องโยย
องโยย (หวาง จฺวิ้น) | |
|---|---|
| 王濬 | |
| มหาขุนพลสงบทัพ (撫軍大將軍 ฝู่จฺวินต้าเจียงจฺวิน) | |
| ดำรงตำแหน่ง 16 กันยายน ค.ศ. 285 - 28 มกราคม ค.ศ. 286 | |
| กษัตริย์ | สุมาเอี๋ยน |
| นายทหารม้ามหาดเล็ก (散騎常侍 ซานฉีฉางชื่อ) | |
| ดำรงตำแหน่ง ? – ค.ศ. 286 | |
| กษัตริย์ | สุมาเอี๋ยน |
| มหาขุนพลพิทักษ์ทัพ (鎮軍大將軍 เจิ้นจฺวินต้าเจียงจฺวิน) | |
| ดำรงตำแหน่ง ? – ค.ศ. 286 | |
| กษัตริย์ | สุมาเอี๋ยน |
| ขุนพลมังกรโผน (龍驤將軍 หลงเซียงเจียงจฺวิน) | |
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 279 – ? | |
| กษัตริย์ | สุมาเอี๋ยน |
| ข้าหลวงมณฑลเอ๊กจิ๋ว (益州刺史 อี้โจวฉื่อชื่อ) | |
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 272 – ค.ศ. 279 | |
| กษัตริย์ | สุมาเอี๋ยน |
| เจ้าเมืองก๋งฮาน (廣漢太守 กว่างฮั่นไท่โฉ่ว) | |
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 272 | |
| กษัตริย์ | สุมาเอี๋ยน |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | ค.ศ. 206 นครหลิงเป่า มณฑลเหอหนาน |
| เสียชีวิต | 28 มกราคม ค.ศ. 286 (79 ปี) |
| ที่ไว้ศพ | นครฉางจื้อ มณฑลชานซี |
| คู่สมรส | บุตรสาวของสฺวี เหมี่ยว (徐邈) |
| บุตร |
|
| อาชีพ | ขุนพล, ขุนนาง |
| ชื่อรอง | ชื่อจื้อ (士治) |
| สมัญญานาม | อู่โหว (武侯) |
| บรรดาศักดิ์ | เฮาแห่งซงหยง (襄陽侯 เซียงหยางโหว) |
| ชื่ออื่น ๆ | อาถง (阿童) (ชื่อในวัยเด็ก) |
องโยย[1] หรือ องโหยย[a] (ค.ศ. 206 – 28 มกราคม ค.ศ. 286[b]) มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า หวาง จฺวิ้น (จีน: 王濬; พินอิน: Wáng Jùn) ชื่อรอง ชื่อจื้อ (จีน: 士治; พินอิน: Shìzhì) เป็นขุนพลและขุนนางชาวจีนที่มีชีวิตในช่วงปลายยุคสามก๊กและช่วงต้นยุคราชวงศ์จิ้นตะวันตกของจีน
ประวัติ
[แก้]องโยยเป็นชาวอำเภอหู (湖縣 หูเซี่ยน) เมืองฮองหลง (弘農郡 หงหนงจฺวิ้น) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของนครหลิงเป่า (靈寶) มณฑลเหอหนานในปัจจุบัน[3] องโยยเกิดในครอบครัวข้าราชสำนัก เป็นที่รู้จักจากรูปร่างหน้าตาดี อ่านหนังสือมาก และมีความทะเยอทะยาน[4] องโยยเริ่มรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ช่วย (從事 ฉงชื่อ) ในที่ว่าการเมืองฮอตั๋ง (河東郡 เหอตงจฺวิ้น; อยู่บริเวณอำเภอเซี่ย มณฑลชานซีในปัจจุบัน)[5]
