โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก โรงเรียนชายวังสิงห์คำ)
โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย
LOGO PRC.JPG
117 ถนนแก้วนวรัฐ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50000
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ The Prince Royal's College
อักษรย่อ ป.ร. (P.R.C.)
ประเภท โรงเรียนเอกชน
คติพจน์ คุณธรรมนำปัญญา พลานามัยสมบูรณ์ เกื้อกูลสังคม
ศาสนา คริสต์
สังกัด สำนักงานพันธกิจการศึกษา มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย
นิกาย โปรเตสแตนต์
สถาปนา • 2 มกราคม พ.ศ. 2449 (โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย)

• 19 มีนาคม พ.ศ. 2430 (โรงเรียนชายวังสิงห์คำ)

เขตการศึกษา เชียงใหม่
ผู้อำนวยการ ผป.ดร. สิรินันท์ ศรีวีระสกุล
สี          น้ำเงิน-ขาว
เพลง เพลงประจำโรงเรียน ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย
เว็บไซต์

โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย (ย่อ: ป.ร., P.R.C.) เป็นโรงเรียนสหศึกษาของเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 3 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่เขต 1 สังกัดสำนักงานพันธกิจการศึกษา มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โรงเรียนก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2430 ในชื่อ "โรงเรียนชายวังสิงห์คำ" โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามโรงเรียนเป็น "โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย" ซึ่งมีความหมายว่า "โรงเรียนของเจ้าชาย" เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2449

ประวัติ[แก้]

โรงเรียนชายวังสิงห์คำ[แก้]

โรงเรียนก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2430 โดยมิชชันนารีคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียน ศาสนาจารย์ เดวิด คอลลินส์ ในชื่อ "Chiangmai Boys' School" หรือ "โรงเรียนชายวังสิงห์คำ" บริเวณหมู่บ้านวังสิงห์คำ อันเป็นที่ดินซึ่งได้รับพระราชทานจากพระเจ้าอินทวิชยานนท์[1] ทำการสอนโดยใช้ภาษาล้านนาและพระคัมภีร์เป็นหลัก เป็นโรงเรียนแบบตะวันตกสำหรับเด็กชายแห่งแรกในล้านนา[2]

ในปี พ.ศ. 2442 ศาสนาจารย์คอลลินส์ได้ลาออกจากตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ศาสนาจารย์ ดร. วิลเลียม แฮรีส ซึ่งเป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2439 เข้ารับตำแหน่งแทน เมื่อเห็นว่าสถานที่ตั้งของโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำปิงคับแคบ จึงได้ย้ายมายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ซึ่งซื้อจากบริษัทอังกฤษในราคา 2,600 รูปี[1]

ก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง[แก้]

วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2449 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ได้พระราชทานนามโรงเรียนใหม่ว่า "The Prince Royal's College" และพระราชทานสีน้ำเงิน - ขาวให้เป็นสีประจำโรงเรียน ปีเดียวกันนั้น ศาสนาจารย์แฮรีสได้ซื้อที่ดินติดกับโรงเรียนเพิ่มอีก 71 ไร่ รวมมีพื้นที่ 90 ไร่ โดยปัจจุบัน มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทยเป็นเป็นเจ้าของและผู้รับใบอนุญาต[1]

ในปี พ.ศ. 2455 ได้เริ่มใช้ภาษาไทยในการสอนแทนคำเมือง ตามการสนับสนุนการใช้ภาษาไทยกลางของรัฐบาล[3] ตลอดจนการสอนภาษาอังกฤษ โรงเรียนได้รับรองฐานะเทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาลในปี พ.ศ. 2464[2]

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ทางโรงเรียนได้ปิดการเรียนการสอน[4] รัฐบาลได้ยึดโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยใช้เป็นโรงเรียนสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในชื่อ "โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคพายัพ"[2] หลังสงครามสิ้นสุด โรงเรียนจึงได้เปิดทำการอีกครั้งหนึ่ง

ยุคปัจจุบัน[แก้]

ในช่วงที่อาจารย์หมวก ไชยลังการณ์เป็นอาจารย์ใหญ่ ทางโรงเรียนได้จัดตั้ง "แผนกสหเตรียมอุดมศึกษาปรินส์ - ดารา" ขึ้นในระดับมัธยมศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2499 อันเป็นจุดเริ่มต้นของชั้นเรียนแบบสหศึกษาของโรงเรียน[2]

