานว่าเป็นคนๆเดียวกัน) บิดาของศรีปราชญ์เข้ารับราชการในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ครั้งหนึ่งสมเด็จพระนารายณ์ทรงแต่งโคลงบทหนึ่ง ว่า

       

แล้วก็ไม่สามารถแต่งต่อได้ จึงพระราชทานให้แก่พระโหราธิบดีนำไปแต่งต่อให้จบ พระโหราธิบดีจึงนำกระดานชนวนนั้นกลับมาที่บ้าน แต่ก็ยังไม่สามารถแต่งต่อได้เช่นกัน จนกระทั่งบุตรชายวัย 9 ขวบ ชื่อ ศรี ได้มาแต่งต่อ ว่า

     อันใดย้ำแก้มแม่       หมองหมาย
ยุงเหลือบฤๅริ้นพราย       ลอบกล้ำ
ผิวชนแต่จักกราย       ยังยาก
ใครจักอาจให้ช้ำ       ชอกเนื้อเรียมสงวน

พระโหราธิบดีจึงนำโคลงบทนี้ขึ้นถวายสมเด็จพระนารายณ์ ปรากฏว่าเป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก จนได้เรียกตัวเด็กชายศรีเข้ารับราชการตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

สาเหตุของการเนรเทศ

ตอนที่สมเด็จพระนารายณ์เดินทางไปประพาสยังป่าแก้ว พระยาเดโช โดนลิงอุจจาระลงศีรษะบรรดาทหารต่างๆก็หัวเราะสมเด็จพระนารายที่ทรงบรรทมอยู่จึงตื่นขึ้นแล้วตรัสถามอำมาตย์แต่ไม่มีใครกล้ากราบบังคมทูลเพราะกลัวจะไม่สบพระราชหฤทัยสมเด็จพระนารายณ์จึงเรียกมหาดเล็กศรีมาถาม ฝ่ายเจ้าศรีรับใช้มานานจนทราบพระราชอัธยาศัยจึงกราบบังคมทูลด้วยคำคล้องจองว่า พยัคฆะ ขอเดชะ วานระ ถ่ายอุจจาระ รดศีรษะ พระเดโช สมเด็จพระนารายณ์พอพระทัยเป็นอย่างมากแต่นั่นก็เป็นการสร้างความขุ่นเคืองให้พระยาเดโชเป็นอย่างมาก

ในคืนวันลอยกระทงศรีปราชญ์ได้ดื่มสุราแล้วเมาจากนั้นก็เดินไปข้างๆท้าวศรีจุฬาลักษณ์เพราะฤทธิ์สุราท้าวศรีฯเห็นศรีปราชญ์มายืนข้างๆก็ไม่พอพระทัยจึงว่าศรีปราชญ์เป็นโคลงว่า

     หะหายกระต่ายเต้น       ชมจันทร์
มันบ่เจียมตัวมัน       ตำต้อย
นกยูงหางกระสัน       ถึงเมฆ
มันบ่เจียมตัวน้อย       ตำต้อยเดียรฉาน

ศรีปราชญ์ได้ยินดังนั้นก็รู้ว่าพระสนมเอกได้หาว่าตนเป็นเดียรฉานจึงย้อนไปเป็นโคลงว่า

     หะหายกระต่ายเต้น       ชมแข
สูงส่งสุดตาแล       สู่ฟ้า
ระดูฤดีแด       สัตว์สู่ กันนา
อย่าว่าเราเจ้าข้า       อยู่พื้นเดียวกัน

สนมเอกได้ฟังก็ไม่พอพระทัยจึงไปทูลฟ้องสมเด็จพระนารายณ์ พระนารายณ์จึงให้ศรีปราชญ์ไปอยู่ในคุกหลวงแต่ไม่ต้องไปทำงานเหมือนนักโทษคนอื่นๆพระยาเดโชเห็นดังนั้นจึงให้ศรีปราชญ์มาทำงานเหมือนนักโทษคนอื่นๆฝ่ายศรีปราชญ์นั้นเก่งแต่ทางโคลงมิได้เก่งทางด้านการใช้แรงงาน ทางสนมเอกฯได้ข่าวก็เสด็จไปที่ที่ศรีปราชญ์ขุดคลองอยู่ เมื่อพระสนมเอกได้ตรัสว่าศรีปราชญ์สมพระทัยแล้วจึงเสด็จกลับแต่ต้องสวนกลับทางที่ศรีปราชญ์ได้ขนโคลนไปแล้วพวกนางรับใช้ของพระสนมเอกหมั่นไส้จึงขัดขาศรีปราชญ์ดังนั้นโคลนจึงหกใส่พระสนมเอกซึ่งมีโทษถึงประหารแต่พระโหราธิบดีได้บอกกับพระนารายณ์ว่าถ้าเจ้าศรีทำผิดแล้วมีโทษถึงประหารขอให้ลดโทษเหลือเพียงเนรเทศก็พอดังนั้นพระนารายณ์จึงเนรเทศศรีปราชญ์ไปเมืองนครศรีธรรมราช

[แก้] โคลงของศรีปราชญ์

     ธรณีนี่นี้       เป็นพยาน
เราก็ศิษย์มีอาจารย์       หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร       เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมล้าง       ดาบนั้นคืนสนอง


ศรีปราชญ์ เป็นบทความเกี่ยวกับ นักเขียน หรือ นักประพันธ์ ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหา หรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ ศรีปราชญ์ ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ
เครื่องมือส่วนตัว
ภาษาอื่น