หยาง จี้ (羊暨) หลานอาของเอียวเก๋า (羊祜 หยาง ฮู่) ขุนพลราชวงศ์จิ้นเคยบอกกับเอียวเก่าผู้เป็นอาให้ระวังองโยยเพราะองโยยเป็นคนใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายและไม่อยู่กับร่องกับรอย แต่เอียวเก๋าเห็นว่าองโยยเป็นคนมีความสามารถที่หาได้ยากและยกย่ององโยยอย่างสูง[6] เมื่อ ค.ศ. 272 หลังองโยยได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมือง (太守 ไท่โฉ่ว) ของเมืองก๋งฮาน (廣漢郡 กว่างฮั่นจฺวิ้น; อยู่บริเวณนครกว่างฮั่น มณฑลเสฉวนในปัจจุบัน)[7] เอียวเก๋าได้เสนอให้ตั้งองโยยเป็นข้าหลวงมณฑล (刺史 ฉื่อชื่อ) ของมณฑลเอ๊กจิ๋ว (益州 อี้โจว; ครอบคลุมพื้นที่ของมณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่งในปัจจุบัน)[8] ในช่วงเวลานั้น จักรพรรดิสุมาเอี๋ยนทรงมีรับสั่งให้องโยยกำกับดูแลการสร้างกลุ่มเรือรบขนาดใหญ่ เรือรบแต่ละลำให้ประดับด้วยรูปสัตว์ร้ายและจุทหารได้มากกว่า 2,000 นาย เรือรบเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเตรียมใช้ในการศึกกับง่อก๊กที่เป็นรัฐอริของราชวงศ์จิ้น[9]
เมื่อ ค.ศ. 279 องโยยเขียนฎีกาถึงจักรพรรดิสุมาเอี๋ยน ทูลเสนอให้เปิดศึกกับง่อก๊ก สุมาเอี๋ยนทรงเห็นด้วยและทรงแต่งตั้งให้องโยยเป็นขุนพลมังกรโผน (龍驤將軍 หลงเซียงเจียงจฺวิน) และทรงมีรับสั่งให้องโยยนำพลจากเซงโต๋ (成都 เฉิงตู) อำเภอเอกของมณฑลเอ๊กจิ๋วยกเข้าบุกง่อก๊ก องโยยนำกำลังพลเข้ายึดจุดยุทธศาสตร์ในอาณาเขตของง่อก๊กอย่างซีหลิง (西陵; อยู่ในนครอี๋ชาง มณฑลหูเป่ย์ในปัจจุบัน), แฮเค้า (夏口 เซี่ยโข่ว; อยู่ในนครฮั่นโข่ว มณฑลหูเป่ย์ในปัจจุบัน) และบู๊เฉียง (武昌 อู่ชาง; ปัจจุบันคือนครเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย์) เมื่อทัพราชวงศ์จิ้นมาถึงเกี๋ยนเงียบ (建業 เจี้ยนเย่) นครหลวงของง่อก๊ก ซุนโฮจักรพรรดิองค์สุดท้ายของง่อก๊กก็ทรงยอมจำนน ทำให้การพิชิตง่อก๊กสิ้นสุดลงด้วยผลสำเร็จ
แม้ว่าองโยยสร้างความดีความชอบอย่างมากในการศึก แต่อองหุย (王渾 หวาง หุน) ที่เป็นขุนพลอีกคนใส่ร้ายองโยยต่อหน้าจักรพรรดิสุมาเอี๋ยน ทำให้องโยยไม่ได้การยอมรับที่สมกับความดีความชอบ เมื่อองโยยต้องการเรียกร้องขอความเป็นธรรม ฟ่าน ทง (范通) ผู้ใต้บังคับบัญชาขององโยยแนะนำองโยยไม่ให้ร้องเรียนโดยกล่าวไม่เป็นการดีที่จะทำเช่นนนั้น ภายหลังขุนนางหลี่ มี่ (李密) พูดแก้ต่างให้องโยยต่อจักรพรรดิสุมาเอี๋ยน สุมาเอี๋ยนทรงตระหนักได้ว่าก่อนหน้านี้พระองค์ทรงปฏิบัติต่อองโยยอย่างไม่เป็นธรรม จึงทรงเลื่อนตำแหน่งให้องโยยเป็นมหาขุนพลพิทักษ์ทัพ (鎮軍大將軍 เจิ้นจฺวินต้าเจียงจฺวิน) และแต่งตั้งเพิ่มเติมให้เป็นนายทหารม้ามหาดเล็ก (散騎常侍 ซานฉีฉางชื่อ) และยังทรงตั้งให้องโยยมีบรรดาศักดิ์เป็นเฮาแห่งซงหยง (襄陽侯 เซียงหยางโหว) ในเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ค.ศ. 280[c]