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยี่ยมโรงเรียน

เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2529 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดีทรงรับโรงเรียนไว้ในพระอุปถัมภ์

แต่เดิมที่เคยรับสมัครเฉพาะนักเรียนชาย แต่นับตั้งแต่ พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้เปิดเป็นแบบสหศึกษา และในปี พ.ศ. 2536 ได้รับสมัครนักเรียนหญิงระดับชั้นอนุบาล 3 เป็นปีแรก[2] ทางโรงเรียนได้จัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีการพระราชทานนามโรงเรียน โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2548 และวันที่ 3 มกราคม 2549[5]

ผู้จัดการ อาจารย์ใหญ่ และผู้อำนวยการ[แก้]

ลำดับที่ ชื่อ วาระ ตำแหน่ง
1 ศจ. เดวิด กอร์มเลย์ คอลลินส์ 2430-2442 อาจารย์ใหญ่
2 ศจ. ดร.วิลเลียม แฮรีส 2442-2482
3 ศจ.ดร.เคนเนธ เอลเมอร์ แวลส์ 2483-2484
2489-2493 ผู้จัดการ
4 อาจารย์หมวก ไชยลังการณ์ 2489-2491* อาจารย์ใหญ่
2494*-2510* ผู้จัดการ-อาจารย์ใหญ่
5 ดร.จำรูญ ไชยลังการณ์ 2513*-2534
6 ผป.พงษ์ ตนานนท์ 2534-2548 ผู้อำนวยการ
7 ดร.สิริลักษณ์ เฟื่องกาญจน์ 2548-2555
8 ดร.สิรินันท์ ศรีวีระสกุล 2555-2558
9 คุณสเปญ จริงเข้าใจ 2553-2558 ผู้จัดการ
10 ผป.ดร.สิรินันท์ ศรีวีระสกุล 2559 - ปัจจุบัน


ในช่วงที่ตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ว่างลง มี กำราบ ไชยาพันธุ์ ดำรงตำแหน่งรักษาการอาจารย์ใหญ่

กิจกรรม[แก้]

ลูกเสือ[แก้]

พ.ศ. 2456 โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยได้รับอนุญาตให้ตั้งลูกเสือกองที่ 5 มณฑลพายัพ ก่อนจะเปลี่ยนเป็น "กองลูกเสือมณฑลพายัพที่ 3 ปรินส์รอยแยลส์คอลเลซ" ในอีกสองปีถัดมา ในปี พ.ศ. 2539 ผู้บริหารและผู้บังคับบัญชากองลูกเสือของโรงเรียนมีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ และได้รับการแต่งตั้งกองลูกเสือเป็น "กองลูกเสือเฉลิมพระเกียรติ พระเจ้าคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งประเทศสวีเดน โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย"[6] นับเป็นกองลูกเสือกองเดียวในโลก ทั้งยังได้รับพระราชทานธงประจำกองลูกเสือและเครื่องหมายกองลูกเสือพระมหากษัตริย์สวีเดน และมีตราประจำพระองค์อยู่กลางเครื่องหมาย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ได้เสด็จเยี่ยมกองลูกเสือเกียรติยศในพระองค์ของโรงเรียน[6] นอกจากนี้ โรงเรียนยังจัดตั้งกองลูกเสืออาสา กกต. เพื่อประชาธิปไตย ด้วยการสนับสนุนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถือเป็นกองลูกเสือของโรงเรียนเอกชนกองแรกในประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและการเลือกตั้งโดยสุจริต[6]

โครงการพัฒนานักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษ[แก้]

โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยได้รับเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติให้เป็นโรงเรียนเครือข่ายในการจัดการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดให้จัดการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษด้วยรูปแบบที่เหมาะสม[7]

ปัจจุบัน ใน ระดับประถมศึกษามีโครงการพัฒนานักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษวิชาภาษาอังกฤษ(IEP, FEP) วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์-ภาษาอังกฤษ และ คอมพิวเตอร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีโครงการพัฒนานักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ(FEP) และ คอมพิวเตอร์ และในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีโครงการพัฒนานักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และ คอมพิวเตอร์

เศรษฐกิจพอเพียง[แก้]

โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยมีกิจกรรมเด่นในด้านเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ชื่อกิจกรรม "ออมเพื่อการลงทุน" โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนสามารถนำเงินที่ได้จากการออมไปใช้ในการลงทุนได้[8] นอกจากนี้ โรงเรียนยังให้การศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงในโครงการโรงเรียนต้นแบบ เงินทองของมีค่า ซึ่งได้รับการสนับสนุนการดำเนินการโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีทั้งการจัดกิจกรรม "จ้างฮิ จ้างหา ปายหน้าสบาย" "1 คน 1 อาชีพ" และ "ธนาคารขวด" ซึ่งทำให้เครือข่ายโรงเรียนพอเพียงขยายไปอีก 10 โรงเรียนแล้วในจังหวัดเชียงใหม่[9]

สัปดาห์พัฒนาจิตใจ[แก้]

เป็นความร่วมมือกับสถาบันคริสเตียนนิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยพายัพ จัดขึ้นทุกปี กิจกรรมเป็นการร้องเพลงและละคร

แฮรีสมินิมาราธอน[แก้]

การแข่งขันแฮรีสมินิมาราธอนเป็นกิจกรรมวิ่งการกุศลที่โรงเรียนจัดขึ้นทุกปีตรงกับวันเสาร์ที่สองของเดือนพฤศจิกายน โดยมีจุดประสงค์เพื่อรำลึกถึงศาสนาจารย์วิลเลียม แฮรีส ตลอดจนสมทบทุนมูลนิธิวิลเลียมแฮรีสอนุสรณ์และกองทุนของโรงเรียน แต่ในปี 2559 ไม่มีการจัดขึ้นเนี่องจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (วิ่งเพื่อโบสถ์นี้ที่เรารักษ์ ในวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2560 เพื่อนำเงินสมทบทุนมาซ่อมแซมโบสถ์ของโรงเรียนแทน)

ราตรีเพลินเพลง[แก้]

ราตรีเพลินเพลิง (Music Night) เป็นงานประจำปีของโรงเรียนที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการแสดงความสามารถทางด้านดนตรีของนักเรียนทุกระดับชั้น โดยจะมีการจัดงานนี้ก่อนทางโรงเรียนปิดคริสต์มาสทุกปี แต่ในปี 2559 ไม่มีการจัดกิจกรรมขึ้นเนื่องจากการไว้อาลัยการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (บรรเลงเพลงพระราชนิพพนธ์ ในอาคาร 100 ปี โดยวงดุริยางค์ของโรงเรียนแทน)

กรีฑาสีประจำปี[แก้]

กรีฑาสีจัดขึ้นทุกปี แบ่งเป็น 7 สี ได้แก่ สีแดง เหลือง ชมพู เขียว แสด ฟ้า และ ม่วง แบ่งเป็นกรีฑาสีระดับประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี

อาคารและสถานที่[แก้]

พิพิธภัณฑ์บ้านแฮรีส[แก้]

พิพิธภัณฑ์บ้านแฮรีสเป็นอาคารหลักแรกของโรงเรียนที่สร้างด้วยไม้สัก สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2448 มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ใช้เป็นสถานที่รับเสด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธเมื่อครั้งเสด็จมาพระราชทานนามโรงเรียนในปี พ.ศ. 2449 สมัยศาสนาจารย์วิลเลียม แฮรีสได้ใช้เป็นบ้านพักและอาคารอำนวยการ ต่อมา ได้ใช้เป็นอาคารดนตรีและห้องซ้อมดุรยางค์[1] วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2523 ได้เกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้บ้านแฮรีส ทางโรงเรียนได้ก่อสร้างบ้านแฮรีสขึ้นใหม่ตรงที่ตั้งเก่าตามลักษณะสถาปัตยกรรมแบบเดิมทุกประการ โดยมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2536[1]

พ.ศ. 2540 อดีตผู้อำนวยการ พงษ์ ตนานนท์ ดำริจะก่อตั้งพิพิธภัณฑ์โรงเรียนขึ้นมา เมื่อเสร็จแล้วจึงนับเป็นพิพิธภัณฑ์โรงเรียนแห่งแรกในภาคเหนือ[1] ภายในอาคารเก็บหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นภาพเหตุการณ์สำคัญมากกว่า 500 ภาพ

สถาบันแฮรีส[แก้]