องโยยมีความเย่อหยิ่งและสุรุ่ยสุร่ายมากขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยชรา เมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 285[11] องโยยได้รับการแต่งตั้งเป็นมหาขุนพลสงบทัพ (撫軍大將軍 ฝู่จฺวินต้าเจียงจฺวิน) แต่ต่อมาองโยยเสียชีวิตในเดือนมกราคม ค.ศ. 286 ศพได้รับการฝังที่เขาไป๋กู่ (柏谷山 ไป๋กู่ชาน) อยู่ใกล้กับบริเวณที่เป็นนครฉางจื้อ (長治) มณฑลชานซีในปัจจุบัน จักรพรรดิสุมาเอี๋ยนทรงพระราชทานสมัญญานามแก่องโยยว่า "อู่โหว" (武侯)[12]
ครอบครัว
[แก้]องโยยสมรสกับบุตรสาวของสฺวี เหมี่ยว (徐邈) มีบุตรชายอย่างน้อย 2 คนคือหวาง จฺวี่ (王矩) และหวาง ช่าง (王暢) หวาง จฺวี่สืบทอดบรรดาศักดิ์เฮาแห่งซงหยงของบิดา[13] ส่วนหวาง ช่างดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าพนักงานทหารม้ามหาดเล็ก (散騎郎 ซ่านฉีหลาง) ในราชสำนักราชวงศ์จิ้น[14] บุตรชายของหวาง ช่างชื่อหวาง ชุ่ย (王粹) สมรสกับเจ้าหญิงเองฉวน (潁川公主 อิ่งชฺวานกงจู่) เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์จิ้น และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองของเมืองเว่ย์จฺวิ้น (魏郡太守 เว่ย์จฺวิ้นไท่โฉ่ว)[15]
ดูเพิ่ม
[แก้]หมายเหตุ
[แก้]- ↑ "องโหยย" เป็นชื่อที่ปรากฏในนวนิยายเรื่องไซจิ้นซึ่งแปลเป็นภาษาไทยในปี พ.ศ. 2410[2]
- ↑ วันเกิงจื่อ (庚子) ของเดือน 12 ในศักราชไท่คาง (太康) ปีที่ 6 ตามที่ระบุในบทพระราชประวัติสุมาเอี๋ยนในจิ้นชู บทชีวประวัติองโยยใน'จิ้นชูระบุว่าองโยยเสียชีวิตขณะอายุ 80 ปี (ตามการนับอายุแบบเอเชียตะวันออก)
- ↑ ทั้งบทพระราชประวัติจักรพรรดิสุมาเอี๋ยนในจิ้นชูและจือจื้อทงเจี้ยนเล่มที่ 81 บันทึกว่าองโยยได้รับการตั้งให้มีบรรดาศักดิ์เฮาแห่งซงหยงในวันเกิงเฉิน (庚辰) ในเดือน 5 ของศักราชไท่คาง (太康) ปีที่ 1 แต่ไม่มีวันเกิงเฉินในเดือนนั้น เดือนนั้นเทียบได้กับช่วงเวลาระหว่างวันที่ 15 มิถุนายนถึง 13 กรกฎาคม ค.ศ. 280 ในปฏิทินจูเลียส[10]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ("พระเจ้าสุมาเอี๋ยนแจ้งในหนังสือดังนั้น ก็ตั้งให้เตาอี้เปนที่ไตโต๋ก๊กคุมทหารสิบหมื่น เปนแม่ทัพยกออกมาเมืองกังเหลงแลให้ตีเอาเมืองกังตั๋ง แล้วให้สุมาเตี้ยมเจ้าเมืองหลงเสียคุมทหารห้าหมื่นยกไปทางอิต๋ง ให้อองหุยคุมทหารห้าหมื่นยกไปทางอัวกั๋ง ให้อ๋องหยงคุมทหารห้าหมื่นยกไปทางบูเฉียง ให้ห่อหุนถือพลทหารห้าหมื่นยกไปทางแฮเค้ากำหนดให้อยู่ในบังคับบัญชาเตาอี้สิ้นทุกหมวดทุกกอง จึงเกณฑ์ให้องโยยกับตงปีนคุมเรือสำหรับจะข้ามส่งทแกล้วทหารทั้งปวง") "สามก๊ก ตอนที่ ๘๗". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ May 22, 2025.