สถาบันแฮรีส หรือ "อาคาร 100 ปี" (Harris Institute) จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์การพัฒนาการเรียนรู้แบบพหุปัญญา ส่งเสริมทักษะความสามารถของนักเรียนในการคิด ทำและวิเคราะห์ ตลอดจนเพื่อให้เป็นอาคารศูนย์กลางการค้นคว้าด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย อีกทั้งยังเป็นการจัดเตรียมสถานที่การเรียนการสอนตามที่โรงเรียนได้รับการคัดเลือกจากสถาบันการเรียนรู้ในโครงการจัดการการเรียนรู้บนพื้นฐานของการพัฒนาสมอง[10] รูปแบบของอาคาร เกิดจากการทำงานร่วมกันของศิษย์เก่าที่เรียนจบทางด้านสถาปนิก เน้นการออกแบบให้เด็กมีพื้นที่ทำกิจกรรมและการแสดงออกให้มากที่สุด โดยมีทั้งหมด 4 ชั้น พื้นที่ 4,000 ตารางเมตร ค่าก่อสร้างประมาณตารางเมตรละ 1 หมื่นบาท มีการทำพิธีวางฐานรากเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2549[10]

27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดสถาบันแฮรีสอย่างเป็นทางการ[11]

โบสถ์[แก้]

โบสถ์ประจำโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ก่อสร้างขึ้นด้วยเงินบริจาคจากแรงศรัทธาของคริสตศาสนิกชนทั้งชาวไทยและอเมริกัน โดยพ่อครูดร.วิลเลียม แฮรีส เป็นผู้นำในการก่อตั้งโบสถ์ขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2472 เมื่อทุนทรัพย์พร้อมแล้ว นายแวน แอลเล็น แฮรีส (Van Allen Harris) น้องชายของพ่อครูแฮรีสซึ่งเป็นสถาปนิกและวิศวกร ได้เดินทางมายังเชียงใหม่ เพื่อออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโบสถ์ โดยไม่รับค่าตอบแทนใดๆ จนก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2473

อาคารโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นที่นำเอาลักษณะอย่างโกธิคมาประยุกต์ใช้ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาจั่ว ภายในเพดานสูงตามรูปจั่ว รองรับด้วยโครงหลังคาแบบ Hammer-beam roof ที่ทำเป็นซุ้มโค้งแหลมเป็นการนำเอาโครงสร้างอาคารมาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งได้อย่างดียิ่ง ส่วนองค์ประกอบต่างๆ เรียบง่าย แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่าและศักดิ์สิทธิ์ และได้ใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจประจำโรงเรียนตลอดมา[12] ซึ่งโบสถ์เป็นสถานที่สำคัญของโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่นมัสการพระเจ้า โดยปัจจุบันกำลังซ่อมแซมเนื่องจากมีสภาพชำรุดมาก

นักเรียนเก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 พิพิธภัณฑ์บ้านแฮรีส. ผู้จัดการ 360°. สืบค้น 6-12-2553.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 ประวัติโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 5-12-2553.
  3. ประวัติ P.R.C. : ยุคที่สี่ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. สมาคมนักเรียนเก่าปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 6-12-2553.
  4. ทะเบียนประธานรุ่นและสมาชิกสมาคมนักเรียนเก่าปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย (ส.น.ป.). สมาคมนักเรียนเก่าปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 5-12-2553.
  5. รำลึก 100 ปี ปรินส์รอยแยลส์ฯ ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี "มาถึงวันแรกผมนั่งร้องไห้ใต้ต้นฉำฉา". ประชาไท. สืบค้นเมื่อ 5-12-2553.
  6. 6.0 6.1 6.2 "กองลูกเสือเกียรติยศ" ในสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน "โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย". เชียงใหม่นิวส์. สืบค้นเมื่อ 5-12-2553.
  7. โครงการพัฒนานักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษทางด้านคณิตศาสตร์ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่. สืบค้นเมื่อ 6-12-2553.
  8. เอกสารกิจกรรมเด่นโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. โครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง. สืบค้น 6-12-2553.
  9. ติดอาวุธทางปัญญา นำ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ สู่รั้วโรงเรียน. ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทย. สืบค้น 06-12-2553.
  10. 10.0 10.1 จาก 100 ปี 100 ล้าน สู่ปรินส์รอย 2. ผู้จัดการ 360°. สืบค้น 6-12-2553.
  11. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิด "อาคาร 100 ปี สถาบันแฮรีส" โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ในพระอุปถัมภ์ฯจังหวัดเชียงใหม่. สืบค้นเมื่อ 29-7-2554.
  12. อาคารอนุรักษ์ดีเด่น;โบสถ์ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 27-10-2560.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]