- ↑ ("สุมาเอี๋ยนบุตรสุมาเจียวหลานสุมาอี้ ได้ราชสมบัติเป็นพระเจ้าแผ่นดินงุ่ย ตั้งพระนามว่าพระเจ้าซีโจบู๊ฮ่องเต้ เปลี่ยนแผ่นดินงุ่ยเรียกว่าแผ่นดินไซจิ้น ปราบเมืองเสฉวนเมืองกั๋งตั๋งให้อยู่ในอำนาจได้เป็นเอกราชแต่ก๊กเดียว จึงตั้งองโหยยให้ไปอยู่รักษาเมืองกังตั๋งมีรับสั่งไปตามบรรดาหัวเมืองเอก ให้ฝึกหัดทแกล้วทหารไว้สำหรับปราบข้าศึกศัตรูในแผ่นดิน") ไซจิ้น, พิมพ์ครั้งที่ 5, สำนักพิมพ์โฆษิต, 2551, หน้า 9.
- ↑ (王濬,字士治,弘農湖人也。) จิ้นชู เล่มที่ 42.
- ↑ (家世二千石。濬博墳典,美姿貌,不修名行,不為鄉曲所稱。晚乃變節,疏通亮達,恢廓有大志。) จิ้นชู เล่มที่ 42.
- ↑ (州郡辟河東從事。) จิ้นชู เล่มที่ 42.
- ↑ (後參征南軍事,羊祜深知待之。祜兄子暨白祜:「濬為人志太,奢侈不節,不可專任,宜有以裁之。」祜曰:「濬有大才,將欲濟其所欲,必可用也。」) จิ้นชู เล่มที่ 42.
- ↑ (轉廣漢太守,垂惠布政,百姓賴之。) จิ้นชู เล่มที่ 42.
- ↑ (車騎將軍羊祜雅知濬有奇略,乃密表留濬,於是重拜益州刺史。) จิ้นชู เล่มที่ 42.
- ↑ (武帝謀伐吳,詔濬修舟艦。濬乃作大船連舫,方百二十步,受二千餘人。以木為城,起樓櫓,開四出門,其上皆得馳馬來往。) จิ้นชู เล่มที่ 42.
- ↑ ([太康元年五月]庚辰,以王濬为辅国大将军、襄阳侯,...) จิ้นชู เล่มที่ 3.
- ↑ ([太康六年]八月丙戌朔,....以镇军大将军王濬为抚军大将军。) จิ้นชู เล่มที่ 3.
- ↑ (太康六年卒,時年八十,諡曰武。葬柏谷山,大營塋域,葬垣周四十五里,面別開一門,松柏茂盛。) จิ้นชู เล่มที่ 42.
- ↑ (子矩嗣。) จิ้นชู เล่มที่ 42.
- ↑ (矩弟暢,散騎郎。) จิ้นชู เล่มที่ 42.
- ↑ (暢子粹,太康十年,武帝詔粹尚潁川公主,仕至魏郡太守。) จิ้นชู เล่มที่ 42.
บรรณานุกรม
[แก้]- ฝาง เสฺวียนหลิง (บก.) (648). จิ้นชู.